หน้าแรก ค้นหา
ผลการค้นหา :
อบรมฟรี! ก้าวสู่ยุคใหม่ของการตรวจสอบสื่อ กับโปรแกรม MEMO ที่ใช้เทคโนโลยี AI ช่วยวิเคราะห์เนื้อหา จับประเด็นสำคัญ และตรวจสอบความถูกต้อง
� อบรมฟรี! ก้าวสู่ยุคใหม่ของการตรวจสอบสื่อ กับโปรแกรม MEMO ที่ใช้เทคโนโลยี AI ช่วยวิเคราะห์เนื้อหา จับประเด็นสำคัญ และตรวจสอบความถูกต้อง . NECTEC x กสทช. ขอเชิญเจ้าหน้าที่ของรัฐฯ และผู้ประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ร่วมอบรม "การใช้งานโปรแกรมการตรวจสอบไฟล์วิดีโอรายการออกอากาศโทรทัศน์ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence Media Monitoring System)" . วันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 เวลา 09:00-16:00 น. อาคารสราญวิทย์ (SD-601) สวทช. อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ลงทะเบียนฟรี! >> https://www.nstda.or.th/r/training-aimemo�
ปฏิทินกิจกรรม
 
ประชุมกลุ่มย่อย (Focus group) ครั้งที่ 3 โครงการการพัฒนารูปแบบการประเมินเทคโนโลยีและการลงทุนที่เหมาะสม
ประชุมกลุ่มย่อย (Focus group) ครั้งที่ 3 โครงการการพัฒนารูปแบบการประเมินเทคโนโลยีและการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อจัดทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับภาคอุตสาหกรรม ใช้ประโยชน์จากการผลิตเชื้อเพลิงจากเทคโนโลยีพลังงานชีวมวลด้วยการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Bio-energy with Carbon Capture and Storage: BECCS) ในประเทศไทย วัน เวลา สถานที่ วันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2567 เวลา 8.30-16.30 น. โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ กำหนดการ 8.30-9.00 น. ลงทะเบียน 9.00-9.15 น. กล่าวเปิดงานและกล่าวต้อนรับ โดย ดร.อาภาวรรณ ด่านศิริชัยกุล (ผู้อำนวยการศูนย์การวิเคราะห์ทดสอบและประเมินค่าพลังงาน สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย - วว.) 9.15-9.50 น. เสวนา "Carbon Capture: เรียนรู้จากต่างประเทศ" โดย ดร.วันชัย ธารามาศ (Technology Advancement & Commercialization Technology Sciences, RTI International, USA) 9.50-10.20 น. การบรรยาย "ผลการวิเคราะห์การใช้ต้นทุนเทคโนโลยี BECCS จากแหล่งข้อมูลที่เหมาะสม เพื่อการลงทุนในประเทศไทย" โดย ผศ.ดร.ธเนศ ศรีวิราช (อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) 10.30-11.30 น. เสวนา "การวิเคราะห์การเงินโครงการ BECCS ในประเทศไทย การเข้าถึงแหล่งเงินทุนและกลไกการค้า" โดย ดร.สุรเดช เจียรนันทะ (นักวิจัยพลังงานชีวมวล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) 11.30-12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน (ตามอัธยาศัย) 13.00-13.30 น. อัพเดตโครงการที่บรรจุ CCS : การพัฒนาโครงสร้างความพร้อมของพื้นที่ ในภาคอุตสาหกรรมการใช้พลังงาน 13.30-14.00 น. ทำกระทบโดยตรงให้ Net Zero ภาคพลังงาน: ปลดล็อกตลาดพลังงานการเงินอย่างไร? ใครมีหน้าที่อำนวยความสะดวก หรือกองทุนเสียหาย? 14.00-14.30 น. Carbon Credit กำหนดเป้าหมายสู่ Net Zero (อนุรักษ์สถานการณ์ในเรื่อง) 14.45-15.45 น. ปิดการพูดคุย
ปฏิทินกิจกรรม
 
สำนักงาน ป.ป.ส. เยือน สวทช. ร่วมหารือพัฒนาความร่วมมือด้านวิจัยและพัฒนา
(1 พ.ย. 67) ณ ห้องประชุมอาคาร INC2 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี - สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) นำโดย นายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ เข้าหารือพัฒนาความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนา พร้อมศึกษาดูงานในส่วนเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยมี ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ รองผู้อำนวยการ สวทช. และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชาวรีย์ อรรถลังรอง ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร นักวิจัย และเจ้าหน้าที่ ร่วมให้การต้อนรับและหารือร่วมกัน การประชุมหารือครั้งนี้ เป็นการหารือร่วมกันระหว่าง สำนักงาน ป.ป.ส. และ สวทช. เพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาพืชเสพติดในการใช้ประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ภายใต้มาตรการควบคุม และโอกาสนี้ คณะสำนักงาน ป.ป.ส. ได้เข้าเยี่ยมชมโรงงานผลิตพืชระบบปิด (Plant Factory) เพื่อชมเทคโนโลยีการปลูกพืชในระบบปิดหรือกึ่งปิด ที่สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมและปัจจัยต่าง ๆ ให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืชได้อย่างสมบูรณ์ ต่อด้วยการเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์เห็ด ของธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติ (NBT) ร่วมชมตู้เก็บรักษาอุณหภูมิ -20 และ -80 ในการเก็บรักษาเชื้อจุลินทรีย์ในระยะยาว และปิดท้ายด้วยการเข้าชมเทคโนโลยี Plant Phenomics ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการประเมินสรีระวิทยาและรูปลักษณ์ขั้นสูงของพืชอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาการเพาะปลูกพืชที่ให้สารสำคัญสูง และการคัดเลือกพันธุ์พืชที่ทนต่อภัยธรรมชาติต่าง ๆ
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
สวทช. ผนึกกำลัง กพร. ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพื้นฐานและเหมืองแร่ไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.)          ลงนามความร่วมมือ (MOU) เพื่อขยายผลและผลักดันการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพื้นฐานและอุตสาหกรรมเหมืองแร่ไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 พร้อมเผยผลสำเร็จการพัฒนาและยกระดับผู้ประกอบการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 4.0 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน ตอบรับนโยบาย MIND ของ อก. โดยเฉพาะมิติที่ 1 “ความสำเร็จทางธุรกิจ” ซึ่งเน้นการยกระดับเทคโนโลยีสู่การผลิตสมัยใหม่ด้วยเทคโนโลยี 4.0 วันนี้ (1 พฤศจิกายน 2567) ณ ห้องแซฟไฟร์ ชั้น 2 โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ: ดร.อดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานสัมมนา “ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพื้นฐานก้าวสู่อุตสาหกรรม 4.0 ปีที่ 3” และ พิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง กพร. และ สวทช. โดยกล่าวว่า นับเป็นโอกาสอันดีที่ทั้งสองหน่วยงานได้ร่วมผนึกกำลังอย่างเป็นทางการในการขยายผลและผลักดันการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพื้นฐานและอุตสาหกรรมเหมืองแร่ไทยสู่อุตสาหกรรม4.0 เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมพื้นฐานและอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในภาพรวม โดย กพร. และ สวทช. จะร่วมกันพัฒนา แลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ ประสบการณ์ และข้อมูลทางวิชาการระหว่างสองหน่วยงานผ่านการจัดกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การฝึกอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ดัชนีชี้วัดระดับความพร้อมอุตสาหกรรม 4.0 สำหรับประเทศไทย (Thailand i4.0 Index) การให้คำปรึกษาเชิงลึกเพื่อเพิ่มผลิตภาพและประสิทธิภาพการผลิตด้วยเทคโนโลยี 4.0 ให้แก่สถานประกอบการอุตสาหกรรมพื้นฐานอุตสาหกรรมเหมืองแร่ รวมถึงสถานประกอบการอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่สนใจ รวมทั้งร่วมกันผลักดันสิทธิประโยชน์ด้านต่าง ๆ ให้แก่สถานประกอบการตามความเหมาะสม เพิ่มเติมจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ได้รับจาก BOI สำหรับสถานประกอบการที่ได้รับการตรวจประเมินและประสบความสำเร็จในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 4.0 “ความร่วมมือระหว่าง กพร. และ สวทช. ในครั้งนี้ ถือเป็นการยกระดับการส่งเสริมและผลักดันอุตสาหกรรมพื้นฐานและอุตสาหกรรมเหมืองแร่ไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 ของ กพร. ให้เกิดผลสำเร็จในวงกว้างเพิ่มขึ้น และจะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อผู้ประกอบการที่มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 4.0 ที่สามารถได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI ได้ รวมถึงโอกาสได้สิทธิประโยชน์อื่น ๆ เพิ่มเติมที่ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันผลักดันต่อไป แต่สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการจะได้จากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 4.0 คือ ความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น จากประสิทธิภาพการผลิตที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนการผลิตที่ลดลง ดังจะเห็นได้จากตัวอย่าง Success cases ของสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาและยกระดับสถานประกอบการอุตสาหกรรมพื้นฐานเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ของ กพร. ที่ได้ดำเนินโครงการต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน ทุกรายสามารถลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้อย่างมีนัยสำคัญ คิดเป็นมูลค่าตั้งแต่หลักแสน ถึงหลักล้านบาทต่อปี ต่อราย ดังนั้น หากมีการขยายการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจะส่งผลดีต่อความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมพื้นฐานและอุตสาหกรรมเหมืองแร่” ดร.อดิทัต กล่าว ด้าน ดร.สมบุญ  สหสิทธิวัฒน์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า สวทช. มีวิสัยทัศน์เป็นขุมพลังหลักของประเทศในการใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) เพื่อพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งของระบบนิเวศวิจัยและนวัตกรรม ให้ตอบโจทย์สำคัญของประเทศ และนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างก้าวกระโดด ขณะที่ กพร. มีภารกิจในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหมืองแร่และอุตสาหกรรมพื้นฐานด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม จึงจำเป็นที่ต้องทำงานร่วมกันสนับสนุนโรงงานอุตสาหกรรมไทยให้เกิดการประยุกต์ใช้ วทน. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ลดการใช้ทรัพยากร อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้สูงขึ้นตลอดจนขับเคลื่อนและผลักดันงานต่าง ๆ ให้เกิดการถ่ายถอดและขยายผลงานวิจัยที่สร้างผลกระทบกับเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ “ในปีที่ผ่านมา สวทช. มีความมุ่งมั่นที่จะตอบโจทย์การสนับสนุนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ  จึงได้จัดตั้ง Industry 4.0 Platform ขึ้นเพื่อเป็นแพลตฟอร์มให้ผู้ประกอบการเข้ามาใช้บริการด้านต่าง ๆ ในการยกระดับสถานประกอบการให้เข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 โดยการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาสามารถประเมิน Thailand i4.0 Index ไปแล้ว 405 ราย ให้คำปรึกษาเพื่อการปรับปรุงสายการผลิต 204 ราย และถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่ผู้ประกอบการกว่า 68 ราย โดยในปีนี้ได้มีการพัฒนารูปแบบการประเมินแบบออนไลน์และทำได้ด้วยตนเอง (Online Self-Assessment) ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการเข้าถึงได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และสามารถรู้ผลได้ทันที ทำให้ทราบแนวทางในปรับปรุงยกระดับองค์กรสู่อุตสาหกรรม 4.0 โดยในปีที่ผ่านมามีอุตสาหกรรมพื้นฐานเข้ารับการประเมินแล้วกว่า 30 ราย” ดร.สมบุญ กล่าว สำหรับงานสัมมนาถ่ายทอดองค์ความรู้ “ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพื้นฐานก้าวสู่อุตสาหกรรม 4.0 ปีที่ 3” ที่จัดขึ้นในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการพัฒนาและยกระดับการประกอบการสู่อุตสาหกรรม 4.0 โดยมีการบรรยายถ่ายทอดองค์ความรู้การประเมินความพร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ด้วย Thailand i4.0 Index การขอรับสิทธิประโยชน์จากการยกระดับองค์กรสู่อุตสาหกรรม 4.0 ผลสำเร็จของการพัฒนาและยกระดับสถานประกอบการอุตสาหกรรมพื้นฐานเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ตลอดระยะเวลา 3 ปี (ปี 2565–2567) และได้รับเกียรติจากบริษัทที่เข้าร่วมโครงการมาร่วมบรรยายและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการเผยแพร่ตัวอย่างผลสำเร็จการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 4.0 ของสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ โดยได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจ
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
นักวิจัยนาโนเทค สวทช. คว้า “ทุนวิจัยลอรีอัล ประเทศไทยเพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” ประจำปี 2567
ดร. ปองกานต์ จักรธรานนท์ ทีมวิจัยตัวเร่งปฏิกิริยา กลุ่มวิจัยการเร่งปฏิกิริยาระดับนาโน การดูดซับ และการคำนวณ ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เข้ารับมอบทุนในโครงการทุนวิจัย ลอรีอัล ประเทศไทย “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” (For Women in Science) สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ ประจำปี 2567 ซึ่งได้รับทุนวิจัย 250,000 บาท พร้อมโล่เกียรติคุณ จากผลงานวิจัย  “การเร่งปฏิกิริยาเชิงเคมีไฟฟ้าเพื่อความยั่งยืนทางพลังงานและสิ่งแวดล้อม” ซึ่ง นักวิจัยนาโนเทค สวทช. มุ่งเป้าพัฒนาเซลล์ไฟฟ้าที่สามารถทำปฏิกิริยาทั้งสองได้อย่างควบคู่กัน เพื่อเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นเคมีภัณฑ์ที่มีมูลค่า ตอบโจทย์ด้านปัญหาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ดังนั้น ดร. ปองกานต์ จักรธรานนท์ นักวิจัยจากศูนย์นาโนเทค สวทช. ถือเป็น 1 ในนักวิจัยสตรีที่มีผลงานวิจัยโดดเด่น มีศักยภาพที่จะขับเคลื่อนสังคมทั้งในประเด็นสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน อันสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของลอรีอัลซึ่งมุ่งสร้างความงามที่ขับเคลื่อนโลก ผ่านการสนับสนุนงานวิจัยและเชิดชูบทบาทสตรีในสายงานวิทยาศาสตร์ ควบคู่กับการสร้างความตระหนักรู้ต่อประเด็นสิ่งแวดล้อม และเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันสังคมสู่ความยั่งยืนทั้งในระดับประเทศและระดับโลก ซึ่งภายในงานมอบรางวัล ได้รับเกียรติจาก ดร.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร. ศิวพร มีจู สมิธ รองผู้อำนวยนาโนเทค สวทช. และ ดร.สุมิตรา จรสโรจน์กุล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (เอ็นเทค) สวทช. เข้าร่วมแสดงความยินดี ณ SPHERE HALL ชั้น 5 ห้างดิเอ็มสเฟียร์ กรุงเทพฯ  
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
เทศกาลภาพยนตร์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ ครั้งที่ 20 (Science Film Festival 2024)
ชมฟรี! ภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ . เทศกาลภาพยนตร์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ ครั้งที่ 20 (Science Film Festival 2024) วันที่ 5 พ.ย. 67 เวลา 09:00-12:00 น. ห้อง Auditorium ศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี . เทศกาลภาพยนตร์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ ประเทศไทย ครั้งที่ 20 (Science Film Festival 2024) จัดขึ้นโดยสถาบันเกอเธ่ โดยมี โรลส์-รอยซ์ เป็นพันธมิตรหลักในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ . ในปีนี้ เทศกาลภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ ประเทศไทย เฉลิมฉลองการครบรอบ 20 ปี โดยจัดเทศกาลภายใต้หัวข้อ “การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์และเศรษฐกิจหมุนเวียน” หรือ Net Zero ซึ่งมุ่งเน้นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการลงมือทำมากกว่าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการปกป้องสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น . รอบพิเศษวันที่ 5 พ.ย. 67 เวลา 09:00-12:00 น. ณ ห้อง Auditorium ศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ปทุมธานี รับชมภาพยนตร์ที่น่าสนใจหลายเรื่อง อาทิ REDESIGNING GLOBAL AVIATION (UK) DROPS CAN WEAR ANYROCK - DIGITALTRANSFORMATION FOR CIRCULAR CONSTRUCTION (BELGIUM) BELGIUM PLAN B: SOMETHING'S HAPPENING,GERMANY! WHO'S REDUCING WASTE (GERMANY) THE MEKONG RIVER (THAILAND) . ลงทะเบียนเข้าชมฟรี https://www.nstda.or.th/r/jsuSn
