หน้าแรก ค้นหา
ผลการค้นหา :
ขับเคลื่อนไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ สวทช. ปักหมุด 24-28 เม.ย. นี้ จัดงาน NAC2026 ชูแนวคิด “เศรษฐกิจยั่งยืนด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี”
(วันที่ 9 มีนาคม 2569) ณ ห้องแถลงข่าวกระทรวง อว. พญาไท กรุงเทพฯ:  กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ประกาศความพร้อมจัดงานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 21 (NAC2026) ภายใต้แนวคิด “เศรษฐกิจยั่งยืนด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” (Sustainable Economy through Science and Technology) ระหว่างวันที่ 24 – 28 เมษายน 2569 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี โดยมีผู้บริหาร คณะนักวิจัย สวทช. คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทคซอส มีเดีย จำกัด และพันธมิตรเข้าร่วมแถลงข่าว ซึ่งงานประชุมวิชาการ สวทช. พร้อมเปิดให้ผู้สนใจลงทะเบียนฟรีตั้งแต่วันนี้ (9 มีนาคม 2569) วิทยาศาสตร์ คือทางรอด: มุ่งสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. แถลงว่า ในยุคที่ความยั่งยืนกลายเป็นกติกาใหม่ของโลก และไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่คือเงื่อนไขของการอยู่รอด และวิทยาศาสตร์คือ “เครื่องมือสำคัญที่สุด” ที่ทำให้ความยั่งยืนเกิดขึ้นได้จริง โดยมีตัวอย่างของทีมวิจัย สวทช. ดำเนินการใช้เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะช่วยแก้ปัญหาการปนเปื้อนแมลงและสารเคมี เพื่อส่งกะเพราไทยสู่ตลาดโลก ด้วยการปลูกและควบคุมคุณภาพ สอดคล้องกับศักยภาพของผู้ประกอบการทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก นอกจากนี้ในเรื่องของ ‘มาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน ‘CBAM’ (‘Carbon Border Adjustment Mechanism’) ที่สหภาพยุโรป (EU) กำหนดขึ้นเพื่อมุ่งสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแก่ประเทศคู่ค้านอกสหภาพยุโรป ในเรื่องนี้ สวทช. โดยสถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (TIIS) ได้ดำเนินการจัดทำฐานข้อมูลสิ่งแวดล้อมให้แก่กลุ่มอุตสาหกรรมอะลูมิเนียม และเหล็ก เพื่อเป็นฐานข้อมูลกลางของประเทศ และช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการในการจัดทำรายงาน CBAM เพื่อฝ่ากำแพงภาษียุโรปได้อย่างยั่งยืน สวทช. จึงจัดงาน NAC2026 เป็นเวทีนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมพร้อมใช้ (Ready-to-use) เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในทุกมิติ พร้อมทำให้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือหลักในการสร้างความยั่งยืนที่จับต้องได้จริง ผ่านกลยุทธ์การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อประเทศไทยยั่งยืน หรือ S&T Implementation for Sustainable Thailand มุ่งพาประเทศมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Net Zero) ภายในปี พ.ศ. 2593 งาน NAC2026 จะเป็นเวทีสำคัญระดับประเทศในการเชื่อมโยงและถ่ายทอดองค์ความรู้ ผลงานวิจัยและเทคโนโลยีของ สวทช. และพันธมิตรวิจัยสู่ทุกภาคส่วน รวบรวมผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยจากภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนนักเรียนนักศึกษาและคณาจารย์ไว้ในที่เดียว พร้อมนำเสนอประสบการณ์ในรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อร่วมกันสร้างระบบเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม “ปัจจุบันทั่วโลกกำลังมุ่งสู่เศรษฐกิจใหม่ที่ให้ความสำคัญเรื่อง “ความยั่งยืน” โดยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม คือกลไกหลักในการขับเคลื่อนและเป็นตัวเปลี่ยนเกม เพราะประเทศที่มีเทคโนโลยี คือประเทศที่กำหนดกติกา องค์กรที่มีนวัตกรรมคือองค์กรที่อยู่รอดและธุรกิจที่ปรับตัวก่อนคือธุรกิจที่ชนะ” ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ กล่าวว่า ทั้งนี้ สวทช. ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานประชุมวิชาการ ประจำปี 2569 ของ สวทช. วันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569 เวลา 9.00 น. ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี สวทช. ขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมงาน NAC2026 ในครั้งนี้ที่ไม่ใช่เพียงเวทีนำเสนอผลงานวิจัย แต่คือ “ก้าวสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจใหม่” ที่จะชวนทุกคนมาร่วมนำงานวิจัยไทยไปใช้เป็นพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน ชูวิจัยเด่น: นวัตกรรมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน รศ. ดร.เติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. ในฐานะประธานจัดงานประชุมวิชาการ สวทช. เปิดเผยว่า สวทช. นำผลงานเด่นจาก 5 ศูนย์วิจัยแห่งชาติมาเป็นไฮไลต์ในงานแถลงข่าวครั้งนี้ ได้แก่ 1. แพลตฟอร์มบริหารจัดการบัญชีคาร์บอนแบบอัตโนมัติ (Acamp) ที่ปลดล็อกความยุ่งยากในการทำบัญชีคาร์บอนจากไฟล์ Excel แบบเดิม มาสู่ระบบอัตโนมัติที่ทำงานร่วมกับอุปกรณ์ IoT (Zcarbon Box) ช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมและ SMEs เห็นจุดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ทันทีแบบเรียลไทม์ พร้อมวางแผนลดการปล่อยก๊าซได้อย่างแม่นยำตามมาตรฐานสากล 2. นวัตกรรมชุดตรวจเชื้อ EHP แบบรวดเร็ว (EHP Test Kit) สำหรับอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงกุ้ง ช่วยเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งเปลี่ยนการตรวจโรคในห้องแล็บที่ล่าช้า มาเป็นชุดตรวจภาคสนามที่รู้ผลไวภายใน 25 นาที คัดกรองกุ้งแคระแกร็นได้ตั้งแต่ต้นทาง ลดความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาลจากโรคระบาดได้อย่างทันท่วงที 3. ไบโอดีเซลพรีเมียม H-FAME เพื่อการขนส่งคาร์บอนตํ่า สามารถเติมในรถบรรทุกหนักและเครื่องจักรกลที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลได้ทันทีโดยไม่ต้องดัดแปลง จึงช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคขนส่งได้ในราคาต้นทุนที่เหมาะสมในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ 4. SAF เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน สู่ยุคการบินคาร์บอนต่ำ โดยเอ็มเทค สวทช. พัฒนาเกณฑ์มาตรฐานความยั่งยืนของ SAF ให้สอดคล้องกับมาตรการ ICAO CORSIA เพื่อเตรียมความพร้อมให้อุตสาหกรรมการบินไทยรับมือกฎระเบียบสากลในปี พ.ศ. 2570 พร้อมต่อยอดการเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเป็นเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้สูงสุด 80% และผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางพลังงานการบินสะอาดของอาเซียน และ 5. MOFs กับการพัฒนานวัตกรรมวัสดุเพื่อสังคมสีเขียวและสังคมคาร์บอนตํ่า ที่เปลี่ยนของเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นขวดพลาสติกใช้แล้ว สนิมเหล็ก หรือน้ำยากัดแผงวงจร ให้กลายเป็นวัสดุนาโนรูพรุนมูลค่าสูง สำหรับกักเก็บก๊าซมีเทน ดูดซับสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) และก๊าซ NOx ต้นตอของฝุ่น PM2.5 รวมถึงฆ่าเชื้อจุลชีพ ด้วยกระบวนการผลิตต่อเนื่อง ปริมาณมาก ต้นทุนต่ำ ตอบโจทย์สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน          ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผลงานวิจัยกว่า 100 ผลงาน ที่จะนำเสนอในงานประชุมวิชาการ สวทช. ผ่านนิทรรศการนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การนำไปประยุกต์ใช้จริงในภาคอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน งาน NAC2026 นำเสนอกิจกรรมที่น่าสนใจตลอด 5 วัน โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ สัมมนาวิชาการ ที่รวบรวมกว่า 40 หัวข้อจากผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้า ครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และทิศทางเศรษฐกิจยั่งยืนของโลก สัมมนาที่ไม่ควรพลาดได้แก่ “การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ: นโยบายการเงินและนวัตกรรมเพื่อการเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืน” วันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569 เวลา 13.30 – 16.30 น. รวมถึงหัวข้ออื่นที่น่าสนใจ อาทิ จากนโยบายสู่การจัดการคาร์บอนในสถานประกอบการ, ถอดรหัสวิกฤตไมโครพลาสติกไทย, 'เซมิคอนดักเตอร์' พลังขับเคลื่อนไทยสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน และชี้เป้าฝุ่นแม่นยำติดตามแก้ไข PM2.5 อย่างตรงจุดด้วย e-Nose นอกจากนี้ยังมี Special Talk: Net Zero: Beyond the Environment – Shaping Lives and Economies บนเวที NAC2026 x Techsauce ที่สะท้อนให้เห็นว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero ไม่ได้กระทบเพียงสิ่งแวดล้อม แต่กำลังพลิกโฉมวิถีชีวิตและโครงสร้างเศรษฐกิจโลก มีวิทยากรชั้นนำร่วมแบ่งปันมุมมอง อาทิ ดร.ธันยพร กริชติทายาวุธ ผู้อำนวยการบริหาร UNGCNT ผู้เชี่ยวชาญด้านการขับเคลื่อน SDGs ในภาคธุรกิจ, Dr. Jane Zhang, Head of Southeast Asia/Singapore จาก Breakthrough Energy Fellows และ ดร.บุญสม อุรานุกูล ผู้ร่วมก่อตั้งและ CTO ของ Terra Oleo สตาร์ตอัปเทคโนโลยีชีวภาพผู้พัฒนานวัตกรรมน้ำมันทางเลือกเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กิจกรรมเปิดบ้าน สวทช. (Open House) เปิดพื้นที่ให้เยี่ยมชมโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศวิจัยมาตรฐานสากลผ่าน 14 เส้นทางเทคโนโลยี พร้อมแสดงศักยภาพในการสนับสนุนธุรกิจด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงใน 5 กลุ่มนวัตกรรมและบริการ ได้แก่ นวัตกรรมเกษตรฟื้นฟูและอาหารแห่งอนาคต, พลังงานไร้คาร์บอนและโซลูชันการกักเก็บ, อุตสาหกรรมอัจฉริยะคาร์บอนต่ำ, บริการ NQI เพื่อความยั่งยืนและ Net Zero รวมถึงเศรษฐกิจหมุนเวียนและการเปลี่ยนขยะเป็นทรัพยากร กิจกรรมเยาวชน (Youth & STEM) มุ่งปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่กับทักษะแห่งอนาคต ผ่านกิจกรรม STEM Education กว่า 15 หัวข้อ อาทิ Carbon Footprint, Wind-Tech Maker และ Closing the Loop พร้อมเวิร์กช็อปประกอบหุ่นยนต์ที่เยาวชนสามารถนำกลับบ้านได้จริง พร้อมเพลิดเพลินไปกับการ “ชม ชิม ช็อป” สินค้านวัตกรรมในพื้นที่ ตลาดนัดนวัตกรรม (NAC Market) ที่ขนสินค้านวัตกรรมมาเปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้านวัตกรรมรักษ์โลกจากผู้ประกอบการไทยที่ใช้เทคโนโลยีสร้างมูลค่าเพิ่มภายใต้แนวคิดธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผู้สนใจเข้าร่วมงาน NAC2026 ได้ตลอดทั้ง 5 วันตั้งแต่วันที่  24 – 28 เมษายน 2569 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี สามารถลงทะเบียนได้ฟรีเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่เว็บไซต์ www.nstda.or.th/nac ตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: โทรศัพท์ 0-2564-8000
