ผลการค้นหา :
ผู้อำนวยการ สวทช. เข้าร่วมกล่าวสุนทรพจน์และอภิปรายในการประชุมใหญ่ TWAS ครั้งที่ 17
ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้เข้าร่วมการประชุมใหญ่สามัญของ The World Academy of Sciences (TWAS) ครั้งที่ 17 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ "Building a Sustainable Future: The role of science, technology and innovation for global development" ที่จัดขึ้น ณ เมืองริโอ เดอ จาเนโร สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล ระหว่างวันที่ 29 กันยายน – 2 ตุลาคม 2568
โดยการประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 300 คน ในโอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ได้รับเกียรติขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดการประชุมและในฐานะประธาน Alliance of International Science Organizations (ANSO) ร่วมกับผู้นำองค์กรวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลก และ Luiz Inácio Lula da Silva ประธานาธิบดี สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล ข้อความในสุนทรพจน์ ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ เน้นย้ำถึงภารกิจของ ANSO ในการส่งเสริมความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีข้ามพรมแดน เพื่อรับมือกับความท้าทายระดับโลกที่ซับซ้อน ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไปจนถึงความมั่นคงทางอาหารและสุขภาพ นอกจากนั้น ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ได้ร่วมเป็นคณะผู้อภิปราย ในหัวข้อ "Science in a complex geopolitical context" ซึ่งเป็นประเด็นที่สำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบัน โดยได้นำเสนอแนวคิด เครือข่ายความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์อย่าง ANSO ซึ่งถือเป็น "สะพาน" ที่เชื่อมโยงนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลกให้ทำงานร่วมกันโดยมีเป้าหมายเพื่อมนุษยชาติเป็นที่ตั้ง โดยเฉพาะการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนตามที่องค์การสหประชาชาติกำหนดขึ้น (UN SDGs) ท่ามกลางความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยยกตัวอย่างความร่วมมือทีมวิจัยจาก สวทช. ได้ร่วมมือกับนานาประเทศเพื่อแก้ปัญหาฝุ่นร่วมกัน
ในการประชุมครั้งนี้ถือเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์เพื่อส่วนรวมในเวทีระดับโลกต่อไป
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
‘Pure Air Gypsum Board’ ยิปซัมบอร์ดจากวัตถุดิบสังเคราะห์ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
แร่ยิปซัมเป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะการผลิตแผ่นฝ้าและผนัง ประเทศไทยมีการใช้แร่ยิปซัมจากธรรมชาติมากกว่า 2 ล้านตันต่อปี และยังเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของเอเชียด้วย อย่างไรก็ตามกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ได้คาดการณ์ไว้ว่า แหล่งแร่ยิปซัมธรรมชาติในประเทศไทยมีแนวโน้มจะหมดลงในอีก 30 ปี หรือประมาณปี พ.ศ. 2600 ถือเป็นความท้าทายของภาคอุตสาหกรรมที่ต้องเร่งหาทางออกที่ยั่งยืน
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พัฒนากระบวนการผลิต Pure Air Gypsum Board (เพียวแอร์ ยิปซัมบอร์ด) แผ่นยิปซัมสังเคราะห์ที่ผลิตจาก FGD gypsum (เอฟจีดี ยิปซัม) ผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตไฟฟ้า โดย Pure Air Gypsum Board มีฟังก์ชันดูดซับสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile Organic Compounds: VOCs) และช่วยลด PM2.5 ซึ่งเป็นมลพิษที่พบได้ในอาคารทั้งที่อยู่อาศัยและสำนักงานด้วย
Pure Air Gypsum Board ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
[caption id="attachment_74750" align="aligncenter" width="750"] ดร.ศุภมาส ด่านวิทยากุล และดร.สมัญญา สงวนพรรค นักวิจัย เอ็มเทค สวทช.[/caption]
ดร.ศุภมาส ด่านวิทยากุล นักวิจัยทีมวิจัยอีโคและฟังก์ชันนอลเซรามิกส์ เอ็มเทค สวทช. อธิบายว่า FGD gypsum เป็นกากอุตสาหกรรมที่เกิดจากกระบวนการดักจับก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในกระบวนการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน ซึ่งโดยปกติจะมีการนำไปจำหน่ายเพื่อใช้งานต่อในสัดส่วนร้อยละ 20 ส่วนที่เหลือร้อยละ 80 จะมีการกำจัดด้วยวิธีฝังกลบ ทีมวิจัยจึงได้ร่วมกับ กฟผ. พัฒนากระบวนการผลิตยิปซัมไฟเบอร์บอร์ดจาก FGD gypsum เพื่อทดแทนการใช้แร่ยิปซัมจากธรรมชาติ โดยวิธีการที่พัฒนาขึ้น สามารถนำไปใช้ผลิตในโรงงานทั่วไปโดยไม่ต้องปรับแต่งอุปกรณ์เพิ่มเติมได้
นอกจากนี้ทีมวิจัยยังได้นำอีกสองผลงานเทคโนโลยีเด่นมาใช้เพิ่มฟังก์ชันด้านการลดสารมลพิษเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มด้วย
ดร.ศุภมาส อธิบายว่า เทคโนโลยีแรก คือ เทคโนโลยีการผลิตวัสดุดูดซับสารอินทรีย์ระเหยง่าย หรือ VOCs ซึ่งเป็นสารมลพิษใกล้ชิดกับตัวเรา VOCs พบได้ในองค์ประกอบของสีทาบ้าน ผลิตภัณฑ์จากไม้ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด หมึกเครื่องถ่ายเอกสารและเครื่องพิมพ์เลเซอร์ ควันบุหรี่ หรือกระทั่งควันจากการทำอาหาร โดยหากได้รับสาร VOCs ในปริมาณมากอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายแบบเฉียบพลัน เช่น เวียนศีรษะ ระคายเคืองผิวหนัง ดวงตา และระบบทางเดินหายใจ ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ นอกจากนี้หากมีการสะสมของสาร VOCs ในร่างกายต่อเนื่องยาวนานก็อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งด้วย
“ในกระบวนการผลิตยิปซัมบอร์ด ทีมวิจัยได้พัฒนาวัสดุดูดซับสาร VOCs มาใช้เป็นสารประกอบในเนื้อผลิตภัณฑ์ เพื่อทำหน้าที่ตรึงสาร VOCs ด้วยพันธะเคมี ทำให้สาร VOCs ไม่สามารถหลุดออกจากผลิตภัณฑ์มาฟุ้งกระจายภายในอากาศได้อีก”
อีกเทคโนโลยีที่นำมาใช้ คือ เทคโนโลยีการผลิตสีพ่นเคลือบที่มีประสิทธิภาพในการลดฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นมลพิษทางอากาศที่ร้ายแรงอีกชนิดหนึ่ง โดย PM2.5 ในอาคารมีแหล่งที่มาหลัก ๆ มาจากการทำอาหาร การสูบบุหรี่ การจุดธูป เทียน หรือกำยาน การก่อสร้างต่อเติมบ้าน นอกจากนี้ยังมีฝุ่น PM2.5 จากภายนอกอาคารที่เล็ดรอดเข้ามาทางหน้าต่าง หรือช่องระบายอากาศได้ด้วย โดยฝุ่นเหล่านี้มีที่มาหลักจากควันไอเสียรถยนต์ การเผาในที่โล่งแจ้ง รวมไปถึงควันจากโรงงานอุตสาหกรรม
ดร.ศุภมาส อธิบายต่อว่า ฝุ่น PM2.5 เป็นมลพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกายทั้งแบบเฉียบพลัน เช่น ระคายเคืองตาและระบบทางเดินหายใจ ซึ่งอาจก่อให้อาการภูมิแพ้และเลือดกำเดาไหลได้ โดยหากสะสมในร่างกายต่อเนื่องยาวนานก็อาจเพิ่มความเสี่ยงการเป็นโรคในระบบทางเดินหายใจแบบเรื้อรัง โรคหัวใจ มะเร็งปอด รวมถึงโรคร้ายแรงอีกหลายชนิด
“เพื่อช่วยลดปัญหาดังกล่าวทีมวิจัยได้นำเทคโนโลยีสีพ่นเคลือบพื้นผิวที่นอกจากจะให้สีสันสวยงาม ยังมีกลไกทำให้อนุภาคของฝุ่นขนาดเล็กที่ลอยเข้าใกล้สารเคลือบจับตัวกันเป็นก้อนน้ำหนักมากแล้วตกลงสู่พื้น ทำให้ฝุ่นไม่ฟุ้งกระจายในอากาศ และทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น มาใช้งานกับแผ่นยิปซัมบอร์ดสังเคราะห์ที่พัฒนาด้วย โดยเมื่อผสานรวมทั้ง 3 เทคโนโลยีข้างต้นเข้าด้วยกันจะได้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อว่า Pure Air Gypsum Board”
พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีทางเลือกแห่งอนาคตแล้ว
ดร.สมัญญา สงวนพรรค นักวิจัยทีมวิจัยอีโคและฟังก์ชันนอลเซรามิกส์ เอ็มเทค สวทช. เล่าว่าการนำ FGD gypsum มาใช้เป็นวัตุดิบทดแทนจะช่วยเสริมความยั่งยืนเรื่องแหล่งที่มาของวัตถุดิบ และลดการถลุงแร่ธรรมชาติซึ่งก่อให้เกิดการปล่อยมลพิษทั้งทางน้ำ ดิน และอากาศ นอกจากนี้ยังเป็นการนำผลพลอยได้จากอุตสาหกรรมมาใช้ให้เกิดประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่ม สอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (circular economy)
“การที่ทีมวิจัยบูรณาการทั้งเทคโนโลยีการผลิตยิปซัมไฟเบอร์บอร์ดจาก FGD gypsum, เทคโนโลยีการผลิตวัสดุดูดซับสาร VOCs และเทคโนโลยีการผลิตสีพ่นเคลือบเพื่อลด PM2.5 เข้าด้วยกัน ทำให้ Pure Air Gypsum Board เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นแตกต่างจากแผ่นยิปซัมบอร์ดทั่วไปในประเทศไทยซึ่งยังไม่มีผลิตภัณฑ์ใดที่มีทั้ง 3 คุณสมบัตินี้รวมอยู่ในผลิตภัณฑ์เดียว นอกจากนี้ยังมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 30 ปี ตอบโจทย์ทั้งเรื่องสุขภาพของผู้ใช้งานและความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับแนวโน้มความสนใจของผู้บริโภครุ่นใหม่ด้วย”
ปัจจุบันเอ็มเทค สวทช. และ กฟผ. พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตทั้ง 3 เทคโนโลยีแล้ว โดยทุกเทคโนโลยีผ่านการออกแบบภายใต้แนวคิดผลิตได้ภายในประเทศเพื่อเพิ่มโอกาสการครองส่วนแบ่งตลาดผลิตภัณฑ์ทางเลือกนี้
ดร.สมัญญา อธิบายว่า เทคโนโลยีการผลิตแผ่นยิปซัมบอร์ดเหมาะแก่ผู้ผลิตแผ่นยิปซัมที่มองหาวัตถุดิบทดแทนที่มีความยั่งยืนในการผลิต นอกจากนี้การนำ FGD gypsum มาใช้เป็นวัตถุดิบทดแทนแร่จากแหล่งแร่ธรรมชาติยังช่วยลดค่าการปล่อยคาร์บอนฟุตพรินต์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product: CFP) ได้ด้วย ส่วนเทคโนโลยีการผลิตวัสดุดูดซับ VOCs เหมาะแก่ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ และเทคโนโลยีสารเคลือบลด PM2.5 เหมาะแก่ผู้ผลิตสีและสารเคลือบ ทั้งสองเทคโนโลยีนี้นำไปประยุกต์ใช้กับการผลิตผลิตภัณฑ์ประเภทอื่น ๆ ได้หลากหลาย เช่น วัสดุก่อสร้างประเภทผนัง บล็อกช่องลม สีทาบ้าน สีทาเฟอร์นิเจอร์
จะเห็นได้ว่า Pure Air Gypsum Board ไม่ได้เป็นเพียงวัสดุก่อสร้างทั่วไป แต่ยังเป็นนวัตกรรมที่คำนึงถึงสุขภาพและสิ่งแวดล้อม รวมถึงความยั่งยืนของอุตสาหกรรมยิปซัมบอร์ดไทย ผู้ประกอบการที่สนใจ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณระพีพันธ์ ระหงษ์ เบอร์โทรศัพท์ 0 2564 6500 ต่อ 4789 หรืออีเมล rapeepr@mtec.or.th
เรียบเรียงโดย ภัทรา สัปปินันทน์ ฝ่ายสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์ สวทช.
อาร์ตเวิร์กโดย ภัทรา สัปปินันทน์
คลิปสั้นโดย ภัทรา สัปปินันทน์ และอัครวุฒิ ตู้วชิรกุล ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สวทช.
ภาพประกอบโดย ภัทรา สัปปินันทน์ และภาพจาก Adobe Stock
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
บทความ
ผลงานวิจัยเด่น
ขอแสดงความยินดี “ดร.กอบกุล เหล่าเท้ง และทีม” คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 กลุ่มอุตสาหกรรม การประกวดนวัตกรรมข้าวไทยปี 2568
1 ตุลาคม 2568 ณ ห้องนภาลัย แกรนด์ บอลรูม โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ - ดร.กอบกุล เหล่าเท้ง รองผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้รับเกียรติเข้ารับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 กลุ่มอุตสาหกรรม จากการประกวด "นวัตกรรมข้าวไทยปี 2568" พร้อมโล่เกียรติยศ ประกาศนียบัตร และเงินรางวัล 20,000 บาท การมอบรางวัลจัดขึ้นภายในงานวันนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2568 จาก ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานมูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งจัดโดยมูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
โอกาสนี้ ผู้บริหาร สวทช. นำโดย ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ รองผู้อำนวยการ สวทช. และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชาวรีย์ อรรถลังรอง ผู้อำนวยการไบโอเทค พร้อมด้วยทีมวิจัย และบุคลากร สวทช. ร่วมแสดงความยินดีและมอบช่อดอกไม้แก่ ดร.กอบกุล เหล่าเท้ง และทีม
ผลงานที่ได้รับรางวัลคือ “Green Rice Biome : สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากข้าวไทยและต้นข้าวอ่อนด้วยนวัตกรรมกระบวนการหมักแบบแม่นยำ” ภายใต้การพัฒนาของแพลตฟอร์มบริการผลิตอาหารและส่วนผสมฟังก์ชัน (FoodSERP) ของ สวทช. เป็นนวัตกรรมการเพิ่มมูลค่าของข้าวไทยด้วยเทคโนโลยีการหมักแบบแม่นยำ (precision fermentation) ซึ่งได้นำร่องพัฒนากระบวนการผลิตสารประกอบฟังก์ชันจากข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ผ่านกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ชีวภาพ (bioproducts) โดยอาศัยหลักการแปรสภาพทางชีวภาพ (biotransformation) ด้วยจุลินทรีย์ เทคโนโลยีการหมักแบบแม่นยำนี้ ถือเป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีสีเขียวที่มีศักยภาพสูงซึ่งถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการเพิ่มมูลค่าของวัตถุดิบข้าวไทยเพื่อพัฒนานวัตกรรมกระบวนการผลิตส่วนประกอบฟังก์ชันสำหรับเครื่องสำอางในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
การประชุมวิชาการนานาชาติ ASPA ครั้งที่ 28 ประจำปี 2025
📢การประชุมวิชาการนานาชาติ ASPA ครั้งที่ 28 ประจำปี 2025
🗓วันที่: 3–6 พฤศจิกายน 2568
📍 สถานที่: โรงแรม Millennium Hilton Bangkok
🚨หัวข้อ: "The Role of Science and Technology Parks in Facilitating Corporates on the ESG Journey"
📌เชิญชวน:
👨💼 ผู้บริหารจากอุทยานวิทยาศาสตร์
🔬 ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ
🏛️ มหาวิทยาลัย / หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบนวัตกรรม ทั้งในและต่างประเทศ
🧑🏻💻บุคคลทั่วไปที่มีความสนใจ
🎯สิ่งที่ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับ:
✅ สิทธิ์เข้าร่วมการประชุมและกิจกรรมพิเศษอื่น ๆ ได้แก่ เวิร์กช็อป กิจกรรมการสร้างเครือข่าย งานเลี้ยงกาลาดินเนอร์ และงานเลี้ยงต้อนรับ
✅อาหารกลางวัน อาหารว่าง และเครื่องดื่ม ตลอดระยะเวลาการประชุม
✅สิทธิ์เข้าร่วมทริป Technical & Cultural Tours
✅ กระเป๋าเอกสาร และสื่อ/สิ่งพิมพ์/เอกสารประกอบการประชุม
📌อัตราค่าลงทะเบียน: รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) แล้ว
📬สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: aspa2025@nstda.or.th
📢28th ASPA Annual International Conference 2025
🗓Date: 3–6 November 2025
📍Venue: Millennium Hilton Bangkok
🚨Theme: "The Role of Science and Technology Parks in Facilitating Corporates on the ESG Journey"
📌Invitation to:
👨💼 Business Incubation Centers
🏛️ Universities / Innovation-related organizations, both domestic and international
🧑🏻💻 General public with an interest in the topic
🎯Benefits for Participants:
✅ Access to the conference sessions and special activities including workshops, networking events, gala dinner, and welcome reception
✅ Lunch, snacks, and beverages throughout the conference duration
✅ Participation in Technical & Cultural Tours
✅ Conference bag, printed materials, and other relevant documents
💰Registration Fee: Inclusive of 7% VAT
📬For more information, please contact: aspa2025@nstda.or.th
Register Now → www.aspa2025.com
ปฏิทินกิจกรรม
สวทช. ชวนคนไทยใส่ใจสุขภาพ! ยกทัพนวัตกรรมสุดล้ำเพื่อชีวิตที่ดีกว่าเดิมในงาน SX2025
26 กันยายน 2568 – สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ตอกย้ำความเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความยั่งยืนของสังคมไทย เข้าร่วมงาน Sustainability Expo 2025 (SX2025) มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน ภายใต้แนวคิด "พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก"
ครั้งนี้ สวทช. ขอเชิญชวนทุกท่านมาสัมผัสเทคโนโลยีที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น ในโซน "Better Me: ชีวิตดีมีสุข เริ่มได้ที่ตัวเรา" พบกับผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่จับต้องได้ ซึ่งออกแบบมาเพื่อดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัว
นำทีมโดย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ที่ขนทัพนวัตกรรมมาเอาใจใส่คนทุกวัย ไม่ว่าจะเป็น "Gunther" (กันเธอร์) อุปกรณ์อัจฉริยะพร้อมแอปพลิเคชันคู่ใจ ที่ช่วยตรวจจับและแจ้งเตือนการทรงตัวที่ผิดปกติ รวมถึงการพลัดตกหกล้ม, "Rachel" (เรเชล) ชุดบอดีสูทดีไซน์พิเศษสำหรับผู้สูงอายุ ช่วยดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด, อุปกรณ์ตรวจจับการใช้เวลาในห้องน้ำนานผิดปกติ เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน และอุปกรณ์ช่วยเตือนกินยาอัตโนมัติพร้อมสัญญาณเตือน หมดกังวลเรื่องลืมทานยา
ทางด้าน ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ก็ไม่น้อยหน้า ส่งสองนวัตกรรมเด็ดมาให้คนไทยได้สุขภาพดีกันถ้วนหน้า เริ่มจากแอปพลิเคชัน "ไทยสุข" (ThaiSook) เพื่อนคู่คิดที่จะทำให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องง่ายและมีความสุขยิ่งขึ้น และไฮไลท์อย่าง "ส้อมวัดความเค็ม" ที่จะมาปฏิวัติการกินของคุณ ช่วยควบคุมปริมาณโซเดียมในอาหารแต่ละมื้อได้อย่างแม่นยำ
พิเศษสุด! สำหรับผู้ที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัย "ไทยสุข" เพียงลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการภายในงาน รับฟรี! สมาร์ทวอทช์ (Smart Watch) 1 เรือนทันที (เงื่อนไขเป็นไปตามที่โครงการกำหนด)
อย่าพลาดโอกาสในการอัปเดตเทรนด์สุขภาพและนวัตกรรมเปลี่ยนโลก! แล้วมาพบกันได้ที่งาน Sustainability Expo 2025 ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน ถึง 5 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 - 20.00 น. ณ ฮอลล์ 2 โซน Better Me
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
สวทช. รับรางวัล โครงการวิจัยด้านการเกษตรดีเด่น สวก. ประจำปี 2568
(26 กันยายน 2568) ณ เมืองทองธานี : ดร.ปัทมาพร ประชุมรัตน์ นักวิจัยนโยบายอาวุโส ฝ่ายบริหารกลยุทธ์และนโยบายองค์กร สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เข้ารับรางวัลโครงการวิจัยด้านการเกษตรดีเด่น สวก. ประจำปี 2568 ในเรื่อง การศึกษาแนวทางบริหารจัดการอาหารส่วนเกิน หรือ Food surplus (กรณีศึกษาพื้นที่นำร่อง กทม. และ ต่างจังหวัด) ประเภทรางวัล ดีเด่น ลำดับที่ 3 โดยได้รับเกียรติจาก ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) เป็นประธานพร้อมมอบเกียรติบัตร
ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็นการดำเนินงานภายใต้ กลยุทธ์ คือ ‘S&T Implementation for Sustainable Thailand’ หรือ “การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อประเทศไทยยั่งยืน” ของ สวทช. มีเป้าหมายในการลดปริมาณขยะอาหารและเพิ่มความมั่นคงทางอาหารในกลุ่มเปราะบาง โดยประยุกต์ใช้นวัตกรรมจาก 3 ศูนย์แห่งชาติ ได้แก่ BIOTEC, MTEC และ NECTEC และมีความร่วมมือในการขยายผลกับมูลนิธิสโกลารส์ ออฟซัสทีแนนซ์ (SOS) และเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม
โอกาสนี้ ดร.นวลวรรณ สงวนศักดิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้ร่วมแสดงความยินดีพร้อมมอบช่อดอกไม้ในครั้งนี้ด้วย
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ website Thailand's FoodBank: https://www.nstda.or.th/foodbank/
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
คณะทูตเนเธอร์แลนด์–ผู้เชี่ยวชาญเยือน TMEC สวทช. แลกเปลี่ยน–ศึกษาศักยภาพ “เซมิคอนดักเตอร์ไทย” ปูทางความร่วมมือ
เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (TMEC) จังหวัดฉะเชิงเทรา นำโดย ดร.ภัทราวดี พลอยกิติกูล (รักษาการ) ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. ด้านบริการโครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ ดร.วุฒินันท์ เจียมศักดิ์ศิริ นักวิจัยอาวุโส TMEC ให้การต้อนรับและนำชมศูนย์แก่คณะผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์
คณะผู้แทนนำโดย นางกฤษฎิ์ธิดา สุจิรา ที่ปรึกษา ร่วมด้วย
Peter Zwart, Senior Policy Advisor, International Enterprise Department, Ministry of Foreign Affairs of the Netherlands
Micha Tahar, Business Development & Project Manager (Semiconductor Cluster), High Tech NL
Kit Sin Ang, Senior Economic Officer (Semiconductor and High Tech), Embassy of the Netherlands in Malaysia
การเยือนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการระหว่างวันที่ 22–26 กันยายน 2568 เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ศึกษาศักยภาพระบบนิเวศอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไทย และหารือแนวทางความร่วมมือในอนาคต
พร้อมกันนี้ คณะผู้แทนยังได้เรียนรู้บทบาทของ TMEC ในการส่งเสริมศักยภาพด้านไมโครอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ของไทย และได้หารือเกี่ยวกับแนวทางความร่วมมือและโอกาสที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
Netherlands Delegation Explores Thai Semiconductor Potential at TMEC, Paving Way for Collaboration
On 24 September 2025, the National Science and Technology Development Agency (NSTDA), through the Thailand Microelectronics Center (TMEC) in Chachoengsao Province, welcomed a delegation from the Royal Thai Embassy in The Hague. The delegation was guided by Dr. Pattravadee Ploykitikoon, Vice President for Science and Technology Infrastructure Services, NSTDA, and Dr. Wutthinan Jeamsaksiri, Senior Researcher at TMEC.
The delegation was led by Ms. Krisditida Sujira, Counsellor, together with:
Peter Zwart, Senior Policy Advisor, International Enterprise Department, Ministry of Foreign Affairs of the Netherlands
Micha Tahar, Business Development & Project Manager (Semiconductor Cluster), High Tech NL
Kit Sin Ang, Senior Economic Officer (Semiconductor and High Tech), Embassy of the Netherlands in Malaysia
The visit was part of a program held from 22–26 September 2025 to exchange knowledge, gain insights into Thailand’s semiconductor ecosystem, and explore pathways for future cooperation.
The program also provided the delegation with an opportunity to learn more about TMEC’s role in enhancing Thailand’s capabilities in microelectronics and semiconductors, as well as to discuss potential avenues for collaboration in the future.
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
FOREFOOD COHORT #5 DEMO DAY จุดประกายนวัตกรรมอาหารอนาคต สตาร์ทอัพโชว์ผลงานต่อผู้ลงทุนและพันธมิตรธุรกิจ
เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย เมืองนวัตกรรมอาหาร (FoodInnopolis) ร่วมกับ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด จัดงาน “FOREFOOD ACCELERATION COHORT #5 DEMO DAY” ณ Singha Complex ชั้น 34 เพื่อเปิดเวทีให้สตาร์ทอัพด้าน นวัตกรรมอาหารและเกษตร (FoodTech & AgriTech) นำเสนอผลงานต่อผู้ลงทุนและพันธมิตรธุรกิจ
พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการ สวทช. สายงานบริการโครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ คุณไพชยนต์ นุชนารถ Corporate Capability Strategy Manager, Corporate Capability Development Group บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ร่วมกล่าวเปิดงานและถ่ายทอดวิสัยทัศน์ในการพัฒนา FoodTech Ventures เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่ระดับสากล
ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญ ได้แก่
Keynote Sessions จากผู้เชี่ยวชาญ ครอบคลุมประเด็นการลงทุน โปรตีนทางเลือก ความยั่งยืน และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง
Startup Pitching จาก 16 ทีม FoodTech & AgriTech โชว์ผลงานนวัตกรรมเพื่ออนาคตของอุตสาหกรรมอาหาร
Networking & Business Matching เปิดโอกาสสร้างความร่วมมือทางธุรกิจ
Product Showcase ให้ผู้เข้าร่วมสัมผัสนวัตกรรมอาหารจริง
บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้เข้าร่วมกว่า 380 คน ประกอบด้วยนักลงทุน ผู้ประกอบการ นักวิจัย และผู้สนใจด้านนวัตกรรมอาหาร ทุกท่านได้รับทั้งองค์ความรู้ เครือข่ายธุรกิจ และแรงบันดาลใจใหม่ ๆ เพื่อร่วมกันผลักดันธุรกิจนวัตกรรมอาหารของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
สวทช. จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการระดมความคิดเห็นกลยุทธ์ในการยกระดับระบบวิจัยและนวัตกรรมในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคกลาง – ตะวันตก
วันที่ 25 กันยายน 2568 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย สายงานบริการโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อระดมความคิดเห็นกลยุทธ์ในการยกระดับระบบวิจัยและนวัตกรรมในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคกลาง – ตะวันตก (Central – Western Economic Corridor: CWEC) ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี
โดยมี ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการ สวทช. ให้เกียรติกล่าวต้อนรับและเปิดการประชุม ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมฯ ประกอบด้วย ผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ เจ้าของกิจการ ผู้บริหารภาคเอกชน และสถาบันอุดมศึกษา ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และภาคกลาง - ตะวันตก 4 จังหวัดประกอบด้วย จ.พระนครศรีอยุธยา จ.นครปฐม จ.สุพรรณบุรี และ จ.กาญจนบุรี ร่วมรับฟังการบรรยายพิเศษ เรื่อง โอกาสของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคกลาง – ตะวันตก โดย คุณเมธา จารัตนากร CEO & Partner บริษัท ซีไอพี แวลู จำกัด และการนำเสนอแผนระดมความคิดเห็นกลยุทธ์ในการยกระดับระบบวิจัยและนวัตกรรมฯ โดย ดร.จิตภินันท์ วงษ์ขันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเบส แอดไวเซอร์ จำกัด สุดท้ายได้มีการร่วมกิจกรรมเชิงปฏิบัติการและระดมความคิดเห็นตามกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเกษตร กลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มเทคโนโลยีและนวัตกรรมมุ่งเน้น
การจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ คาดว่าจะสร้างให้เกิดผลลัพธ์ดังต่อไปนี้
เพื่อกำหนดกลยุทธ์ในการยกระดับระบบวิจัยและนวัตกรรมฯ ในการสนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมอาหารและเกษตร โดยบูรณาการความร่วมมือจากภาคชุมชน ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษาสร้างให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและเกิดการเชื่อมโยงเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น ภูมิภาค และประเทศ
เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมมุ่งเน้น 4 ด้าน ได้แก่ ด้านไมโครอิเล็กทรอนิกส์ 2. ด้านเทคโนโลยีเซนเซอร์ 3. ด้าน AI และ 4. ด้านดิจิทัล ให้แก่ผู้ประกอบการ ในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ครอบคลุมพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภูมิภาค ภาคกลาง - ตะวันตก
เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานมุ่งสู่การเสริมสร้างศักยภาพอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภูมิภาค ภาคกลาง - ตะวันตก
เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภูมิภาค ภาคกลาง - ตะวันตก
การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภูมิภาค ภาคกลาง – ตะวันตก มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยเฉพาะในมิติของการสร้างความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และการเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การพัฒนาดังกล่าวจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถก้าวสู่การเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจในภูมิภาคได้อย่างยั่งยืน
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
คณะผู้บริหาร สวทช. เข้าร่วมต้อนรับ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว.
วันที่ 26 กันยายน 2568 คณะผู้บริหารและข้าราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย คณะผู้บริหารสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ รองผู้อำนวยการ สวทช. สายงานบริหารการวิจัยและพัฒนา ดร.วรวรงค์ รักเรืองเดช รองผู้อำนวยการ สวทช. สายงานกลยุทธ์องค์กร ผศ.ดร.เชาวรีย์ อรรถลังรอง ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ BIOTEC ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ NECTEC ดร.ภญ.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ NANOTEC ดร.ปวีณ นราเมธกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. ด้านบริหารทั่วไป และ ดร.มนัสชัย คุณาเศรษฐ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสวทช. ด้านสารสนเทศ เข้าร่วมให้การต้อนรับ นายสุรศักดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
พิธีดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนจะเริ่มปฏิบัติงานอย่างเป็นทางการ โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. นางสาววราภรณ์ รุ่งตระการ รองปลัดกระทรวง อว. ดร.วันนี นนท์ศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้ช่วยปลัดกระทรวง อว. ร่วมให้การต้อนรับและแสดงความยินดี เริ่มต้นพิธีด้วยการไหว้ศาลพระภูมิ ณ กรมวิทยาศาสตร์บริการ สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ ไหว้ศาลพระภูมิชัยมงคล และสักการะพระพุทธรูปประจำห้องทำงาน ชั้น 22 ณ อาคารอุดมศึกษา 2 (ศรีอยุธยา)
ในช่วงท้าย รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้พบปะผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรในสังกัด โดยคณะผู้บริหาร สวทช. ได้มอบช่อดอกไม้เพื่อร่วมต้อนรับและแสดงความยินดี ณ ห้องโถง ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า สป.อว.
นายสุรศักดิ์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลว่า การเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง รมว.อว. ครั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ย้ำชัดให้ตนและคณะรัฐมนตรีชุดนี้ทำงานอย่างเต็มกำลัง พร้อมกำหนดปฏิทินการดำเนินงานที่ชัดเจน โดยมีแนวทางหลักในการพัฒนากระทรวง อว. ได้แก่ การยกระดับการศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ให้ก้าวทันโลก การนำเทคโนโลยีมาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การใช้ผลงานวิจัยเป็นกลไกเร่งด่วนในการรองรับและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ ทั้งนี้ จะมีการประกาศนโยบาย Quick Win ที่เห็นผลได้จริง ควบคู่กับการต่อยอดนโยบายเดิมที่มีพื้นฐานแข็งแรงอยู่แล้ว เพื่อให้การขับเคลื่อนเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในเร็ว ๆ นี้
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
สวทช. โดย นาโนเทค ร่วมแสดงความยินดี ‘สไปก์ อาร์ชิ เทคโทนิคส์’ ดีปเทคสตาร์ตอัป สวทช. จับมือลงนาม 2 พันธมิตร
วันที่ 25 กันยายน 2568 ณ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) - คุณศันสนีย์ ฮวบสมบูรณ์ รองผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) และรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BID) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมแสดงความยินดีกับบริษัท สไปก์ อาร์ชิ เทคโทนิคส์ จำกัด หนึ่งในดีปเทคสตาร์ตอัปภายใต้ สวทช. ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับเครือข่ายพันธมิตร ทั้งคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีและศูนย์พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ (MIND) มหาวิทยาลัยมหิดล และบริษัท ดอกเตอร์พงศ์ สกิน รีเสิร์ช แล็บ จำกัด นับเป็นก้าวสำคัญ ในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาควิชาการ หน่วยงานวิจัย และภาคเอกชน เพื่อผลักดันนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปสู่การประยุกต์ใช้ในด้านการแพทย์และอุตสาหกรรมความงาม ตามพันธกิจของ สวทช. ที่มุ่งเน้นการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยในภาคอุตสาหกรรม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งภายในงาน ได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์ นายแพทย์ หม่อมหลวงชาครีย์ กิติยากร รองคณบดีฝ่ายนวัตกรรมและคู่ความร่วมมือ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล, เภสัชกรหญิง พุทธิมน ศรีบนฟ้า หัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์และวิจัย บริษัท ดอกเตอร์พงศ์ สกิน รีเสิร์ช แล็บ จำกัด, ดร. กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติจากทุกภาคส่วนเข้าร่วม โดยมี ดร. ไพศาล ขันชัยทิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ และคุณลลิตภัทร ศุภประภากร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการและกรรมการบริษัท สไปก์ อาร์ชิ เทคโทนิคส์ จำกัด ให้การต้อนรับ
บริษัท สไปก์ อาร์ชิ เทคโทนิคส์ จำกัด จัดตั้งเมื่อปี 2565 เป็นหนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จ ของบริษัทดีปเทคสตาร์ตอัป ภายใต้กลไก NSTDA Startup ของ สวทช. ที่มุ่งผลักดันผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ สร้าง Ecosystem และขีดความสามารถให้บุคลากร รวมถึงเป็นโอกาสที่นักวิจัยสามารถเป็นเจ้าของและบริหารธุรกิจจากผลงานวิจัยได้อย่างเต็มที่ และยังช่วยลดความเสี่ยงทางธุรกิจด้วยการมีพันธมิตรร่วมลงทุน โดยได้นำงานวิจัยและพัฒนาจากศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์วิจัย ภายใต้ สวทช. ต่อยอดสู่ “เทคโนโลยีไมโครสไปก์” ด้วยเทคนิคการขึ้นเข็มขนาดไมโคร (Microneedle) ด้วยแสง บนวัสดุผืนผ้า ในรูปแบบแผ่นแปะที่มีลักษณะเฉพาะ ตอบโจทย์ความต้องการด้านประสิทธิภาพในการนำส่งสารสำคัญผ่านผิวหนัง และลดปัญหาคอขวดเรื่องการผลิตในระดับอุตสาหกรรม ซึ่งบริษัท สไปก์ อาร์ชิ เทคโทนิคส์ จำกัด สามารถผลิตได้เร็วกว่าบริษัทในต่างประเทศถึง 13.5 เท่า นับเป็น Game Changer สำหรับภาคเอกชนที่จะเข้ามาจับมือร่วมกันใช้นวัตกรรม สร้างจุดเด่น หรือความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ เพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับธุรกิจของตนเอง และปัจจุบัน สไปก์ฯ ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิผลงานวิจัยของ สวทช. ไปแล้วกว่า 11 ผลงาน อาทิ นวัตกรรมแผ่นแปะสำหรับใต้ตา ร่องแก้ม เข่า เป็นต้น
สำหรับการลงนามในครั้งนี้ สะท้อนถึงความตั้งใจร่วมกันของทุกภาคส่วน ที่พร้อมนำความเชี่ยวชาญและศักยภาพในแต่ละด้านมาร่วมขับเคลื่อนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยเฉพาะด้านการแพทย์ สุขภาพและความงาม ซึ่งนอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และสอดคล้องกับแนวโน้มการดูแลสุขภาพในปัจจุบันแล้ว ยังสอดคล้องกับพันธกิจของ สวทช. ในการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยอีกด้วย
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
สวทช. ชู “AI” ขับเคลื่อนสะเต็มศึกษาในอาเซียน ณ เวทีประชุม SEAMEO STEM-ED
บาหลี, อินโดนีเซีย – เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568, ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. ในฐานะผู้แทนประเทศไทย เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์ระดับภูมิภาคว่าด้วยสะเต็มศึกษาของซีมีโอ (SEAMEO STEM-ED) ครั้งที่ 8 และการประชุม Cross-Center Collaborative Forum เพื่อร่วมกำหนดทิศทางและยกระดับสะเต็มศึกษาในภูมิภาค
ในการประชุมคณะกรรมการบริหารฯ ได้มีการอนุมัติแผนงานและงบประมาณประจำปี พร้อมหารือความคืบหน้าของโครงการสำคัญหลายโครงการ อาทิ โครงการพัฒนาครูในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA-TEP) เพื่อเสริมศักยภาพครูรับมือห้องเรียนยุคใหม่, โครงการส่งเสริมความเป็นพลเมืองโลกผ่านสะเต็มศึกษา และการเตรียมความพร้อมบุคลากรทางการศึกษาให้ใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการด้าน AI นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวโครงการ “Southeast Asia Day of AI and Modern STEM in Education” เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในวงกว้าง
ส่วนการประชุม Cross-Center Collaborative Forum ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง 3 ศูนย์ของซีมีโอ ได้แก่ SEAMEO STEM-ED, SEAMOLEC และ RECSAM ได้มุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ของภูมิภาค เพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนสามารถปรับตัวและเท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ในโอกาสนี้ ศ. ดร.ชูกิจ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการนำ AI มาใช้เป็นเครื่องมือช่วยครูในการวัดผลและปรับเนื้อหาให้เหมาะสมกับศักยภาพของผู้เรียนแต่ละคน (Personalized Learning) ช่วยลดอุปสรรคด้านภาษา และแก้จุดอ่อนทางการศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการด้าน AI แห่งชาติของไทย โดยความร่วมมือระหว่างประเทศจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพของเยาวชนและครูในภูมิภาคให้พร้อมรับความท้าทายในยุคดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์