ปฏิทินกิจกรรม
 
‘ถุงมือยางไนไตรล์’ ปราศจากสารก่ออาการแพ้ ใส่สบาย ใช้ได้หลากหลาย
  ถุงมือยางไนไตรล์ (nitrile gloves) เป็นถุงมือยางสังเคราะห์ที่มีการใช้งานเพิ่มสูงขึ้นรวดเร็วอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันทั่วโลกมีการใช้งานมากกว่า 2 แสนล้านชิ้นต่อปี เพราะถุงมือยางชนิดนี้มีคุณสมบัติเด่นที่เหนือกว่าถุงมือยางธรรมชาติในด้านการทนทานต่อน้ำมันและสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อน อีกทั้งยังไม่มีโปรตีนที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ อย่างไรก็ตามถุงมือยางไนไตรล์ยังคงมีจุดอ่อนอยู่ 2 เรื่อง เรื่องแรกคือมีความแข็งกระด้างมากกว่าถุงมือยางธรรมชาติ ทำให้หากสวมใส่เป็นระยะเวลานานอาจเกิดความเมื่อยล้า เรื่องที่สองคืออาจพบปัญหาการแพ้สารเคมีบางชนิดที่ใช้ในการผลิต โดยเฉพาะสารตัวเร่งปฏิกิริยาซึ่งเป็นสารสำคัญที่ต้องใช้ในขั้นตอนการผลิต กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พัฒนาสูตรและกระบวนการผลิตถุงมือยางไนไตรล์ปราศจากกำมะถันและสารตัวเร่งปฏิกิริยา เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่แพ้โปรตีนจากยางธรรมชาติและแพ้สารเคมีที่เป็นองค์ประกอบในถุงมือยาง ถุงมือยางไนไตรล์ที่พัฒนาขึ้นนอกจากจะทนทานต่อน้ำมันและสารเคมีแล้ว ยังนุ่มและยืดหยุ่นสูงขึ้นกว่าเดิมจึงช่วยลดอาการเมื่อยล้าจากการสวมใส่เป็นเวลานานได้อย่างดี การพัฒนาถุงมือยางชนิดนี้มุ่งเป้าตอบโจทย์การใช้งานที่ต้องการความสะอาดและปลอดภัยสูง เช่น การแพทย์ อาหาร เครื่องสำอาง อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ ห้องปฏิบัติการ รวมถึงการใช้งานทั่วไป เช่น งานทำความสะอาด ทำสวน ซ่อมรถ   [caption id="attachment_62644" align="aligncenter" width="750"] ดร.พร้อมศักดิ์ สงวนธำมรงค์ นักวิจัยเอ็มเทค สวทช[/caption]           ดร.พร้อมศักดิ์ สงวนธำมรงค์ นักวิจัย ทีมวิจัยกระบวนการผลิตยางขั้นสูงและมาตรฐานยาง กลุ่มวิจัยนวัตกรรมการแปรรูปยาง เอ็มเทค สวทช. อธิบายว่างานวิจัยนี้ได้รับทุน Starting Venture 2022 จากบริษัทบีเอเอสเอฟ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายเคมีภัณฑ์รายใหญ่ของโลกจากประเทศเยอรมนี โดยงานวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ส่วนแรกได้แก่ การพัฒนาสูตรการผลิตถุงมือยางไนไตรล์ที่ปราศจากสารก่ออาการแพ้ เช่น กำมะถัน สารตัวเร่งปฏิกิริยา แป้ง ซึ่งสารเคมีเหล่านี้เป็นสารเคมีที่จำเป็นต่อการผลิตถุงมือยางด้วยกรรมวิธีทั่วไป “ส่วนที่สองคือการหาสภาวะการผลิตที่เหมาะสม โดยศึกษาตัวแปรต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อกระบวนการจุ่มขึ้นรูปถุงมือยาง เพื่อให้ได้ถุงมือที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ส่วนสุดท้ายคือการขยายสเกลการผลิตจากระดับห้องปฏิบัติการสู่ระดับอุตสาหกรรม โดยงานวิจัยในขั้นตอนนี้ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแกรนด์โกลบอลโกลฟส์ จำกัด ในการทดลองนำสูตรและกระบวนการผลิตที่พัฒนาขึ้นไปใช้ผลิตต้นแบบถุงมือยางไนไตรล์ปราศจากกำมะถันและสารตัวเร่งปฏิกิริยา พร้อมดำเนินการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพแต่ละขั้นตอนการผลิตตามเกณฑ์กำหนดของโรงงาน จากการทดลองพบว่าต้นแบบถุงมือยางไนไตรล์ที่ผลิตได้มีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานถุงมือยางสำหรับการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ชนิดใช้ครั้งเดียวและถุงมือยางสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร”     นอกจากจุดเด่นด้านคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ถุงมือยางไนไตรล์ที่ทีมวิจัยพัฒนาขึ้น นอกจากจะมีการลดปริมาณสารเคมีอันตรายลง ทีมวิจัยยังได้ปรับปรุงกระบวนการผลิตโดยปรับลดทั้งระยะเวลาที่ใช้บ่มน้ำยางและอุณหภูมิที่ใช้ในการอบถุงมือยาง ทำให้ประหยัดพลังงานและลดต้นทุนในการผลิตได้ด้วย ดร.พร้อมศักดิ์ เล่าทิ้งท้ายว่า ปัจจุบันทีมวิจัยประสบความสำเร็จในการพัฒนาสูตรและกระบวนการผลิตถุงมือยางไนไตรล์ปราศจากกำมะถันและสารตัวเร่งปฏิกิริยาเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ในช่วงเปิดรับผู้ประกอบการที่ต้องการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต ซึ่งคาดว่าถุงมือยางที่พัฒนาขึ้นจะวางจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ภายในปี พ.ศ. 2569   ทั้งนี้หากผู้ประกอบการท่านใดที่สนใจขอรับต้นแบบถุงมือยางไนไตรล์ไปทดลองใช้งาน หรือต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อสอบถามได้ที่คุณเนตรชนก ปิยะฤทธิพงศ์ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ โทร. 0 2564 6500 ต่อ 4301 อีเมล netchanp@mtec.or.th   เรียบเรียงโดย ภัทรา สัปปินันทน์ ฝ่ายสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์ สวทช. อาร์ตเวิร์กโดย ภัทรา สัปปินันทน์ ภาพประกอบโดย ภัทรา สัปปินันทน์ และ shutterstock
BCG
 
ข่าว
 
บทความ
 
ผลงานวิจัยเด่น
 
โครงการยุววิสาหกิจเริ่มต้น ปี 2568 (TED Youth Startup 2025) รอบ 1/2568
เปิดรับสมัคร โครงการยุววิสาหกิจเริ่มต้น ปี 2568 (TED Youth Startup 2025) รอบ 1/2568 ทุนสำหรับนิสิต นักศึกษา และบัณฑิตจบใหม่ ในการเริ่มต้นธุรกิจ Startup ภายใต้โครงการยุววิสาหกิจเริ่มต้น ปี 2568 (TED Youth Startup 2025) รอบ 1/2568 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (TSP) หนึ่งในเครือข่ายร่วมพัฒนาผู้ประกอบการ (TED Fellow) เปิดรับสมัคร Startup ที่มีความสนใจในการพัฒนาธุรกิจบนฐานของเทคโนโลยีและนวัตกรรม และกำลังมองหาทุนในการต่อยอดธุรกิจสู่เชิงพาณิชย์ โดยสนับสนุนทุนมูลค่าสูงสุดถึง 1,500,000 บาท สิทธิประโยชน์ที่ท่านจะได้รับ ให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาโครงการ ตั้งแต่การเตรียมตัวยื่นขอทุน ไปจนถึงขั้นตอนการเบิกจ่าย และปิดโครงการ ให้คำปรึกษาด้านการดำเนินธุรกิจนวัตกรรม และเชื่อมโยงธุรกิจ มีสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจแก่ผู้ขอรับทุน อย่ารอช้า รับจำนวนจำกัด รีบสมัครเลย โอกาสดีๆ รออยู่! ช่องทางการสมัคร > กดที่นี่ สนใจติดต่อ : อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย คุณกฤษกรณ์ 086 362 6185 คุณจิรพร 0816397284 คุณชมพูนุช 0813187532 Email: bcd@nstda.or.th  
ปฏิทินกิจกรรม
 
ขอเชิญร่วมงานสัมมนา “AI FOR BUSINESS” ที่รวบรวมเทคโนโลยี AI น่าสนใจไว้ในงานเดียว พบกับวิทยากรถึง 5 ท่านที่จะมาเล่า Case study การใช้ AI รูปแบบต่างๆ
ขอเชิญร่วมงานสัมมนา "AI FOR BUSINESS" ที่รวบรวมเทคโนโลยี AI น่าสนใจไว้ในงานเดียว พบกับวิทยากรถึง 5 ท่านที่จะมาเล่า Case study การใช้ AI รูปแบบต่างๆ . พิเศษสำหรับ ผู้ประกอบการ SME ไทย สามารถขอรับการสนับสนุนจากโปรแกรม ITAP ได้ 50% สูงสุด 200,000 บาท เพื่อทำโครงการประยุกต์ใช้ AI ในธุรกิจ . พบกันวันศุกร์ที่ 8 พ.ย. 2567 เวลา 08.30 - 15.00 น. ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย . ห้ามพลาด ไฮไลต์สำคัญ ฟังการบรรยายหัวข้อ "AI กับการเปลี่ยนแปลงธุรกิจ โอกาสความท้าทาย และแนวโน้ม AI ในอนาคต" Showcase เทคโนโลยี AI ที่ SME ไทยห้ามพลาด ได้แก่ - การใช้ AI OCR จัดการเอกสาร เช่น ใบเสร็จ ใบแจ้งหนี้ สัญญา ฯลฯ ช่วยให้งานเสร็จเร็ว แม่นยำ ลดภาระงาน - การใช้ Generative AI สร้างบทความ โฆษณา โพสต์โซเชียลมีเดีย ฯลฯ ช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการผลิตคอนเทนต์ - การใช้ AI Assistant ช่วยจัดการงานอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มผลิตภาพงานประจำวัน และสามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการ - การพูดคุยโต้ตอบกับ AI Chatbot ให้ช่วยวิเคราะห์เอกสาร ตั้งประเด็นโดยอัตโนมัติ และช่วยสรุปสาระสำคัญ ชมบูธแสดง AI Technology & Solution พร้อมขอรับคำปรึกษาที่คลินิกเทคโนโลยี . ลงทะเบียนร่วมงานสัมมนาได้ที่ https://forms.gle/zfn4KztJwxo62Ycb9 จำกัด 2 ท่าน/บริษัท และรับเพียง 30 บริษัท เท่านั้น ! สามารถลงทะเบียนได้ ตั้งแต่วันนี้ - 6 พ.ย. 67 สอบถามรายละเอียดได้ที่ Email : esi@nstda.or.th    
ปฏิทินกิจกรรม
 
เนคเทค สวทช. คว้า 2 รางวัล ผลิตภัณฑ์และบริการในภาคอุตสาหกรรม ด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ประจำปี 2567
(28 ตุลาคม 2567): ดร. พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สวทช. ร่วมแสดงความยินดีกับ ดร. มลธิดา ภัทรนันทกุล และ ดร.กลิกา สุขสมบูรณ์ เนคเทค, สวทช., ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์, ซีโร่ทัชเซอร์วิส, ไซบีเลียน, รางวัล, นวัตกรรม, การรักษาความปลอดภัย, IoT ในพิธีมอบรางวัลการประกวดผลิตภัณฑ์และบริการในภาคอุตสาหกรรม ด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ 2567 (Thailand Cyber Security Product and Service Awards 2024 จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ณ โรงแรม ทีเค. พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น ดร. มลธิดา ภัทรนันทกุล และคณะ ทีมวิจัยความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ กลุ่มวิจัยการสื่อสารและเครือข่าย ได้รับ ‘รางวัลความเป็นเลิศด้านความคิดสร้างสรรค์’ ประเภทต้นแบบผลิตภัณฑ์หรือบริการ (Prototype) ด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ จากผลงาน “ซีโร่ทัชเซอร์วิส : ระบบให้บริการเน็ตเวิร์กเซอร์วิสด้านความปลอดภัยแบบอัตโนมัติ สำหรับตรวจสอบและเฝ้าระวังภัยคุกคามด้านไซเบอร์ (Zero-Touch Services: An automated Security Management and Orchestration Platform for Cybersecurity Investigation and Mitigation)" ดร.กลิกา สุขสมบูรณ์ และคณะ ทีมวิจัยความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ กลุ่มวิจัยการสื่อสารและเครือข่าย ได้รับ 'รางวัลความเป็นเลิศด้านความเป็นนวัตกรรม' ประเภทต้นแบบผลิตภัณฑ์หรือบริการ (Prototype) ด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ จากผลงาน “ไซบีเลียน : แพลตฟอร์มคุ้มครองความเป็นส่วนตัวไอโอทีด้วยเทคนิคการเข้ารหัสโฮโมมอร์ฟิก (CYBLION: Privacy-Preserving IoT Platform by Homomorphic Encryption) Zero-Touch Services ระบบให้บริการเน็ตเวิร์คเซอร์วิสด้านความปลอดภัยแบบอัตโนมัติ ผลงานที่ถูกพัฒนาขึ้น เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกและ ลดภาระงานด้านความปลอดภัยให้กับองค์กร โดยการจัดเตรียมและให้บริการ เน็ตเวิร์กเซอร์วิสด้านความปลอดภัยแบบอัตโนมัติ เพื่อช่วยวิเคราะห์ ตรวจสอบ และเฝ้าระวังภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นกับองค์กร โดยมีคุณลักษณะที่น่าสนใจ เช่น การบริหารจัดการแบบอัตโนมัติด้วยโซลูชั่น SOAR รองรับรูปแบบการให้บริการ SECaaS การจัดสรรทรัพยากรแบบไดนามิก การวิเคราะห์ จำแนกและจัดลำดับความสำคัญของภัยคุกคาม เป็นต้น ไซบีเลียน: แพลตฟอร์มคุ้มครองความเป็นส่วนตัวไอโอทีด้วยเทคนิคการเข้ารหัสโฮโมมอร์ฟิก หรือ CYBLION: Privacy-Preserving IoT Platform by Homomorphic Encryption ทางออกสำหรับการแก้ปัญหาด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลไอโอที ผลงาน “ไซบีเลียน” หรือ “CYBLION” ซึ่งมาจากการผสานสองคำ "Cyber” และ "Brilliant" ซึ่งมาจากการผสานสองคำ "Cyber” และ "Brilliant" ทีมวิจัยระบบไซเบอร์-กายภาพ (CPS) ได้พัฒนาเทคโนโลยี PET เป็น “PET as-a-service for IoT/IIoT platform” ปัจจุบันมีเป้าหมายใช้สนับสนุนการทำงานในโรงงานเป็นหลัก โดยในระบบเดิมนั้นใช้ Cloud จากภายนอก ซึ่งถูกขโมยข้อมูลส่วนบุคคลบ่อยครั้ง ฉะนั้นเราจะไว้ใจ Cloud จากภายนอกได้อย่างไรบ้าง? ทางทีมนักวิจัยจึงค้นหาแนวทางการปกปองข้อมูลในแง่ของกฎหมายและแง่ของการใช้งาน จึงใช้ระบบ Homomorphic Encryption (HE) คือการให้ Cloud วิเคราะห์ข้อมูลโดยไม่จำเป็นต้องให้คีย์ในการไขเปิดข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งจะทำให้ยังคงรักษาข้อมูลส่วนบุคคลได้และ Cloud จะจัดการคำนวณโดยที่ไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วย ฉะนั้น CYBLION จะการันตีว่าข้อมูลส่วนบุคคลจะไม่หลุดออกจากระบบ เพราะใช้ระบบและเทคโนโลยีในการจัดการและจัดเก็บข้อมูลโดยที่ยังคงรักษาข้อมูลส่วนบุคคลให้ลูกค้าสามารถจัดการได้ด้วยตนเอง ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาการหลุดรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลได้นั่นเอง  
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ลุ้นบินลัดฟ้า! ✈️รวมงาน 🇦🇺 International Conference on Research Infrastructures (ICRI) 2024
🚀 ขอเชิญนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ (ประสบการณ์ <10 ปี) มาร่วมแชร์วิสัยทัศน์ “What do you imagine Research Infrastructure to be in 2050”💡 🎬 ส่งคลิปวิดีโอ (30 วิ - 3 นาที) ตอบคำถาม "Research Infrastructure ในปี 2050 จะเป็นอย่างไร?" 🏆 2 ผู้ชนะ รับรางวัล ✈️  🇦🇺 จะได้เดินทางไปเข้าร่วมการประชุมวิชาการนานาชาติ  International Conference on Research Infrastructures (ICRI) 2024 วันที่  3-5 ธันวาคม 2567 ณ เมืองบริสเบน รัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย และมีโอกาสร่วมแสดงความคิดเห็นในช่วง Early Career Scientists: Pitch Session  วันที่  4 ธันวาคม 2567 👉 สมัครเลย: http://bit.ly/3YqgOEY 📅 Deadline: 8 พ.ย. นี้ 📧 ส่ง CV: aseanrri@nstda.or.th ++++++++++++++++++++++++++ Calling all early career researchers from ASEAN! Imagine the future of research infrastructure. What will it look like in 2050? We're launching an exciting video competition to find out! Show Us Your Vision! Create a short video (30 seconds - 3 minutes) answering the question: "What do you imagine Research Infrastructure to be in 2050?" Prizes: Two winners will each receive: A round-trip flight (economy class) to Brisbane, Australia (including per diems)! An opportunity to present at the main program "Early Career Scientists: Pitch Session" on 4 December 2024. Who Can Participate? Are you an early career researcher with less than 10 years of experience in research infrastructure (user or manager)? This competition is for you! Why Enter? Attend ICRI 2024 – the leading forum for the global research infrastructure community! Network with international experts and stay ahead of industry trends. Boost your research profile and build international connections. Ready to Submit? Create your video (MP4 format, landscape view). Submit your video by Nov 8th via http://bit.ly/3YqgOEY Email your CV to aseanrri@nstda.or.th Don't miss this chance! Showcase your ideas and represent your country at ICRI 2024! For more information: aseanrri@nstda.or.th
ปฏิทินกิจกรรม
 
หลักสูตรฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการความรู้พื้นฐานสำหรับช่างติดตั้งสถานีประจุไฟฟ้า สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า รุ่นที่ 4 (Fundamental of EV Charger Installation: ECI4)
หลักสูตรฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการความรู้พื้นฐานสำหรับช่างติดตั้งสถานีประจุไฟฟ้า สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า รุ่นที่ 4 (Fundamental of EV Charger Installation: ECI4) . ห้ามพลาด ไฮไลต์สำคัญ: ความรู้เกี่ยวกับ หลักการ กฎหมาย/ข้อกำหนด/กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมถึงความปลอดภัย ในการติดตั้งสถานีประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการออกแบบและติดตั้งสถานีประจุไฟฟ้า รวมถึงเทคนิคการติดตั้งอย่างถูกต้องและปลอดภัย ความรู้เกี่ยวกับ การคำนวณ การเลือกอุปกรณ์ การติดตั้ง การเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า และการตรวจสอบระบบเบื้องต้น ความรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์และประเมินผลจากเครื่องมือวัด . วันที่ 12 – 13 ธันวาคม 2567 (ทฤษฎี 1 วัน Workshop 1 วัน) เวลา 09.00 - 13.30 น. ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ลงทะเบียนได้ที่: https://www.career4future.com/eci/ https://www.career4future.com/cfa/index.php?crsgen=9913 9,630 บาท (ราคานี้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) สอบถามข้อมูล โทรศัพท์ : 0 2644 8150 ต่อ 81898 (คุณฉวีวรรณ) โทรสาร : 0 2644 8110 E-MAIL : npd@nstda.or.th
ปฏิทินกิจกรรม