9 องค์กรชั้นนำ จับมือขับเคลื่อนองค์กรไทยสู่ยุค AI BDE เปิดตัวกรอบนวัตกรรม AI แห่งอาเซียน (AITIF) หนุนเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ AI อย่างรับผิดชอบ-ยั่งยืน

(วันที่ 4 มีนาคม 2569) ณ ห้องประชุมพระวิษณุ ชั้น 3 โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น หลักสี่ กรุงเทพฯ: กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. และดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.) เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การส่งเสริมและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านนวัตกรรม AI ไปสู่องค์กร ภายใต้กรอบแนวทางการเปลี่ยนผ่านนวัตกรรม AI ของอาเซียน ร่วมกับ 8 องค์กรชั้นนำในการขับเคลื่อน AI ประกอบด้วย 1. สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 2. สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 3. สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 4. สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย 5. สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย 6. มูลนิธิเพื่อการพัฒนาดิจิทัล 7. บริษัท กสิกร แล็บส์ จำกัด และ 8. บริษัท ปูนชิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)

การลงนามความร่วมมือครั้งนี้จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ภายใต้งานประชุมสัมมนาเพื่อเผยแพร่ผลการศึกษาโครงการพัฒนากรอบแนวทางการเปลี่ยนผ่านนวัตกรรม AI ของอาเซียน (ASEAN AI Transition Innovation Framework : AITIF) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการนำกรอบแนวทางการเปลี่ยนผ่านนวัตกรรม AI ของอาเซียน มาใช้ในการเปลี่ยนผ่านนวัตกรรม AI ขององค์กร และการพัฒนาบุคลากรไทยให้มีความพร้อมในการใช้และพัฒนา AI รวมถึงสร้างเครือข่ายความร่วมมือการพัฒนากรอบแนวทางการเปลี่ยนผ่านนวัตกรรม AI ของอาเซียน ให้รองรับการปรับเปลี่ยนทางด้าน AI และกรอบความตกลงที่เกี่ยวข้องภายใต้ประชาคมอาเซียน ทั้งยังเป็นการร่วมกันแบ่งปัน และเผยแพร่ความรู้ ประสบการณ์การนำ AI มาใช้ในองค์กรอย่างเหมาะสมและปลอดภัย

โอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในฐานะหน่วยงานหลักที่มีบทบาทสำคัญในการร่วมขับเคลื่อน แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (National AI Strategy: NAIS) ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อนำกรอบแนวทาง AITIF มาประยุกต์ใช้ในการยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของไทย โดยทาง สวทช. มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจาก “ผู้ใช้” มาเป็น “ผู้สร้าง” นวัตกรรม AI ผ่านการสนับสนุนงานวิจัยและการทดสอบมาตรฐาน เพื่อให้เทคโนโลยี AI ที่นำมาใช้นั้นมีความปลอดภัยและน่าเชื่อถือ สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและแนวทางของอาเซียน
“สวทช. มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรในการขับเคลื่อนกรอบแนวทาง AITIF ในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่สอดรับกับ ยุทธศาสตร์ AI ชาติ (NAIS) ของเราโดยตรง โดยเฉพาะในด้านการพัฒนาบุคลากรและการเตรียมความพร้อมของข้อมูล เรามองว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ต้องเป็นเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาอย่างมีจริยธรรมและยั่งยืน”

ภายใต้ความร่วมมือนี้ สวทช. พร้อมที่จะเป็นกลไกหลักในการสนับสนุนทั้งโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ThaiSC (Supercomputer) และการวิจัยพัฒนา เพื่อให้องค์กรไทยสามารถนำกรอบทักษะ AI Literacy และเครื่องมือประเมินความพร้อม (AI Readiness) ไปใช้ได้จริง ซึ่งจะช่วยลดช่องว่างทางเทคโนโลยี และสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคอุตสาหกรรมในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI ได้อย่างมั่นคงและปลอดภัยในระดับสากล” ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ กล่าว

ด้าน นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ได้เป็นประธานการประชุมสัมมนา พร้อมเผยแพร่ผลการศึกษาโครงการพัฒนากรอบแนวทางการเปลี่ยนผ่านนวัตกรรม AI ของอาเซียน (ASEAN AI Transition Innovation Framework : AITIF) พร้อมเปิดเผยว่า ประเทศไทยได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งมีตัวเลขที่น่าสนใจจากรายงาน AI Ready ASEAN Research ประจำปี 2569 ระบุว่า เยาวชนไทยกว่าร้อยละ 90 และบุคลากรทางการศึกษากว่าร้อยละ 80 มีการนำ AI มาใช้ในการเรียนการสอนและการทำงานอย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางอัตราการเติบโตที่รวดเร็วนี้กลับชี้ให้เห็นถึงความท้าทายสำคัญในด้านความพร้อมและจริยธรรมในการใช้งาน ที่ยังคงเป็นช่องว่าง โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไป จนอาจกระทบต่อทักษะการคิดวิเคราะห์ รวมถึงปัญหาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เพิ่มสูงขึ้น

นายเวทางค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับโครงการฯ ภายใต้กรอบความร่วมมืออาเซียนฯ ประเทศสมาชิกอาเซียนได้ร่วมกันศึกษาและพัฒนากรอบแนวทางการเปลี่ยนผ่านนวัตกรรม AI ของอาเซียน ที่มุ่งเน้นการวางรากฐานที่แข็งแกร่ง เพื่อเป็นเข็มทิศให้กับประเทศไทยและอาเซียนได้นำไปใช้ประโยชน์ ประกอบด้วย 1. กรอบทักษะความเข้าใจและการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI Literacy Framework) 2. รายการทักษะวิชาชีพปัญญาประดิษฐ์และอนุกรมวิธานทักษะวิชาชีพปัญญาประดิษฐ์ (AI Skill Checklist and AI Skill Taxonomies) และ 3. เครื่องมือประเมินความพร้อมด้าน AI (AI Readiness Assessment Tool) ซึ่งทั้ง 3 สิ่งนี้ คือหัวใจสำคัญของการเตรียมความพร้อมสู่การเปลี่ยนผ่านนวัตกรรม AI ของอาเซียนและสนับสนุนให้เกิดการนํากรอบแนวทางการเปลี่ยนผ่านมาใช้ทั้งในระดับบุคคลและองค์กร ให้มีความพร้อมในการใช้และพัฒนา AI เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืน โดยหลักสำคัญของกรอบแนวทาง AITIF คือการส่งเสริมแนวคิด Hybrid AI ที่ผสมผสานทั้งแนวทางขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven) และองค์ความรู้ (Knowledge-Driven) เข้าด้วยกัน บนหลักการ “เป็นธรรม ครอบคลุม และทั่วถึง” เพื่อให้มั่นใจว่า พลเมืองอาเซียนจะใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีความรับผิดชอบและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล








