Continue reading “ประกาศเรื่อง ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580)”
Archives: คลังความรู้
Facebook บังคับให้ Login ใหม่ อาจไม่ปลอดภัยสำหรับคุณ
หลายคนที่ไม่ได้ติดตามข่าวในช่วงปลายเดือนกันยายน (2561) ที่ผ่านมา แล้วพบว่า FACEBOOK แจ้ง SESSION EXPIRE ให้ทำการ Login ใหม่ “คุณรู้ไหมครับว่าคุณมีความเสี่ยงโดนขโมย Access Token” หรือขโมยความลับในการเข้าสู่ FACEBOOK ของคุณไปแล้ว และ F่ACEBOOK โดนขโมยไปกว่า 50 ล้านบัญชี !! ฟังไม่ผิดครับ เรื่องนีได้รับการเปิดเผยจาก FACEBOOK เอง โดยเหล่า Engineer พบความผิดปกติในการโจมตีและทำการแก้ไขโดยการเปลี่ยน TOKEN ใหม่ให้กับผู้ใช้ทั้งหมด แต่ก็ไม่อาจรู้ได้ว่าทันการหรือไม่ นับเป็นข่าวร้ายที่ FACEBOOK ต้องเจอถัดจากการนำข้อมูลไปใช้ในทางมิชอบก่อนหน้านี้
แล้วเราต้องทำอย่างไรต่อไป ?
FACEBOOK แจ้งว่า ได้ทำการปรับปรุง Access Token ใหม่หมดและหากคุณไม่มั่นใจ คุณสามารถเพิ่มความปลอดภัยได้ดังนี้
1. Log out FACEBOOK ในทุก Device ของคุณ
2. ทำการเปลี่ยน PASSWORD ใหม่ให้คาดเดายาก
3. ตรวจสอบการทำกิจกรรมใน FACEBOOK ของคุณ เพื่อตรวจสอบกิจกรรมแปลกปลอมที่คุณไม่ได้สร้างเอง เช่น ไลค์เพจอื่นโดยไม่ใช่คุณเป็นคนทำ
4. ทำการ Backup ข้อมูลสำคัญหรือข้อความลับของคุณออกจาก FACEBOOK แล้ว ลบออกจากระบบ เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง
เป็นคำแนะนำที่ทางผู้เขียนแนะนำเสริมว่าควรตรวจตราให้ดีครับ และถ้าไม่มั่นใจก็อย่าใส่ข้อมูลที่เป็นความเสี่ยง เช่น ที่อยู่ เบอร์โทร ร้านประจำ ให้เป็นเป้าหมายครับ คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมจากข่าวได้ที่นี่ครับ https://www.digitaltrends.com/computing/latest-facebook-attack-leaves-50-million-accounts-compromised/
Internet Of Thing ด้วย Netpie ง่ายกว่าที่คิด
หลาย ๆ คนคงมีความฝันที่จะควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านได้ง่ายแค่ปลายนิ้วผ่านมือถือนึกถึงภาพการเปิดแอร์เย็น ๆ รอเราก่อนกลับบ้านครึ่งชั่วโมง เปิดบ้านแล้วเย็นชื่นใจ หรือจะควบคุมการเปิดปิดของไฟให้ง่ายดายด้วยนิ้วมือผ่านมือถือ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ในปัจจุบันสามารถทำได้ง่าย ๆด้วยการนำอุปกรณ์ควบคุมที่เราเรียกว่า Smart Device หรือ Thing เป็นแกนกลางเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ข้างต้น แล้วเขียนโปรแกรมผ่านตัวควบคุมเข้าระบบ internet โดยมี NETPIEทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ให้คุยกันได้บนโปรแกรมและตัวควบคุมนั้น ๆ ก็เป็นอันเสร็จสิ้น

NETPIE เป็น Platform As A Service ที่ให้บริการโดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC)ให้บริการแบบไม่คิดค่าใช้จ่าย สำหรับผู้ที่สนใจเข้าใช้งาน NETPIE นั้นง่ายมากครับ แค่เข้าถึงเว็บไซต์ https://netpie.io/ ทำการสมัครเป็นสมาชิกและทำตาม Tutorial ที่มีระดับความยากง่ายและคำแนะนำต่าง ๆ อย่างเป็นขั้นตอนเรียกได้ว่า รองรับตั้งแต่ผู้ที่ไม่เคยทำไปจนถึงผู้ที่สามารถต่อยอดไปในเชิงอุตสาหกรรมได้เลยทีเดียวขอแค่คุณมีความสนใจและตั้งใจก็รับรองว่าทำได้ไม่ยากครับหากใครสนใจข้อมูล NETPIE สามารถเข้าอ่านรายละเอียดได้ที่นี่ครับ https://netpie.io/ เพราะนี่คือ สวทช. งานวิจัยดี ๆ ที่ใช้ได้จริงและต่อยอดได้จริง เพื่อคนไทยทุกคนครับ
Livraria Lello: หนึ่งในร้านหนังสือที่เก่าแก่และสวยงามที่สุดในโลก
เยี่ยมชม Livraria Lello ร้านหนังสือที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในโลกและเป็นสถานที่ที่สร้างแรงบันดาลใจในการเขียนแฮร์รี่ พอตเตอร์ นวนิยายแฟนตาซีที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักทั่วโลกของ เจ. เค. โรว์ลิง
Livraria Lello คือร้านหนังสือที่สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1881 ปัจจุบันมีอายุ 137 ปี ตั้งอยู่ในเมืองโปร์ตู (Porto) ประเทศโปรตุเกส เมืองที่องค์การเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติคัดเลือกและขึ้นทะเบียนเป็นให้เป็นเมืองมรดกโลก โดย ในปี ค.ศ. 1996 ในด้านสถาปัตยกรรม ร้านหนังสือแห่งนี้สร้างตามแบบ Neo-Gothic architecture หรือ Victorian architecture ลักษณะสำคัญของสถาปัตยกรรมแบบนี้คือผนังเปิดกว้างและลายเส้นซับซ้อน ซึ่งเมื่อเดินเข้าไปภายใน Livraria Lello ต้องสะดุดตากับบันไดไม้วน 2 ชั้น ที่ตั้งเด่นอยู่กลางห้องโถง พื้นบันไดสีแดงสดตัดกับสีน้ำตาลเข้มของราวบันได พื้นห้อง ตู้และชั้นวางหนังสือไม้ ทำให้บรรยากาศภายในดูขลังและสง่างาม อีกจุดหนึ่งที่โดดเด่นคือเพดานที่ประดับด้วยกระจกสีบานใหญ่
จากความสวยงามและโดดเด่นของ Livraria Lello ทำให้ร้านหนังสือแห่งนี้ได้รับการเลือกจากนิตยสาร หนังสือพิมพ์และสำนักข่าวชั้นนำของโลก เช่น The Guardian (ค.ศ. 2008) Lonely Planet (ค.ศ. 2012) Time Magazine (ค.ศ. 2015) และ The Telegraph (ค.ศ. 2017) ให้เป็นหนึ่งในร้านหนังสือที่สวยงามที่สุดในโลก
นอกจากนี้ ร้านหนังสือแห่งนี้ ยังเป็นร้านหนังสือที่ เจ. เค. โรว์ลิง นักเขียนนวนิยายชาวอังกฤษ แวะเวียนมาบ่อยครั้ง เมื่อสมัยเป็นครูสอนภาษาอังกฤษในเมืองโปร์ตู และร้านหนังสือนี้ก็เป็นหนึ่งในสถานที่ที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่เธอในการเขียนแฮร์รี่ พอตเตอร์ นวนิยายแฟนตาซีเรื่องราวการผจญภัยของพ่อมดวัยรุ่นชื่อ แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับเพื่อน ซึ่งได้รับความนิยมอย่างล้นหลามและประสบความสำเร็จเป็นที่รู้จักทั่วโลก
หากมีโอกาสได้เดินทางมายังเมืองโปร์ตู ประเทศโปรตุเกส ไม่ควรพลาดมาเยี่ยมชมร้านหนังสือ Livraria Lello แห่งนี้ สถานที่สำคัญและน่าสนใจทั้งในแง่ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมและวรรณกรรม โดยผู้เข้าเยี่ยมชมจะต้องเสียค่าเข้าชมคนละ 5 ยูโร โดยสามารถนำตั๋วเข้าชมเป็นส่วนลดในการซื้อหนังสือในร้านและรับของที่ระลึกคือหนังสือแนะนำเกี่ยวกับ Livraria Lello

ด้านหนัาของ Livraria Lello
บันไดไม้วน 2 ชั้น สีแดงสด

เครื่องไม้แกะสลักบริเวณชั้นล่างของร้าน

บรรยากาศบริเวณชั้นล่างของร้าน
เพดานกระจกสี
องค์ประกอบของโครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพของประเทศ (National Quality Infrastructure (NQI))
NQI ประกอบด้วย 5 ส่วน ได้แก่ การมาตรฐาน (standardization) การทดสอบ (testing) การวัด (measurement) การรับรองเป็นลายลักษณ์อักษร (certification) และการรับรองคุณภาพ (accreditation)
– การมาตรฐาน สร้างมาตรฐานระดับชาติและนานาชาติซึ่งระบุวิธีที่สิ่งของควรจะถูกทำโดยวิธีที่ยอมรับได้ร่วมกัน
– การทดสอบและการวัด นำข้อกำหนดและมาตรฐานไปปฏิบัติเพื่อทำให้เกิดความถูกต้องและความสอดคล้อง
– การรับรองเป็นลายลักษณ์อักษร ทำให้คนใช้มาตรฐานและหลักเกณฑ์ในทางที่ถูกต้อง
– การรับรองคุณภาพ ทำให้คนมีศักยภาพในการทำการทดสอบ การรับรองเป็นลายลักษณ์อักษร และการตรวจสอบ
ที่มา: The value of a National Quality Infrastructure. UKQI. Retrieved September 21, 2018, from http://ukqi.org/value-of-nqi/
ประโยชน์ของ NQI (National Quality Infrastructure)
การค้าระดับประเทศด้วย NQI ที่ไว้วางใจได้มีประโยชน์หลายอย่าง ได้แก่
– ใช้มาตรฐานสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่า ปลอดภัยกว่า ยั่งยืนมากกว่า
– ความรู้จากมาตรฐานและเทคนิคการวัดทำให้มีนวัตกรรมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์มากขึ้น
– การค้าภายในประเทศเพิ่มขึ้น
– มีการคุ้มครองผู้บริโภคมากขึ้น
ในเวลาเดียวกัน
– อุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้าระหว่างประเทศลดลง
– มีน้อยกว่าทำซ้ำหรือแข่งขันมาตรฐาน การทดสอบ ข้อบังคับ และการรับรองคุณภาพ ดังนั้นค่าใช้จ่ายของการค้าระหว่างประเทศลดลง
– ผลิตภัณฑ์และบริการแข่งขันระหว่างประเทศ
– ประเทศสามารถนำเสนอมุมมองอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าในการประชุมระดับนานาชาติและจัดการการพัฒนาของกฎระหว่างประเทศ
ผลสุทธิคือการมีส่วนร่วมมากขึ้นในการค้าทั่วโลกและความสมดุลมากขึ้นของการจ่ายเงิน
สำหรับเศรษฐกิจกำลังพัฒนาและเปลี่ยนแปลง NQI เป็นพื้นฐานสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจและความสำเร็จที่มากขึ้น
ที่มา: The value of a National Quality Infrastructure. UKQI. Retrieved September 21, 2018, from http://ukqi.org/value-of-nqi/
ประโยชน์ของการจัดการความรู้
ประโยชน์ของการจัดการความรู้
- ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ดีกว่าและเร็วกว่า
- ทำให้ง่ายที่จะพบข้อมูลและแหล่งที่สำคัญ
- ทำให้เกิดการใช้ซ้ำความคิด เอกสาร และความชำนาญ การใช้ซ้ำดีต่อองค์กรเพราะลดการทำงานซ้ำ ไม่ทำให้เกิดปัญหา ประหยัดเวลา และทำให้เกิดความก้าวหน้า
- ไม่ทำให้เกิดการทำงานที่ซ้ำซ้อน
- ไม่ทำให้เกิดการทำผิดเป็นครั้งที่สอง การจัดการความรู้ทำให้เกิดการแบ่งปัน lessons learned ไม่เพียงเกี่ยวกับความสำเร็จ แต่ยังเกี่ยวกับความล้มเหลว
- ทำให้ได้รับประโยชน์จากความชำนาญและประสบการณ์ที่มีอยู่ รู้อะไรที่คนอื่นรู้สามารถมีประโยชน์มากในเวลาที่ต้องการเนื่องจากเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่นและประยุกต์ใช้กับความต้องการของตนเอง
- ทำให้เกิดการสื่อสารข้อมูลที่สำคัญอย่างกว้างขวางและรวดเร็ว
- สนับสนุนขบวนการและขั้นตอนที่ได้มาตรฐานและทำซ้ำได้ โดยการจัดให้มีขบวนการสำหรับสร้าง เก็บ สื่อสาร และใช้ขบวนการและขั้นตอนที่ได้มาตรฐาน พนักงานจะสามารถใช้เป็นงานประจำ
- ทำให้มีวิธีการ เครื่องมือ templates เทคนิค และตัวอย่าง วิธีการ เครื่องมือ templates เทคนิค และตัวอย่างเป็นส่วนประกอบสนับสนุนขบวนการและขั้นตอนที่ทำซ้ำได้
- ทำให้ความชำนาญที่ขาดแคลนมีให้อย่างกว้างขวาง ถ้ามีใครเป็นที่ต้องการมากเนื่องจากมีทักษะซึ่งขาดแคลน การจัดการความรู้สามารถช่วยทำให้แหล่งนั้นมีให้ทั่วทั้งองค์กร วิธีที่จะทำคือ community discussion forums การฝึกอบรม ถามระบบผู้เชี่ยวชาญ การนำเสนอที่ถูกบันทึกไว้ white papers blogs podcasts และวีดีโอ
- แสดงลูกค้าวิธีใช้ความรู้เพื่อให้เกิดประโยชน์
- เร่งให้เกิดการส่งไปยังลูกค้า การแบ่งปันความรู้ การใช้ซ้ำ และนวัตกรรมสามารถลดเวลาที่จะส่งข้อเสนอ ผลิตภัณฑ์ หรือการบริการไปยังลูกค้าอย่างมาก
- ทำให้องค์กรใช้ประโยชน์จากขนาด ในขณะที่องค์กรขยาย ขนาดที่เพิ่มขึ้นมีประโยชน์เพียงถ้าสามารถใช้ความรู้ทั้งหมดของพนักงาน โดยการใช้เครื่องมือเช่น communities, expertise locators และ repositories พลังอย่างสมบูรณ์ขององค์กรขนาดใหญ่สามารถเป็นประโยชน์
- ทำให้ประสบการณ์ในการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดขององค์กรใช้ซ้ำได้
- กระตุ้นนวัตกรรมและการขยายตัว การสร้างความรู้ใหม่ผ่านการแบ่งปันความรู้ที่มีประสิทธิภาพ ความร่วมมือ และการส่งข้อมูล สามารถกระตุ้นนวัตกรรม
ที่มา: Stan Garfield (2014, August 11). 15 Knowledge Management Benefits. LinkedIn. Retrieved September 20, 2018, from https://www.linkedin.com/pulse/20140811204044-2500783-15-knowledge-management-benefits
สิ่งที่ควรพิจารณาในการเลือกเผยแพร่ผลงานในวารสารทั่วไปกับวารสารเฉพาะทาง
1. การค้นพบจะมีผลต่อนักวิทยาศาสตร์ในหลายสาขาวิจัย มีการประยุกต์ใช้ในวงกว้างในการปฏิบัติทางคลินิก และหรือแม้แต่เป็นที่สนใจของผู้อ่านที่ไม่เฉพาะทางใช่ไหม ผลการศึกษาจะทำให้เกิดความก้าวหน้าเป็นหลักในงานวิจัยในสาขาเฉพาะและเป็นที่สนใจอย่างมากต่อผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางใช่ไหม งานที่มีความสำคัญในท้องถิ่นเช่น งานวิจัยโรคประจำถิ่น และรายงานของเรื่องราวทางคลินิกที่ไม่ธรรมดาอาจเหมาะสมโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับวารสารเฉพาะทาง
2. วารสารทั่วไปเช่น Nature และ Science มีค่า impact factor สูง (41.456 และ 33.611 ตามลำดับ ของปี 2014) บอกถึงอัตราการอ้างอิงที่สูงและดังนั้นทำให้เกิดการเผยแพร่ที่กว้างกว่าและการมองเห็น (visibility) ที่มากกว่า ผลก็คือวารสารเหล่านี้ทำให้เกิดการแข่งขันที่มากกว่าในการตีพิมพ์และมีอัตราการตอบรับที่ต่ำกว่า (ประมาณ 8-10% สำหรับ Nature และ Science) ในขณะที่เนื่องจากเป็นที่สนใจต่อผู้อ่านจำนวนน้อย บทความในวารสารเฉพาะทางอาจได้รับการอ้างอิงเล็กน้อย (ตัวอย่างเช่น Journal of Immunology มีค่า impact factor เท่ากับ 5.5) แต่มีการส่งผลงานเพื่อตีพิมพ์น้อยอาจเพิ่มอัตราการตอบรับ (41%) และประสิทธิภาพของการ review และการตีพิมพ์
วารสารเฉพาะทางดังนั้นอาจทำให้เกิดการแบ่งปันผลการศึกษาอย่างเฉพาะมากกว่ากับกลุ่มการวิจัยที่จำเพาะ เพิ่มความเป็นไปได้ของการจัดการงานวิจัยในอนาคตในสาขาจำเพาะ
ที่มา: Michaela Panter. How to Choose Between General and Specialized Journals. American Journal Experts. Retrieved September 17, 2018, from https://www.aje.com/en/arc/how-choose-between-general-and-specialized-journals/
แนวคิดที่ผิดเกี่ยวกับการเผยแพร่แบบเข้าถึงแบบเปิด
1. วารสารเข้าถึงแบบเปิดไม่มีการ peer-review
ในขณะที่เป็นไปได้ที่จะพบวารสารผ่านอินเทอร์เน็ตซึ่งไม่ใช้ขบวนการ peer review ส่วนใหญ่ของวารสารเข้าถึงแบบเปิดใช้ขบวนการ peer review เหมือนกับวารสารแบบดั้งเดิม
2. วารสารเข้าถึงแบบเปิดมีคุณภาพที่แย่กว่าวารสารที่ต้องบอกรับเป็นสมาชิกแบบดั้งเดิม
หลายวารสารเข้าถึงแบบเปิดเป็นผู้นำในสาขามีค่า impact factor ที่สูง
3. บทความเข้าถึงแบบเปิดไม่มีลิขสิทธิ์
นักวิจัยบางคนกลัวว่าการเผยแพร่บทความเข้าถึงแบบเปิดหมายความว่าบทความไม่ถูกคุ้มครองโดยลิขสิทธิ์แต่นี้ไม่ใช่เรื่องจริง ความจริงคือการเข้าถึงแบบเปิดทำให้บ่อยๆ ผู้แต่งยังคงมีลิขสิทธิ์ในบทความ ในบางกรณีผู้แต่งเผยแพร่ในวารสารแบบดั้งเดิมอาจต้องการการอนุญาตเพื่อใช้รูปภาพหรือเนื้อหาเมื่อสอนในห้องเรียน วัสดุเข้าถึงแบบเปิดไม่มีข้อจำกัดนี้ หลายวารสารเข้าถึงแบบเปิดใช้การอนุญาตแบบ Creative Commons ซึ่งยอมให้ใช้วัสดุถ้ามีการอ้างอิงผู้แต่งต้นฉบับ
4. การเข้าถึงแบบเปิดเป็นเพียงแฟชั่นชั่วขณะ
5. การเข้าถึงแบบเปิดเพียงช่วยผู้อ่านไม่ใช่ผู้แต่ง
การเข้าถึงแบบเปิดมีประโยชน์ต่อผู้อ่านเพราะเป็นวิธีที่ไม่มีค่าใช้จ่ายในการดูบทความที่ถูกเผยแพร่ อย่างไรก็ตามการเข้าถึงแบบเปิดมีประโยชน์ต่อผู้แต่งด้วย การมองเห็นที่เพิ่มขึ้นของบทความที่ถูกเผยแพร่ทำให้บ่อยๆ เพิ่มความถี่การอ้างอิง ซึ่งมีประโยชน์ต่อนักวิจัย
ที่มา: Ben Mudrak. OPEN ACCESS PUBLISHING:
FIVE MYTHS . American Journal Experts. Retrieved August 27, 2018, from https://www.aje.com/dist/docs/aje_open_access_myths.pdf
การอนุญาตแบบ Creative Commons
การอนุญาตที่มีชื่อเสียงมาก 1 ชุดถูกพัฒนาโดย Creative Commons เป็นองค์กรไม่หวังผลกำไรที่มีจุดประสงค์เพื่อทำให้งานสร้างสรรค์มีให้สำหรับการค้นพบและการใช้ซ้ำ ถูกพัฒนาเริ่มต้นโดยศาสตราจารย์ทางกฎหมายของ Harvard ชื่อว่า Lawrence Lessig การอนุญาตแบบ Creative Commons มีหลายแบบ ดังนี้
1. ใช้สัญลักษณ์ CC-BY เป็นการอนุญาตที่มีข้อจำกัดน้อยที่สุด ยอมให้ผู้ใช้เผยแพร่ ผสม สร้าง งานต้นฉบับ เพียงอ้างอิงผู้แต่ง การอนุญาตนี้ไม่เพียงยอมให้ดาวน์โหลดและทำสำเนาแต่ยังยอมให้ textmining และกระบวนการอัตโนมัติอื่นๆ
2. CC-BY-SA ต้องการให้ผู้ใช้ใช้การอนุญาตงานใหม่แบบเดียวกับต้นฉบับ นอกจากต้องอ้างอิงผู้แต่ง
3. CC-BY-ND ต้องการให้ผู้ใช้อ้างอิงผู้แต่งและไม่มีการดัดแปลงงานต้นฉบับ
4. CC-BY-NC ยอมให้ผู้ใช้ผสมหรือแม้แต่ดัดแปลงต้นฉบับ (ด้วยความเหมาะสม) เพียงผู้ใช้ไม่ใช้เพื่อจุดประสงค์ทางการค้า ไม่มีข้อจำกัดของการอนุญาตงานใหม่
5. CC-BY-NC-SA การอนุญาตนี้รวมการไม่ใช้เพื่อการค้ากับการอนุญาตงานใหม่แบบเดียวกับต้นฉบับและต้องอ้างอิงผู้แต่ง
6. CC-BY-NC-ND การอนุญาตเพียงยอมให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดและแบ่งปันงานต้นฉบับ และต้องอ้างอิงผู้แต่ง ไม่ให้ดัดแปลงงานต้นฉบับหรือใช้เพื่อการค้า เป็นการอนุญาตที่มีข้อจำกัดมากที่สุด
7. CC0 การอนุญาตนี้มีชื่อว่า public domain ในกรณีนี้ข้อจำกัดทั้งหมดข้างต้นไม่นำมาใช้ และรูปภาพสามารถใช้ในทางถูกกฎหมาย
ที่มา: Ben Mudrak. Creative Commons Licenses: An Introduction for Researchers. American Journal Experts. Retrieved August 27, 2018, from https://www.aje.com/en/arc/creative-commons-intro/


