ผลการค้นหา :
เทคโนโลยี 3-D ในทุกๆ สิ่งกำลังจะมาเร็วๆ นี้
รายงาน IP Market Report ของบริษัท Thomson Reuters ที่เผยแพร่เมื่อปลายปี 2009 ที่มีคำโปรยหลักว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลสิทธิบัตรสามารถแสดงให้เห็นถึงนวัตกรรมในอุตสาหกรรมความบันเทิงแบบ 3D มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น (Patent data shows rise in 3-D entertainment innovations) แม้ว่าเป็นรายงานนี้เป็นฉบับเก่าแต่ก็น่าสนใจด้วยเป็นเทคโนโลยีที่กำลังเติบโตมากยิ่งขึ้นในขณะนี้
ความนำ
ในปี 2009 เป็นปีที่ฮอลลีวูดบันทึกว่าเป็นปีแห่งการผลิตภาพยนต์ 3D ด้วยมีการออกฉายของภาพยนต์แบบ 3D หลายเรื่อง เช่น Avatar, Bolt, Beowulf, Harry Potter ฯลฯ โดยมีการประมาณการว่าจะมีการดำเนินการสร้างหนังแบบ 3-D ราว 7,000 เรื่องทั่วโลก ภายในสิ้นปี 2009 อะไรคือเหตุผลที่มีผลกระทบให้เกิดความสนใจขึ้นมาใหม่ในธุรกิจด้านความบันเทิงแบบ 3D ขึ้นมาอีก
เพื่อหาคำตอบในเรื่องนี้ แผนก IP Solution Business ของ บริษัท Thomson Reuters จึงได้ติดตามแกะรอยหากิจกรรมสิทธิบัตรเรื่อง 3D ตั้งแต่ปี 2003 ถึง 2009 ด้วยการวิเคราะห์จำนวนของสิ่งประดิษฐ์ที่เผยแพร่ให้คำขอสิทธิบัตรและสิทธิบัตรที่ได้รับอนุมัติระหว่างช่วงปี 2003-2009 ซึ่งทำให้สามารถระบุถึงการพัฒนาการของเทคโนโลยี 3D ว่ามีการเติบโตเร็วมากที่สุดที่ไม่ได้หยุดแค่ที่ฮอลลีวูดเท่านั้นและพบว่ามีการพัฒนาเทคโนโลยี 3 D ใน 3 กลุ่มหลักอื่นๆอีก คือ 3-D Cinema, 3-D Television และ 3-D Photography รายงานนี้ได้สรุปถึงผลการค้นพบของการวิจัยในเอกสารสิทธิบัตรโดยแสดงผลเป็นรายชื่อบริษัทที่มีกิจกรรมสิทธิบัตร 3-D สูงสุด และภูมิภาคใดของโลกที่มีการปกป้องขอความคุ้มครองเทคโนโลยี 3-D นี้
วิธีการ
ทำการรวบรวมข้อมูลสิทธิบัตรจากฐานข้อมูล Thomson Reuters, Derwent World Patents Index (DWPI) เพื่อระบุหากิจกรรมนวัตกรรมโลกที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี 3-D ด้วยนับจำนวนรวมของสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นเอกสารสิทธิบัตรที่เผยแพร่ในคำขอสิทธิบัตรและได้รับอนุมัติปี 2003 กับปี 2008 และ 6 เดือนแรกของ 2009 แล้วนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกันเพื่อหาการเติบโตในเทคโนโลยีนี้ เอกสารสิทธิบัตรทั้ง 2 แบบ (การยื่นขอได้รับอนุมัติ) เมื่อนำมาวิเคราะห์รวมกันเพื่อหาช่วงเวลาที่รอคอยในการได้รับอนุมัติ ซึ่งปกติมีช่วงเวลาราว 4-5 ปี
ผลการศึกษา จากการค้นหา 3-D Technology ในเรื่องใดที่มีการเติบโตสูงสุด พบว่า ในธุรกิจบันเทิง เช่น บริษัท Blockbuster บริษัท Pixar บริษัท Dream works ได้ให้ความสนใจในเทคโนโลยี 3D มาก ผลการศึกษาพบว่านวัตกรรมที่ร้อนแรงที่สุดคือ ใน โทรทัศน์ การถ่ายภาพและภาพยนต์ ดังตารางที่ 1
ตารางที่ 1 แสดงจำนวนเอกสารสิทธิบัตรในเทคโนโลยี 3-D หลัก 3 ด้าน และการจัดลำดับ
Technology
2003
2008
2009
(Q1 & Q2)
% increase 2003-2008
Ranking
3-D Television
612
1034
486
69%
1
3-D Photography
460
720
368
57%
2
3-D Cinema
103
149
61
45%
3
เทคโนโลยี 3-D Television
ธุรกิจที่เกิดจากนวัตกรรมของเทคโนโลยี 3-D มีจุดกำเนิดที่มาจากโทรทัศน์ซึ่งเป็นแรงกระตุ้นผลักดันให้เกิดนวัตกรรมการประดิษฐ์ 3-D ของภาพยนต์ จากความนิยมอย่างแพร่หลายของโฮมเธียเตอร์และคุณภาพของฟิลม์ DVD ก่อให้เกิดการจุดไฟขึ้นมาอีกรอบสำหรับภาพยนต์แบบ 3D
ในช่วงระหว่างปี 2003 กับ 2008 กิจกรรมสิทธิบัตรเรื่องโทรทัศน์ 3-D เติบโตขึ้นร้อยละ 69 ด้วยจำนวนที่ยื่นขอความคุ้มครองในปี 2008 ที่เมื่อวิเคราะห์หาชื่อบริษัทผู้ขอความคุ้มครองได้แก่ บริษัทซัมซุง ร้อยละ 4 บริษัทพานาโซนิคและบริษัทโตชิบาร้อยละ 2 ดังรายละเอียดในตารางที่ 2 รวม 1,034 เรื่อง
ตารางที่ 2 แสดงรายชื่อบริษัทผู้นำที่มีการยื่นขอสิทธิบัตรในเทคโนโลยี 3-D Television ในสิบอันดับแรก
Patent Assignees
% of all patents in this technology
Samsung
4.15%
Panasonic
2.22%
Toshiba
1.74%
Seiko Epson
1.54%
Electronics & Telecom Res. Inst.
1.35%
Intel Corp.
1.35%
Juji Film Co.LTD.
1.25%
Phillips Electronics
1.25%
Sharp
1.25%
Univ. Zhejiang
1.16%
ท่ามกลางการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ของเทคโนโลยีใหม่นี้พบว่าในปี 2008 ที่มีการยื่นขอความคุ้มครองมี 30 เรื่องที่เกี่ยวข้องกับ เลนส์ ชนิด Leuticulas lenses ที่ช่วยสร้างภาพ 3-D ให้เป็นธรรมชาติมากขึ้น โดยที่ไม่ต้องใช้แว่นตาพิเศษสวมใส่ในเวลาชมภาพต่างๆ นี้เป็นการพัฒนาที่สำคัญยิ่งนำให้เทคโนโลยีโทรทัศน์ 3-D กลายเป็นกระแสหลักของตลาดผู้บริโภค
ส่วนในการค้นหาว่าภูมิภาคใดของโลกที่มีการปกป้องขอความคุ้มครองพบว่าสหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำตามด้วยญี่ปุ่นและจีน ดังตารางที่ 3 แสดงประเทศลำดับแรกที่มีการยื่นขอ (priority country) ของปี 2008 แสดง 10 ลำดับ คือ
ตารางที่ 3 แสดงรายชื่อประเทศที่มีการยื่นจดสิทธิบัตรในเทคโนโลยี 3-D Televisionเป็นครั้งแรก
Priority Country
% of all patents in this technolgy
Number of patents
US
34%
347
JP
24%
246
CN
15%
159
KR
14%
140
DE
2.2%
23
GB
1.9%
20
WO*
1.9%
20
TW
1.7%
18
EP
1.6%
17
FR
1.5%
16
เทคโนโลยี ภาพถ่าย 3-D (3-D Photography)
มีการคาดการณ์ว่าการส่งออกของกล้องดิจิทัลจะมีการลดลงราว 6% ในจำนวน 129 ล้านหน่วย ในปี 2009 ด้วยมีสัญญาณว่าถึงจุดอิ่มตัวของตลาดแล้ว ขณะที่อุตสาหกรรมนี้ยังคงค้นหานวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภค 3-D ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเกิดขึ้นของพรมแดนใหม่ในภาพถ่ายดิจิทัล บริษัท Fuji Film เป็นที่หนึ่งในการนำเทคโนโลยีนี้ทดลองนำเข้าตลาดในรุ่น Fine Pix Real 3D W1 ด้วยการถ่ายภาพดิจิทัล 3-D แบบความละเอียด 10 เมกาพิกเซล และแสดงออกมาเป็น 3-D บนจอ Camera’s lenticular screen
ในระหว่างปี 2003 กับปี 2008 กิจกรรมสิทธิบัตร 3-D Photography เติบโตขึ้นร้อยละ 57 ด้วยจำนวนสิทธิบัตร 720 เรื่องที่ยื่นในปี 2008 โดยเป็นร้อยละ 8 ที่ยื่นขอความคุ้มครองโดยบริษัท Fuji Film ตามด้วยร้อยละ 3 โดยบริษัทโซนี 368 เรื่อง และซัมซุง โดยช่วง 6 เดือนแรกของปี 2009 มีการยื่นขอความคุ้มครอง
ตารางที่ 4 แสดงรายชื่อบริษัทผู้ยื่นขอสิทธิบัตรในเรื่อง 3-D Photography
Patent Assignees
% of all patents in this technology
Fuji Film
8.0
Sony
2.9
Samsung
2.6
Seiko Epson
2.5
Nikon
2.2
Panasonic
2.0
Toshiba
1.7
Canon
1.1
Hitachi
1.1
victor Co.
1.1
ท่ามกลางความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ครั้งสำคัญยิ่งนี้มีการแสดงถึงรายชื่อบริษัทต่างๆ ที่กำลังพัฒนาเรื่อง display screens ได้แก่บริษัท Seiko Epson และ NEC และบริษัทที่พัฒนาเรื่อง Image Capture และ Display Systems ได้แก่ Hitachi, Nippon Hoso Kyokai, Sanyo, Toshiba และ Victon
ส่วนภูมิภาคที่มีการปกป้องสิทธิบัตรเรื่องนี้พบว่าญี่ปุ่นเป็นผู้นำอันดับหนึ่งตามด้วยสหรัฐอเมริกาและจีน (เป็นประเทศแรกที่มีการยืจด priority country) ดังรายละเอียดในตารางที่ 5
ตารางที่ 5 ประเทศผู้นำในการยื่นขอสิทธิบัตรเรื่อง เทคโนโลยี 3-D Photography
Priority Country
% of all patents in this technology
No. of Patents
JP
49%
356
US
19%
138
CN
8.8%
64
KR
8.0%
58
DE
4.3%
31
TW
3.5%
25
WO*
1.7%
12
FR
1.5%
11
GB
1.4%
10
EP
0.8%
6
เทคโนโลยีภาพยนต์ 3-D (3-D Cinema)
เมื่อช่วงที่ผ่านมา บริษัท Dream Works ได้ให้คำมั่นว่าจะผลิตฟิล์มในรูป 3-D ในขณะที่เป็นการยากสำหรับผู้ชมภาพยนต์จะหลีกหนีการเกิดขึ้นของ 3-D ที่กำลังจะมาเร็วๆนี้ในโรงภาพยนต์ โดยที่ระหว่างปี 2003-2008 กิจกรรมสิทธิบัตรเรื่อง 3-D Cinema เติบโตขึ้นร้อยละ 45 ในจำนวนสิทธิบัตร 149 เรื่อง ที่ยื่นขอในปี 2008 คิดเป็นของบริษัทต่างๆ คือบริษัท Seiko Epson ร้อยละ 10 บริษัท Sony ร้อยละ 6 บริษัท Real D ร้อยละ 5 และใน 6 เดือนแรกของปี 2009 มีการยื่นขอ 61 เรื่อง
ตารางที่ 6 แสดงรายชื่อบริษัทผู้ยื่นขอสิทธิบัตรในเรื่อง 3-D Cinema
Patent Assignees
% of all patents in this technology
Seiko Epson
10
Sony Corp
6.0
RealD
5.4
Thomson Licensing
2.7
Panasonic
2.0
Phillip Electronic
2.0
Light Blue Optics LTD
1.3
Samsung
1.3
Alsin AW Co.LTD
0.7
Bluvis Inc.
0.7
โดยที่ 3 บริษัทคือ Seiko, Epson Sony และ Philips พัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับ Projection ส่วนเทคโนโลยี Anti-Piracy system พัฒนาโดยบริษัท Thomson Licensing และเทคโนโลยี 3-D Editing apparatus พัฒนาโดย บริษัท Bluvis ส่วนบริษัท Real D มีความสามารถในหลายเรื่องคือ projection systems, specialist glasses, cleaning & glass registration system และ polarization for projection
ภูมิภาคที่มีการขอปกป้องนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์เป็นประเทศแรกได้แก่ สหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำอันดับ 1 ตามด้วยญี่ปุ่นและเกาหลี ดังในตารางที่ 7 แสดง 10 อันดับแรกประเทศแรกที่มีการยื่นจด
ตารางที่ 7 ประเทศผู้นำในการยื่นขอสิทธิบัตรเรื่อง เทคโนโลยี 3-D Cinema
Priority Country
% of all patents in this technology
No.of Patents
US
46%
69
JP
29%
43
KR
6.0%
9
WO
5.4%
8
CN
4.7%
7
FR
4.0%
6
EP
2.0%
3
GB
1.3%
2
TW
1.3%
2
DE
0.7%
0
สรุป
ในช่วงปีที่ผ่านมาในโรงภาพยนต์ ประเภท Cineplex เริ่มมีการแสดงภาพเคลื่อนไหวในลักษณะ 3 มิติ ซึ่งต่อไปในเวลาอันใกล้นี้ผู้บริโภคอาจได้ชมภาพ 3 มิติ บนจอของโทรทัศน์และภาพ 3 มิติ ในอัลบั้มภาพถ่าย ลักษณะการพัฒนาเทคโนโลยี 3 มิติในต่อไปเป็นเส้นโค้ง โดยเมื่อเร็วๆ นี้ทีมงานวิจัยของมหาวิทยาลัยโตเกียวได้พัฒนาระบบการแสดงเทคนิคที่เหมือนมีชีวิต 3 มิติ โฮโลแกรม (Hologram) ด้วยการสัมผัสจากมนุษย์ ด้วยการใช้เทคนิค airbone ultrasound ที่ทำการตรวจจับการเคลื่อนที่ขยับไปมา และ การเป่าลมไปยังมือผู้เล่นเพื่อให้เสมือนสัมผัสกับวัตถุนั้น (blows air jets onto the user’s hand to mimic the feel of the object) ซึ่งระบบนี้ยังไม่ได้ยื่นขอจดสิทธิบัตร แต่ว่าใช้สิทธิบัตรในเทคโนโลยีเรื่องรีโมทเซ็นเซอร์ (remote sensor) ที่คล้ายคลึงกับที่ใช้ในระบบเกมส์ Ninteudo Wii และภาพแสดงโฮโลแกรมที่ได้รับสิทธิบัตรใหม่ในเดือนสิงหาคม 2009 โดยบริษัทในสหรัฐอเมริกา ชื่อ Provision Interactive Technologies ซึ่งกำลังพัฒนาเทคโนโลยีแรกเริ่มสำหรับสาขาการแพทย์ที่อาจเป็นการนำเสนอขอบเขตใหม่ของเทคโนโลยีวินิจฉัยโรคด้วยภาพ รวมถึงอาจมีบทบาทเป็นผู้นำในการเช่าภาพยนต์ Blockbuster ต่อไป
ไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง เราคงต้องเฝ้ามองดูต่อไปของการพัฒนานวัตกรรมที่ปรากฏขึ้นมาอย่างต่อเนื่องโดยแผนก IP ของบริษัท Thomson Reuters จะติดตามและรายงานในอนาคตต่อไป
อ้างอิง
Thomson Reuters - IP Market Report Dec.2009 : Coming Soon in 3-D …… Everything ! Patent data shows rise in 3-D entertainment innovations. Available at : http://img.en25.com/Web/ThomsonReutersScience/3DTechnology.pdf
สารสนเทศวิเคราะห์
แผนที่สิทธิบัตร
แผนที่สิทธิบัตร อุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นกลาง
Thomson Reuters ได้เผยแพร่บทความที่น่าสนใจเรื่องหนึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ ในชื่อเรื่อง Investing in Intelligence to stay successful through Innovation : The Role of patents in the Petro-Chemical Intermediates industry มีเนื้อหาสรุปได้ดังนี้
สิ่งของที่ใช้ในชีวิตประจำวันสำคัญ อยู่รอบๆ ตัวเรา (Daily essentials : All around us)
อุปกรณ์เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น แป้นคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ ขวดน้ำดื่ม เสื้อเชิตจากไนลอน เป็นต้น ล้วนมาจากผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลพลอยได้จากอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ที่มนุษย์ใช้เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน เป็นส่วนหนึ่งของนวัตกรรมและเป็นของมีค่าสำหรับธุรกิจตามน้ำของการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีขั้นกลาง (Petro-Chemical Intermediates application)
บริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเหล่านี้ยังคิดค้นนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เข้มข้น และ รวดเร็ว เพื่อที่จะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันสำหรับธุรกิจของบริษัทตนเอง โดยในขณะนี้มีจำนวนบริษัทมากขึ้นที่ตระหนัก เข้าใจถึงความสำคัญ ของระบบสิทธิบัตร โดยที่สิทธิบัตรเป็นรูปแบบหนึ่งของทรัพย์สินทางปัญญาที่สำคัญและยังเป็นตัวชี้วัดถึงระดับนวัตกรรมขององค์กรอีกด้วย
เศรษฐกิจของโลกในยุคศตวรรษที่ 21 นี้ ถือว่าความรู้เป็นเสาหลักที่สำคัญสำหรับการเติบโต เมื่อไม่นานมานี้ บริษัท DuPont Zytel Plus Nylon ได้คิดค้นนวัตกรรมที่สำคัญยิ่ง คือวัสดุที่ทนทาน แข็งแรง ถูกนำไปใช้ในบริษัท General Motors, GM เป็นที่คลุมเครื่องยนต์ของรถยนต์ Car-engine hood cover) ซึ่งได้รับรางวัล SPE most innovative use of plastic awards 2010 บริษัท Yokohama ผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ของโลก ได้ผลิตยางรถยนต์สีเขียว ( Green performance tyres) ที่ส่วนประกอบเป็นสารปลอดปิโตรเลียม ร้อยละ 80
ผลกระทบทางตรงของนวัตกรรมต่อบริษัทและเศรษฐกิจ (Innovation directly impacts the company and economy)
นวัตกรรมช่วยสร้างความมั่งคั่งให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัท ซึ่งให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงขึ้นและมีผลโดยตรงต่อบริษัทและประเทศ ในทศวรรตที่ผ่านมาประเทศแถบเอเชียแปซิฟิก นวัตกรรมเป็นเรื่องที่มีบทบาทเพิ่มขึ้น ถูกนำไปเป็นแรงดึงดูดอย่างมากในการเติบโตทางเศรษฐกิจ ตัวอย่างเช่น ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่เดิมได้ชื่อว่าเป็นโรงงานผลิตสิ่งของราคาถูกของโลก มาอย่างยาวนานตั้งแต่ช่วงปี 1990s เป็นต้นมา ต่อมาได้ปรับเปลี่ยนการเคลื่อนที่ เป็นรูปร่างตัวยู เน้นในเรื่องนวัตกรรม และเพิ่มคุณค่าด้วยการผลิตสิ่งของส่งออกแบบไฮเทคมากยิ่งขึ้น พบว่ามีการโคลงเคลงถึงร้อยละ 300 ในช่วงปี 1995 - 2005
ส่วนประเทศสิงคโปร์ก็ให้ความสำคัญและเชื่อมั่นในการส่งออกสินค้าไฮเทค คิดเป็นร้อยละสูงสุด และยังเป็นสถานที่ดึงดูดแก่บริษัทเทคโนโลยี เช่นบริษัทผู้ผลิตยาชั้นนำของโลก ที่เข้ามาจัดตั้งโรงงานผลิตและมีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการวิจัยและพัฒนาที่เกาะแห่งนี้ สำหรับประเทศไทย พบว่ามีการเบี่ยงเบน หันเหจากปกติไม่มากนัก โดยตั้งแต่ปี 1990 คิดเป็นร้อยละ 28 ไทยสามารถใช้ประโยชน์จากตลาดแรงงานที่มีคุณภาพ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นจากประวัติเดิมในความสามารถของโรงงานผลิตรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ ที่ได้ช่วยส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมมากขึ้น ในการขับเคลื่อนและสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจให้มากขึ้น หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิ ประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือน มีนาคม 2011 ยิ่งก่อให้เกิดการสร้างโอกาสให้แก่ ประเทศไทยมากยิ่งขึ้น ที่อาจเกิดการสร้างโรงงานอุตสาหกรรม และงานด้านวิจัยและพัฒนายิ่งขึ้น ซึ่งเป็นไปตามการคาดหมายของ BOI ประเทศไทย (สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน)
สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีท้องถิ่นของประเทศไทยมีความเกี่ยวข้องกันเป็นกลุ่มก้อน เช่น บริษัท ปตท. จำกัด บริษัทเอสซีจี จำกัด เริ่มมีการเฝ้ามอง เพ่งพินิจเรื่องนวัตกรรมใหม่อย่างเข้มข้น และได้ลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ มากขึ้น เช่น มีการยื่นขอจดสิทธิบัตร ดำเนินการหาโอกาสในการเป็นพันธมิตรกับนานาชาติ เพื่อที่จะรักษาไว้ในความยั่งยืนของธุรกิจ ไว้ จากแนวคิดเดิมธุรกิจเทคโนโลยีไม่สามารถยั่งยืนอยู่ได้ด้วยการลดราคาและจัดการประสิทธิภาพในต้นทุนได้อีกต่อไป
รูปภาพที่ 1 แสดงสินค้าเทคโนโลยีส่งออก เป็นร้อยละของประเทศต่างๆ
Source : Thomson Reuters : Investing in Intelligence to stay successful through Innovation
นวัตกรรมคือกุญแจสำคัญในการทำให้เกิดความแตกต่างของเทคโนโลยี (Innovation is key to Technology Differentiation)
นวัตกรรมคือทักษะ ความสามารถในการนำสิ่งประดิษฐ์ออกสู่ตลาดได้สำเร็จ ในยุคนี้บริษัทผู้ผลิตเทคโนโลยี ต่อสู้กันด้วยการลงทุนด้านวิจัย พัฒนาและนวัตกรรม
รูปภาพที่ 2 แสดงขั้นตอนห่วงโซ่ของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี
Source : Thomson Reuters : Investing in Intelligence to stay successful through Innovation.
ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นกลางดังแผนภาพที่แสดง แสดงถึงขั้นตอนห่วงโซ่ทั้งหมดตั้งแต่ปิโตรเลียมดิบ ถึงผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค ที่ได้แก่ สี พลาสติก ยาง ผงซักฟอก สีย้อม ปุ๋ย สิ่งทอ และตัวทำละลายต่างๆ พบว่ามีความต้องการใช้เพิ่มมากขึ้น โดยมีการเติบโตแบบอัตราเพิ่มแบบยกกำลัง เมื่อมองดูคุณค่าของทั้งห่วงโซ่ของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี พบว่ามีการเติบโตรวดเร็ว มากกว่า จีดีพี ของประเทศส่วนใหญ่ นี้เป็นเพราะผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ ได้เข้าแทนที่ สับเปลี่ยน ในวัสดุที่ใช้ในชีวิตประจำวันปัจจุบันอย่างกว้างขวาง และเป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง
สำหรับสาร Polyester เป็นเทคโนโลยีที่ยกเว้นในการถูกแทนที่ นำไปใช้ประโยชน์แทน ผ้าฝ้าย และ ขนสัตว์ ในขณะที่พลาสติกถูกนำไปใช้แทนที่ แก้ว โลหะ กระดาษสำหรับห่อ และวัสดุประกอบรถยนต์ พลาสติกและ สาร Polyester เป็นวัสดุหลักสำคัญที่สามารถทำการนวัตกรรมเห็นผลได้ชัดเจน เป็นการปรับปรุงเทคนิคของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นกลาง
วิธีการสืบค้นหาเทคโนโลยีจากเอกสารสิทธิบัตรอย่างมีประสิทธิภาพ (Effective Technology Searching through Patents)
ในรายงานฉบับนี้ มีการวิเคราะห์สิทธิบัตรในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ด้วยวัตถุประสงค์แสดงจุดสำคัญในทิศทางแนวโน้มของอุตสาหกรรม และเพื่อเข้าใจถึงสถานภาพการแข่งขัน นอกจากนี้ยังแสดงข้อมูล ในเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่ ที่ทำให้ทราบถึงสาขาวิชาหลักในการวิจัยพัฒนาของโลก ภูมิทัศน์ของสิทธิบัตร คือ รูปภาพแสดงที่เป็นผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลสิทธิบัตรที่ได้จากการสืบค้นและประมวลผลด้วยเทคนิค text mining จากฐานข้อมูล Thomson Innovation, TI
ถือเป็นเครื่องมือที่ดีเยี่ยม ดีเลิศในขณะนี้ ได้เปิดให้บริการแก่ภาคธุรกิจ เพื่อให้ได้ข้อมูลช่วยในการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ในชุดฐานข้อมูล Thomson Innovation ยังให้บริการฐานข้อมูลสิทธิบัตรที่สำคัญยิ่งอีกชื่อหนึ่ง คือ Derwent World Patent Index, DWPI เป็นชุดฐานข้อมูลที่มีบริการมายาวนานกว่า 50 ปี ที่เป็นที่ยอมรับแก่ชุมชนวิจัยสิทธิบัตรทั่วโลก
ด้วยคุณลักษณะพิเศษของ DWPI ที่มีการเขียนขึ้นใหม่ (rewritten) ในส่วนของชื่อเรื่อง บทคัดย่อ ของเอกสารสิทธิบัตรในแต่ละฉบับ ที่สามารถช่วยให้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้นด้วยการใช้หลักการเขียนใหม่ ด้วย ชัดเจน สม่ำเสมอ
ใช้คำศัพท์เฉพาะทางอุตสาหกรรม ( clear, consistent, industry-specific term)
DWPI แหล่งข้อมูลสิทธิบัตรที่สำคัญ ช่วยให้เกิดความฉลาดในเรื่องเทคโนโลยี (Derwent Worldwide Patents Index The Essential Patent Source for Technology Intelligence) จากแผนผังที่ 3 แสดงจำนวนการยื่นขอสิทธิบัตรในหัวเรื่องของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นกลาง ตั้งแต่ปี 2005 เป็นต้นมา โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มของแข็ง และกลุ่มสารละลายและส่วนประกอบของเหลว
แผนผังที่ 3 แสดงครอบครัวสิทธิบัตรในสารขั้นกลางหลายๆ ชนิด
Source : Thomson Reuters : Investing in Intelligence to stay successful through Innovation.
ความสำคัญของเนื้อหาสิทธิบัตรในฐานข้อมูล DWPI ดังแสดงในแผนผังที่ 3 นั้น แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างจากเอกสารสิทธิบัตรต้นฉบับ กราฟแท่งสีฟ้าแสดงจำนวนครอบครัวสิทธิบัตร (Patent family) ที่สืบค้นได้จากที่ฐาน DWPI แห่งเดียว ไม่สามารถหาได้จากแหล่งข้อมูลอื่นๆ ได้เลย ตัวอย่าง สืบค้นด้วยคำศัพท์ plastic OR resin OR polymer ผลการสืบค้นพบเอกสารสิทธิบัตรเป็นหลักพันเรื่อง โดยตัวอย่างในแผนผังที่ 4 เป็นเอกสารสิทธิบัตรการยื่นขอของประเทศสหรัฐอเมริกา เลขที่ US20080103278A1 โดยฐานข้อมูล DWPI ได้เขียนขึ้นใหม่ ในส่วนที่เป็นชื่อเรื่อง (title) พบว่ามีคำใหม่เกิดขึ้นมาคือ polystyrene ที่ในเอกสารต้นฉบับไม่มี สะท้อนให้เห็นว่ามีการซ่อน ปิดบัง ไว้ (hidden) ซึ่งหากไม่มีฐานข้อมูล DWPI จะไม่พบเอกสารฉบับนี้ ซึ่งในเรื่อง polystyrene จะไม่พบถึง 7 ใน 10 เรื่องทีเดียว ที่คิดเป็นร้อยละ 70
รูปภาพที่ 4
Source : Thomson Reuters : Investing in Intelligence to stay successful through Innovation.
รวมทั้งยังแสดงให้เห็นความชัดเจนด้วยการพรรณาให้เป็นภาพในแผนผังที่ 3 ที่คำว่า Styrene / Polystyrene เป็นชุดคำศัพท์ที่พบมากเป็นอันดับต้นๆ ของนวัตกรรมใหม่นี้ และยังแสดงว่าอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นกลาง มีการยื่นขอจดสิทธิบัตรที่เป็นผลิตภัณฑ์ของแข็ง (Solid products) โดดเด่นกว่าผลิตภัณฑ์ที่เป็นสารละลายของเหลว (liquid solvent)
แผนผังที่ 5 แสดงการยื่นขอจดสิทธิบัตรแบบ Compound annual Growth Rate (CAGR) ของสารต่างๆ ที่ได้จากอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นกลาง
Source : Thomson Reuters : Investing in Intelligence to stay successful through Innovation
ในแผนผังที่ 5 ความสำคัญของนวัตกรรมจากสาร Styrene / Polystyrene ยังสามารถยืนยันได้ในแผนผังที่ 4 ที่แสดงให้เห็นว่า เป็นสารที่มีอัตราการเติบโตต่อปีสูงที่สุด Compound annual Growth Rate (CAGR) ที่ร้อยละ 3.5 ของสิทธิบัตรที่มีการขอยื่นจดในระหว่างปี 2005 ถึง 2009 โดยในเส้นข้างๆ ของข้อมูล CAGR ยังแสดงถึงการเพิ่มขึ้นของสาร Acetone และ Ethyl acetate รวมถึงสารละลายและสารประกอบอีกหลายๆ ชนิดด้วย
การเอาชนะในความท้าทายในการวิเคราะห์สิทธิบัตรเรื่อง Styrene / Polystyrene ในจำนวนหลักหมื่น
(Overcoming the challenge of having to analyze more than 16,000 Styrene / Polystyrene Patents)
การวิเคราะห์สิทธิบัตรด้วยแผนที่ ที่ชื่อว่า Themescape Map ของฐานข้อมูล Thomson Innovation เป็นวิธีหนึ่งที่สามารถแสดงออกมาเป็นภาพแบบแผนที่ แบบระยะห่างของพื้นที่ภูมิประเทศ (Topographic space) ที่สามารถแสดงภาพสิ่งที่เกี่ยวข้องออกมาเป็นภาพได้ ที่ช่วยให้เห็นเรื่องสำคัญในการเปิดเผยออกมาในเรื่องเทคโนโลยีรองได้ ที่บริษัทอุตสาหกรรมผู้เล่นเกมส์ในเรื่องนี้สามารถใช้เป็นความสามารถในการแข่งขันได้ (Competitive Intelligence) ในขณะที่พื้นที่สีขาวช่วยให้เห็นแนวโน้มทิศทาง ที่จะช่วยให้เรามุ่งเป้าในการตัดสินใจได้
หากเราทำการวิเคราะห์แบบวิธีปกติอาจใช้เวลาอย่างน้อย 8 วัน ในขณะที่แผนที่ Themescape สามารถสั่งให้ทำได้ในเวลาเพียง 8 วินาที รวมถึงสามารถจัดหมวดหมู่เทคโนโลยีหลัก เทคโนโลยีรอง ของสิทธิบัตรเรื่อง Styrene / Polystyrene แสดงได้ในรูปภาพที่ 5
รูปภาพที่ 6 แสดงแผนที่ Themescape Map ที่แสดงถึงกิจกรรมสิทธิบัตรด้วยภาพ เปรียบเทียบระหว่างบริษัทอุตสาหกรรมคู่แข่ง ที่สามารถช่วยพัฒนากลยุทธ์ด้านธุรกิจได้
Source : Thomson Reuters : Investing in Intelligence to stay successful through Innovation.
จากรูปภาพที่ 6 ในแต่ละจุด แสดงถึงเอกสารสิทธิบัตร 1 ฉบับ ความสำคัญอยู่ที่ตำเหน่งของแต่ละจุด ที่แสดงความสัมพันธ์กัน เช่นหากมีจุดจำนวนมากอยู่ในตำเหน่งใกล้กัน แสดงนัยได้ว่ามีความคล้ายคลึงของเทคโนโลยี (Technologically Similar) สูง แผนที่ Themescape แสดงภาพออกมาอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ส่วนในประเด็นเรื่องเทคโนโลยีรองที่เกิดใหม่ล่าสุด ในการขอยื่นจดสิทธิบัตรเรื่อง Styrene / Polystyrene ได้แก่ หมวดพันธุศาสตร์ เภสัชศาสตร์ และวัสดุนาโน เป็นต้น
จากแผนที่ เห็นได้ว่า บริษัท BASF ถือครองแฟ้มข้อมูลสิทธิบัตรจำนวนมากในเรื่อง Thermoplastics (ดังในพื้นที่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า) ในขณะที่เป็นคำขอยื่นสิทธิบัตรที่เกี่ยวกับ LCD (ดังในพื้นที่รูปสามเหลี่ยม) ด้วย
Themescape Map กลายเป็นเครื่องมือที่สำคัญของภาคธุรกิจ ที่สามารถช่วยให้ค้นพบแนวโน้มของสิทธิบัตร ช่วยในการวางกลยุทธ์เทคโนโลยี ผู้ใช้บริการจากประเทศออสเตรเลีย กล่าวว่า การแสดงข้อมูลที่เป็นข้อความออกมาให้เป็นรูปภาพเชิงกราฟ ช่วยให้ผู้ใช้บริการเข้าใจได้ง่ายขึ้นช่วยวิเคราะห์สรุปถึงสิทธิบัตรที่มีหลักพันฉบับ ขณะนี้สิทธิบัตรของประเทศออสเตรเลีย 17 ล้านเรื่อง ก็มีการจัดทำแผนที่ลักษณะนี้เช่นกัน
หนทางข้างหน้า (The way forward)
ความรู้เรื่องนวัตกรรม สามารถหาได้จากสารสนเทศสิทธิบัตร ซึ่งระบบสืทธิบัตรเป็นเรื่องสำคัญในการขอความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่ง ที่ช่วยให้เข้าใจในความก้าวหน้าและทันสมัยของเทคโนโลยี แต่ด้วยจำนวนสิทธิบัตรที่เพิ่มมากขึ้นตลอดเวลา มนุษย์ไม่สามารถอ่านชุดสิทธิบัตรขนาดใหญ่ได้ในเวลาอันรวดเร็ว
ฐานข้อมูล DWPI มีการใช้งานในจำนวนมากๆ จากสำนักงานสิทธิบัตรประเทศต่างๆทั่วโลก รวมถึงบริษัทและองค์กรวิจัยชั้นนำของโลก ได้ประโยชน์ในเรื่อง Technology Intelligence องค์กรใดที่จะประสบความสำเร็จในการใช้ฐานข้อมูลสิทธิบัตร DWPI จากรายชื่อบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลก 500 อันดับแรก จาก Fortune รวมถึงมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกต่างใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูล DWPI เทคนิคที่ทำให้มองเห็นเป็นภาพ เช่นแผนที่ Themescape เป็นเครื่องมือจำเป็นที่ช่วยตีความ ให้ความหมาย (Interpret) ชุดเอกสารสิทธิบัตรจำนวนมากได้ ช่วยให้เห็นแนวโน้มของอุตสาหกรรมได้ และยังช่วยในการตัดสินใจ ในการลงทุนวิจัย พัฒนา ด้วยความมั่นใจมากยิ่งขึ้น ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานี้ มีสิทธิบัตรครอบครัวมากกว่า 1.5 แสนเรื่อง (1ชุดครอบครัวมีหลายฉบับที่ยื่นจดในหลายๆ ประเทศ) ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นกลาง สารจำพวก Polystyrene / Styrene / Polyester / Polyurethane และ Synthetic Rubber เป็นสิทธิบัตรที่มีการยื่นขอจดในอันดับต้นๆ รวมถึงมีแนวโน้มที่จะเติบโตมากขึ้นในทศวรรษหน้า และจะมีการแข่งขันอย่างต่อเนื่องด้วย
อ้างอิง
Allen Yeo , June 2011. Thomson Reuters Report - Investing in Intelligence to stay successful through Innovation - The role of Patents in The Petro-Chemical Intermediates Industry. Available at http://science.thomsonreuters.sg/
สารสนเทศวิเคราะห์
แผนที่สิทธิบัตร
กิจกรรมสิทธิบัตรของจีน
Thomson Reuters World IP today ได้จัดทำรายงานเรื่อง Patented in China: The present and future state of innovation in china เมื่อเดือนตุลาคม 2010 เป็นเรื่องที่น่าสนใจ จึงขอถ่ายทอดและสรุปสาระสำคัญคือ เศรษฐกิจของประเทศจีนได้เคลื่อนย้ายจุดสำคัญจากภาคการเกษตรแบบดั้งเดิม และอุตสาหกรรมการผลิตไปในทิศทางที่ไปสู่กิจกรรมนวัตกรรมเพิ่มมากขึ้น
บทนำ
เมื่อปี 2008 กรุงปักกิ่ง ได้จัดกีฬาระดับโลกโอลิมปิกเกมส์ได้อย่างยอดเยี่ยมที่ผ่านมาประเทศจีนมีการเจริญเติบโตที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วมาก ทั่วโลกต่างจับตามองอย่างอยากรู้อยากเห็น
การปฏิรูปเศรษฐกิจของจีน เริ่มในปี 1987 ต่อมาได้เห็นผลปรากฎออกมาจากประเทศที่ยากจนกำลังพัฒนากลายมาเป็นประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจเป็นอันดับที่ 2 รองจากสหรัฐอเมริกา ทั้งในแง่ความเท่าเทียมกันในกำลังซื้อและในแง่ GDP และเมื่อไม่นานมานี้ รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนได้กระตุ้นส่งเสริมให้ประเทศนำระบบนวัตกรรมมาใช้ด้วยหลายๆ มาตรการ เช่น
การเพิ่มงบประมาณการวิจัยพัฒนาของประเทศ (increased overall R&D budget)
ใช้ระบบหักลดภาษี (introduced tax breaks)
ระบบแรงจูงใจทางการเงินเพื่อเพิ่มนวัตกรรมท้องถิ่น (Monetary incentives to increase indigenous innovation)
ลงทุนสถาบันวิชาการของประเทศ (Investing in the nation's academic institutions)
ซึ่งมาตรการเหล่านี้เป็นตัวขับเคลื่อนเบื้องหลังกิจกรรมสิทธิบัตรของจีน ขณะนี้ระบบกฎหมายสิทธิบัตรของจีนมีอายุได้ 25 ปี หลังจากเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อปี 1985 ขณะนี้ สำนักงานสิทธิตรจีนได้กลายเป็น สำนักงานใหญ่อันดับที่ 3 ของโลกที่มีการรับการยื่นขอจดสิทธิบัตรรองจากสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น
ในช่วงปี 2003 ถึง 2007 จีนมีค่า GDP เติบโตเฉลี่ยร้อยละ 9.75/ปี ในขณะที่จำนวนการยื่นขอจดสิทธิบัตรเพิ่มมากขึ้นร้อยละ 28.4 ต่อปี หากแนวโน้มยังเป็นเช่นนี้ต่อไป จีนจะกลายเป็นผู้นำในกิจกรรมสิทธิบัตรของโลกในอนาคตอันใกล้นี้ รายงานนี้เป็นการนำเสนอแนวโน้มกิจกรรมสิทธิบัตรของจีน และจินตนาการถึงว่าสารสนเทศสิทธิบัตรของโลกจะมีภาพเป็นอย่างๆรในช่วง 5 ปีต่อไปนี้
สมรรถภาพในอดีต
สำนักงานสิทธิบัตร 5 แห่งที่สำคัญของโลกได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ยุโรป เกาหลีใต้ และ จีน คิดรวมแล้วมีการยื่นจำนวนสิทธิบัตรราวร้อยละ 75 ของโลก และมีการอนุมัติสิทธิบัตรราวร้อยละ 74 ของทั่วโลก
การวิเคราะห์จำนวนสิทธิบัตรช่วง 5 ปี ที่ผ่านมาจาก 5 สำนักงานข้างต้นนั้นพบว่าจีนมีการเติบโตในอัตราที่เร็วมากที่สุด
หน่วยนับที่ใช้วัด (attributes) ในการศึกษาครั้งนี้ของ Thomson Reuters ได้แก่
ค่า Total volume of patents
หมายถึงจำนวนรวมของสิทธิบัตรที่มีการยื่นที่ประเทศตนเองก่อน และต่อมามีการยื่นในประเทศอื่นๆ อีกเพื่อป้องกันการผลิต ที่เรียกว่า equivalent
ค่า Basic patent volume
หมายถึงจำนวนสิทธิบัตรที่ประดิษฐ์คิดค้นด้วยพลเมืองของประเทศนั้น และมีการยื่นจดครั้งแรกในประเทศ
Ratio of basic of total volume
สัดส่วนระหว่างจำนวนสิทธิบัตรที่ยื่นในประเทศครั้งแรกกับจำนวนที่ไปยื่นในประเทศอื่นๆ ต่อ
ในการศึกษานี้ใช้ข้อมูลดิบจำนวนสิทธิบัตร เปรียบเทียบ 5ประเทศหลัก คือ สหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลีใต้และ จีน จากฐานข้อมูล Thomson Reuters : Derwent World Patent Index
Total Patent Volume 2003-2009
JP
มีจำนวนสูงสุด
4.6 ล้านเรื่อง
ร้อยละ 35
US
มีจำนวน
3.5 ล้านเรื่อง
ร้อยละ 27
CN
มีจำนวน
1.8 ล้านเรื่อง
ร้อยละ 14
EP
มีจำนวน
1.5 ล้านเรื่อง
ร้อยละ 12
KR
มีจำนวน
1.5 ล้านเรื่อง
ร้อยละ 12
Basic Patent Volume 2003-2009
JP
มีจำนวนสูงสุด
4.6 ล้านเรื่อง
ร้อยละ 35
US
มี จำนวน
3.5 ล้านเรื่อง
ร้อยละ 27
CN
มีจำนวน
1.8 ล้านเรื่อง
ร้อยละ 14
EP
มีจำนวน
1.5 ล้านเรื่อง
ร้อยละ 12
KR
มี จำนวน
1.5 ล้านเรื่อง
ร้อยละ 12
Basic/Total Patent Volume Ratios
Ratio of Basic/Total
2003
2004
2005
2006
2007
2008
2009
Average
JP
59.4%
58.2%
55.9%
54.2%
49.6%
46.4%
43.6%
52.5%
US
47.8%
43.0%
48.6%
46.1%
47.0%
45.8%
41.9%
45.8%
EP
19.2%
20.3%
20.2%
18.1%
18.0%
14.5%
15.7%
18.0%
KR
46.5%
45.6%
44.1%
41.2%
42.7%
47.0%
54.4%
45.9%
CN
32.7%
30.2%
36.3%
37.7%
40.6%
44.2%
43.3%
37.9%
นโยบายของรัฐบาลและบทบาทในเรื่องนวัตกรรม
งบประมาณวิจัยและพัฒนา (R&D Budget)
รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนวางแผนที่จะเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยวิทยาศาสตร์และพัฒนาให้เพิ่มอย่างรวดเร็วโดยมีเป้าหมายให้เป็นร้อยละ 2.5 ของ GDP ในปี 2020 โดยเมื่อเปรียบเทียบกับปี 1996 ลงทุนเพียงร้อยละ 0.6 ของ GDP และในปี 2006 ลงทุนร้อยละ 1.4 ของ GDP
ในเวลาเดียวกันจีนมีแผนนโยบายเศรษฐกิจของประเทศที่มีเป้าหมายให้มีการเติบโตของ GDP ในอัตราที่
มากกว่าร้อยละ 7.5 ในทุกๆ ปี จนถึงปี 2010 และเป็นร้อยละ 7.0 จนถึงปี 2020 นี้เป็นผลให้เกิดความสัมพันธ์ในทางบวกที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ระหว่างจำนวนการยื่นขอสิทธิบัตรกับค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาของภาคอุตสาหกรรม ภาคการศึกษา
การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน และการส่งเสริมค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาอย่างเป็นอิสระจะเป็นเชื้อเพลิงที่กระตุ้นระบบนวัตกรรมของประเทศอย่างต่อเนื่อง
ระบบการเงินและภาษี (Tax and Financing)
รัฐบาลจีนอนุญาตให้มีการขอหักลบภาษี (tax deduction) สำหรับค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนารวมถึงมีการให้เพิ่มการขอกู้เงินจากรัฐบาล (lending) และ ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (discounted interest rates) ซึ่งแน่นอนทั้ง 3 มาตรการนี้มีส่วนผลักดันให้จีนมีสถิติในสิทธิบัตรอย่างน่าทึ่งเป็นที่เรียบร้อยแล้วและจะเพิ่มมากขึ้นต่อไปอีกในปีต่อๆ ไป
นวัตกรรมของท้องถิ่นและมาตรฐานเทคโนโลยี (Indigenous innovation and Technology Standard)
นายกรัฐมนตรีจีน นาย Weu Jiabao ได้กล่าวว่า “เทคโนโนโลยีหลักไม่สามารถซื้อขายกันได้ มีวิธีเดียวคือต้องมีความสามารถอย่างเข้มแข็งในวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนวัตกรรมด้วยการได้มาในสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาของเราเอง ซึ่งเราสามารถส่งเสริมความสามารถการแข่งขันและได้รับการยอมรับนับถือจากสังคมนานาชาติได้”
นโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีน กระตุ้นส่งเสริมนวัตกรรมดั้งเดิมของท้องถิ่น (indigenous innovation) เพื่อปรับปรุงความสามารถในการสร้างสรรค์ที่เกิดขึ้นภายในประเทศเอง และเพื่อลดความเชื่อถือในเทคโนโลยีต่างประเทศที่มีมากมายในปัจจุบัน การคิดสร้างสรรค์เทคโนโลยีนวัตกรรมภายในประเทศเองช่วยให้เกิดการจ่ายค่าสิทธิแก่ผู้ประดิษฐ์ภายในประเทศโดยตรง
ขณะนี้รัฐบาลได้เริ่มมีการเข้าจัดการในอุตสาหกรรมต่างๆ คือ โทรคมนาคม อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งรวมถึง โทรศัพท์เซลลูล่าห์ โทรศัพท์ดิจิทัล ชิปคอมพิวเตอร์ วิดีโอดิสก์ กล้องถ่ายรูปดิจิทัลและเครือข่ายในยุคใหม่
บทบาทของรัฐบาลในภาคส่วนวิชาการและวิสาหกิจ (Government role in Academia and Enterprise)
เกือบทั้งหมดของภาคส่วนวิชาการที่สำคัญของประเทศอันได้แก่ มหาวิทยาลัย วิทยาลัย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ ขึ้นโดยตรงกับรัฐบาล จากการศึกษาของ Thomson พบว่า ภาคส่วนวิชาการของจีนเป็นส่วนสำคัญยิ่งที่มีสัดส่วนจำนวนการยื่นขอสิทธิบัตรสูงมากกว่าภาคส่วนอื่นๆ คิดเป็นร้อยละ 16 ในขณะที่เปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ คือ ญี่ปุ่น มีเพียงร้อยละ 1 สหรัฐอเมริกา ร้อยละ 4 เกาหลีใต้ ร้อยละ 2 ส่วนประเทศที่มีความคล้ายคลึงกับประเทศจีนในประเด็นนี้คือ ประเทศรัสเซีย โดยทั้ง 2 ประเทศปกครองแบบมีศูนย์รวมอำนาจตรงกลาง ซึ่งในการคัดเลือกโครงการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการให้ทุน เป็นอำนาจและการควบคุมจากรัฐบาลกลางโดยตรง
นอกจากนี้รัฐบาลยังมีบทบาทสำคัญและชี้นำรัฐวิสาหกิจต่างๆ ในปี 2007 รัฐบาลลงทุนให้แก่วิสาหกิจส่วนกลางที่เป็นของรัฐจำนวน 150 แห่ง เป็นจำนวนเกือบ 100 พันล้านหยวน (14.27 พันล้าน USD) คิดเป็นร้อยละ 27 ของงบประมาณการวิจัยและพัฒนาของประเทศร้อยละ 27
แรงจูงใจทางการเงิน (Menetary Incentive)
รัฐบาลให้เงินอุดหนุนแก่นักประดิษฐ์นิติบุคคลภายในประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในนโยบายของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีน หน่วยงานของรัฐในส่วนจังหวัดหรือเมืองใหญ่ๆ ส่วนใหญ่กระตือรือร้นที่จะบรรลุเป้าหมายของรัฐบาลส่วนกลางที่มักจัดสรรเงินอุดหนุนเพิ่มเติมให้บ่อยๆ และคืนเงินค่าธรรมเนียมต่างๆ กลับให้เพื่อการกระตุ้นการยื่นสิทธิบัตรในขณะที่รัฐบาลส่วนท้องถิ่นอาจจะอนุมัติทุนอุดหนุนให้อีกร้อยละ 50 ถือว่าเป็นแรงจูงใจที่สำคัญ
มองไปข้างหน้า (Looking forward)
Thomson ทำนายเรื่องภูมิทัศน์สิทธิบัตรของจีนด้วยการใช้ข้อมูลค่าเฉลี่ยอัตราการเติบโตของจีนแบบรายปีของปี 2003-2009 และฉายภาพแบบเส้นตรงเปรียบเทียบกับประเทศต่างๆ โดยจีนได้กำหนดให้ล้ำหน้ากับสหรัฐอเมริกากับญี่ปุ่นในปี 2011
Average Annual Patent Growth Rates
Region
Average total
Volume Annual Growth Rate (2003-2009)
Average basic
Volume Annual Growth Rate (2003-2009)
JP
1.0%
-3.7%
US
5.5%
4.0%
EP
4.0%
-2.1%
KR
4.8%
7.5%
CN
26.1%
31.6%
แรงขับเคลื่อนเบื้องหลังของการเพิ่มขึ้นของสิทธิบัตรของจีน
การยื่นขอสิทธิบัตรในประเทศ และ ต่างประเทศ
สำนักงานสิทธิบัตรของจีน (State Intellectual Property Office, SIPO) ได้รายงานว่าจีนมีสิทธิบัตรทั้ง 2 ประเภท ที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โดยที่สิทธิบัตรในประเทศมีอัตราเพิ่มมากกว่า โดยที่มีค่าแตกต่างระหว่าง 2 ประเภท กว้างมากขึ้นทุกปีและในปี 2003 เริ่มมีความแตกต่างกัน
ในปี 2006 สาธารณรัฐประชาชนจีน กำหนดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศซึ่งเป็นแผนที่ 11 รัฐบาลจีนเน้นความสนใจในเรื่องของนวัตกรรมร่วมกับความปรองดองของสังคม สิ่งแวดล้อม ความสมดุลของเศรษฐกิจระดับมหภาค การควบคุมการตลาด
ส่วนแผนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้เชื่อมต่อกับเป้าหมายที่ทะเยอทะยานที่จะให้จีนเป็นสังคมที่มีตำแหน่งด้านนวัตกรรม (innovation – oriented society) ในปี 2020 จีนได้ขยายจำนวนการยื่นขอสิทธิบัตรในต่างประเทศแสดงข้อมูลในตาราง
Patent
Oversea Invention Application by China 2008
Increase from 2007 by China
Increase from 2007 by all Application
WIPO
6,126
12.1%
2.1%
US
4,455
14.1%
5.1%
EP
1,503
33.5%
17.7%
JP
772
15.9%
2.3%
ในปี 2008 จีนทำการขอยื่นจดสิทธิบัตรที่สำนักงาน WIPO เป็นจำนวนสุงสุด WIPO บริหารจัดการด้วยระบบ PCT ซึ่งเป็นเส้นทางที่สามารถขอยื่นจดในประเทศที่เป็นสมาชิกได้พร้อมๆ กันในหลายๆ ประเทศ โดยบริษัทของจีนที่ชื่อ Huawel Technologies เป็นบริษัทที่ทำการยื่นจดที่ WIPO เป็นจำนวนมากที่สุดเป็นอันดับที่ 1 แต่เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ยังถือว่าเป็นจำนวนน้อย คือ อเมริกาทำการยื่นต่อ WIPO ในปี 2008 มากถึง 51,673 คำขอ ส่วนจีนมีจำนวนเพียง 6,126 คำขอ
จีนเคลื่อนย้ายเทคโนโลยีที่สำคัญ
อัตราการเพิ่มขึ้นในจำนวนสิทธิบัตรของจีนดูเหมือนไปในทิศทางขนานกับประเทศสำคัญอื่นๆ ในแง่ประเภทเทคโนโลยี จากข้อมูลสถิติของสำนักงาน WIPO ในปี 2007 พบว่าจีนประดิษฐ์เทคโนโลยีหลักอันได้แก่
จัดอันดับของโลก
Information technology
ที่ 5
Audio-visual technology
ที่ 4
Electrical devices, Electrical
ที่ 4
Consumer goods & equipment
ที่ 5
Analysis, Measurement Control
ที่ 5
Agriculture & food
ที่ 7
Telecom
ที่ 5
Chemical engineering
ที่ 2
เทคโนโลยี 5 อันดับแรกของจีน
Year
Top 5 Fields
Patent Applications
1998
Natural Products & Polymers
Digital computers
Telephone & data Transmission system
Broadcasting, Radio & Line Transmission system
Audio/Video Recording & System
2,864
2,161
2,067
1,986
1,592
2008
Digital Compute
Telephone & Data transmission system
Broadcasting, Radio & Line Transmission system
Natural Products & Polymers
Electro-(in) organic Materials
44,588
29,510
19,750
17,250
17,107
สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาทางเลือกของจีน (Alternative IP rights in China)
อัตราการขอยื่นจดสิทธิบัตรในจีนมีมากขึ้นเฉลี่ยมากกว่าร้อยละ 24 ต่อปี ตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นมา เมื่อปี 2009 มีการยื่นขอจดสิทธิบัตรที่ SIPO มากกว่า 3.1 แสนเรื่อง นั้นยังเป็นเรื่องราวที่ยังไม่จบสมบูรณ์ลง
นยังมีระบบการป้องกันทางเลือก (Alternative Protection) ที่เปิดให้บริการแก่นักประดิษฐ์โดยผ่านช่องทางชื่อ Chinese Utility model patents นี้เป็นการจัดบริการเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างยิ่งสำหรับนักประดิษฐ์ท้องถิ่นมีการขอยื่นจดมากเป็นหลัก 3 แสนเรื่อง คิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 18 ต่อปี เฉพาะปี 2009 มีอัตราการเพิ่มถึงร้อยละ 37
ระบบสิทธิบัตรในจีนมี 3 ประเภท คือ
Invention patents / Utility model patents / Design patents โดยแต่ละประเภทมีรายละเอียดดังนี้
Invention patents เป็นระบบปกป้องคุ้มครองให้แก่สิ่งประดิษฐ์ที่ยื่นขอที่เป็นลักษณะการแก้ไขปัญหาทางเทคนิคใหม่ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ / ขบวนการ หรือการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น รัฐให้สิทธิคุ้มครอง 20 ปี ตั้งแต่วันที่ยื่นขอและมีการตรวจสอบความใหม่อย่างเป็นสาระสำคัญ
Utility model patents (หรือเป็นระบบ petty patent ของประเทศอื่น) เป็นระบบการให้สิทธิคุ้มครองสิ่งประดิษฐ์ที่มีความใหม่ในเชิงเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับรูปร่าง และหรือโครงสร้างของผลิตภัณฑ์ซึ่งสามารถปฏิบัติตามได้ รัฐให้ความคุ้มครองเป็นเวลา 10 ปี ตั้งแต่วันที่ยื่นขอและไม่มีการตรวจสอบความใหม่
Design patents เป็นระบบให้ความคุ้มครองการออกแบบในรูปร่าง รูปแบบ การรวมกัน (เช่น ส่วนผสม สี กับ รูปร่าง รูปแบบ) ผลิตภัณฑ์ที่ประดิษฐ์ขึ้นมาที่ทำให้เกิดความรู้สึกเป็นศิลปะที่สุนทรียศาสตร์ และเหมาะที่จะประยุกต์กับอุตสาหกรรม รัฐให้ความคุ้มครอง 10 ปี
ปริมาณและคุณภาพของสิทธิบัตรจีน (Patent quality VS. quality)
บทความหนึ่งในวารสารชื่อดัง Financial Times กล่าวว่าจำนวนตัวเลขการขอยื่นจดสิทธิบัตรของจีนสะท้อนถึงการณรงค์อย่างมากของรัฐบาล (Concerted government campaign) ที่ชักชวนบริษัทของจีนให้ใช้ระบบปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาด้วยกฎหมาย รวมถึงรัฐบาลได้ช่วยอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการยื่นขอนี้เป็นปัจจัยสำคัญ เป็นการขยายตัวแบบปลอมๆ จึงทำให้มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพย์สินทางปัญญา Chen Naiwei แห่งมหาวิทยาลัย Shanghai Jiaotong ให้ความเห็นว่ามีเหตุผลมาจากหน่วยงานรัฐในท้องถิ่นได้จัดบริการให้ค่าธรรมเนียมในการยื่นจดแก่วิสาหกิจและสถาบันวิทยาศาสตร์ สิทธิบัตรจีนที่ยื่นขอจดส่วนใหญ่เป็นเรื่องการออกแบบใหม่ (new design appearance or new model) ที่ไม่ได้ใช้ความรู้ทางเทคนิคขั้นสูง Utility model patent เป็นที่ยอดนิยมมากเพราะการจัดเตรียมเอกสารยื่นของ่ายและสะดวกรวดเร็วมากกว่า ดังนั้นสิทธิบัตรประเภทนี้จึงมีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน
ที่สำนักงานสิทธิบัตรจีน SIPO มีผู้ตรวจสอบมากกว่า 2,000 คน ที่ผ่านการฝึกอบรมมาจากสำนักงาน EPO โดยจัดฝึกอบรมปีละ 60 คน เมื่อกลางปี 1990s SIPO ได้นำระบบ EPOQUE มาใช้ซึ่งคือฐานข้อมูลสากลที่ช่วยในการยื่นขอแบบอัตโนมัติทางออนไลน์
คุณภาพของสิทธิบัตรการประดิษฐ์สามารถประเมินด้วยค่าอัตราการเปลี่ยนแปลงจากเอกสารสิทธิบัตรประเภทยื่นขอที่กลายเป็นเอกสารสิทธิบัตรที่ได้รับอนุมัติ ด้วยวิธีการวัดนับจำนวนสิทธิบัตรที่ยื่นขอในแต่ละปี (filing year) และนับจำนวนอย่างมีสาระสำคัญ กลายเป็นสิทธิบัตรที่ได้รับอนุมัติ (grants) ตัวอย่างในปี 2000 จีนมีการ filing 56,392 เรื่องกลายเป็น application 22,756 เรื่อง คิดเป็นสัดส่วนเปลี่ยนแปลง = ร้อยละ 40.4
เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ อัตราการปรับเปลี่ยนจากการยื่นขอเป็นอนุมัติช้ากว่าอัตราในยุโรป สหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม SIPO รายงานว่าคุณภาพของสิทธิบัตรจีนมีการปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างช้าๆ
บทสรุป
สาธารณรัฐประชาชนจีนกลายเป็นดินแดนที่มีระดับสุดยอด เมื่อไตรมาสที่ 2 ของปี 2010 จีนได้ล้ำหน้าญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการกลายเป็นประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากอเมริกา ด้วยค่า GDP ที่ 1.33 แสนล้านเหรียญอเมริกา และยังแซงหน้าผ่านประเทศเยอรมนี เมื่อปี 2009 กลายเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของโลก จีนยังเป็นประเทศผู้บริโภคพลังงานสูงสุด ประชาชนจีนซื้อรถยนต์ถึง 1.3 พันล้านคน
ข้อมูลที่แสดงมานี้ได้ให้ความชัดเจนอย่างยิ่งในการเจริญเติบโตของจีน ได้เห็นถึงวิวัฒนาการอย่างเป็นระบบของเศรษฐกิจของจีน บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก เช่น General Motor, General Electronic (GE), Siemen ได้เข้าไปจัดตั้งฐานการวิจัยและพัฒนาในประเทศจีนแล้ว เรื่องเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยในประวัติศาสตร์ที่มีวัฒนธรรมในการสร้างนวัตกรรมอย่างเข้มข้น ที่เติบโตได้อย่างรวดเร็วและเป็นไปตามเป้าหมายแบบมีเอกภาพ
จากฐานข้อมูลการทำนายด้วยหลักทางคณิตศาสตร์นั้น เป็นที่ชัดเจนว่าจีนจะเป็นผู้นำนวัตกรรมของโลกในอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน
เอกสารอ้างอิง
Thomson Reuters. “Patentd in China : The present and future state of innovation in china” By Eve.Y. Zhou and Bob Stembridge - October 2010. Available at http://thomsonreuters.com/news_ideas/white_papers/?itemId=25763
แปลและเรียบเรียงโดย รังสิมา เพ็ชรเม็ดใหญ่
ศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
วันที่ 31 มกราคม 2554
สารสนเทศวิเคราะห์
แผนที่สิทธิบัตร
สภาพการณ์นวัตกรรมปี 2010
ฐานข้อมูล Derwent World Patents Index (DWPI) นำเสนอผลการวิเคราะห์กิจกรรมสิทธิบัตรที่แสดงถึง 12 เทคโนโลยีหลักที่ก่อให้เกิดนวัตกรรมสำคัญของโลกในปี 2010 เป็นรายงานแบบรายปีครั้งที่ 2 ของแผนก IP Solutions business ของบริษัท Thomson Reuters เพื่อเป็นการเปรียบเทียบกับรายงานปีก่อน
ข้อมูลกิจกรรมสิทธิบัตรสามารถใช้เป็นเครื่องวัดการเปลี่ยนแปลงของนวัตกรรมด้วยการวัดถึงจำนวนสิทธิบัตร ผู้เชี่ยวชาญการวิเคราะห์สิทธิบัตรของ บริษัท Thomson Reuters ได้ศึกษาจำนวนสิทธิบัตรประเภทการยื่นขอ (patent applications) และสิทธิบัตรประเภทที่ได้รับอนุมัติ (granted patents) ของปี 2010 นับจำนวนสิทธิบัตรเพียงครั้งเดียวไม่นับซ้ำ นับชื่อประเทศจากประเทศแรกที่มีการยื่นครั้งแรกเท่านั้น ผลการนับหรือวัดนี้สามารถให้ภาพที่น่าเชื่อถือที่สุดของกิจกรรมสิทธิบัตรและนวัตกรรมของโลก
รายงานนี้นำเสนอนวัตกรรมในแต่ละสาขาของเทคโนโลยีหลักมีสาขาย่อยที่เป็นชุดเรียงลำดับลงมา โดยนำเสนอจำนวนสิทธิบัตรในหมวดเทคโนโลยีย่อยพร้อมทั้งเจ้าของสิทธิบัตรผู้ถือครองในแต่ละเทคโนโลยีด้วย
ผลการวิเคราะห์พบบทสรุปที่สำคัญ คือ
กิจกรรมสิทธิบัตรเรื่องอวกาศ ยานอวกาศ (Aerospace) มีจำนวนเพิ่มสูงมากขึ้นราวร้อยละ 25 จากปี 2009 ถึง 2010 ด้วยการขับเคลื่อนของเทคโนโลยีย่อย คือ ยานพาหนะในอวกาศและเทคโนโลยีดาวเทียม บริษัทผู้ถือสิทธิ์คุ้มครองจากประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ ชาร์ป ตามด้วยบริษัทเกาหลีชื่อ บริษัท LG กับ Samsung
กิจกรรมสิทธิบัตรอุปกรณ์กึ่งตัวนำ (Semiconductor) ลดลงร้อยละ 9 จากปี 2009 ถึง 2010 ในเทคโนโลยีหมวดย่อย 3 หมวดคือ Integrated circuits, discrete devices และ memories, film and hybrid circuits
สิทธิบัตรในเรื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงในปี 2010 ยังคงอยู่ในตำแหน่งชั้นแนวหน้าเช่น นวัตกรรมที่มีจำนวนสูงที่สุดในบรรดาสิทธิบัตรสาขาอื่นๆ คือ จำนวน 212,622 การประดิษฐ์ (ที่เป็นหนึ่งเดียว) ถึงแม้ว่ามีอัตราการลดลงร้อยละ 6 ในจำนวนรวมจากปี 2009
สิทธิบัตรในเรื่องยานยนต์ขยับขึ้นมาจากอันดับ 4 ในปี 2009 เป็นลำดับที่ 2 ในปี 2010 ล้ำหน้ากว่าอุตสาหกรรมการสื่อสารทางไกล (Telecommunication) กับอุตสาหกรรมอุปกรณ์กึ่งตัวนำ (Semiconductors) ดังรายละเอียดของผลการวิเคราะห์นวัตกรรมของเทคโนโลยีต่างๆ ของปี 2010 ดังต่อไปนี้
ภาพรวมของ 12 เทคโนโลยีหลักในกิจกรรมสิทธิบัตรปี 2010
2010
2010
% of Total
2009
% Change in
Volume (2010 v 2009)
A
Computers & Peripherals
212,622
1
28%
226,293
-6%
B
Automotive
88,867
2
12%
89,106
0%
C
Telecommunications
87,920
3
11%
90,867
-3%
D
Semiconductors
86,479
4
11%
95,106
-9%
E
Pharmaceuticals
59,350
5
8%
59,638
0%
F
Medical Devices
52,117
6
7%
49,035
6%
G
Petroleum & Chemical Engineering
42,304
7
5%
38,729
9%
H
Domestic Appliances
36,816
8
5%
34,591
6%
I
Food Tobacco & Fermentation
36,048
9
5%
35,375
2%
J
Aerospace
32,622
10
4%
26,167
25%
K
Agrochemicals & Agriculture
22,726
11
3%
20,503
11%
L
Cosmetics
6,438
12
1%
6,612
-3%
อันดันที่ 1 เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง ปี 2010 (Computer & Peripherals)
Subsectors
2010
Volume
2009
Volume
% Change
71%
Computers
178,509
193,445
-8%
10%
Other Peripherals
26,317
29,800
-12%
10%
Printers
25,079
25,108
0%
4%
Smart media
9,757
11,602
-16%
3%
Screens
6,471
6,684
-3%
2%
Scanners
6,372
4,947
-29%
2010 Top Ten Assignees/Companies
Smart Media
Assignee
Country
2010 Colume
1
Samsung
KR
274
2
Matsushita
JP
156
3
Toshiba
JP
139
4
NEC
JP
127
5
Brother
JP
111
6
Toppan Forms
JP
109
7
Sony
JP
91
8
Mitsui Chemical
JP
85
9
Electronics & Telecom Res.Inst.
KR
82
10
Dainippon Printing
JP
76
อันดันที่ 2 เทคโนโลยีที่เกี่ยวกับรถยนต์ ปี 2010 (Automotive)
Subsectors
2010
Volume
2009
Volume
% Change
16%
Alternative Powered Vehicles
15,913
13,118
21%
13%
Navigation Systems
12,060
12,414
-3%
12%
Transmission
11,577
11,520
0%
11%
Safety
10,263
10,589
-3%
9%
Pollution Control
8,376
8,567
-2%
8%
Seats, Seatbelts and Airbags
7,769
7,657
3%
7%
Steering Systems
6,327
6,610
-4%
6%
Suspension Systems
5,924
5,975
-1%
6%
Security Systems
5,752
5,817
-1%
5%
Engine Design and Systems
5,336
5,552
-4%
4%
Braking Systems
3,908
4,067
-4%
3%
Entertainment Systems
3,052
3,230
-6%
2010 Top Ten Assignees/Companies
Alternative Powered Vehicles
Assignee
Country
2010 Colume
1
Toyota
JP
2179
2
Nissan
JP
639
3
Honda
JP
467
4
NipponDenso
JP
340
5
Matsushita
JP
287
6
Hyundai
KR
284
7
CM
US
243
8
Robert osch
DE
217
9
Daimler
DE
209
10
Aisin
JP
166
อันดับ 3 เทคโนโลยีการสื่อสารทางไกล ปี 2010 (Telecommunications)
Subsectors
2010
Volume
2009
Volume
% Change
26%
Mobile Telephony
42,836
44,714
-4%
24%
Data Transmission Networks
39,367
32,922
20%
21%
Telephone Subscriber Equipment
34,834
34,665
0%
8%
Multiplex & Multiple Access Information Transmission Systems
14,031
15,191
-8%
8%
Digital Information Transmission Systems
12,504
13,886
-10%
5%
Telemetry & Telecontrol
7,638
8,037
-5%
4%
Telephone Communications Systems & Installations
6,511
8,549
-24%
4%
Telephone Exchange Systems
6,251
9,277
-33%
2010 Top Ten Assignees/Companies
Mobile Telephony
Assignee
Country
2010 Volume
1
Samsung
KR
1627
2
LG
KR
1251
3
NEC
JP
1146
4
Seiko Epson
JP
1051
5
Matsuahitqa
JP
1035
6
Sony
JP
930
7
Sharp
JP
857
8
Kyocera
JP
851
9
Qualcomm Inc
US
824
10
ZTE Corp
CN
776
อันดับที่ 4 เทคโนโลยีอุปกรณ์กึ่งตัวนำ ปี 2010 (Semiconductors)
Subsectors
2010
2009
% Change
48%
Semiconductor Materials and Processes
50,812
49,255
3%
29%
Memories, Film and Hybrid Circuits
30,995
35,287
-12%
18%
Discrete Devices
18,709
32,068
-42%
5%
Integrated Circuits
5,127
9,148
-44%
2010 Top Ten Assignees/Companies
Semiconductor Materials and Processes
Assignee
Country
2010
Volume
1
Samsung
KR
1,566
2
Hynix Semiconductor
KR
1,435
3
Toshiba
JP
1,429
4
Matsuahita
JP
977
5
NEC
JP
925
6
Cannon
JP
822
7
Seiko Epson
JP
717
8
Sony
JP
673
9
Sharp
JP
663
10
IBM
US
591
อันดันที่ 5 เทคโนโลยที่เกี่ยวกับเภสัชกรรม ปี 2010 (Pharmaceuticals)
Subsectors
2010
Volume
2009
Volume
% Change
61%
Organics
42,845
43,169
-1%
22%
General
15,404
15,585
-1%
14%
Heterocyclics
10,013
10,213
-2%
2%
Inorganics
986
668
48%
1%
Steroids
654
741
-12%
2010 Top Ten Assignees/Companies
Organics
Assignee
Country
2010
Volume
1
Seiko Epson
JP
385
2
Hoffman La Roche
CH
233
3
Univ California
US
189
4
Dokuritsu Gyosei Hojin Sangyo Gijutsu
JP
183
5
Olympus Optical
JP
178
6
Abbott Labs
US
165
7
Nikon
JP
142
8
Univ Seoul Nat Ind Found
KR
139
9
CNRS
FR
136
10
Univ Tokyo
JP
127
อันดันที่ 6 เทคโนโลยีอุปกรณ์ทางการแพทย์ ปี 2010 (Medical Devices)
Subsectors
2010
Volume
2009
Volume
% Change
35%
Diagnosis, Surgery
20,076
19,249
4%
30%
Sterilizing, Syringes, Electrotherapy
17,788
16,315
9%
18%
Dentistry, Bandages, Prosthesis
10,746
11,044
-3%
17%
Medical Aids, Oral Administration
9714
8,788
11%
2010 Top Ten Assignees/Companies
Diagnosis, Surgery
Assignee
Country
2010
Volume
1
Fujifilm
JP
529
2
Olympus Optical
JP
456
3
Toshiba
JP
453
4
Toshiba Medical
JP
396
5
Siemens
DE
361
6
Konica Minolta
JP
269
7
Philips
NL
258
8
Tyco Healthcare Group
US
243
9
GE Medical Systems Global Tech.
US
197
10
Hitachi Medical
JP
175
อันดันที่ 7 เทคโนโลยีวิศวกรรมปิโตรเลียม และ วิศวกรรมเคมี ปี 2010 (Petroleum & Chemical Engineering)
Subsectors
2010
Volume
2009
Volume
% Change
70%
Chemical Engineering
32,655
28,642
14%
16%
Petroleum & Gas Exploration, Drilling, Production and Processing
7,554
7,724
-2%
12%
Petroleum & Gas Fuels and Other Products
5,787
6,086
-5%
1%
Petroleum & Gas Transportation and Storage
311
334
-7%
1%
Petroleum Refining
194
188
3%
2010 Top Ten Assignees/Companies
Chemical Engineering
Assignee
Country
2010
Volume
1
Toyota
JP
515
2
China Petro-Chem Corp
CN
267
3
Univ Zhejiang
CN
240
4
Matsushita
JP
198
5
Univ Nanjing
CN
163
6
BASF
DE
152
7
NGK Insulators
JP
133
8
Nippondenso
JP
132
9
Dokuritsu Gyosei Hojin Sangyo Gijutsu
JP
128
10
Robert Bosch
DE
127
อันดันที่ 8 เทคโนโลยีอุปกรณ์ใช้ภายในบ้าน ปี 2010 (Domestic Appliances)
Subsectors
2010
Volume
2009
Volume
% Change
44%
Kitchen
17,235
15,851
9%
30%
Healting & Air Conditioning
11,680
11,223
4%
9%
Laundry
3,543
3,602
-2%
9%
Household Cleaning
3,414
3,081
11%
5%
Human Hygiene
3,193
3,228
-1%
2010 Top Ten Assignees/Companies
Kitchen
Assignee
Country
2010
Volume
1
LG
KR
728
2
Matsushita
JP
685
3
Bosch & Siemens
DE
418
4
Mitsubishi Electric
JP
370
5
Daikin Kogyo
JP
217
6
Sanyo
JP
173
7
Hitachi
JP
140
8
Sharp
JP
136
9
Toshiba
JP
129
10
Samsung
KR
125
อันดันที่ 9 เทคโนโลยีอาหาร ยาสูบ การหมัก ปี 2010 (Food, Tobacco & Fermentation)
Subsectors
2010
Volume
2009
Volume
% Change
82%
Fermentation
30,086
27,433
10%
7%
Bakery
2,628
2,675
-2%
6%
Meat
2,090
4,323
-52%
4%
Tobacco
1,512
1,529
-1%
1%
Sugar & Starch
338
307
10%
2010 Top Ten Assignees/Companies
Fermentation
Assignee
Country
2010
Volume
1
Dupont
US
238
2
Monsanto Technology
US
219
3
Univ Zhejiang
CN
186
4
Univ California
US
179
5
Hoffmann La Roche
CH
133
6
Olympus Optical
JP
128
7
Novozymes
DN
116
8
Univ Seoul Nat. Ind. Foundation
KR
111
9
Univ Nanjing
CN
111
10
US Dept. Health & Human Services
US
109
อันดันที่ 10 เทคโนโลยียานอวกาศ ปี 2010
Subsectors
2010
Volume
2009
Volume
% Change
29%
Space Vehicles and Satellite Technologies
10,429
5,019
10%
27%
Production Techniques
9,726
9,070
7%
16%
Advanced Materials
5,937
5,836
2%
10%
Structures & Systems
3,612
3,414
6%
10%
Propuision Plants
3,566
3,359
6%
8%
Instrumentation
2,786
2,570
8%
2010 Top Ten Assignees/Companies
Space Vehicles and Satellite Technologies
Assignee
Country
2010
Volume
1
Sharp
JP
166
2
LG
KR
156
3
Samsung
KR
119
4
Mitsubishi Electric
KR
101
5
Sanyo
JP
89
6
Kyocera
JP
85
7
Applied Materials
US
83
8
Dupont
US
81
9
Toyota
JP
73
10
Fujifilm
JP
60
อันดันที่ 11 เทคโนโลยีการเกษตร และ เคมีเพื่อการเกษตร ปี 2010 (Agrochemicals & Agriculture)
Subsectors
2010
Volume
2009
Volume
% Change
67%
Agriculture
21,843
19,645
11%
20%
Agrochemicals
6,577
5,756
14%
13%
Biotechnology in Agriculture
4,161
3,880
7%
2010 Top Ten Assignees/Companies
Agrochemicals
Assignee
Country
2010
Volume
1
Bayer Cropscience
DE
149
2
BASF
DE
143
3
Sumitomo Chemical
JP
109
4
Syngenta
CH
68
5
Dow Agrosciences
US
51
6
Univ. of S. China Agriculture
CN
51
7
Dupont
US
24
8
Nippon Soda
JP
24
9
Univ. Nanjing
CN
33
10
Clariant
Ch
22
อันดันที่ 12 เทคโนโลยีเครื่องสำอาง ปี 2010 (Cosmetics)
Subsectors
2010
Volume
2009
Volume
% Change
43%
Make-up
3,833
3645
5%
32%
Skin
2,859
2915
-2%
21%
Hair
1,879
2159
-13%
2%
Perfume
216
185
17%
2%
Antiperspirant
174
199
-12%
2010 Top Ten Assignees/Companies
Make-Up
Assignee
Country
2010
Volume
1
L'Oreal
FR
323
2
KAO
JP
147
3
Amorepacific
KR
120
4
Shiseido
JP
115
5
Kose
JP
62
6
Henkel
DE
59
7
Pola Chem Ind
JP
56
8
BASF
DE
53
9
Procter & Gamble Co.
US
33
10
Unilever
NL/UK
32
อ้างอิงจาก
Press release : Thomson Reuters Releases Report on the State of Global Innovation -12 January 2011 : http://thomsonreuters.com/content/press_room/legal/379777
Thomson Reuters 2010 State of Innovation Report : Twelve Key Technology Areas Industries & Their States of Innovation : http://ip.thomsonreuters.com/InnovationReport2010/
แปลและเรียบเรียงโดย
รังสิมา เพชรเม็ดใหญ่
ศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
วันที่ 31 มีนาคม 2554
สารสนเทศวิเคราะห์
แผนที่สิทธิบัตร
Cell Phone Data/Wireless Network Roaming และ Lab-on-a-chip Nanotechnology
การคาดการณ์นวัตกรรมใหม่ของบริษัท Thomson Reuters ต่อเนื่องจากบทความครั้งก่อนในเรื่อง Biofuels based on Algae โดยในครั้งนี้คือเทคโนโลยี Cell Phone Data /Wireless Network Roaming และเทคโนโลยี Lab-on-a Chip Nanotechnology ดังรายละเอียดต่อไปนี้
นวัตกรรมจากเทคโนโลยี Cell Phone Data /Wireless Network Roaming
มีเพียงคำเดียวเท่านั้นที่สามารถอธิบายถึงอนาคตของเทคโนโลยีโทรคมนาคม คำๆนั้นคือ convergence หรือ การบรรจบมารวมกัน เป็นเทคโนโลยีการหลอมรวมกันระหว่างโทรคมนาคม (telecom) กับคอมพิวเตอร์หรือการคำนวณ(computing) ซึ่งตัวอย่าง คือโทรศัพท์มือถือที่เข้าถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ ที่สามารถใช้ได้ทั้ง 2 แบบ คือ Cellular & Wireless access โดยในปี 2003 มีสิทธิบตรจำนวน 8,705 เรื่อง
ในปี 2008 มีจำนวนสิทธิบัตรเพิ่มขึ้นมากถึงร้อยละ 290 ซึ่งมีจำนวน 25,283 เรื่อง และเมื่อเข้าสู่ไตรมาสแรกของปี 2009 ดูเหมือนว่ากิจกรรมจะเริ่มลดลง Thomson Reuters สรุปว่าเทคโนโลยีนี้มีอัตราเติบโตที่เด่นชัดมาก
ตัวอย่าง ชื่อเรื่องสิทธิบัตร ในหัวข้อ Cell Phone Data
CELL PHONE TERMINAL, METHOD FOR STARTING DATA PROCESSING, METHOD FOR TRANSFERRING DATA
CELL PHONE USED INFRA-RED DATA COMMUNICATIONS CONTROL SYSTEM
Cell phone live redundancy data back-up system
PORTABLE DATA USB CABLE FOR THE CELL PHONE
Cell phone charger with automatic storing data function
Device, method and chip and cell phone for realizing image data collection
Terminal to terminal encryption method of cell phone voice and data
Image editing apparatus for processing image data photographed by cell phone camera
Method for making cell phone call and transmit data at same time
Cell phone read write device data conversion system
ตัวอย่าง ชื่อเรื่องสิทธิบัตร ในหัวข้อ Wireless Network Roaming
METHOD FOR CONTROLLING THE STEERING OF THE ROAMING OF USER EQUIPMENT IN A WIRELESS TELECOMMUNICATION NETWORK
Method, terminal and system for wireless local area network roaming switch
Wireless local area network and methods for secure resource reservations for fast roaming
Method for fast roaming in a wireless network
EMERGENCY CALL SERVICES FOR WIRELESS NETWORK ROAMING
WIRELESS NETWORK ROAMING METHOD
Roaming system and method for heterogeneous wireless network environment
Systems and Methods for Seamlessly Roaming Between a Wireless Wide Area Network & Wireless LAN
Roaming of clients between gateways of clusters of a wireless mesh network
ตารางที่ 1 Category Growth
Time Period
Total Telecom-Computing Patents
Total Cell Phone/Wireless Patents
Jan. - Dec. 2003
8,705
5,043
Jan. - Dec. 2008
25,283
21,827
Jan. 2008 - Mar. 2009
30,520
26,415
ตารางที่ 2 Most Active Countries ( Jan. 2008 – Apr. 2009)
Ranking
Country/Authority of origin
No. of Documents
% of Document
1
United States
11,523
43.62%
2
Japan
5,009
18.96%
3
WIPO
3,542
13.41%
4
Korea
2,851
10.79%
5
China
1,672
6.33%
6
EPO
1,019
3.86%
7
Great Britain
227
0.86%
8
Germnay
207
0.78%
9
France
163
0.62%
10
Canada
44
0.17%
ตารางที่ 3 Most Active Companies ( Jan.2008 – Apr. 2009)
Ranking
Patent Assignees
No. of Docs.
% of Docs
Country of Origin
1
Samsung Electronics Co. Ltd.
1,041
3.94%
Korea
2
Microsoft Corp
534
2.02%
United States
3
Nokia Corp.
515
1.95%
Finland
4
LG Electronics Inc.
513
1.94%
Korea
5
NEC Corp.
464
1.68%
Japan
6
Qualcomm Inc.
445
1.68%
United States
7
SK Telecom Co Ltd.
434
1.64%
Korea
8
Res in Motion Ltd.
433
1.64%
Canada
9
Kyocera Corp.
418
1.58%
Japan
10
Motorola Inc.
412
1.56%
United States
ข้อสังเกต
นวัตกรรมเทคโนโลยี Telecom-Computing covergence วัดจากกิจกรรมการยื่นขอสิทธิบัตรทั่วโลก ในปี 2003 มีจำนวน 8,705 เรื่อง บริษัทผู้นำที่ยื่นขออันดับต้นๆ คือ บริษัท Nokia จากประเทศฟินแลนด์
เมื่อเวลาผ่านไป 5 ปี ในปี 2008 กิจกรรมสิทธิบัตรในเรื่องนี้ มีเพิ่มมากขึ้นสูงถึงร้อยละ 290 เท่ากับจำนวน 25,283 เรื่อง
ใน ช่วงระยะเวลาล่าสุด ( Jan. 2008 – Apr. 2009) จำนวนสิทธิบัตรมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 30,520 เรื่อง พบว่าบริษัทผู้นำมาจากประเทศ สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น เป็นผู้ที่มีการยื่นขอสูงสุด
ช่วงปี 2008 – 2009 บริษัทผู้นำ 10 อันดับแรก มาจาก สหรัฐอเมริกา เกาหลี ญี่ปุ่น ตามมาด้วย ฟินแลนด์ (โนเกีย) และ บริษัท Research in Motion จากประเทศแคนาดา
นวัตกรรมจากเทคโนโลยี Lab-on-a Chip Nanotechnology
ถือเป็นอีกนวัตกรรมหนึ่งที่น่าตื่นเต้นมาก มีข้อมูลที่เป็นหลักฐานว่ามีการเติบโตอย่างมากในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ เป็นการผสมรวมกันระหว่างนาโนเทคโนโลยีกับเทคโนโลยีพันธุวิศวกรรม ที่ทำการพัฒนาอุปกรณ์ขนาดจิ๋วที่มีความสามารถทำหน้าที่เสมือนห้องปฏิบัติการ หลายๆส่วน รวมกันเป็นแผ่นไมโครชิปขนาดเล็กระดับมิลลิเมตรชุดเดียว จากศักยภาพของเทคโนโลยีนี้จะกลายเป็นเครื่องมือจำเป็นในการวินิจฉัยโรคใน อนาคต ตัวอย่างเช่น การตรวจหาฮอร์โมน เลือด เนื้อเยื่อ จากตัวอย่างเพียงหยดเดียว นวัตกรรมนี้จะเหมาะสมสำหรับประเทศที่กำลังพัฒนา ที่สามารถช่วยตัดสินใจให้ยารักษาเพื่อฆ่าเชื้อโรคแต่ขาดเครื่องมือที่จำเป็น ในการวินิจฉัยโรคเพื่อที่จะระบุวิธีการรักษาที่ถูกต้องต่อไป
เทคโนโลยี Lab-on-a-Chip ช่วยในการวิเคราะห์หาแนวโน้มที่อาจจะเกิดโรคแบบครอบคลุมด้วยการใช้อุปกรณ์ และตัวอย่างในการทดสอบน้อยที่สุด ท่ามกลางการเกิดเป็นนวัตกรรมที่มีแนวโน้มสำคัญของเทคโนโลยีนี้
Thomson Reuters ได้สรุปผลการวิเคราะห์ดังนี้
ตารางที่ 4 Category Growth
Time Period
Total Bio-Related Nanotech Patents
Total Lab-on-a Chip Patents
Jan – Dec 2003
4,611
766
Jan – Dec 2008
7,399
1,353
Jan 2008 – Mar 2009
9,842
1,682
ตารางที่ 5 Most Active Countries (Jan 2008 – Apr 2009)
Ranking
Country/Authority of Origin
No. of Documents
% of Documents
1
Japan
480
28.54%
2
United States
383
22.77%
3
WIPO
357
21.22%
4
China
216
12.84%
5
Korea
85
5.05%
6
EPO
62
3.69%
7
Germany
34
2.02%
8
Taiwan
21
1.25%
9
France
16
0.95%
10
Great Britain
11
0.65%
ตารางที่ 6 Most Active Companies (Jan 2008 – Apr 2009)
Ranking
Patent Assignees
No. of Docs.
% of Docs.
Country of Origin
1
Seiko Epson Corp.
311
18.49%
Japan
2
Nikon Corp.
86
5.11%
Japan
3
Toppan Printing Co. Ltd.
41
2.44%
Japan
4
Samsung Electronics Co. Ltd.
33
1.96%
Korea
5
Canon KK
30
1.78%
Japan
6
Konink Philips Electronics NV
22
1.31%
Netherlands
7
Konica Minolta Medical & Graphic Inc.
17
1.01%
Japan
9
FujiFilm Co. Ltd.
12
0.71%
Japan
10
Asahi Glass Co. Ltd.
11
0.65%
Japan
10
Sangyo KK
11
0.65%
Japan
10
Sumimoto Bakelite co. Ltd.
11
0.65%
Japan
ตัวอย่าง รายชื่อเรื่องสิทธิบัตรในหัวเรื่อง Lab -on-a Chip
DRIVER SYSTEM FOR LAB-ON-A-CHIP CARTRIDGES
LAB-ON-A-CHIP
BIO LAB-ON-A-CHIP AND METHOD OF FABRICATING AND OPERATING THE SAME
LAB-ON-A-CHIP AND METHOD OF DRIVING THE SAME
METHOD FOR PRODUCING A BIOREACTOR OR LAB-ON-A-CHIP SYSTEM AND BIOREACTORS OR LAB-ON-A-CHIP SYSTEMS PRODUCED THEREWITH
REAGENT SEALING STRUCTURE OF LAB-ON-CHIP, AND LAB-ON-CHIP
LAB-ON-A-CHIP COMPRISING A MIXING CHAMBER
MICROFLUIDIC ARRANGEMENT AND MODULAR LAB-ON-A-CHIP SYSTEM
INTEGRATED WAVEGUIDE LASER FOR LAB-ON-A-CHIP DIAGNOSTICS
LAB-ON-A-CHIP SYSTEM HAVING MICRO MIXER
A BATTERYLESS FLUID TRANSFERING LAB-ON-A-CHIP FOR PORTABLE DIANOSTICS
LAB-ON-A-CHIP FOR AN ON-THE-SPOT ANALYSIS AND SIGNAL DETECTION METHODS
LAB-ON-A CHIP FOR DETECTING HOMOCYSTEINE
ข้อสังเกต
นวัตกรรมจากเทคโนโลยี Bio-related nanotechnology ในปี 2003 ที่นับจำนวนกิจกรรมสิทธิบัตรจากฐานข้อมูล Derwent World Patent Index, DWPI มีจำนวนน้อย แต่มีการวิจัยพัฒนามาอย่างดี มีจำนวน 4,611 เรื่อง นำมาโดยบริษัทในสหรัฐอเมริกา คิดเป็นร้อยละ 70 ในการเป็นบริษัทผู้นำ 10 อันดับแรก และ พบว่ามีร้อยละ 48 มีการยื่นขอคุ้มครองที่สหรัฐอเมริกา
ในปี 2008 ห้าปีต่อมา พบว่ากิจกรรมสิทธิบัตรเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 160 คิดเป็นจำนวน 7,399 เรื่อง
ในช่วงระยะเวลาล่าสุด (Jan 2008-Apr2009) จำนวนสิทธิบัตรเรื่องนี้เพิ่มขึ้นเป็น 9,842 เรื่อง ประเทศสาธารณประชาชนจีนยังไม่เข้ามาในเรื่องนี้ (พบบริษัทจีนอยู่ในลำดับที่ 20) แต่พบอย่างชัดเจนว่าประเทศสำคัญที่ยื่นขอความคุ้มครองคือญี่ปุ่นและสหรัฐ อเมริกา (พบว่ามีร้อยละ 16 มีการขอยื่นที่สาธารณรัฐประชาชนจีน)
ในช่วงที่ผ่านมามีการอภิปรายกันมากเกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ ซึ่งพบว่ามีอัตราการเติบโตถึง ร้อยละ 220 ซึ่งสูงกว่าสิทธิบัตรเรื่อง Bio-related nanotechnology ทั่วๆไป โดยในปี 2003 มีจำนวนเพียง 766 เรื่อง และในช่วงระยะเวลาล่าสุดจนถึงปี 2009 นี้ มีจำนวนเป็น 1,682 เรื่อง
ช่วงปี 2008 ถึง 2009 บริษัทผู้นำ 10 แห่ง ในเรื่อง Lab-on-a Chip นำโดยบริษัทจากญี่ปุ่น คิดเป็นร้อยละ 80 ของกลุ่มบริษัทผู้นำ ตามด้วยบริษัทจากเนเธอร์แลนด์และเกาหลี อย่างละ 1 บริษัท
บทสรุปผลการวิเคราะห์
ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา พบว่ามีบางนวัตกรรมที่สำคัญเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาที่ระบบเศรษฐกิจอยู่ใน สภาวะเลวร้าย ตกต่ำ ซึ่งเป็นช่วงที่บริษัทวิจัยและพัฒนาอยู่ในช่วงยากลำบากในการตัดสินใจลงทุน วิจัยเพื่อให้เกิดผลสำเร็จจนกลายเป็นเหตุการณ์สำคัญของโลก ตัวอย่างเช่น
ใน ปี 1930 มีการพัฒนาเครื่องรับโทรทัศน์ (ทีวี) เส้นใยไนล่อน (nylon) และเครื่องทำสำเนาเอกสารจากการถ่ายภาพ (photocopies) ในช่วงต้นของปี 1970 เกิดการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ของญี่ปุ่นและ การเกิดของเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลแบบพีซี และในช่วงต้นปี 1990 เกิดเครือข่ายอินเทอร์เน็ต จนถึงเครื่อง iPod ที่เติบโตขึ้นในช่วงการล่มสลายของธุรกิจดอทคอม
การลงทุนในงานวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจ เติบโตและแข็งแรงยิ่งขึ้น ก่อให้เกิดการสร้างงานและกระแสเงินหมุนเวียน นวัตกรรมอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป เป็นการยากยิ่งและเป็นไปไม่ได้ที่จะรู้ถึงความแน่นอน แต่รายงานนี้ก็ได้มีหลักฐานจากกิจกรรมสิทธิบัตรทั่วโลก ที่ทำให้เกิดภาพเห็นได้
เอกสารอ้างอิง
Thomson Reuters June 2009 "Innovation Hot Spot: IP Market Report- Mining patent data for tomorrow's breakthroughs" Available at http://ip.thomsonreuters.com/media/pdfs/InnovationHotSpots_June2009.pdf
เรียบเรียงโดย : รังสิมา เพ็ชรเม็ดใหญ่ ศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STKS) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโนโลยีแห่งชาติ
สารสนเทศวิเคราะห์
สารสนเทศวิเคราะห์
กระทรวงวิทย์ฯ สรุปผลงานวิจัยเด่นในรอบ 30 ปี
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยสำนักงานส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยี สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวบรวมผลงานวิจัยเด่น 143 โครงการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในรอบ 30 ปี นับตั้งแต่วันที่สถาปนา วันที่ 24 มีนาคม 2522 จัดพิมพ์ใน หนังสือ "รวมเทคโนโลยีของ วท."จากผลงานวิจัยเด่นทั้งหมด 143 โครงการที่ได้มีการรวบรวม เมื่อนำมาวิเคราะห์โดยแบ่งตามกลุ่มของสาขาเทคโนโลยี พบว่าเทคโนโลยีเครื่องจักรและระบบการผลิตอัตโนมัติเป็นอันดับหนึ่งโดยมีจำนวนโครงการ 41 โครงการ ซึ่งคิดเป็น 29% จากจำนวนทั้งหมด ต่อด้วยเทคโนโลยีการแปรรูปอาหาร และ เทคโนโลยีโลหะและวัสดุ 40 และ 20 โครงการ หรือคิดเป็น 28% และ 14% ตามลำดับ ขณะที่เทคโนโลยีการเกษตร มีจำนวนโครงเป็นอันดับสุดท้าย คือ 5 โครงการ หรือ 3.5%ตารางแสดงจำนวนผลงานวิจัย แบ่งตามสาขาเทคโนโลยี
อันดับ
สาขา
จำนวนผลงาน
เปอร์เซ็นต์
1
เทคโนโลยีเครื่องจักรและระบบการผลิตอัตโนมัติ
41
29%
2
เทคโนโลยีการแปรรูปอาหาร
40
28%
3
เทคโนโลยีโลหะและวัสดุ
20
14%
4
เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ การแพทย์ และเภสัช
16
11.2%
5
เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์
9
6.3%
6
เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน
6
4.2%
7
เทคโนโลยีอื่นๆ
6
4.2%
8
เทคโนโลยีการเกษตร
5
3.5%
ขณะที่นักวิจัยที่มีจำนวนผลงานมากที่สุด 20 อันดับ อันดับหนึ่ง คือ นางสาวอารี ชูวิสิฐกุล จากกรมวิทยาศาสตร์บริการ โดยมีผลงาน 20 โครงการ และเป็นผลงานด้านเทคโนโลยีการแปรรูปอาหารทั้งสิ้น ตามมาด้วย นักวิจัยจากกรมวิทยาศาสตร์บริการเช่นเดียวกัน คือ นางวรรณดี มหรรณพกุล จากผลงานเทคโนโลยีการแปรรูปอาหาร จำนวน 13 โครงการ และ นางวรรณา ต.แสงจันทร์ จำนวน 11 โครงการ กับผลงานสาขาเทคโนโลยีโลหะและวัสดุ
ตารางแสดงอันดับเจ้าของผลงานงานวิจัย ที่มีจำนวนผลงานมากที่สุด 20 อันดับ
อันดับ
เจ้าของผลงาน
หน่วยงาน
จำนวนผลงาน
เปอร์เซ็นต์
1
อารี ชูวิสิฐกุล
กรมวิทยาศาสตร์บริการ
20
13.99
2
วรรณดี มหรรณพกุล
กรมวิทยาศาสตร์บริการ
13
9.09
3
วรรณา ต.แสงจันทร์
กรมวิทยาศาสตร์บริการ
11
7.69
4
สถาบันไทย-เยอรมัน (TGI)
สถาบันไทย-เยอรมัน(TGI)
7
4.90
5
สัมพันธ์ ศรีสุริยวงศ์
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
7
4.90
6
ยุทธนา ตันติวิวัฒน์
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
5
3.50
7
คงพันธุ์ ร่งประทีปถาวร
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
4
2.80
8
ยุทธ์พงศ์ ประชาสิทธิศักดิ์
สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ
4
2.80
9
สมาคมเครื่องจักรกลไทย
สมาคมเครื่องจักรกลไทย
4
2.80
10
จิตต์เรขา ทองมณี
กรมวิทยาศาสตร์บริการ
4
2.80
11
พิมพ์วัลคุ์ วัฒโนภาส
กรมวิทยาศาสตร์บริการ
2
1.40
12
พิมพ์วัลคุ์ วัฒโนภาส
กรมวิทยาศาสตร์บริการ
2
1.40
13
ลดา พันธุ์สุขุมธนา
กรมวิทยาศาสตร์บริการ
2
1.40
14
อดิสร เตือนตรานนท์
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
1.40
1.40
15
อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
2
1.40
16
สิรพัฒน์ ประโทนเทพ
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
2
1.40
17
ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
2
1.40
18
เอกรัตน์ ไวยนิตย์
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
2
1.40
19
อุราวรรณ อุ่นแก้ว
กรมวิทยาศาสตร์บริการ
2
1.40
20
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ
1
0.70
จากผลงานเด่นที่ได้รวบรวม 143 โครงการ เมื่อแบ่งตามหน่วยงานเจ้าของผลงาน หน่วยงานที่มีจำนวนผลงานการวิจัย และพัฒนา สูงสุด 3 อันดับแรก คือ กรมวิทยาศาสตร์บริการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โดย 62 โครงการเป็นผลงานของกรมวิทยาศาสตร์บริการ ขณะที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ มีจำนวนผลงานวิจัย 28 และ 21 โครงการตามลำดับ
โดยผลงานที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากจะเป็นผลงานการวิจัยและพัฒนาของนักวิจัยจากหน่วยงานในสังกัด สวทช. แล้ว ยังได้รวมถึงผลงานที่เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันของหน่วยงานวิจัยทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันอุดมศึกษา ร่วมด้วย
ตารางแสดงอันดับหน่วยงานเจ้าของผลงานวิจัย ที่มีจำนวนผลงานมากที่สุด 5 อันดับ
อันดับ
หน่วยงานเจ้าของผลงาน
จำนวนผลงาน
เปอร์เซ็นต์
1
กรมวิทยาศาสตร์บริการ
62
43.36
2
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
28
19.58
3
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
21
14.69
4
หน่วยงานที่วิจัยร่วมมากกว่า 1 หน่วยงาน
19
13.29
5
สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ
4
2.80
ในจำนวน 62 โครงการที่ดำเนินการโดย กรมวิทยาศาสตร์บริการ หากแบ่งตามสาขาเทคโนโลยี พบว่าผลงานส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มเทคโนโลยีการแปรรูปอาหาร ถึง 33 โครงการ ขณะที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) จะเน้นสาขาเทคโนโลยีเครื่องจักรและระบบการผลิตอัตโนมัติ ซึ่งมี 18 โครงการ ส่วน 21 โครงการของ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สาขาของเทคโนโลยีที่มีผลงานมากที่สุด คือ เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ รวม 9 โครงการ
ตารางแสดงจำนวนผลงานวิจัย แบ่งตามสาขา้เทคโนโลยีที่ีมีจำนวนผลงานมากที่สุด
อันดับ
หน่วยงานเจ้าของผลงาน
จำนวนผลงาน
เทคโนโลยีการแปรรูปอาหาร
เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน
เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ การแพทย์ และเภสัช
เทคโนโลยีโลหะและวัสดุ
เทคโนโลยีเครื่องจักรและระบบการผลิตอัตโนมัติ
เทคโนโลยีการเกษตร
เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์
เทคโนโลยีอื่นๆ
1
กรมวิทยาศาสตร์บริการ
62
33
6
5
17
0
0
0
3
2
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
28
4
0
6
0
18
0
0
0
3
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
21
0
0
4
3
1
1
9
3
นอกจากจะดำเนินการวิจัยโดยบุคลากรในหน่วยงานในสังกัด สวทช. แล้วยังมีการสนับสนุนบุคลากร/นักวิจัยเสนอผลงานการวิจัยและพัฒนาผ่านรูปแบบการให้งบประมาณเงินทุนสนับสนุนร่วมด้วย
ตารางแสดงอันดับหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนโครงการการวิจัย
อันดับ
หน่วยงานเจ้าของผลงาน/ให้การสนับสนุนโครงการ
จำนวนผลงาน
เปอร์เซ็นต์
1
กรมวิทยาศาสตร์บริการ
62
43.36
2
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
25
17.48
3
สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
24
16.78
4
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
27
18.8
5
สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ
4
2.80
6
สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน)
1
0.70
แหล่งที่มาข้อมูล : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ปรับปรุงจาก : สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. สำนักส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยี. รวมเทคโนโลยีของ วท. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : สำนักส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยี, 2552.