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
กระทรวง อว. ประกาศความสำเร็จงาน One Stop Open House 2026 ผู้เข้าร่วมทะลุ 2 แสนคน ชี้เยาวชนไทยตื่นตัวพัฒนาทักษะรับโลกอนาคต เตรียมลุยต่อ “งาน อว.แฟร์” ส.ค. นี้
เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ประกาศความสำเร็จงาน One Stop Open House 2026 โดยมี นางสาววราภรณ์ รุ่งตระการ รองปลัดกระทรวง อว. ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ดร.ปรีชา เกียรติกิระขจร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. คณะผู้บริหารกระทรวง อว. ผู้แทนจากสถาบันอุดมศึกษา สถาบันอาชีวศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน พันธมิตรเครือข่ายทุกภาคส่วน รวมทั้งคณาจารย์ นักเรียน นิสิต และนักศึกษา เข้าร่วม ณ Hall 1-2 ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มุ่งสร้างพื้นที่แห่งโอกาส เชื่อมโยงการศึกษาและนวัตกรรม ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวว่า งาน One Stop Open House 2026 ตลอดทั้ง 3 วัน ได้สะท้อนให้เห็นถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ร่วมกันสร้าง "พื้นที่แห่งโอกาส" ให้กับเยาวชนไทย การจัดงานในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมงานทั้งในรูปแบบ On-site และ Online รวมกว่า 200,000 คนจากทั่วประเทศ ภายในพื้นที่จัดงานกว่า 11,000 ตารางเมตร และบูทกิจกรรมกว่า 70 บูท เยาวชนได้มีโอกาสเรียนรู้ ทดลอง และค้นพบเส้นทางการศึกษาและอาชีพในหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยี AI อุตสาหกรรมอวกาศ ธุรกิจนวัตกรรม เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตลอดจนโอกาสทางการศึกษาและทุนการศึกษาจำนวนมาก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสนใจและความตื่นตัวของเยาวชนไทยต่อการเตรียมความพร้อมสู่โลกอนาคต ที่จะทำให้การเรียนรู้ไม่เหมือนเดิม เปิดกว้างการเรียนรู้เข้าถึงได้ทุกคน ทุกวัย ต่อเนื่องไม่จบแค่ช่วงวัยเรียน และต่อยอดเชื่อมสู่ทักษะอาชีพและรายได้ ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวต่อว่า กระทรวง อว. มีนโยบายสำคัญในการปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมใหม่ในอนาคตที่เรียนควบคู่กับประสบการณ์จริง (Experiential Learning) ที่ต้องเรียน ฝึกงาน และทำงานร่วมกับเอกชน ชุมชน และสังคม ความสำเร็จของงานในครั้งนี้ไม่ได้วัดเพียงจำนวนผู้เข้าร่วมงาน แต่สะท้อนถึงการสร้างระบบนิเวศใหม่ของการเรียนรู้ที่เชื่อมโยง การศึกษา นวัตกรรม และตลาดแรงงานเข้าด้วยกัน เพื่อเตรียมกำลังคนไทยให้พร้อมสู่โลกอนาคต “ตนหวังเป็นอย่างยิ่งว่า แรงบันดาลใจและความรู้จากงานนี้จะเป็นก้าวแรกในการสร้างอนาคตของน้อง ๆ และจะเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการพัฒนากำลังคนคุณภาพของประเทศไทยต่อไป และขอเชิญชวนทุกคนเตรียมพบกับมหกรรม อว.แฟร์ ซึ่งจะเป็นงานใหญ่ของทางกระทรวง อว. ในช่วงเดือนสิงหาคมนี้” ปลัดกระทรวง อว. กล่าว สวทช. ร่วมขับเคลื่อนกำลังคนแห่งอนาคต งาน One Stop Open House 2026 สวทช. ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเท่าเทียม และเตรียมความพร้อมเยาวชนไทยสู่การเป็น “กำลังคนแห่งอนาคต” เปิดโอกาสให้ นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และประชาชน ที่สนใจพัฒนาศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มองหางานที่ท้าทาย หรือหาทุนเพื่อต่อยอดความรู้ ระดับปริญญาโท-เอก อาทิ TAIST-Science Tokyo, TGIST หรือทุนวิจัยหลังปริญญาเอก (Postdoc) รวมถึงเปิดรับบุคลากรหลายตำแหน่ง ในสายงานสนับสนุน และสายงานวิจัย วิศวกร นวัตกร (IT/Data/AI) หรือนักศึกษาฝึกงานไฟแรง หากสนใจ ร่วมงานกับ สวทช. โดยได้รับความสนใจจากเยาวชน ประชาชน และผู้ประกอบการจำนวนมาก ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่ช่วยต่อยอดองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) และเผยแพร่นโยบายของกระทรวง อว. ไปสู่สาธารณะอย่างกว้างขวาง
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
NSTDA หน้า 1 : สรุปข่าววิทย์ฯ ฮิตติดหน้า 1 วันที่ 9 มีนาคม 2569
9 องค์กรผนึกกำลัง ขับเคลื่อนองค์กรไทยสู้ศึกยุค AI สวทช. ร่วมลงนามหนุนกรอบ "AITIF" โดย สดช. ปูทางใช้นวัตกรรม AI อย่างรับผิดชอบและปลอดภัย พร้อมยกระดับบุคลากรไทยรับกรอบอาเซียน ... >> อ่านต่อ วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569 ชู “พิจิตรโมเดล” ต้นแบบข้าวคาร์บอนต่ำด้วยนวัตกรรม สวทช.-ธ.ก.ส.พิจิตร และภาคีเครือข่าย โชว์ศักยภาพการผลิตข้าวแนวใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ จัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง และพันธุ์ข้าวทนโลกร้อน "หอมสยาม-หอมชลสิทธิ์2" เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต ... >> อ่านต่อ ฟื้นนิเวศชายฝั่งทะเล: สวทช. – กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) บันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อตั้งเป้านำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม บริหารจัดการ-ฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งประเทศไทย รับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ โดยเฉพาะ SDGs 13 (Climate Action) และ SDGs 14 (Life Below Water) เมื่อเร็วๆนี้ ที่ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง แจ้งวัฒนะ กทม. ...>>อ่านต่อ
จดหมายข่าว สวทช.
 
‘สถาปนิกนวัตกรรมวัคซีน’ ดร.ฌัลลิกา แก้วบริสุทธิ์ คว้ารางวัลประกาศเกียรติคุณจาก Bangkok Post Women of the Year 2026 ตอกย้ำพลังหญิงขับเคลื่อนความมั่นคงทางด้านวัคซีนป้องกันโรคในสัตว์
(วันที่ 8 มีนาคม 2569) เนื่องในโอกาส วันสตรีสากล (International Women’s Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 8 มีนาคมของทุกปี ทั่วโลกต่างร่วมเฉลิมฉลองบทบาทของสตรีผู้สร้างความเปลี่ยนแปลง ล่าสุด วงการวิทยาศาสตร์ไทยได้รับข่าวดีเมื่อ ดร.สพ.ญ.ฌัลลิกา แก้วบริสุทธิ์ นักวิจัยจากศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช. )ได้รับการประกาศเกียรติคุณจาก Bangkok Post Women of the Year 2026 ในฐานะหนึ่งใน “Architects of New Power” (พลังสถาปนิกผู้วางรากฐานอำนาจใหม่) สะท้อนภาพลักษณ์สตรีไทยยุคใหม่ที่ใช้สติปัญญาและงานวิจัยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ กอบกู้ลมหายใจเกษตรกรด้วย ‘วัคซีน ASF’ ผลงานที่ทำให้ ดร.ฌัลลิกา ก้าวขึ้นสู่ทำเนียบสตรีผู้ทรงอิทธิพลในปีนี้ คือการเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนา “วัคซีนต้นแบบป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African swine fever : ASF)” จากสายพันธุ์ไทย ซึ่งเป็นโรคระบาดร้ายแรงที่เคยสร้างความเสียหายแก่อุตสาหกรรมสุกรไทยมากกว่า 1.5 แสนล้านบาท ดร.ฌัลลิกา และทีมวิจัยไบโอเทค ไม่เพียงแต่สร้างองค์ความรู้ใหม่ แต่ยังออกแบบ “แพลตฟอร์มพื้นฐาน” สำหรับการพัฒนาวัคซีนสัตว์เพื่อให้ประเทศไทยสามารถพึ่งพาตนเองได้ ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และที่สำคัญที่สุดคือการพยายามคืนความหวังให้แก่ “เกษตรกรรายย่อย” ที่สูญเสียต้นทุนชีวิตจากโรคระบาด ให้สามารถกลับมาประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน "การทำวิจัยโรค ASF คือความท้าทายที่โลกยังหาคำตอบที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะสู้ เพื่อให้วัคซีนนี้เป็นเกราะป้องกันทางชีวภาพที่จะคืนอาชีพและลดความเหลื่อมล้ำในภาคปศุสัตว์" ดร.ฌัลลิกา ระบุ สตรีในงานวิทยาศาสตร์: พลังขับเคลื่อนโลก การได้รับรางวัลในครั้งนี้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของวันสตรีสากล ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมความเสมอภาคและยกย่องความสำเร็จของสตรี ดร.ฌัลลิกา ถือเป็นต้นแบบของนักวิทยาศาสตร์หญิงที่พิสูจน์ให้เห็นว่า “เพศสภาพไม่ใช่อุปสรรคต่อการแก้โจทย์ระดับชาติ” งานวิจัยของเธอไม่ใช่เพียงสูตรทางเคมีหรือรหัสพันธุกรรมในห้องแล็บ แต่คือ “สถาปัตยกรรมแห่งความมั่นคงทางการป้องกันโรคระบาด’ ที่จะปกป้องคนและสัตว์จากวิกฤตการณ์ทางชีวภาพในอนาคต นอกจากรางวัล Women of the Year 2026 แล้ว ก่อนหน้านี้เธอยังการันตีความสามารถด้วยรางวัล “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” (For Women in Science) ประจำปี 2568 จากลอรีอัล ประเทศไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่ต่อเนื่อง ปัจจุบัน วัคซีนต้นแบบชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ของทีมวิจัยมีประสิทธิผลสูงถึง 70–100% ในระดับห้องปฏิบัติการ และกำลังเร่งผลักดันสู่การทดสอบในระดับฟาร์มจริงภายใต้ความร่วมมือกับกรมปศุสัตว์ เพื่อให้มั่นใจว่านวัตกรรมจากฝีมือ "นักวิจัยไทย" กลายเป็นมรดกทางปัญญาที่ส่งต่อให้แก่นักวิทยาศาสตร์รุ่นหลังต่อไป
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
18 ปี การแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อทุกชีวิต ประกาศเจตนารมณ์ มุ่งขับเคลื่อนการแพทย์ฉุกเฉินสู่โครงสร้างพื้นฐาน เดินหน้ายกระดับระบบดิจิทัลเต็มพิกัด เพื่อประชาชนทุกคนบนผืนแผ่นดินไทย
วันที่ 7 มีนาคม 2569 สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) จัดงานวันคล้ายวันสถาปนาสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ครบรอบ 18 ปี โดยมี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการอบรม CPR เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง การมอบปีกกิตติมศักดิ์ เฮลิคอปเตอร์การแพทย์ฉุกเฉิน (Executive HEMS Thai Sky Doctor) การมอบรางวัลผู้ปฏิบัติงานดีเด่นของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ประจำปี 2569 มูลนิธิธนาคารกรุงศรีอยุธยามอบเงินบริจาคเพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินและการปฏิบัติภารกิจด้านอื่นๆ ของ สพฉ. จำนวนสองล้านบาท กิจกรรม Open house นวัตกรรมและความก้าวหน้าการแพทย์ฉุกเฉินไทย การเปิดตัวระบบดิจิทัลแพลตฟอร์มกลางการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (National Digital Emergency Medical Service Platform: NDEMS) อย่างเป็นทางการ และการเสวนา "อดีตสู่ปัจจุบัน การแพทย์ฉุกเฉินไทย ไปถึงไหน?" โดย ดร.พิเชษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการ สพฉ. นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ และ นพ.ประจักษวิช เล็บนาค อดีตรองเลขาธิการ สพฉ. คนที่ 1 โดยในวาระครบรอบ 18 ปีนี้ สพฉ. ตั้งเป้าขับเคลื่อนการแพทย์ฉุกเฉินสู่โครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ร่วมกับการพัฒนาใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเชื่อมโยงเครือข่ายทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงบริการการแพทย์ฉุกเฉินได้อย่างเท่าเทียมและมีประสิทธิภาพสูงสุด นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า ระบบการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศภายใต้การขับเคลื่อนของ สพฉ. มีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของการสร้างความรอบรู้ด้านการแพทย์ฉุกเฉิน และการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินเพื่อยกระดับการให้บริการแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง ซึ่งในที่นี้ต้องขอขอบคุณแพทย์ พยาบาล พาราเมดิก พี่น้องอาสาสมัคร และมูลนิธิต่างๆ ทั่วประเทศ ที่ได้ทุ่มเท เสียสละ และอุทิศตน เป็นกำลังสำคัญในฐานะผู้ปฏิบัติการด่านหน้า ช่วยชีวิตประชาชนทั้งในภาวะปกติและภาวะฉุกเฉิน และขอขอบคุณภาคีเครือข่ายการแพทย์ฉุกเฉินทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติด้วยดีเสมอมา และขอฝากความหวังให้ สพฉ. และภาคีเครือข่าย ร่วมบูรณาการเพื่อพัฒนามาตรฐานการแพทย์ฉุกเฉินอย่างเข้มแข็งในทุกระดับ เพื่อให้ระบบการแพทย์ฉุกเฉินเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป ด้าน ดร.พิเชษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 18 ปีที่ผ่านมา สพฉ. มุ่งมั่นพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศ ทั้งการสร้างความรอบรู้ด้านการแพทย์ฉุกเฉินให้แก่ภาคประชาชน ผ่านการฝึกอบรมการกู้ชีพขั้นพื้นฐาน การขยายเครือข่ายศูนย์การเรียนรู้ชุมชนด้านการแพทย์ฉุกเฉินยังทั่วประเทศ รวมถึงการพัฒนามาตรฐานผู้ปฏิบัติการ หน่วยปฏิบัติการ และระบบการแพทย์ฉุกเฉิน โดยเฉพาะดิจิทัลแพลตฟอร์มกลางการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หรือ NDEMS ที่ สพฉ. พัฒนาร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการเข้าถึงและให้การช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินได้อย่างทั่วถึงและทันท่วงที ลดอัตราการเสียชีวิตและพิการได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งในวาระของการครบรอบ 18 ปี สพฉ. มุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนยกระดับให้ระบบการแพทย์ฉุกเฉินเป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ พร้อมทั้งพัฒนาประยุกต์ใช้นวัตกรรมดิจิทัลเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการให้บริการการแพทย์ฉุกเฉินแก่ประชาชนทุกคนบนผืนแผ่นดินไทยอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และทันท่วงทีสืบต่อไป ในโอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช. ดร.กัลยา อุดมวิทิต รองผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และ ดร.ณัฐนันท์ ทัดพิทักษ์กุล ผู้อำนวยการขับเคลื่อนแผนงานระบบสนับสนุนการเข้าถึงสารสนเทศและการสื่อสารสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ ร่วมเป็นเกียรติในงาน รับมอบปีกกิตติมศักดิ์เฮลิคอปเตอร์การแพทย์ฉุกเฉิน ร่วมนำเสนอและสาธิตระบบ NDEMS (National Digital Emergency Medical Services) แพลตฟอร์มดิจิทัลอัจฉริยะด้านการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ที่พัฒนาโดย สพฉ. ร่วมกับ สวทช. เพื่อยกระดับการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน ผ่านระบบ 1669 เชื่อมโยงข้อมูลผู้ป่วยแบบ Real-time, ใช้ VDO Call ประเมินอาการจากที่เกิดเหตุ และช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว เพิ่มโอกาสการรอดชีวิต
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
ความสำเร็จแพลตฟอร์ม “Traffy Fondue” หนุน กทม. บริหารจัดการเมืองดิจิทัล โปร่งใส ตรวจสอบได้
(4 มีนาคม 2569) – นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร ได้เปิดเผยความก้าวหน้าการประยุกต์ใช้ แพลตฟอร์ม Traffy Fondue ในการแก้ไขปัญหาเมือง โดยการบริหารจัดการเรื่องร้องเรียนของประชาชนในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งสะท้อนบทบาทของเทคโนโลยีไทยในการยกระดับการให้บริการภาครัฐสู่ระบบดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม ข้อมูลระบุว่า มีเรื่องร้องเรียนสะสมผ่านระบบจำนวน 1,231,758 เรื่อง โดยดำเนินการแก้ไขแล้วเสร็จ 1,002,604 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 81 อยู่ระหว่างดำเนินการ 82,418 เรื่อง (ร้อยละ 7) ส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 89,001 เรื่อง (ร้อยละ 7) และรอรับเรื่อง 617 เรื่อง ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนพลังการมีส่วนร่วมของประชาชนในการร่วมกันดูแลเมือง ควบคู่กับประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยงานที่สามารถติดตาม ตรวจสอบ และเปิดเผยข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ ในด้านความพึงพอใจของผู้ใช้งาน พบว่า ประชาชนพึงพอใจต่อการแก้ไขปัญหา 326,636 เรื่อง (ร้อยละ 81) และไม่พึงพอใจ 77,882 เรื่อง (ร้อยละ 19) โดยประชาชนสามารถติดตามสถานะการดำเนินงานได้ทุกขั้นตอนผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งเปิดเผยสถิติอย่างโปร่งใส แพลตฟอร์ม Traffy Fondue ได้รับการพัฒนาโดย ทีมนักวิจัยจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อเป็นเครื่องมือกลางในการรับแจ้งปัญหาเมือง อาทิ ถนนชำรุด ไฟฟ้าดับ น้ำท่วมขัง ขยะตกค้าง ต้นไม้กีดขวาง และปัญหาด้านความเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยประชาชนสามารถแจ้งเหตุพร้อมแนบภาพถ่ายและพิกัด ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบและเข้าดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่ปี 2565 ที่กรุงเทพมหานครนำระบบไปใช้อย่างเป็นทางการ ได้มีการปรับกระบวนงานราชการจากรูปแบบสั่งการตามลำดับชั้นแบบเดิม สู่ระบบดิจิทัลที่ลดขั้นตอนการประสานงาน เพิ่มความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน หลายประเภทเรื่องสามารถแก้ไขแล้วเสร็จภายใน 1–3 วัน จากเดิมที่อาจใช้เวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์ อีกทั้งข้อมูลเชิงสถิติจากระบบยังช่วยให้หน่วยงานสามารถวิเคราะห์แนวโน้มปัญหา และนำไปพัฒนานโยบายสาธารณะได้อย่างมีประสิทธิภาพ Traffy Fondue จึงไม่เพียงเป็นเครื่องมือแก้ไขปัญหาเชิงระบบ หากยังเป็น “สะพานเชื่อม” ความสัมพันธ์ระหว่างเมืองกับประชาชน เปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมสะท้อนปัญหา เสนอแนะ และติดตามผลด้วยตนเอง ถือเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมธรรมาภิบาลและประชาธิปไตยในระดับเมือง ที่ประชาชนมีบทบาทโดยตรงในการพัฒนาและตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ สวทช. ยืนยันความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศในการประยุกต์ใช้แพลตฟอร์มดังกล่าว เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นสังคมดิจิทัลอย่างยั่งยืน
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
สวทช. ร่วมสนับสนุนการพัฒนากำลังคนแห่งอนาคต ในงาน One Stop Open House 2026 ภายใต้แนวคิด Open Mind, Open Future
เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงานมหกรรมการศึกษาครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี ‘One Stop Open House 2026’ ภายใต้แนวคิด "Open Mind, Open Future" มุ่งทลายกำแพงการศึกษา สร้างความเท่าเทียม และเตรียมความพร้อมเยาวชนไทยสู่การเป็น “กำลังคนแห่งอนาคต” (Future Workforce) โดยมี ดร.พิมพ์พร ชีวานันท์  เลขานุการ รมว. อว. ศ. ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. และผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาและพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในโอกาสนี้ ดร.กัลยา อุดมวิทิต รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้เข้าร่วมในพิธีเปิดงานดังกล่าว เพื่อแสดงความร่วมมือของ สวทช. ในการสนับสนุนกิจกรรมของกระทรวง อว. ที่มุ่งเผยแพร่บทบาท ภารกิจ และผลงานด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมสู่สาธารณชน สวทช. ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเท่าเทียม และเตรียมความพร้อมเยาวชนไทยสู่การเป็น “กำลังคนแห่งอนาคต” เปิดโอกาสให้ นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และประชาชน ที่สนใจพัฒนาศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  มองหางานที่ท้าทาย หรือหาทุนเพื่อต่อยอดความรู้ ระดับปริญญาโท-เอก อาทิ  TAIST-Science Tokyo TGIST  หรือทุนวิจัยหลังปริญญาเอก (Postdoc) รวมถึงเปิดรับบุคลากรหลายตำแหน่ง ในสายงานสนับสนุน และสายงานวิจัย วิศวกร นวัตกร (IT/Data/AI)  หรือนักศึกษาฝึกงานไฟแรง หากสนใจ ร่วมงานกับ สวทช. สามารถพก Resume มายื่นเพื่อพิจารณาและสัมภาษณ์เบื้องต้น ฝ่ายบริการทรัพยากรบุคคล สวทช.  ก็พร้อมให้ข้อมูลตำแหน่งงานที่น่าสนใจและขั้นตอนการสมัครแบบครบจบที่บูธ พบกับ สวทช. ในโซน C : Open Opportunities (เปิดโอกาสสู่อนาคต)  สานพลังส่งเสริมการศึกษา  ในงาน ‘One Stop Open House 2026’ เข้าร่วมงานฟรี! ระหว่างวันที่ 6 – 8 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 – 20.00 น. ณ ฮอลล์ 1–2 ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ https://aimevent.co/One-stop-open-house-2026
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
LANTA HPC Experience Day การอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อทดลองใช้งาน LANTA Supercomputer
ขอเชิญนิสิต นักศึกษา นักวิจัย และผู้ที่สนใจด้าน High Performance Computing (HPC) สมัครเข้าร่วมกิจกรรม LANTA HPC Experience Day เพื่อเปิดประสบการณ์การใช้งานซูเปอร์คอมพิวเตอร์ระดับประเทศแบบใกล้ชิด วันจัดกิจกรรม: 23 มีนาคม 2569 (Onsite) สถานที่ อาคารกลุ่มนวัตกรรม 2 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย ปทุมธานี (Google Maps) กรุณานำคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กของท่านมาด้วย เพื่อใช้ในการฝึกปฏิบัติและทำกิจกรรมต่าง ๆ 🔎 ไฮไลต์กิจกรรม เยี่ยมชม LANTA Supercomputer อย่างใกล้ชิด เรียนรู้การทำงานของระบบ HPC จากทีมผู้เชี่ยวชาญ ทดลองใช้งาน LANTA จริง ผ่านกิจกรรม mini-project(s) สร้างเครือข่ายกับผู้สนใจด้าน HPC 👥 จำนวนผู้เข้าร่วม รับจำนวนจำกัด 30 คน อายุไม่ต่ำกว่า 16 ปี และสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ตลอดทั้งกิจกรรม ผู้สนใจสามารถสมัครและทำแบบทดสอบได้ผ่านแบบฟอร์มลงทะเบียน https://forms.gle/fhMnjn3SseCqJdSo9 รายละเอียดกิจกรรม https://www.nstda.or.th/r/O9sx2
ปฏิทินกิจกรรม
 
อบรม 🚀Smart Visualize Communication with Infographic & AI : สร้างงานสื่อสารอย่างมืออาชีพด้วย Infographic และ AI รุ่นที่ 1
🌐สวทช. ขอเชิญเข้าร่วมฝึกอบรมหลักสูตร 🚀Smart Visualize Communication with Infographic & AI : สร้างงานสื่อสารอย่างมืออาชีพด้วย Infographic และ AI รุ่นที่ 1 . 📅ระหว่างวันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2569 📍ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ หรือเทียบเท่า . 📲ลงทะเบียนและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: www.career4future.com/sinfoai . 🔑 Key Highlight 💡 เน้นปฏิบัติจริง (Hands-on Practice): เรียนรู้ตั้งแต่หลักการสื่อสารด้วยภาพ ไปจนถึงการลงมือปฏิบัติเพื่อสร้าง Infographic ที่มีคุณภาพและส่งผลต่อการตัดสินใจ 💡 ผสานเทคโนโลยี AI : เป็นหลักสูตรที่บูรณาการการใช้เครื่องมือ AI (เช่น ChatGPT, Midjourney, Canva Magic Studio,NotebookLM,Gemini,AI Google Studio เป็นต้น) เข้ามาช่วยในการระดมความคิด, สร้างเนื้อหา, ออกแบบภาพ, และปรับปรุงงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ 💡 ครบเครื่องเรื่องการสื่อสาร: ครอบคลุมทั้งทฤษฎีการออกแบบ, จิตวิทยาการสื่อสารด้วยภาพ, การเล่าเรื่องด้วยข้อมูล (Data Storytelling), และการใช้เครื่องมือจริง 💡 ประหยัดเวลาและทรัพยากร: ผู้เรียนสามารถลดเวลาในการสร้างสรรค์งานสื่อสารที่ซับซ้อน ให้ได้ผลลัพธ์ระดับมืออาชีพโดยไม่ต้องเป็นนักออกแบบกราฟิกมืออาชีพ . 🔥 *โปรโมชั่นสุดพิเศษ!!!* มาเป็นคู่ ถูกกว่า! ลดทันที 10% สำหรับการสมัคร 2 ท่านขึ้นไปจากหน่วยงานเดียวกัน ค่าลงทะเบียน: เพียง 9,900 บาท เท่านั้น! (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว 7%) สำหรับหน่วยงานภาครัฐ 9,252.34 บาท ***ราคานี้รวมอาหารว่าง และ อาหารกลางวัน*** . 📲สอบถามเพิ่มเติม : คุณใหม่ โทร. 085-289-2669 | LINE ID: maiys19 แล้วพบกันนะคะ🙏🥰
ข่าว
 
ปฏิทินกิจกรรม
 
อบรม “Speakpro Presentation Skills นำเสนอได้ง่ายๆ สไตล์มืออาชีพ”
🚀การอบรม หลักสูตร "Speakpro Presentation Skills นำเสนอได้ง่ายๆ สไตล์มืออาชีพ" พัฒนาทักษะการสื่อสารและการนำเสนอให้โดดเด่น เรียนรู้เทคนิคการใช้ภาษาพูด ภาษากาย และโครงสร้างการนำเสนอที่ทรงพลัง   📆วันที่ 26-27 พฤษภาคม 2569 📍ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ   🎯 Key Highlights ✅ เรียนรู้การนำเสนอ ตั้งแต่การวิเคราะห์ตัวเอง การนำเสนอเพื่อการให้ข้อมูล การเริ่มต้นอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้ภาษากายที่ทรงพลัง การมีบทสรุปที่ตราตรึงใจ การเพิ่มจินตนาการในถ้อยคำ และการเข้าถึงแก่นแห่งการจูงใจ ✅ ฝึกปฏิบัติการนำเสนอแบบเต็มรูปแบบ   💰ค่าลงทะเบียน ท่านละ 17,655 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (กรณีเป็นหน่วยงานภาครัฐ ได้รับการยกเว้นภาษีมูลเพิ่ม 7% เหลือเพียงท่านละ 16,500 บาท)   💻ดูรายละเอียดและลงทะเบียนได้ที่ 👉 https://www.career4future.com/sps   🔗สอบถามเพิ่มเติม สถาบันพัฒนาบุคลากรแห่งอนาคต (สวทช.) ☎️โทรศัพท์: 0 2644 8150 ต่อ 81890 (ศุภกัญญา) 📩E-MAIL : psc@nstda.or.th
ข่าว
 
ปฏิทินกิจกรรม
 
เยาวชนไทยคว้าอันดับ 8 ศึกชิงแชมป์นานาชาติ แข่งขันเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์ผู้ช่วยนักบินอวกาศ
