หน้าแรก นครสวรรค์โมเดล ต้นแบบธนาคารอาหาร ผนึกกำลัง สวทช.-จังหวัด-มูลนิธิ SOS เดินหน้า “Nakhon Sawan Food Bank” ขยายครบ 15 อำเภอ ลดขยะอาหารพุ่งทะยาน 51 ตัน

นครสวรรค์โมเดล ต้นแบบธนาคารอาหาร ผนึกกำลัง สวทช.-จังหวัด-มูลนิธิ SOS เดินหน้า “Nakhon Sawan Food Bank” ขยายครบ 15 อำเภอ ลดขยะอาหารพุ่งทะยาน 51 ตัน

1 ก.ย. 2569
0
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
คณะผู้บริหารและเครือข่ายอาสาสมัครร่วมงานแถลงความสำเร็จ Nakhon Sawan Food Bank

จังหวัดนครสวรรค์เดินหน้าขับเคลื่อนความมั่นคงทางอาหารและแก้ปัญหาขยะอาหารอย่างยั่งยืน ผนึกความร่วมมือ 3 ฝ่าย จังหวัดนครสวรรค์ สวทช. และมูลนิธิ SOS ยกระดับ “Nakhon Sawan Food Bank” สู่ระบบบริหารจัดการอาหารส่วนเกินระดับจังหวัดที่ปลอดภัยตรวจสอบย้อนกลับได้ ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางอย่างเป็นรูปธรรม เผยผลงานสะสม 2 ปี กอบกู้อาหารกว่า 51 ตัน ลดก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 131 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

พิธีลงนาม MOU ขยายผล Nakhon Sawan Food Bank ระหว่าง สวทช. จังหวัดนครสวรรค์ และมูลนิธิ SOS

(วันที่ 1 กันยายน 2569) ณ โรงแรมโฟทูซี เดอะชิค โฮเทล จังหวัดนครสวรรค์: จังหวัดนครสวรรค์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และมูลนิธิสโกลารส์ ออฟซัสทีแนนซ์ จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อขยายผลโครงการการบริหารจัดการอาหารส่วนเกินเพื่อลดขยะอาหารและสร้างความมั่นคงทางอาหารในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ขับเคลื่อนการลดขยะอาหาร ควบคู่กับการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่ประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้การส่งต่ออาหารที่ยังมีคุณค่าถึงกลุ่มเป้าหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีผู้บริหารระดับสูง ดร.ปัทมาพร ประชุมรัตน์ หัวหน้าชุดโครงการพัฒนาเครื่องมือสำหรับบริหารจัดการอาหารส่วนเกินเพื่อลดปัญหาขยะอาหาร ของ สวทช. และผู้แทนจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

ยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยกลไกความร่วมมือระดับจังหวัด

นายเศวต เพชรนุ้ย รองผู้ว่าฯ นครสวรรค์ กล่าวเปิดงานความร่วมมือ Nakhon Sawan Food Bank

นายเศวต เพชรนุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่า เจตนารมณ์ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้จังหวัดนครสวรรค์ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการยกระดับจังหวัดนครสวรรค์คุณภาพชีวิตของประชาชนและการบริหารจัดการทรัพยากรภายในจังหวัด การจัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการอาหารส่วนเกินของจังหวัดนครสวรรค์ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และมี พมจ. เป็นฝ่ายเลขานุการ เพื่อขับเคลื่อนทั้ง 15 อำเภอของจังหวัดนครสวรรค์ ช่วยเปลี่ยนอาหารส่วนเกิน เป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ และเป็นจังหวัดต้นแบบให้จังหวัดอื่น ๆ ถือเป็นการบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างแท้จริงระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเครือข่ายภาคประชาสังคม ซึ่งความร่วมมือในวันนี้ จะเป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบนิเวศอาหารที่มั่นคง นำอาหารที่ปลอดภัยไปถึงมือกลุ่มเปราะบางได้อย่างตรงจุด พร้อมทั้งสร้างจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในสังคม

ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สร้างระบบนิเวศอาหารระดับประเทศ

ศ. ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผอ.สวทช. แถลงบทบาทวิทยาศาสตร์สร้างระบบบริหารจัดการอาหารส่วนเกิน

ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า เป้าหมายของ สวทช. ไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวน Food Bank แต่คือการสร้าง “ระบบบริหารจัดการอาหารส่วนเกินของประเทศ” โดย สวทช. ได้นำองค์ความรู้จากศูนย์แห่งชาติมาประยุกต์ใช้ครบวงจร ทั้งด้านความปลอดภัยอาหารโดย BIOTEC ที่ร่วมผลักดันแนวปฏิบัติระดับประเทศ, แพลตฟอร์มดิจิทัล NECTEC (Thailand’s Food Bank Digital Platform) สำหรับติดตามและตรวจสอบย้อนกลับ, การประเมินคาร์บอนเครดิตจาก MTEC และ อบก., ตลอดจนงานวิจัยเชิงนโยบายเพื่อปลดล็อกอุปสรรคทางภาษีภายใต้แนวคิด “การบริจาคไม่ควรเสียเปรียบการทำลาย” เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนร่วมขับเคลื่อนอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ดีประเทศไทยยังมีกลุ่มเปราะบางที่ขาดแคลนเข้าถึงอาหาร และหากทิ้งไว้จะกลายเป็นขยะอาหารสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สวทช. จึงได้เข้ามาพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครื่องมือสนับสนุน ร่วมกับมูลนิธิ SOS และเครือข่ายในพื้นที่จนเกิดเป็นความสำเร็จของ “Nakhon Sawan Food Bank” ในวันนี้

กอบกู้อาหาร 51 ตัน สู่มื้ออาหาร 218,000 มื้อ

ดร.ปัทมาพร ประชุมรัตน์ หน.ชุดโครงการ สวทช. แถลงผลงานและสถิติการกอบกู้อาหารส่วนเกิน

ดร.ปัทมาพร ประชุมรัตน์ หัวหน้าชุดโครงการพัฒนาเครื่องมือสำหรับบริหารจัดการอาหารส่วนเกินเพื่อลดปัญหาขยะอาหาร กล่าวเสริมว่า จากเดิมที่นครสวรรค์มีอาสาสมัครรักษ์อาหารเพียง 42 คน ปัจจุบันภายใต้การหนุนเสริมของโครงการฯ ทำให้มีอาสาสมัครเพิ่มขึ้นเป็น 292 คน ครอบคลุมพื้นที่ครบทั้ง 15 อำเภอ ส่งผลให้ปริมาณอาหารที่กอบกู้ได้เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า หรือกว่า 12,000 กิโลกรัมต่อเดือน และหากนับสะสม 2 ปี ตั้งแต่ปี 2567 จนถึงเดือนกรกฎาคม 2569 จังหวัดนครสวรรค์สามารถกอบกู้อาหารส่วนเกินได้แล้วกว่า 51,900 กิโลกรัม หรือกว่า 51 ตัน คิดเป็นกว่า 218,000 มื้ออาหาร ช่วยลดขยะอาหารและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 131 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความสำเร็จของกลไกการบริหารจัดการในระดับพื้นที่ ที่มีคณะกรรมการระดับจังหวัดและสำนักงาน พมจ.นครสวรรค์ เป็นกลไกหลักในการดูแลกลุ่มเปราะบางอย่างเป็นระบบ

มาตรฐานความปลอดภัยและสะพานบุญสู่ชุมชน

นายทวี อิ่มพูลทรัพย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย มูลนิธิ SOS กล่าวถึงความร่วมมือธนาคารอาหาร

นายทวี อิ่มพูลทรัพย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย มูลนิธิสโกลารส์ ออฟซัสทีแนนซ์ (SOS) กล่าวว่า มูลนิธิ SOS มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สานต่อและยกระดับการทำงานร่วมกับจังหวัดนครสวรรค์และ สวทช. ในครั้งนี้ การลงนาม MOU จะช่วยเชื่อมโยงผู้บริจาค อาสาสมัคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ประสานพลังกันได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ยังเชื่อมั่นว่าบทเรียนและความสำเร็จจาก “นครสวรรค์โมเดล” จะเป็นต้นแบบสำคัญในการขยายผลระบบบริหารจัดการอาหารส่วนเกินไปยังพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศไทยต่อไปในอนาคต

นายนพนันต์ ทับทิม ผู้ประสานงานเครือข่าย SOS นครสวรรค์

ด้าน นายนพนันต์ ทับทิม ผู้ประสานงานเครือข่าย SOS จังหวัดนครสวรรค์ เปิดเผยถึงการทำงานภาคสนามว่า เครือข่ายอาสาสมัครทำหน้าที่เสมือน “สะพานบุญ” ในการกอบกู้และส่งต่ออาหารส่วนเกิน ทั้งอาหารพร้อมทาน ผัก ผลไม้ ขนมปัง และอาหารปรุงสุก จากผู้บริจาคภาคเอกชนรายใหญ่ในเมืองนครสวรรค์ อาทิ บิ๊กซี ร้านสะดวกซื้อ แม็คโคร และเอสแอนด์พี เฉลี่ยวันละ 150–200 กิโลกรัม ความโดดเด่นของอาสาสมัครชุดนี้คือการทำงานภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวด โดยได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากมูลนิธิ SOS และนักวิจัยโครงการ Foodbank สวทช. ที่มอบชุดตรวจอย่างง่ายเพื่อใช้ตรวจสอบคุณภาพอาหารระหว่างการขนส่ง สร้างความมั่นใจว่าอาหารทุกชิ้นมีความสะอาด ปลอดภัย และผ่านกระบวนการที่ได้มาตรฐานก่อนถึงมือผู้รับ

“พวกเราทำงานด้วยใจเพราะเห็นประโยชน์ที่ช่วยลดขยะอาหารและช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ปัจจุบันจำนวนสมาชิกอาสาสมัครเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่อาหารจากผู้บริจาคในพื้นที่อำเภอต่าง ๆ ยังมีไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้รับ จึงอยากเชิญชวนภาคเอกชนมาร่วมสมทบเพิ่มเติม เพื่อให้เราสามารถส่งต่ออาหารคุณภาพดีนี้ ไปช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนให้แก่พี่น้องกลุ่มเปราะบางได้อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น” นายนพนันต์ กล่าวทิ้งท้าย

สรุปประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)

  • เป้าหมาย: สวทช. จ.นครสวรรค์ และมูลนิธิ SOS ร่วมผลักดัน “Nakhon Sawan Food Bank” ขยายพื้นที่ครอบคลุม 15 อำเภอ

  • ผลลัพธ์: ตลอด 2 ปี กอบกู้อาหารส่วนเกินได้กว่า 51 ตัน แปลงเป็นอาหารกว่า 218,000 มื้อ ลดก๊าซเรือนกระจก 131 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

  • เทคโนโลยี สวทช.: บูรณาการองค์ความรู้จาก ไบโอเทค (ความปลอดภัยอาหาร), เนคเทค (แพลตฟอร์มตรวจสอบย้อนกลับ) และ เอ็มเทค (การประเมินคาร์บอน)

  • ต้นแบบสู่ระดับประเทศ (Nakhon Sawan Model): มุ่งหวังให้ความสำเร็จของนครสวรรค์เป็นกลไกต้นแบบในการจัดตั้งและขยายผลระบบบริหารจัดการอาหารส่วนเกินและธนาคารอาหารไปยังจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศ

 

 ข้อมูลเพิ่มเติม / ติดตามรายละเอียดต่อได้ที่

  • โครงการจัดตั้งธนาคารอาหารแห่งประเทศไทย (Thailand’s Food Bank): https://www.nstda.or.th/foodbank/ หรือ Facebook Page: Thailand’s Food Bank

  • มูลนิธิสโกลารส์ ออฟซัสทีแนนซ์ (SOS Thailand): https://www.scholarsofsustenance.org/th หรือ Facebook Page: SOS Thailand (สำหรับภาคเอกชนที่ประสงค์ร่วมบริจาคอาหารส่วนเกินเข้าสู่ระบบ)

 

แชร์หน้านี้: