หน้าแรก ค้นหา
ผลการค้นหา :
[ร่าง] ยุทธศาสตร์โปรแกรมยาง (พ.ศ. 2554-2559)
(ร่าง) ยุทธศาสตร์โปรแกรมยาง ภายใต้แผนกลยุทธ์การวิจัยและพัฒนา สวทช. ระยะที่ 2 พ.ศ. 2554-2559   ยางธรรมชาติหรือยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของประเทศชนิดหนึ่ง เนื่องจากสามารถทำรายได้ให้ประเทศจากการส่งออกยางดิบ น้ำยางข้น ผลิตภัณฑ์ยาง ไม้ยาง และผลิตภัณฑ์ไม้ยาง ไม่ต่ำกว่าปีละ 361,180 ล้านบาทคิดเป็นร้อยละ 6.89 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดหรือ ร้อยละ 4.26 ของ GDP นอกจากนี้ยางพารายังเกี่ยวข้องกับเกษตรกรและครอบครัวเกษตรกรอีก 6 ล้านคน และก่อให้เกิดการจ้างงานในอุตสาหกรรมอีกประมาณ 80,000 คน ยางพาราเป็นวัสดุที่โลกจะขาดไม่ได้ ความต้องการยางพาราของโลกจะมีอยู่ตลอดไป ดังนั้น ยางธรรมชาติจะเป็นทรัพยากรหลักที่สามารถทำรายได้ให้ประเทศ ได้อย่างยั่งยืนโดยไม่ประสบปัญหาการกีดกันทางการค้า ด้วยเหตุนี้การวิจัยและพัฒนาอย่างครบวงจรตลอดสายโซ่การผลิตตั้งแต่การพัฒนาต้นยางและการปลูกเพื่อให้ได้ปริมาณน้ำยางและเนื้อไม้ยางสูงสุด การพัฒนาเทคโนโลยีการแปรรูปน้ำยางเป็นยางแห้งและน้ำยางข้นให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ไม่ก่อให้เกิดปัญหามลพิษและให้มีคุณภาพสม่ำเสมอ และการวิจัยเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากยางพาราได้แก่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางและผลิตภัณฑ์ไม้ยางทั้งในด้านการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพผลิตภัณฑ์ จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับประเทศไทย เพื่อให้ประเทศไทยสามารถสร้างรายได้จากยางพาราได้มากยิ่งขึ้นและอย่างยั่งยืน ดาวน์โหลด์เอกสาร : PDF format  [3.20 MB]   
เอกสารเผยแพร่
 
18 นาทีสร้างแรงบันดาลใจจาก TED.com
เว็บไซต์ TED.com นับเป็นอีกหนึ่งเว็บไซต์ที่มีการพูดถึงกันในวงการวิชาการโดยเฉพาะวงการวิชาการที่ขับเคลื่อนด้วย Social Media / Social Network ว่าเป็นเว็บที่นำเสนอ Clip Video จากนักพูดชั้นนำจากหลากหลายสาขาอาชีพ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจบนธีม “idea worth spreading : ความคิดดีๆ สมควรที่จะเผยแพร่” TED ย่อมาจาก Technology, Entertainment และ Design เป็นองค์กรไม่หวังผลกำไรที่ดำเนินการจัดการประชุมโดยเอาคนที่มีความคิดหรือว่าผลงานที่น่าสนใจมาบรรยายสิ่งที่ตนคิด ตนทำ ภายในเวลาไม่เกิน 18 นาที ทั้งนี้ TED มีรายได้มาจากผู้สนับสนุนและจากค่าธรรมเนียมของการเข้าร่วมสัมมนาในแต่ละปี ก่อตั้งขึ้นมาโดย Richard Saul Wurman ตั้งแต่ปี 1984 โดยจุดเริ่มต้นนั้นเริ่มจากงานสัมมนาในหัวข้อสามหัวข้อข้างต้น แต่ปัจจุบันได้ขยายสาขาเพิ่ม เช่น วิทยาศาสตร์ ศิลปะ ธุรกิจ เทคโนโลยี สังคม และความเป็นไปในโลกใบนี้ TED จึงเป็นแหล่งพบปะของผู้ที่สนใจหาแสวงหาความรู้และมุมมองใหม่ๆ รวมทั้งพบปะกับผู้มีชื่อเสียงจำนวนมากที่มีความรู้ ความสามารถ เช่น Bill Clinton อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ Gordon Brown อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ James D. Watson เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์การแพทย์ Al Gore อดีตผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีและเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพผลงานปลุกกระแสโลกร้อน Sergey Brin และ Larry Page สองผู้ก่อตั้ง Google Bill Gates อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารไมโครซอร์ฟ TED เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ โดยการลงทะเบียนแบบเสียค่าใช้จ่าย รวมทั้งการเรียนรู้ผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ตในรูปแบบของ Clip Videio โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ คนไทยก็สามารถร่วมรับชม รับฟังได้สะดวกเพราะภายในเว็บมีการแปลออกมาเป็นภาษาต่างๆ ให้รับชมมากมายหลายภาษา รวมทั้งภาษาไทย โดยการเปิดให้อาสาสมัครชาวไทยเข้ามาร่วมกันแปล Subtitle ไทยสำหรับเรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจดีๆ ให้ดูกันแล้วมากกว่า 200 เรื่อง นอกจากนี้ TED ยังมีการขยายผลออกเป็น TEDxYouth อีกหนึ่งเวทีที่ขยายโอกาสและพื้นที่ให้เด็กและเยาวชน ในประเทศไทยก็เข้าร่วมกิจกรรมดีๆ นี้ภายใต้ชื่อ TEDxBKK หวังว่า TED และเครือข่าย TED คงเป็นอีกหนึ่งสื่อที่สร้างแรงบันดาลใจให้ทุกท่านได้
การจัดการความรู้ (KM)
 
ยุทธศาสตร์วิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมมันสำปะหลังประเทศไทย (พ.ศ. 2555-2559)
ยุทธศาสตร์วิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมมันสำปะหลังประเทศไทย (พ.ศ. 2555-2559) ตั้งแต่ พ.ศ. 2549 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ปรับเปลี่ยนระบบบริหารจัดการ การวิจัยและพัฒนาในลักษณะแผนกลยุทธ์ (Strategic Planning Alliance : SPA) ที่มุ่งเน้นการบูรณาการในรูปแบบโปรแกรมหลัก (Program-based) เพื่อให้การดำเนินงานตามพันธกิจ มีเป้าหมายชัดเจนและส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศสูงสุด ภายใต้การบริหารจัดการของฝ่ายบริหารคลัสเตอร์และโปรแกรวิจัย ( Cluster and Program Management Office : CPMO)   ดาวน์โหลด์เอกสาร : PDF format  [3.20 MB]  
เอกสารเผยแพร่
 
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการภัยพิบัติฯ
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการภัยพิบัติ และตัวอย่างงานวิจัยและนวัตกรรมในประเทศไทย เป็นเอกสารเผยแพร่ในการประชุมวิชาการ สวทช. ประจำปี 2555 (NAC2012: รู้สู้พิบัติภัย ไปกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) ซึ่งนำเสนอแนวคิด บทเรียนจากเหตุการณ์ภัยพิบัติที่สำคัญทั้งในและ ต่างประเทศ รวมถึงตัวอย่างของการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมามาประยุกต์ใช้ในการบริหาร จัดการภัยพิบัติของต่างประเทศ รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวกับผลงานวิจัยพัฒนา และนวัตกรรมเพื่อการบริหารจัดการภัยพิบัติ ที่มีการสร้างสรรค์ในหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชนไทย เพื่อเป็นการจุดประกายในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างหน่วยงาน รวมไปถึงการสร้างความตระหนักถึงงานนวัตกรรมดีๆ ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในประเทศไทยให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบ สวทช. หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เอกสารฉบับนี้ จะเป็นก้าวหนึ่งที่สำคัญ ให้ผู้ที่ทำงานในการรังสรรค์นวัตกรรมต่างๆ เพื่อการบริหารจัดการภัยพิบัติ ได้มีการรวมกลุ่มเพื่อต่อยอดองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของกัน และกันต่อไป เราอาจจะห้ามภัยพิบัติไม่ให้เกิดขึ้นไม่ได้ แต่เราสามารถร่วมกันป้องกัน เตรียมพร้อม และลดผลกระทบจากภัยพิบัติต่างๆ เหล่านั้นด้วยการบูรณาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ากับการบริหารจัดการ และการเตรียมพร้อมในด้านอื่นๆ ดาวน์โหลดเอกสาร: PDF format [15.9 MB] ePub format [19.8MB]
เอกสารเผยแพร่
 
[ร่าง] ยุทธศาสตร์วิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมข้าว (พ.ศ. 2554-2559)
(ร่าง) ยุทธศาสตร์วิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมข้าว (พ.ศ. 2554-2559) ภายใต้แผน กลยุทธ์การวิจัยและพัฒนา สวทช. ระยะที่ 2 พ.ศ. 2554 - 2559 (Strategic Planning Alliance II: SPAII) อุตสาหกรรมข้าวของประเทศไทย ประกอบด้วยการผลิตข้าว อุตสาหกรรมแปรรูปข้าว และอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่ใช้ผลิตภัณฑ์จากการแปรรูป ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตข้าวรายใหญ่อันดับที่ 6 รองจากสาธารณรัฐประชาชนจีน อินเดีย อินโดนีเซีย บังคลาเทศ และเวียดนาม ตามลำดับ ประเทศไทยผลิตข้าวได้ปีละประมาณ 30-31 ล้านตัน ข้าวเปลือก หรือประมาณ 20 ล้านตันข้าวสาร ผลผลิตข้าวร้อยละ 55 ใช้บริโภคในประเทศ ที่เหลือร้อยละ 45 ส่งออกตลาดต่างประเทศ สร้างรายได้และนำเงินตราเข้าประเทศปีละประมาณ 170,000 -200,000 ล้านบาท ครองตำแหน่งผู้ส่งออกข้าวอันดับหนึ่งของโลก ระยะเวลายาวนานกว่า 30 ปี เกี่ยวข้องกับชาวนามากกว่า 3.7 ล้านคน จากเกษตรกรทั้งประเทศ 5.6 ล้านครัวเรือน หรือคิดเป็นร้อยละ 66 ของครัวเรือนเกษตรกรทั้งหมด นับได้ว่าอุตสาหกรรมข้าวมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ดาวน์โหลดเอกสาร :  PDF format [1.08 MB]  
เอกสารเผยแพร่
 
แนวปฏิบัติเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาของ สวทช.
  เอกสารแนวปฏิบัติเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีแห่งชาติ (NSTDA’s Intellectual Property Guideline) ซึ่ง จัดทำขึ้นโดยสำนักงานจัดการสิทธิเทคโนโลยี (Technology Licensing Office – TLO) เพื่อเผยแพร่ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาแก่พนักงานและพนักงานโครงการ สวทช. รวมทั้งรวบรวมนโยบาย หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการผลงานวิจัยที่มีการระบุไว้ในข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง และประกาศต่างๆ ของ สวทช. ซึ่งจะส่งผลให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีความรู้และเข้าใจ ในทิศทางที่สอดคล้องกับภารกิจของ สวทช. และมีส่วนในการส่งเสริมและสนับสนุน การนำผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และสาธารณะที่จะยัง ประโยชน์ สูงสุดต่อเศรษฐกิจ สังคม และประเทศในที่สุด  ดาวน์โหลดเอกสาร: PDF format [2.36MB] :: ePub format [1.32MB] จัดทำโดย สำนักงานจัดการสิทธิเทคโนโลยี (TLO) ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (ศจ.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พิมพ์ครั้งที่ 1 : กุมภาพันธ์ 2555
เอกสารเผยแพร่
 
เอกสารข้อเสนอเชิงนโยบายเรื่อง แนวทางการจดทะเบียนรถอเนกประสงค์เพื่อการใช้งานรถเกษตรกรรมของประเทศไทย
จากความต้องการในการผลักดันโครงการวิจัยและพัฒนารถอเนกประสงค์เพื่อการใช้งานเกษตรกรรมของประเทศไทย ของนักวิจัย สวทช. โดยการพัฒนาชิ้นส่วนพื้นฐานที่ได้มาตรฐานและใช้เครื่องยนต์ดีเซลลูกสูบเดียว เพื่อให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ของโครงการวิจัยดังกล่าว สวทช. จึงได้จัดทำเอกสารข้อเสนอเชิงนโยบายดังกล่าว เพื่อเป็นการรวบรวมข้อมูลที่สำคัญในคือการจดทะเบียนรถอเนกประสงค์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้งนำเสนอยุทธศาสตร์ทางเลือกเพื่อการจดทะเบียนรถอเนกประสงค์ของประเทศไทย เพื่อให้เกิดการนำรถดังกล่าวไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในพื้นที่ชนบทและพื้นที่เกษตรกรรม อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนและผลักดันให้เกิดอุตสาหกรรมรถประเภทดังกล่าวในประเทศอีกด้วย ทั้งนี้รายละเอียดของยุทธศาสตร์ปรากฏอยู่ในเอกสารดังกล่าวนี้ Download เอกสาร (more…)
เอกสารเผยแพร่
 
Knowledge, Networks and Nations: Global Scientific Collaboration in the 21st Century
ความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติ เพื่อความร่วมมือในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ ติดตามอนาคตการสร้างความร่วมมือทางด้านวิทยาศาสตร์ได้ที่ Knowledge, Networks and Nations: Global Scientific Collaboration in the 21st Century คลิกดาวน์โหลดเอกสารต้นฉบับ
เอกสารเผยแพร่
 
อินซูลิน คืออะไร
รายการวันละนิดวิทย์เทคโนกับสวทช. ตอน อินซูลิน คืออะไร สารอินซูลิน คือฮอร์โมนที่สร้างจากตับอ่อนทำหน้าที่เผาผลาญคาร์โบไฮเดรตและไขมันเปลี่ยนน้ำตาลในร่างกายไปเป็นไขมัน ถ้าตับอ่อนผลิตสารอินซูลินได้น้อยหรือไม่ได้เลยน้ำตาลก็จะตกค้างอยู่ที่กระแสเลือดทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเบาหวาน ในวงการแพทย์ได้นำอินซูลินมารักษาโรคเบาหวานบางชนิดส่วนใหญ่ใช้วิธีการฉีดเข้าผิวหนังแต่ก็มีผลแทรกซ้อนคือ ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ หรือที่เรียกกันว่า อินซูลินช็อก มีอาการวิงเวียน เหงื่อออก ตัวสั่น อ่อนเพลีย ตาพล่ามัว อาจจะเกิดจากการได้รับอินซูลินมากเกินไปหรือรับประทานอาหารน้อยเกินไปหรือออกกำลังกายมากเกินไป
วันละนิดวิทย์เทคโน
 
การจัดการความรู้ง่ายๆ ด้วย Web 2.0
กระแสการจัดการความรู้มาแรงมาก ไม่ว่าหน่วยงานใดก็หนีไม่พ้น แต่ก็คงเป็นที่ทราบกันดีกว่าการก้าวสู่ความสำเร็จเป็นอะไรที่ท้าทายเสีย เหลือเกิน งั้นเรามามองอีกมุมดีกว่าไหมครับ เริ่มจากการจัดการความรู้ส่วนบุคคลก่อน (Personal KM) แทนที่จะก้าวไปยังการจัดการความรู้องค์กร หลายๆ คนให้ความสำคัญกับการจัดการความรู้ระดับใหญ่ แต่ลืมจัดการความรู้ของตนเอง องค์ความรู้หลายๆ อย่างของตนเองแทบจะหาไม่ค่อยพบ เพราะมีเยอะ ไม่มีระบบการจัดการ การจัดเก็บ การเข้าถึง และ/หรือปัญหาจากไม่มีที่เก็บ ไม่มีที่เผยแพร่ ไม่ยากครับ สำหรับการก้าวสู่การจัดการความรู้ส่วนบุคคล เริ่มต้นด้วยการเป็นสมาชิกเว็บไซต์ในกลุ่ม Web 2.0 อย่าง WordPress.com หรือไม่ก็ Slideshare.net แล้วนำองค์ความรู้ในรูปแบบต่างๆ ที่ตนเองมีเข้าไปจัดเก็บ เผยแพร่ แลกเปลี่ยนแนวคิด ความคิดเห็น สร้างกลุ่มผู้สนใจจากจุดนี้ก่อนดีไหมครับ เริ่มเล็กไปหาใหญ่ แต่คิดใหญ่นะครับ
การจัดการความรู้ (KM)
 
การจัดการความรู้และการเรียนรู้ยุค 2.0
สไลด์นำเสนอประเด็นน่าสนใจเกี่ยวกับการจัดการความรู้และการเรียนรู้ยุค 2.0 กรณีศึกษาการใช้ Twitter, Facebook และเครื่องมือต่างๆ ในกลุ่ม Web 2.0 และ Social Networking {slideshare}[slideshare id=4415148&doc=20100511-web2-onec-100604193400-phpapp02]{/slideshare}
การจัดการความรู้ (KM)
 
ความหลากหลายของการแสดงผลเนื้อหาในระบบ KM ช่วยสร้างแรงจูงใจในการเข้าใช้งาน
หลายหน่วยงานได้พัฒนาเว็บไซต์ด้วยเทคนิคต่างๆ เป็นเครื่องมือจัดการความรู้ โดยมุ่งเน้นให้บุคลากรที่ร่วมกิจกรรม KM ได้นำเสนอความรู้เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ดังกล่าว แต่จากการศึกษาข้อมูลพบว่าเว็บส่วนมากจะจบด้วยการทำลิงก์หรือ Upload เอกสารความรู้ในรูปแบบ PDF หรือไม่ก็ Word ต้นฉบับ ทำให้เว็บไซต์ดังกล่าวกลายสภาพเป็นคลังเก็บเอกสารไปโดยปริยาย ขาดเนื้อหานำเรื่อง เนื้อหาสรุปที่ช่วยสร้างแรงจูงใจให้ผู้สนใจได้เข้าไปอ่าน หน่วยงานหรือทีมงานที่รับผิดชอบกิจกรรม KM ในลักษณะข้างต้น อาจจะต้องมีกระบวนการประเมินด้วยว่าผู้ใช้ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายอีกกลุ่มหนึ่งของกระบวนการทำ KM คิดเห็นอย่างไรกับการเข้าไปค้นหาความรู้จากระบบ หรือจะเริ่มจากตัวท่านเองก็ได้ว่าท่านสนุก และชอบการเข้าไปค้นหาความรู้ในรูปแบบ PDF/Word ที่ต้อง click แล้วรอโปรแกรมเปิดแสดงผล จึงจะได้อ่านจริงหรือไม่ หากผลการประเมินบ่งชี้ชัดว่า ท่านเองก็ไม่ชอบ และผู้ใช้ก็ไม่ชอบก็ไม่น่าฝืนทำ KM ในลักษณะข้างต้น การนำเสนอเนื้อหาผ่านเว็บ KM มีเทคนิคการนำเสนอที่ดีขึ้นมากด้วยบริการต่างๆ ของ Web 2.0 ทั้งในกลุ่ม Social Media อย่าง Youtube.com, Slideshare.net, Scribd.com และฟังก์ชันเสริม (Extension) ของเครื่องพัฒนาเว็บอย่างเช่น Extension ของ WordPress.org, Joomla เป็นต้น ลองหันกลับมาทดสอบกันดูไหมครับ เริ่มจากไฟล์สไลด์ก็ได้ครับ โดยเป็นสมาชิกเว็บไซต์ Slideshare.net แล้วนำไฟล์สไลด์ upload เข้าเว็บ Slideshare สไลด์นั้นก็จะถูกแปลงสภาพเป็น Online Flash Slide อัตโนมัติ จากนั้นก็นำ code ที่ Slideshare จัดเตรียมมาวางในหน้าเว็บของเว็บ KM เพียงเท่านี้ก็ได้รูปแบบการแสดงที่ดีกว่าเดิม
การจัดการความรู้ (KM)