หน้าแรก ป.ป.ช. – สวทช. เดินหน้าพัฒนาเครื่องมือประเมิน ITA และ PIT เสริมความโปร่งใสภาครัฐ เปิดโอกาสประชาชนมีส่วนร่วมประเมินด้วย Traffy Fondue และ AI

ป.ป.ช. – สวทช. เดินหน้าพัฒนาเครื่องมือประเมิน ITA และ PIT เสริมความโปร่งใสภาครัฐ เปิดโอกาสประชาชนมีส่วนร่วมประเมินด้วย Traffy Fondue และ AI

23 มี.ค. 2569
0
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์

ภาพผู้บริหารป.ป.ช. จับมือ สวทช. ปฏิวัติเกณฑ์ ITA โฉมใหม่! ดึง 'Traffy Fondue' พลิกโฉมระบบประเมินความโปร่งใสยุคดิจิทัล

(23 มีนาคม 2569) ณ ห้องนนทบุรี 1 ชั้น 2 อาคาร 4 สำนักงาน ป.ป.ช. จ.นนทบุรี : สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment : ITA) ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงข่าวความคืบหน้าการตรวจสอบและการทดสอบเครื่องมือประเมิน ITA ร่วมกับ ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. ในการยกระดับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส (ITA) ให้สอดคล้องกับบริบทการบริหารราชการยุคดิจิทัล โดยนำแพลตฟอร์มบริหารจัดการปัญหาเมืองชื่อดังอย่าง “Traffy Fondue”  และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เข้ามาเป็นกลไกหลักในการรับฟังเสียงประชาชน เพื่อเปลี่ยนการประเมินจาก “เอกสาร” ให้เป็นการ “แก้ปัญหา” ที่จับต้องได้จริง

ภาพศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบผลการประเมิน ITA

  • 3 มิติใหม่ของการประเมิน ITA ยุคดิจิทัล

ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบผลการประเมิน ITA แถลงถึงทิศทางใหม่ของการตรวจสอบภาครัฐ โดยเน้นย้ำ ว่า 13 ปีที่ผ่านมาของการประเมิน ITA กำลังเผชิญกับความท้าทายที่กลายเป็น “งานรูทีน” และมีการแข่งขันกันเพียงแค่ตัวเลข จนถึงขั้นมี “โรงเรียนกวดวิชา ITA” เกิดขึ้น ดังนั้นการยกระดับการพัฒนาการประเมิน ITA ในครั้งนี้ ได้นำแพลตฟอร์ม Traffy Fondue และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ของ สวทช. มาประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการประเมินในมิติต่าง ๆ ของ ITA ประกอบด้วย

  1. IIT & EIT (Deep Insight): ใช้เทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูลจากคนในและผู้รับบริการ ลดขั้นตอนซ้ำซ้อนและเพิ่มความแม่นยำ
  2. OIT (Open Data): ตรวจสอบความโปร่งใสผ่านการเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นระบบ

และ 3. PIT (The New Public Voice): ประชาชนมีส่วนร่วมให้คะแนนภาพลักษณ์และความพึงพอใจผ่านแอปพลิเคชันโดยตรง

“อย่าทำให้ ITA กลายเป็นเครื่องมือที่เป็นกระดาษเท่านั้น ไม่ได้ทำจริง จึงขอให้เปลี่ยนกระดาษมาเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาการทุจริตและป้องกันการทุจริต” ศาสตราจารย์ (พิเศษ) วิชา ระบุ

นอกจากนี้ ยังได้มีการพัฒนาแนวคิดการประเมินเพิ่มเติม ในรูปแบบ PIT (Public Integrity Transparency Assessment) ซึ่งเป็นการประเมินภาพลักษณ์ของหน่วยงาน โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมประเมินความพึงพอใจ และความคาดหวังที่มีต่อหน่วยงานสำคัญระดับประเทศ ซึ่งการประเมิน ITA และ PIT ถือเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมมาตรฐานธรรมาภิบาลของหน่วยงานภาครัฐ ช่วยยกระดับความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดความเสี่ยงต่อการทุจริต และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนต่อระบบการบริหารราชการแผ่นดิน

“การทดสอบเครื่องมือการประเมินในระยะนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน 2569 ก่อนนำผลการทดสอบเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาและกำหนดแนวทางดำเนินการในระยะต่อไป การพัฒนาเครื่องมือประเมิน ITA และ PIT ในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความโปร่งใสของภาครัฐไทย เสริมสร้างวัฒนธรรมสุจริต และสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม” ศาสตรจารย์พิเศษ วิชา กล่าวทิ้งท้าย

ภาพ ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช.

  • นวัตกรรมเพื่อความโปร่งใสเมื่อ Traffy Fondue ไม่ได้มีดีแค่แจ้งซ่อม

ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. ในฐานะผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม Traffy Fondue เปิดเผยถึงบทบาทของเทคโนโลยีในโครงการนี้ ว่า สวทช. มุ่งมั่นที่จะใช้ศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนามาตอบโจทย์ระดับประเทศ โดยเฉพาะการสร้างธรรมาภิบาลดิจิทัล (Digital Governance)

“การนำ Traffy Fondue และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ของ สวทช. เข้ามาสนับสนุนการประเมิน ITA และ PIT (Public Integrity Transparency Assessment) ในครั้งนี้ คือการเปลี่ยนรูปแบบการจัดเก็บข้อมูลจากเดิมที่เป็นแบบสอบถามรายปี มาเป็นการรับข้อมูลเชิงลึกแบบ Real-time จากภาคประชาชน ซึ่งจะช่วยให้หน่วยงานภาครัฐเห็นจุดบกพร่องและแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที ไม่ใช่เพียงเพื่อทำคะแนนส่งประเมิน แต่เพื่อสร้างความพึงพอใจและโปร่งใสในสายตาประชาชนอย่างแท้จริง” ดร.วสันต์ กล่าว

ดร.วสันต์ กล่าวว่า สวทช. จะดำเนินการทดสอบเครื่องมือใหม่นี้ร่วมกับคณะอนุกรรมการทั้ง 6 คณะ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน เมษายน 2569 ซึ่งการผนวกเอาพลังของ นวัตกรรมดิจิทัลเข้ากับ “เจตนารมณ์ด้านความโปร่งใส” จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ของประเทศไทยให้สูงขึ้นในระดับสากล ดังนั้นความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการอัปเดตซอฟต์แวร์ แต่คือการอัปเกรดวัฒนธรรมการทำงานของภาครัฐไทยให้ “โปร่งใส ตรวจสอบได้ และรับฟังเสียงประชาชน” ตลอด 24 ชั่วโมงชน” ตลอด 24 ชั่วโมง

ภาพบรรยากาศการแถลงข่าว

แชร์หน้านี้: