หน้าแรก สวทช.-สพฐ.-สถ. ผนึกพลังบูรณาการข้อมูลภาวะโภชนาการนักเรียนทั่วประเทศพัฒนา Big Data นำเทคโนโลยี AI เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสุขภาวะที่ดีของเด็กไทย
สวทช.-สพฐ.-สถ. ผนึกพลังบูรณาการข้อมูลภาวะโภชนาการนักเรียนทั่วประเทศพัฒนา Big Data นำเทคโนโลยี AI เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสุขภาวะที่ดีของเด็กไทย
30 ก.ย. 2564
0
ข่าวประชาสัมพันธ์

28 กันยายน 2564: กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการเชื่อมโยงข้อมูลด้านภาวะโภชนาการของนักเรียนและอาหารกลางวันในโรงเรียนเพื่อการใช้ประโยชน์ร่วมกัน ตั้งเป้าหมายบูรณาการข้อมูล และพัฒนาแพลตฟอร์ม Big Data Analytics ด้านภาวะโภชนาการของนักเรียนและอาหารกลางวันในโรงเรียนทั่วประเทศ ให้หน่วยงานพันธมิตรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีฐานข้อมูลภาวะโภชนาการที่มีคุณภาพ ครอบคลุมประชากรเด็กปฐมวัยและวัยเรียนโดยอ้างอิงเกณฑ์มาตรฐานเดียวกัน เพื่อสนับสนุนการวางแผนนโยบายด้านอาหารในโรงเรียนและสุขภาพนักเรียน นำไปสู่การบริหารจัดการให้เด็กไทยมีสุขภาวะที่ดี

นายณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ สวทช. โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) จะพัฒนาแพลตฟอร์ม  Big Data Analytics ด้านภาวะโภชนาการของนักเรียนและอาหารกลางวันในโรงเรียน โดยเชื่อมโยง ข้อมูลน้ำหนักและส่วนสูงของนักเรียนรายบุคคลจากต้นสังกัดและจาก KidDiary Platform ร่วมกับข้อมูลการจัดอาหารกลางวันจากระบบ Thai School Lunch เนคเทคจะนำเทคโนโลยีด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดกรอง ติดตามและแจ้งเตือนเมื่อพบเด็กที่มีความเสี่ยง และส่งผลการวิเคราะห์กลับไปยังต้นสังกัด โดยจะเปิดให้บุคคลทั่วไปและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลการวิเคราะห์อาหารกลางวันและภาพรวมภาวะโภชนาการของนักเรียนในโรงเรียน เพื่อให้ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาใช้ร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์กับผู้ที่เกี่ยวข้องในทุกระดับอย่างยั่งยืน

นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะร่วมมือกับทุกภาคส่วน ในการเสริมสร้างสุขภาพของเด็กและการพัฒนาการเรียนรู้ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของการจัดการศึกษา  ของกระทรวงศึกษาธิการ โดยได้ส่งเสริมและให้ความสำคัญกับการจัดบริการอาหารกลางวันที่เป็นอาหาร มื้อสำคัญสำหรับเด็กวัยเรียนภายใต้การดูแลของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 29,642 โรงเรียน  มีจำนวนนักเรียนรวม 6,612,199 คน ด้วยเมนูอาหารที่เหมาะสมตามหลักโภชนาการ อีกทั้งนำระบบแนะนำสำรับอาหารกลางวันสำหรับโรงเรียนแบบอัตโนมัติ (Thai School Lunch) มาใช้ในสถานศึกษา นอกจากนี้ยังได้เชื่อมโยงระบบจัดเก็บข้อมูลนักเรียนรายบุคคล (DMC) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กับโปรแกรมบันทึกและคัดกรองการเจริญเติบโตและพัฒนาการเด็กสำหรับโรงเรียน (KidDiary School) เพื่อการเฝ้าระวังภาวะโภชนาการและสามารถจัดอาหารกลางวันที่มีคุณค่าครบถ้วน ครอบคลุม ตามหลักโภชนาการ มีความเหมาะสมกับสุขภาวะของเด็ก ซึ่งจะมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาการเรียนรู้ ทำให้ผู้ปกครองและครอบครัวสามารถเข้าถึงข้อมูลทางโภชนาการและพัฒนาการของบุตรหลานเพื่อร่วมกันดูแลพัฒนาสุขภาพของเยาวชนต่อไป

นายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กล่าวว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการจัดการศึกษา มีความตระหนักอย่างยิ่งที่จะร่วมมือกับทุกภาคส่วน ในการเสริมสร้างสุขภาพของเด็กให้สอดคล้องกับการพัฒนาการเรียนรู้ โดยได้ส่งเสริมให้สถานศึกษาในสังกัด ให้ความสําคัญกับการจัดอาหารกลางวัน ที่เป็นอาหารมื้อสําคัญสําหรับเด็กวัยเรียน ด้วยเมนูอาหารที่เหมาะสมตามหลักโภชนาการ และสามารถเข้าถึงข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการของเด็ก โดยใช้โปรแกรมบันทึกและคัดกรองการเจริญเติบโตและพัฒนาการเด็กสําหรับโรงเรียน (KidDiary School) เพื่อเฝ้าระวังภาวะโภชนาการและจัดอาหารกลางวันให้เหมาะสมกับสุขภาวะของเด็ก นําระบบแนะนําสํารับอาหารกลางวันสําหรับโรงเรียนแบบอัตโนมัติ (Thai School Lunch) ซึ่งเป็นโปรแกรมความร่วมมือระหว่างเนคเทคและสถาบันโภชนาการมาใช้ในสถานศึกษา เพื่อให้การจัดอาหารกลางวันมีความครอบคลุมทั้งหลักโภชนาการ และคุณค่าทางโภชนาการ และจะมีการเชื่อมโยงระบบดังกล่าวกับฐานข้อมูลรายบุคคลของเด็กเล็กและนักเรียนในสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจากระบบสารสนเทศทางการศึกษาท้องถิ่น (LEC) เพื่อให้ผู้ปกครองและครอบครัว สามารถเข้าถึงข้อมูลทางโภชนาการและพัฒนาการของบุตรหลานได้

30 ก.ย. 2564
0
แชร์หน้านี้: