หน้าแรก รัฐบาลผนึกกำลัง สวทช.-ก.พ.ร.-DGA ประกาศขับเคลื่อน“AI-Driven Government Services” พร้อมเปิดตัว “AI Agentic Chatbot” ยกระดับการบริการภาครัฐยุคใหม่ตอบโจทย์ประชาชน

รัฐบาลผนึกกำลัง สวทช.-ก.พ.ร.-DGA ประกาศขับเคลื่อน“AI-Driven Government Services” พร้อมเปิดตัว “AI Agentic Chatbot” ยกระดับการบริการภาครัฐยุคใหม่ตอบโจทย์ประชาชน

6 ส.ค. 2569
0
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์

ภาพหมู่ ผู้บริหาร ก.พ.ร. สวทช. และ DGA ร่วมประกาศความร่วมมือขับเคลื่อน AI-Driven Government Services และเปิดตัว AI Agentic Chatbot

วันที่ 6 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท กรุงเทพฯนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนา “AI for Public Sector: AI-Driven Government Services” ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.), สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA พร้อมด้วยพันธมิตร เพื่อประกาศเจตนารมณ์และแนวทางขับเคลื่อนการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยกระดับการบริหารงานภาครัฐและบริการประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งหวังให้เกิดการยกระดับคุณภาพการให้บริการ ลดขั้นตอนการดำเนินงาน เพิ่มความโปร่งใส และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ประชาชน

ภาพ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษ

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “วิถีใหม่ภาครัฐไทยในยุค AI” ระบุว่า เทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทสำคัญและกำลังเปลี่ยนความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อการให้บริการของภาครัฐ การนำ AI มาใช้จึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพหรือทำให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัลเท่านั้น แต่เป็นโอกาสสำคัญในการทบทวนบทบาทและออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ (Redesign) การเปลี่ยนผ่านสู่ AI-Driven Government ต้องอาศัยข้อมูลภาครัฐที่ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน มีมาตรฐาน และเชื่อมโยงกันได้ เพื่อลดความซ้ำซ้อนและลดภาระของประชาชน นอกจากนี้ การใช้ AI ของภาครัฐต้องคำนึงถึงความปลอดภัย การคุ้มครองข้อมูล ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และที่สำคัญคือต้องรักษาอธิปไตยทางเทคโนโลยีและข้อมูล (Sovereignty) อย่างเคร่งครัด

ภาพ ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าว

ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า ในยุคที่ AI ก้าวจาก Generative AI สู่ Agentic AI หรือระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ สวทช. ในฐานะ Research Engine ของประเทศ พร้อมนำความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยี AI มาเป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศขับเคลื่อน AI-Driven Government Services ด้วย AI มีศักยภาพในการพลิกโฉมการทำงานของภาครัฐอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพระบบงานปฏิบัติการภายใน (Internal Workflow) การยกระดับบริการประชาชน (External Services) ตลอดจนสนับสนุนภารกิจเฉพาะด้านของหน่วยงาน โดยความร่วมมือระหว่าง ก.พ.ร. สวทช. และ DGA ในวันนี้ ถือเป็นการผสานบทบาทที่สำคัญตั้งแต่นโยบาย งานวิจัยพัฒนา ไปจนถึงการขยายผลใช้งานจริง เพื่อเป็นกลไกและจุดเริ่มต้นสำคัญในการขับเคลื่อนบริการภาครัฐยุคใหม่อย่างเป็นรูปธรรม

ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวต่อไปว่า การเปิดตัว AI Agentic Chatbot’ ในวันนี้ ถือจุดเริ่มต้นของความร่วมมือ 3 ฝ่าย เพื่อเป็นบริการนำร่องเชิงรุกในการเชื่อมโยงข้อมูลและบริการภาครัฐให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย  ในจุดเดียว โดยมี Pathumma LLM ที่พัฒนาโดย เนคเทค สวทช. ทำหน้าที่เป็นโมเดลภาษาเบื้องหลัง ซึ่งหากทุกหน่วยงานภาครัฐร่วมกันพัฒนาบนมาตรฐานเดียวกัน การเชื่อมโยงข้อมูลและการยกระดับขีดความสามารถไปสู่ระบบ Agentic AI ข้ามหน่วยงานก็จะเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง การเปลี่ยนผ่านจาก Digital Transformation สู่ AI Transformation อย่างเต็มรูปแบบนี้ จำเป็นต้องตั้งอยู่บนรากฐานของ Sovereign AI เพื่อสร้างความมั่นคงและขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยีภายในประเทศ ควบคู่กับการคุ้มครองความปลอดภัยของข้อมูลราชการ ทั้งนี้ ความสำเร็จดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อเทคโนโลยี บุคลากร กระบวนการ และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ได้รับการบูรณาการและขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและประเทศไทย

สำหรับการประกาศแนวทางความร่วมมือครั้งสำคัญของ 3 หน่วยงานเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้แนวคิด “ก้าวสู่ AI ยุคใหม่ ยกระดับภาครัฐไทย ให้บริการประชาชน” ได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงร่วมประกาศเจตนารมณ์ นำโดย นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการ ก.พ.ร. ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. และ ดร.ณัฐวัชร์ วรนพกุล รองผู้อำนวยการ DGA

ความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นการบูรณาการบทบาทหน้าที่อย่างเป็นระบบ เริ่มจาก ก.พ.ร. กำหนดทิศทาง ขับเคลื่อนนโยบายและเป้าหมายยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการ ควบคู่ไปกับการสนับสนุนให้หน่วยงานรัฐนำ AI ไปประยุกต์ใช้ในหน่วยงานนำร่อง ในขณะที่ สวทช. จะเป็นหน่วยงานหลักในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี AI ไปสนับสนุน โดยมี Pathumma LLM เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถต่อยอดเป็นบริการที่เหมาะสมกับบริบทของภาครัฐ เช่น AI Agentic Chatbot และ Pathumma Connect ส่วน DGA จะทำหน้าที่เชื่อมโยงบริการเหล่านี้เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลส่วนกลาง พร้อมผลักดันการใช้งานจริงภายใต้หลัก AI Governance เพื่อให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยและน่าเชื่อถือ  

แชร์หน้านี้: