ยุทธศาสตร์วิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมข้าว (พ.ศ. 2554-2559)
ภายใต้แผน กลยุทธ์การวิจัยและพัฒนา สว
ทช. ระยะที่ 2 พ.ศ. 2554 – 2559
(Strategic Planning Alliance II: SPAII)
อุตสาหกรรมข้าวของประเทศไทย ประกอบด้วยการผลิตข้าว อุตสาหกรรมแปรรูปข้าว และอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่ใช้ผลิตภัณฑ์จากการแปรรูป ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตข้าวรายใหญ่อันดับที่ 6 รองจากสาธารณรัฐประชาชนจีน อินเดีย อินโดนีเซีย บังคลาเทศ และเวียดนาม ตามลำดับ ประเทศไทยผลิตข้าวได้ปีละ ประมาณ 30-31 ล้านตัน ข้าวเปลือก หรือประมาณ 20 ล้านตันข้าวสาร ผลผลิตข้าวร้อยละ 55 ใช้บริโภคในประเทศ ที่เหลือร้อยละ 45 ส่งออกตลาดต่างประเทศ สร้างรายได้และนำเงินตราเข้าประเทศปีละประมาณ 170,000 -200,000 ล้านบาท ครองตำแหน่งผู้ส่งออกข้าวอันดับหนึ่งของโลก ระยะเวลายาวนานกว่า 30 ปี เกี่ยวข้องกับชาวนามากกว่า 3.7 ล้านคน จากเกษตรกรทั้งประเทศ 5.6 ล้านครัวเรือน หรือคิดเป็นร้อยละ 66 ของครัวเรือนเกษตรกรทั้งหมด นับได้ว่าอุตสาหกรรมข้าวมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
ดาวน์โหลดเอกสาร : PDF format [1.67 MB]
คลิกเพื่อดูผลงานต่างๆ ของอุตสาหกรรมข้าว
ยุทธศาสตร์วิจัยและพัฒนาด้านเมล็ดพันธุ์ (พ.ศ. 2554-2559) ภายใต้แผนกลยุทธ์การวิจัยและพัฒนา สวทช. ระยะที่ 2 พ.ศ. 2554-2559
อุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์เป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำที่สำคัญ มีผลต่อปริมาณและคุณภาพ
ของผลผลิตทางการเกษตร มีความสำคัญในแง่ความมั่งคงของประเทศ ความมั่งคงด้านอาหาร โดยการพึ่งพาสายพันธุ์ที่พัฒนาเองในประเทศ พันธุ์ที่มีการปรับตัวได้ดีในการเพาะปลูกในประเทศ หรือในประเทศเขตร้อนเมล็ดพันธุ์เป็นสินค้าเกษตรที่เป็นผลิตภัณฑ์ปริมาณต่ำ มูลค่าเพิ่มสูง มีผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกร และอุตสาหกรรมต่อเนื่องต่างๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร และเทคโนโลยีมีบทบาทสูงต่อการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ ตัวอย่างเช่น เมล็ดพันธุ์มะเขือเทศลูกผสมบางพันธุ์ราคากิโลกรัมละ 200,000 บาท การผลิตเมล็ดพันธุ์ให้ผลตอบแทนสูงต่อเกษตรกรโดยสร้างรายได้ต่อครอบครัวตั้งแต่ 10,000 ถึง 100,000 บาท ภายในเวลา 4-5 เดือน ในพื้นที่เพาะปลูกเพียง 1-2 ไร่ จึงเหมาะกับเกษตรกรรายย่อยที่มีฝีมือ
เทคโนโลยีชีวภาพมีบทบาทสูงต่อการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ โดยช่วยร่นระยะเวลาในการพัฒนาพันธุ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การปรับปรุงพันธุ์เพื่อให้พืชปรับตัวต่อผลกระทบ อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ทั้งการต้านทานต่อโรคแมลง ทนร้อน ทนแล้ง หรือพันธุ์ที่มีการใช้น้ำและปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ
ดาวน์โหลดเอกสาร : PDF format [2.26 MB]
ยุทธศาสตร์งานวิจัยของประเทศไทย การพัฒนาคุณค่าความหลากหลายทางชีวภาพ (พ.ศ. 2555-2559) และโปรแกรมทรัพยากรชีวภาพ

ความหลากหลายทางชีวภาพเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์สร้างความสมดุลทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประเทศไทยตั้งอยู่ใน hotspot ที่เรียกว่า "Indo-Burma" ที่ถูกจัดอันดับให้อยู่ในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพที่มีความสำคัญสูงสุด 8 อันดับแรกของโลก และเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพต่อหน่วยพื้นที่สูงเป็นอันดับรองจากประเทศเอกวาดอร์ ประมาณว่าประเทศไทยมีหลากหลายของชนิดสิ่งมีชีวติราวร้อยและ 10 ของโลก
ประเทศไทยมีการสั่งสมภูมิปัญญาที่เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพมายาวนาน โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากสมุมไพรทั้งในรูปของอาหารและยารักษาโรคหลายรูปแบบรวมถึงการใช้จุลินทรีย์ในอาหารหมักดอง อย่างไรก็ดี ยังเป็นรูปแบบการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพโดยตรงและมีมูลค่าไม่สูง
ในขณะเดียวกัน พื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทยถูกทำลายอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วม ภัยแล้งและภัยธรรมชาติบ่อยครั้งและรุนแรงมากขึ้น ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งลดความอุดมสมบูรณ์ลงการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ต้องใช้ความรู้และบุคลากรหลายด้าน จึงมีการจัดตั้งแหล่งทุนสนับสนุนการวิจัย ความหลากหลายทางชีวภาพขนาดใหญ่ของประเทศขึ้นในปี พ.ศ. 2539 คือ โครงการพัฒนาองค์ความรู้และศึกษานโยบายการจัดการทรัพยากรชีวภาพในประเทศไทย (โครงการ BRT) ทำให้เกิดการขยายตัวของความรู้ มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เกิดนักวิจัยรุ่นใหม่ที่เข้าไปเพิ่มและทดแทนบุคลากรในหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง
ดาวน์โหลดเอกสาร : PDF format [5.35 MB]
(ร่าง) ยุทธศาสตร์โปรแกรมยาง ภายใต้แผนกลยุทธ์การวิจัยและพัฒนา สวทช. ระยะที่ 2 พ.ศ. 2554-2559
ยางธรรมชาติหรือยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของประเทศชนิดหนึ่ง เนื่องจากสามารถทำรายได้ให้ประเทศจากการส่งออกยางดิบ น้ำยางข้น ผลิตภัณฑ์ยาง ไม้ยาง และผลิตภัณฑ์ไม้ยาง ไม่ต่ำกว่าปีละ 361,180 ล้านบาทคิดเป็นร้อยละ 6.89 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดหรือ ร้อยละ 4.26 ของ GDP นอกจากนี้ยางพารายังเกี่ยวข้องกับเกษตรกรและครอบครัวเกษตรกรอีก 6 ล้านคน และก่อให้เกิดการจ้างงานในอุตสาหกรรมอีกประมาณ 80,000 คน ยางพาราเป็นวัสดุที่โลกจะขาดไม่ได้ ความต้องการยางพาราของโลกจะมีอยู่ตลอดไป ดังนั้น ยางธรรมชาติจะเป็นทรัพยากรหลักที่สามารถทำรายได้ให้ประเทศ ได้อย่างยั่งยืนโดยไม่ประสบปัญหาการกีดกันทางการค้า ด้วยเหตุนี้การวิจัยและพัฒนาอย่างครบวงจรตลอดสายโซ่การผลิตตั้งแต่การพัฒนาต้นยางและการปลูกเพื่อให้ได้ปริมาณน้ำยางและเนื้อไม้ยางสูงสุด การพัฒนาเทคโนโลยีการแปรรูปน้ำยางเป็นยางแห้งและน้ำยางข้นให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ไม่ก่อให้เกิดปัญหามลพิษและให้มีคุณภาพสม่ำเสมอ และการวิจัยเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากยางพาราได้แก่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางและผลิตภัณฑ์ไม้ยางทั้งในด้านการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพผลิตภัณฑ์ จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับประเทศไทย เพื่อให้ประเทศไทยสามารถสร้างรายได้จากยางพาราได้มากยิ่งขึ้นและอย่างยั่งยืน
ดาวน์โหลด์เอกสาร : PDF format [3.20 MB]
เว็บไซต์ TED.com นับเป็นอีกหนึ่งเว็บไซต์ที่มีการพูดถึงกันในวงการวิชาการโดยเฉพาะวงการวิชาการที่ขับเคลื่อนด้วย Social Media / Social Network ว่าเป็นเว็บที่นำเสนอ Clip Video จากนักพูดชั้นนำจากหลากหลายสาขาอาชีพ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจบนธีม “idea worth spreading : ความคิดดีๆ สมควรที่จะเผยแพร่”

TED ย่อมาจาก Technology, Entertainment และ Design เป็นองค์กรไม่หวังผลกำไรที่ดำเนินการจัดการประชุมโดยเอาคนที่มีความคิดหรือว่าผลงานที่น่าสนใจมาบรรยายสิ่งที่ตนคิด ตนทำ ภายในเวลาไม่เกิน 18 นาที ทั้งนี้ TED มีรายได้มาจากผู้สนับสนุนและจากค่าธรรมเนียมของการเข้าร่วมสัมมนาในแต่ละปี ก่อตั้งขึ้นมาโดย Richard Saul Wurman ตั้งแต่ปี 1984 โดยจุดเริ่มต้นนั้นเริ่มจากงานสัมมนาในหัวข้อสามหัวข้อข้างต้น แต่ปัจจุบันได้ขยายสาขาเพิ่ม เช่น วิทยาศาสตร์ ศิลปะ ธุรกิจ เทคโนโลยี สังคม และความเป็นไปในโลกใบนี้ TED จึงเป็นแหล่งพบปะของผู้ที่สนใจหาแสวงหาความรู้และมุมมองใหม่ๆ รวมทั้งพบปะกับผู้มีชื่อเสียงจำนวนมากที่มีความรู้ ความสามารถ เช่น Bill Clinton อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ Gordon Brown อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ James D. Watson เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์การแพทย์ Al Gore อดีตผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีและเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพผลงานปลุกกระแสโลกร้อน Sergey Brin และ Larry Page สองผู้ก่อตั้ง Google Bill Gates อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารไมโครซอร์ฟ
TED เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ โดยการลงทะเบียนแบบเสียค่าใช้จ่าย รวมทั้งการเรียนรู้ผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ตในรูปแบบของ Clip Videio โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ คนไทยก็สามารถร่วมรับชม รับฟังได้สะดวกเพราะภายในเว็บมีการแปลออกมาเป็นภาษาต่างๆ ให้รับชมมากมายหลายภาษา รวมทั้งภาษาไทย โดยการเปิดให้อาสาสมัครชาวไทยเข้ามาร่วมกันแปล Subtitle ไทยสำหรับเรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจดีๆ ให้ดูกันแล้วมากกว่า 200 เรื่อง

นอกจากนี้ TED ยังมีการขยายผลออกเป็น TEDxYouth อีกหนึ่งเวทีที่ขยายโอกาสและพื้นที่ให้เด็กและเยาวชน ในประเทศไทยก็เข้าร่วมกิจกรรมดีๆ นี้ภายใต้ชื่อ TEDxBKK

หวังว่า TED และเครือข่าย TED คงเป็นอีกหนึ่งสื่อที่สร้างแรงบันดาลใจให้ทุกท่านได้
ยุทธศาสตร์วิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมมันสำปะหลังประเทศไทย (พ.ศ. 2555-2559) 
ตั้งแต่ พ.ศ. 2549 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ปรับเปลี่ยนระบบบริหารจัดการ การวิจัยและพัฒนาในลักษณะแผนกลยุทธ์ (Strategic Planning Alliance : SPA) ที่มุ่งเน้นการบูรณาการในรูปแบบโปรแกรมหลัก (Program-based) เพื่อให้การดำเนินงานตามพันธกิจ มีเป้าหมายชัดเจนและส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศสูงสุด ภายใต้การบริหารจัดการของฝ่ายบริหารคลัสเตอร์และโปรแกรวิจัย ( Cluster and Program Management Office : CPMO)
ดาวน์โหลด์เอกสาร : PDF format [3.20 MB]
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการภัยพิบัติ และตัวอย่างงานวิจัยและนวัตกรรมในประเทศไทย เป็นเอกสารเผยแพร่ในการประชุมวิชาการ สวทช. ประจำปี 2555 (NAC2012: รู้สู้พิบัติภัย ไปกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) ซึ่งนำเสนอแนวคิด บทเรียนจากเหตุการณ์ภัยพิบัติที่สำคัญทั้งในและ ต่างประเทศ รวมถึงตัวอย่างของการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมามาประยุกต์ใช้ในการบริหาร จัดการภัยพิบัติของต่างประเทศ รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวกับผลงานวิจัยพัฒนา และนวัตกรรมเพื่อการบริหารจัดการภัยพิบัติ ที่มีการสร้างสรรค์ในหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชนไทย เพื่อเป็นการจุดประกายในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างหน่วยงาน รวมไปถึงการสร้างความตระหนักถึงงานนวัตกรรมดีๆ ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในประเทศไทยให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบ

|
สวทช. หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เอกสารฉบับนี้ จะเป็นก้าวหนึ่งที่สำคัญ ให้ผู้ที่ทำงานในการรังสรรค์นวัตกรรมต่างๆ เพื่อการบริหารจัดการภัยพิบัติ ได้มีการรวมกลุ่มเพื่อต่อยอดองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของกัน และกันต่อไป เราอาจจะห้ามภัยพิบัติไม่ให้เกิดขึ้นไม่ได้ แต่เราสามารถร่วมกันป้องกัน เตรียมพร้อม และลดผลกระทบจากภัยพิบัติต่างๆ เหล่านั้นด้วยการบูรณาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ากับการบริหารจัดการ และการเตรียมพร้อมในด้านอื่นๆ
ดาวน์โหลดเอกสาร: PDF format [15.9 MB] ePub format [19.8MB]
|
(ร่าง) ยุทธศาสตร์วิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมข้าว (พ.ศ. 2554-2559) ภายใต้แผน กลยุทธ์การวิจัยและพัฒนา สวทช. ระยะที่ 2 พ.ศ. 2554 – 2559 (Strategic Planning Alliance II: SPAII)
อุตสาหกรรมข้าวของประเทศไทย ประกอบด้วยการผลิตข้าว อุตสาหกรรมแปรรูปข้าว และอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่ใช้ผลิตภัณฑ์จากการแปรรูป ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตข้าวรายใหญ่อันดับที่ 6 รองจากสาธารณรัฐประชาชนจีน อินเดีย อินโดนีเซีย บังคลาเทศ และเวียดนาม ตามลำดับ ประเทศไทยผลิตข้าวได้ปีละประมาณ 30-31 ล้านตัน ข้าวเปลือก หรือประมาณ 20 ล้านตันข้าวสาร ผลผลิตข้าวร้อยละ 55 ใช้บริโภคในประเทศ ที่เหลือร้อยละ 45 ส่งออกตลาดต่างประเทศ สร้างรายได้และนำเงินตราเข้าประเทศปีละประมาณ 170,000 -200,000 ล้านบาท ครองตำแหน่งผู้ส่งออกข้าวอันดับหนึ่งของโลก ระยะเวลายาวนานกว่า 30 ปี เกี่ยวข้องกับชาวนามากกว่า 3.7 ล้านคน จากเกษตรกรทั้งประเทศ 5.6 ล้านครัวเรือน หรือคิดเป็นร้อยละ 66 ของครัวเรือนเกษตรกรทั้งหมด นับได้ว่าอุตสาหกรรมข้าวมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
ดาวน์โหลดเอกสาร : PDF format [1.08 MB]
จากความต้องการในการผลักดันโครงการวิจัยและพัฒนารถอเนกประสงค์เพื่อการใช้งานเกษตรกรรมของประเทศไทย ของนักวิจัย สวทช. โดยการพัฒนาชิ้นส่วนพื้นฐานที่ได้มาตรฐานและใช้เครื่องยนต์ดีเซลลูกสูบเดียว เพื่อให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ของโครงการวิจัยดังกล่าว สวทช. จึงได้จัดทำเอกสารข้อเสนอเชิงนโยบายดังกล่าว เพื่อเป็นการรวบรวมข้อมูลที่สำคัญในคือการจดทะเบียนรถอเนกประสงค์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้งนำเสนอยุทธศาสตร์ทางเลือกเพื่อการจดทะเบียนรถอเนกประสงค์ของประเทศไทย เพื่อให้เกิดการนำรถดังกล่าวไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในพื้นที่ชนบทและพื้นที่เกษตรกรรม อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนและผลักดันให้เกิดอุตสาหกรรมรถประเภทดังกล่าวในประเทศอีกด้วย ทั้งนี้รายละเอียดของยุทธศาสตร์ปรากฏอยู่ในเอกสารดังกล่าวนี้ Download เอกสาร
Continue reading “เอกสารข้อเสนอเชิงนโยบายเรื่อง แนวทางการจดทะเบียนรถอเนกประสงค์เพื่อการใช้งานรถเกษตรกรรมของประเทศไทย”