เยาวชนตัวแทนประเทศไทย ‘ทีมซินแท็กซ์ไวยากรณ์’ คว้าอันดับ 8 จากการแข่งขันเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ควบคุมหุ่นยนต์แอสโตรบี (Astrobee) ผู้ช่วยนักบินอวกาศของ NASA ที่ปฏิบัติงานอยู่บนสถานีอวกาศนานาชาติ ในโครงการคิโบะ โรบอต โปรแกรมมิง ชาเลนจ์ ครั้งที่ 6 (The 6th Kibo Robot Programming Challenge) ซึ่งมีตัวแทนเยาวชนจากทั่วโลกเข้าร่วมการแข่งขันรวม 13 ชาติ   กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) และหน่วยงานพันธมิตร ดำเนินการจัดแข่งขันโครงการ The 6th Kibo Robot Programming Challenge รอบชิงแชมป์ประเทศไทย โดยทีมซินแท็กซ์ไวยากรณ์ (Syntax Waiyakorn) เป็นทีมชนะเลิศ และเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันในรอบชิงแชมป์นานาชาติ ณ ศูนย์อวกาศสึกุบะ (Tsukuba Space Center) ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณการเดินทางจากบริษัทเดลว์ แอโรสเปซ จำกัด, บริษัท 168 ลักกี้ เทรด จำกัด และบริษัทไซเบอร์คิงส์ คอนซัลติ้ง จำกัด ทีมซินแท็กซ์ไวยากรณ์ประกอบด้วยสมาชิก 4 คน ได้แก่ นายจิรายุ ถ่องโชติช่วง และ นายปรมะ วัฒนไกร ชั้นปีที่ 2 คณะวิทยาศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง นายธนกร บุณยเสนา ชั้นปีที่ 2 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และนายธานัท ทองวานิช คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งได้เข้าร่วมการแข่งขัน The 6th Kibo Robot Programming Challenge รอบชิงแชมป์นานาชาติ เมื่อวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ณ ศูนย์อวกาศสึกุบะ ประเทศญี่ปุ่น โดยมีนักบินอวกาศนาซา คริสโตเฟอร์ วิลเลียมส์ (Christopher L. Williams) ทำหน้าที่ควบคุมการแข่งขันอยู่บนห้องทดลองคิโบะโมดูล สถานีอวกาศนานาชาติ เพื่อค้นหาสุดยอดทีมเยาวชนจากทั่วโลกที่สามารถทำคะแนนได้สูงสุดในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ควบคุมหุ่นยนต์ผู้ช่วยนักบินอวกาศ Astrobee ให้ปฏิบัติภารกิจสถานการณ์จำลองการค้นหาที่ซ่อนสมบัติในสถานีอวกาศ การแข่งขันครั้งนี้มีตัวแทนเยาวชนจาก 13 ชาติ เข้าร่วม ได้แก่ ออสเตรเลีย, บังคลาเทศ, ญี่ปุ่น, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, เนปาล, ปากีสถาน, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, ไต้หวัน, สหรัฐอเมริกา, เวียดนาม และไทย ผลการแข่งขันปรากฏว่า ทีมซินแท็กซ์ไวยากรณ์ จากประเทศไทย คว้ารางวัลอันดับที่ 8 ด้วยคะแนน 74.6 pt ส่วนทีมชนะเลิศ ได้แก่ ทีมไอทรอน (iTron) จากไต้หวัน คะแนน 269.9 pt และทีมอันดับที่สอง ได้แก่ ทีมออโตเมน (Automen) จากมาเลเซีย คะแนน 218.4 pt และทีมอันดับที่สาม ได้แก่ ทีมอินเฟล็กชันพอยต์ (Inflection Point) จากฟิลิปปินส์ คะแนน 216.8 คะแนน เยาวชนไทยยังได้เยี่ยมชมห้อง Mission Control Room ขององค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่นได้เห็นการทำงานของแผนกภาคพื้นดินที่คอยติดต่อสื่อสารกับสถานีอวกาศ และได้รับองค์ความรู้เกี่ยวกับปฏิบัติการในอวกาศ นอกจากนี้ยังได้เดินทางไปเยี่ยมชมบริษัทด้านเทคโนโลยีอวกาศชั้นนำระดับโลกของญี่ปุ่น 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท ispace Inc. ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนายานสำรวจดวงจันทร์ และบริษัท Interstellar Technologies ผู้นำด้านเทคโนโลยี​จรวดขนส่งอวกาศ นับเป็นประสบการณ์ล้ำค่าของเยาวชนไทยที่ได้เรียนรู้และซึมซับเทคโนโลยีขั้นสูง และเป็นการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนไทยให้พร้อมก้าวสู่การเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวความเคลื่อนไหวโครงการกิจกรรมวิทยาศาสตร์อวกาศสำหรับเยาวชนของ สวทช. ได้ที่เว็บไซต์ https://www.nstda.or.th/spaceeducation และแฟนเพจ NSTDA SPACE Education
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
สวทช. ให้การต้อนรับคณะนักศึกษาปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ ในการเยี่ยมชมและเสริมประสบการณ์ด้านการพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยี
วันที่ 4 มีนาคม 2569 ณ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี ให้การต้อนรับคณะนักศึกษาปริญญาเอก สาขาวิชาการบริหารธุรกิจ  จากมหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ โดย คุณอรรถกร ศิริสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวต้อนรับและแนะนำภาพรวมการดำเนินงานของ สวทช. พร้อมการแลกเปลี่ยนความรู้ในหัวข้อ “การสร้างเสริมความสามารถในการแข่งขันภาคอุตสาหกรรมและบริการของ สวทช.” นำเสนอโดย คุณเอกชัย ขจรคำ ที่ปรึกษาอาวุโส ฝ่ายพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี สวทช. กล่าวถึงบทบาทกลุ่มสร้างขีดความสามารถ กลไกสนับสนุนผู้ประกอบการเทคโนโลยี และกรณีความสำเร็จต่าง ๆ นอกจากนี้ คณะฯ ยังได้รับเกียรติจาก ดร.ธันยกร เมืองนาโพธิ์ นักวิจัยจากนาโนเทค และเป็นหนึ่งในผู้บริหาร บริษัท นาโน โค๊ดติ้งเทค จำกัด (ผู้ประกอบการภายใต้โครงการ NSTDA Startup) มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์จริงจากภาคสนาม  เป็นการร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ เสริมศักยภาพ และสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการเทคโนโลยีไทยเติบโต การศึกษางานในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อภาคการศึกษาของคณะและเป็นการร่วมกันต่อยอดการประยุกต์ใช้กลไกการถ่ายทอดเทคโนโลยีไปสู่ภาคการผลิตให้สามารถขยายฐานความร่วมมือในโอกาสต่อไป
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์