อว. – สวทช. ร่วมเปิดเวที STS forum Japan – Thailand Symposium 2026

เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “ความท้าทายระดับโลกและแนวโน้มใหม่ด้านการวิจัยและการศึกษาในศตวรรษที่ 21” ในการประชุม STS forum Japan – Thailand Symposium 2026 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้ห้วข้อ “The Great Convergence: AI – Driven Health, Environment and Bio – Economy” ที่มุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกในทุกมิติ จัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยมี ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว., นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว., ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว., ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ผู้บริหารกระทรวง อว. และพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เข้าร่วมอย่างคับคั่ง ณ ห้องเวิลด์บอลรูม ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวว่า STS forum Japan – Thailand Symposium 2026 เป็นเวทีที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากทุกศาสตร์ ทุกสาขา มาร่วมแลกเปลี่ยนและพัฒนาแนวทางเพื่อแก้ปัญหาระดับโลก เปรียบเสมือน “เวทีระดับโนเบลของเอเชีย” การที่ญี่ปุ่นเป็นผู้นำในการเชื่อมโยงความรู้ระดับโลก สะท้อนมาถึงนโยบายที่ต้องการนำกระทรวง อว. เดินไปสู่ World Class University ที่อาจารย์และนักวิจัยจะมุ่งสู่ระดับโลก ซึ่งต้องแสวงหาความร่วมมือข้ามศาสตร์ ข้ามสาขาและเชื่อมโยงกับทั้งผู้ปฏิบัติ ในภาคอุตสาหกรรม และหน่วยงานภาครัฐ การประชุมครั้งนี้ ได้ชูโมเดลการพัฒนามหาวิทยาลัยระดับโลกที่เน้นความสมดุลระหว่างการศึกษา การวิจัย และนวัตกรรม โดยงานวิจัยต้องไม่หยุดอยู่แค่ในสถาบันการศึกษา แต่ต้องก้าวไปสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้จริง หัวใจสำคัญคือการดึงกลุ่มนักลงทุนและผู้ประกอบการ เข้ามาเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ เพื่อสนับสนุนเงินทุน ผลักดันงานวิจัยให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและตอบโจทย์ตลาดโลกได้
![]() |
![]() |
“กระทรวง อว. ต้องการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเฉพาะ “เศรษฐกิจสุขภาพ” (Wellness Economy) ที่บูรณาการภาคการเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ เพื่อต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมูลค่าสูง รวมถึงการพัฒนา “อุปกรณ์การแพทย์” ที่เตรียมร่วมมือกับบริษัทจากประเทศญี่ปุ่นในการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาประยุกต์ใช้ ตลอดจนการผลักดันงานวิจัยด้านสาธารณสุขให้ก้าวข้ามจากต้นแบบไปสู่กระบวนการทดสอบทางคลินิก (Clinical Trials) อย่างจริงจัง นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับ “อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์” โดยเร่งดึงนักวิจัยไทยเข้าไปมีส่วนร่วมในห่วงโซ่การผลิตร่วมกับฐานโรงงานผลิตชิปของญี่ปุ่นในประเทศไทย เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งมุ่งสร้างแรงบันดาลใจและสนับสนุน “นักวิจัยรุ่นใหม่” โดยได้รับการสนับสนุนจาก วช. เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิจัยไทยได้เข้าร่วมเวทีระดับโลกและแลกเปลี่ยนมุมมองกับเจ้าของรางวัลโนเบล ซึ่งจะเป็นแรงกระตุ้นสำคัญในการสร้างสรรค์ผลงานที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้” ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าว

การประชุมจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 – 25 เมษายน 2569 เพื่อเป็นการสานต่อความร่วมมือกับเวทีระดับโลกอย่าง Science and Technology in Society forum (STS forum) โดยเป็นพื้นที่ให้ผู้นำจากภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคอุตสาหกรรม มาร่วมกันหารือแนวทางรับมือกับความท้าทายระดับโลก มุ่งเน้นการบูรณาการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยเฉพาะการใช้ “ปัญญาประดิษฐ์ (AI)” ซึ่งกำลังมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจ การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ การพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพ นอกจากนี้ยังมุ่งหวังให้เกิดข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ตลอดจนสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาวระหว่างประเทศไทย ประเทศญี่ปุ่น และเครือข่ายพันธมิตรทั่วโลก เพื่อร่วมกันพัฒนานวัตกรรมแห่งอนาคตต่อไป