สารสนเทศวิเคราะห์
สารสนเทศวิเคราะห์
คู่มือส่งเสริมการเรียนรู้ด้านพืช การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อไม้ดอกไม้ประดับ
คู่มือส่งเสริม การเรียนรู้ด้านพืช "การเพาะเลี้ยง เนื้อเยื่อไม้ดอกไม้ประดับ" ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ ความรู้ทั่วไป ขั้นตอนการลงมือฝึกปฏิบัติการเพาะเลี้ยง เนื้อเยื่อพืช และแนะนำแหล่งเรียนรูปทุมมาและหงส์เหิน ที่จะเป็นต้นแบบของการศึกษาวิชาการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และเซลล์พืช เพื่อให้เยาวชนตระหนักในการใช้ประโยชน์ จากธรรมชาติอย่างเหมาะสม ตลอดจนการสงวนรักษา ไว้เพื่อการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนของประเทศชาติสืบ ต่อไป ดาวน์โหลดหนังสือ คลิกที่นี่เพื่อแสดงผลในรูปแบบ e-Book แบบ Flip
เอกสารเผยแพร่
สถานภาพนวัตกรรม อุตสาหกรรมยานยนต์ ปี 2015
บริษัท Thomson Reuters, TR ผู้นำการผลิตและบริการสารสนเทศด้านวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีคุณภาพ เช่น ฐานข้อมูล Web of Science, Journal Citation Report ที่ให้ค่า Impact factor วารสารวิชาการ , Thomson Innovation (สิทธิบัตร) TR ได้ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูล (ดิบ) วิชาการเหล่านี้ เกิดเป็นข้อมูลใหม่ ที่สรุปสถานภาพ เห็นภาพแนวโน้มเทคโนโลยี นวัตกรรม เผยแพร่ออกมาเป็นรายงาน สม่ำเสมอ ตลอดมา เช่น รายงานการทำนายผู้ได้รับรางวัลโนเบล รายงานสถานภาพนวัตกรรมรายปี เป็นต้น
เมื่อราวเดือนสิงหาคม 2558 นี้ TR ได้เผยแพร่รายงานวิเคราะห์ ชุดใหม่ออกมา ในชื่อ The State of Innovation in the Automotive Industry 2015 ที่เว็บไซต์ http://ip-science.thomsonreuters.com/ip/SOI-Automotive-Industry-Report.pdf เป็นการสรุปนวัตกรรมยานยนต์ จากการวิเคราะห์สิทธิบัตร แสดงแนวโน้มเทคโนโลยีใหม่ 5 เรื่องของอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลกที่น่าสนใจมาก สรุปรายละเอียดแบบสั้นๆได้ดังนี้
วิธีการวิเคราะห์
TR วิเคราะห์ข้อมูลดิบ (เอกสารสิทธิบัตร) จากชุดข้อมูลชื่อ Derwent World Patent Index ที่มีบริการในฐานข้อมูล Thomson Innovation ด้วยการนับจำนวนรวมของเอกสารสิทธิบัตรที่ยื่นขอ (patent applications) และสิทธิบัตรที่ได้รับอนุมัติ (Granted patents) แบบหนึ่งเดียวไม่ซ้ำกันในกลุ่ม patent family ที่แสดงถึงสิ่งประดิษฐ์ใหม่ของวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ ในช่วง 6 ปี คือ ปี 2009-2014 ซึ่งสามารถสรุปถึงกิจรรมนวัตกรรมที่สำคัญของโลกในอุตสาหกรรมยานยนต์ได้
บทนำ
ในนวนิยายวิทยาศาสตร์ มักมีความฝันถึงรถยนต์แบบบินได้ flying car (ที่เป็นการรวมกันของเครื่องบินกับมอเตอร์ไซต์) ตลอดมา โลกก็กำลังรอคอยรถลักษณะนี้เช่นกัน อย่างไรก็ตามในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมานี้ ในภาคเทคโนโลยี 12 สาขา พบว่า อุตสาหกรรมรถยนต์มีความก้าวหน้า มีการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ เป็นลำดับที่ 3 รองจาก เทคโนโลยีสาขา Telecommunications and trailing และ Computing and Peripherals พบว่ามีการยื่นขอจดสิทธิบัตรสูงขึ้นตลอดต่อเนื่องมา
ผลการวิเคราะห์เอกสารสิทธิบัตร พบว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ มีการยื่นขอความคุ้มครองสิทธิบัตรในเทคโนโลยีใหม่ 5 หมวดหมู่/ระบบหลัก คือ
1. ระบบการขับเคลื่อนของรถยนต์ (Propulsion) ได้แก่ Engine Design,Transmissions, Alternate Power Systems, Powertrains
2. ระบบบอกตำแหน่งของรถยนต์ (Navigation) ได้แก่ GPS, Dedicated Short Range Communications
3. ระบบการบังคับรถยนต์ (Handling) ได้แก่ Braking Systems, Steering systems, Suspension Systems
4. ระบบความปลอดภัยของรถยนต์ (Safety & Security) ได้แก่ Seats, Seatbelts, Airbags, Security Systems, Locks
5. ระบบความบันเทิงของรถยนต์ (Entertainment) ได้แก่ Smartphone Integration, Heads Up Display (HUD)
บริษัทผู้นำ 10 อันดับแรก ที่คิดค้นนวัตกรรมยานยนต์ในภาพรวม (TOP AUTOMOTIVE PATENT ASSIGNEES) ได้แก่ บริษัท
Toyota / Bosch /Hyundai / Honda / Denso / Daimler / GM /Seiko Epson / Mitsubishi / Continental
Hot Topics เมื่อวิเคราะห์เอกสารสิทธิบัตรลงลึกในหมวดหมู่เทคโนโลยีใหม่ 5 ระบบนั้น TR ได้สำรวจหาหัวเรื่องที่เป็นเรื่องที่สำคัญใน แต่ละระบบ (Hot Topics) ได้แก่
เทคโนโลยีหมวดหมู่
หัวข้อเรื่องสำคัญ
ตัวอย่างสิทธิบัตรหมายเลขที่
บริษัทที่ขอยื่นจด
Propulsion
Fuel Economy
US20110160020A1
GM
Navigation
Telematics
WO2011136456A1
LG
Handling
Autonomous Driving
US8321067
Google
Safety & Security
Driver Assistance
US8064643
Mobileye Technologies
Entertainment
Heads-Up Displays (HUDs)
WO2013168396A2
Yazaki
Corporation
Source: Thomson Innovation
สรุป อุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลง/ส่งผ่านจากเทคโนโลยีฐานเครื่องจักรกล (mechanically based) ไปสู่ เทคโนโลยีฐานซอฟต์แวร์ (software based) อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมของรายงานเรื่องนี้ได้ที่เว็บไซต์ แผนก IP-Science ของบริษัท Thomson Reuters
อ้างอิง : Thomson Reuters : The State of Innovation in the Automotive Industry 2015 Available at - http://ip-science.thomsonreuters.com/ip/SOI-Automotive-Industry-Report.pdf
สารสนเทศวิเคราะห์
สารสนเทศวิเคราะห์
แผนที่สิทธิบัตร
นาโนเทค สวทช. จัดสัมมนาเชื่อมโยง BCG เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ และความปลอดภัยนาโนเทคโนโลยี
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยโครงการพัฒนาเครือข่ายภาคอุตสาหกรรม จัดสัมมนาด้านความปลอดภัยนาโนเทคโนโลยี เรื่อง “เศรษฐกิจ BCG สู่การพัฒนาเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ และความปลอดภัยนาโนเทคโนโลยี” ในวันพุธที่ 21 ตุลาคม 2563 เวลา 09.30 – 12.00 น. ณ ห้อง MR220-221 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ โดยภายในงานจะมีการเสวนา หัวข้อ “เศรษฐกิจ BCG สู่การพัฒนาเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ และความปลอดภัยนาโนเทคโนโลยี” โดย ดร. วรรณี ฉินศิริกุล ผู้อำนวยการนาโนเทค, รศ.ดร.วาณี ชนเห็นชอบ รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ ภาควิชาเทคโนโลยีการบรรจุและวัสดุ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และดร.บงกช หะรารักษ์ ผู้ช่วยวิจัยอาวุโส ทีมวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์พลาสติก (PPDT) ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) รวมถึงการบรรยาย หัวข้อ “Testing models for food safety and food contact materials” จากนักวิจัยในทีมวิจัยความปลอดภัยระดับนาโนด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของนาโนเทค ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนรับชมการถ่ายทอดสัมมนาออนไลน์ผ่านระบบ Zoom ได้ที่ เว็บไซต์ https://www.propakasia.com/ppka/2020/th/conference.asp สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 0 2564 7100 ต่อ 6608 (จุฑารัตน์) หรืออีเมล nsa@nanotec.or.th
BCG
ข่าว 30 ปี สวทช.
ข่าวประชาสัมพันธ์
วารสารข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จากกรุงบรัสเซลส์ ฉบับที่ 5 เดือน พฤษภาคม 2563
วารสารข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จากกรุงบรัสเซลส์ ฉบับที่ 5 เดือน พฤษภาคม 2563
สหภาพยุโรปริเริ่มโครงการ Coronavirus Global Response เพื่อระดมทุนสำหรับการพัฒนาวัคซีนต้านโควิด – 19
เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2563 สหภาพยุโรป ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ได้เป็นประธานในการยัดการประชุมนานาชาติ “Coronavirus
Response Pledging Conference” ในรูปแบบออนไลน์ โดยการประชุมมีผู้แทนจากประเทศต่างๆ เข้าร่วมประชุมด้วยประมาณ 40 ประเทศ
จากข้อสรุปในที่ประชุมได้มีการกำหนดเป้าหมายของการระดมทุนภายใต้โครงการ Corona virus Global Response ไว้ที่ 7,500 ล้านยูโร
จุดประสงค์หลัก คือ เพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาการปรับปรุงการวินิจฉัย การค้นหาวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพ และการพัฒนาวัคซีน
ป้องกันโรคโควิด – 19 โดยให้ทุกประเทศทั่วโลกสามารถเข้าถึงได้ในราคาย่อมเยา ซึ่งถือว่าเป็นการพัฒนาที่เร่งด่วนที่สุด 3 ประการ
โดยจะร่วมมือกับองค์การอนามัยโลกและองค์การด้านสาธารณสุขระดับโลก
การเข้าร่วมบริจาคของประเทศต่างๆ ทั่วโลก
ด้านผู้นำชาติต่างๆ ทั่วโลก ให้ความสนใจและยินดีสนับสนุนโครงการนี้ สหภาพยุโรปได้ประกาศที่จะบริจาคเงิน 1,000 ล้านยูโร เพื่อเป็น
กองทุนแรกเริ่มสำหรับโครงการ Coronavirus Global Response ฝรั่งเศสสนับสนุน 500 ล้านยูโร เยอรมนีสนับสนุนจำนวน 525 ล้านยูโร
อิตาลีสนับสนุนจำนวน 70 ล้านยูโร สเปนสนับสนุนเงินทุน 125 ล้านยูโร ระบุว่า 50 ล้านยูโร มอบให้การผลิตวัคซีน ส่วนอีก 75 ล้านยูโร
มอบให้กับการพัฒนานวัตกรรมเพื่อรับมือกับการระบาดของโควิด – 19 นอกจากนี้ยังมีประเทศนอกสมาชิกสหภาพยุโรป อาทิ นอร์เวย์
ระบุว่าประเทศแถบสแกนดิเนเวีย จะสมทบทุนจำนวน 1,000 ล้านยูโร ซึ่งขณะที่ประเทศซาอุดีอาระเบียสมทบทุนจำนวน 450 ล้านยูโร
สหราชอาณาจักรมอบเงินจำนวน 440 ล้านยูโร สำหรับประเทศในฝั่งทวีปเอเชีย แม้ผู้นำของจีนจะไม่ได้เข้าร่วมประชุม แต่จีนประกาศให้
งบสนับสนุนจำนวน 45 ล้านยูโร ญี่ปุ่นสนับสนุนจำนวน 760 ล้านยูโร และเกาหลีใต้จำนวน 45 ล้านยูโร
เป็นที่น่าเสียดายที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศรัสเซียซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำระดับโลกและได้รับผลกระทบในระดับรุนแรงจาการ
แพร่ระบาดโรคโควิด-19 ไม่มีการประกาศจะสนับสนุนงบวิจัยให้แก่โครงการ Coronavirus Global Response
การใช้ประโยชน์จากโครงการ Coronavirus Global Response
สหภาพยุโรปแถลงว่าจำนวนเงินทั้งหมด 7,500 ล้านยูโร จะนำไปใช้พัฒนาวัคซีนจำนวน 4,000 ล้านยูโร อีก 2,000 ล้านยูโร ใช้ในการวิจัย
เพื่อการรักษาโรค และ 1,500 ล้านยูโร นำไปใช้ในการผลิตเครื่องมือตรวจเชื้อ โดยเงินบริจาคจะส่งให้กับองค์กรพันธมิตรเพื่อวัคซีน เพี่อมุ่ง
ช่วยเหลือประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่ยากจนที่สุด 73 ประเทศ เช่น องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (United Nations
Children’s Fund, UNICEF) องค์การอนามัยโลก (World Health Organization, WHO)
สถานะล่าสุด
ข้อมูล ณ วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 ระบุว่าโครงการ Coronavirus Global Response สามารถระดมทุนได้จำนวน 9,800 ล้านยูโร ซึ่งสูงกว่า
เป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 7,500 ล้านยูโร การที่จะต่อสู้กับโรคโควิด – 19 ได้ จำเป็นอย่างยิ่งจะต้องมีงบประมาณสนับสนุนมหาศาล โดยการระดมทุน
เงินสนับสนุนจะเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนระหว่างนักวิทยาศาสตร์ หน่วยงานบังคับใช้กฎระเบียบภาคอุตสาหกรรม รัฐบาล
องค์การระหว่างประเทศ ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุข ในการต่อสู้กับไวรัสโควิด – 19 จึงเป็นเรื่องน่ายินดี โดยวันที่ 4 มิถุนายน 2563 อังกฤษ
จะเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมออนไลน์ครั้งต่อไป
สหภาพยุโรปประกาศใช้แผนปฏิบัติการ ERAvsCorona เพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมร่วมกันในการจัดการกับโรคโควิด – 19
เหล่าผู้นำประเทศในสหภาพยุโรปต่างออกมาสนับสนุนการสร้างความร่วมมือและการทำงานร่วมกันระหว่างประเทศต่างๆ และหน่วยงานต่างๆ ในชุมชน
วิทยาศาสตร์และการวิจัยในยุโรป เพื่อหาทางออกสำหรับวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยเน้นถึงความสำคัญในการแบ่งปันข้อมูลและ
การทำงานร่วมกันทั้งในสหภาพยุโรปกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก และพร้อมที่จะสนับสนุนการทำวิจัยและพัฒนานวัตกรรมของทีมนักวิจัยและบริษัทต่างๆ
ในยุโรป ด้วยเหตุนี้จึงมีการพัฒนาแผนการปฏิบัติการ ERAvsCorona โดยพิจารณาตามวัตถุประสงค์และเครื่องมือที่มีอยู่ของเขตการวิจัยยุโรป
(European Reserch Area, ERA) เพื่อมารับมือกับการระบาดของโรคโควิด-19
กลยุทธ์สำคัญ 10 ประการ
แผนปฏิบัติการประกอบด้วยกลยุทธ์สำคัญ 10 ประการ ซึ่งไดรับความเห็นชอบจากผู้นำประเทศของ 27 ประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรป
ความร่วมมือในการให้ทุนสนับสนุนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมในการจัดการกับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่
การขยายการให้การสนับสนุนการทดลองทางคลินิกขนาดใหญ่ในยุโรป
การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อใช้ในการรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและการรับมือของระบบสาธารณสุขในยุโรป
การสนับสนุนบริษัทต่างๆ ในยุโรปในการวิจัย
การเปิดโอกาสให้มีการให้ทุนสนับสนุนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมจากหน่วยงานอื่นๆ
การจัดตั้งแพลต์ฟอร์มเพื่อให้ข้อมูลแบบครบวงจรด้านทุนวิจัยสำหรับประเด็นโรคโควิด-19
การจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจระดับสูงด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรับมือกับโรคโควิด-19
การพัฒนาการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานการริจัย
การจัดตั้งแพตฟอร์มเพื่อแบ่งปันและเผยแพร่ข้อมูลการวิจัยเกี่ยวกับโรคโควิด-19
8 โครงการวิจัยใหม่เพื่อต่อสู้โรคโควิด – 19 ภายใต้ความร่วมมือระหว่างสหภาพยุโรปและภาคเภสัชอุตสาหกรรมในยุโรป
เมื่อเดือนมีนาคม 2563 สหภาพยุโรปประกาศให้ทุนวิจัยสำหรับการพัฒนาวิธีการรักษาและการตรวจวินิจฉัยโรคโควิด-19 จำนวน 117 ล้านยูโร
ผ่านโครงการ Innovative Medicines Initiative ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างสหภาพยุโรปและภาคเภสัชอุตสาหกรรม โดยเงินสนับสนุน
45 ล้านยูโร และอีก 72 ล้านยูโร จุดประสงค์หลัก คือ การช่วยจำกัดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสทั้งในระดับสหภาพยุโรปและระดับโลก
สรุปรายละเอียดโครงการวิจัยที่ได้รับทุน
โครงการวิจัยเพื่อพัฒนาวิธีการตรวจวินิฉัย จำนวน 5 โครงการ
โครงการวิจัยเพื่อพัฒนาวิธีการรักษา จำนวน 3 โครงการ
สหภาพยุโรประดมงบ 350 ล้านยูโรเพื่อช่วยประเทศในกลุ่มอาเซียนต่อสู้กับโรคโควิด – 19
สหภาพยุโรปได้ประกาศให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มประเทศอาเซียนผ่านงบประมาณจำนวน 350 ล้านยูโร เพื่อรับมือและจัดการกับการแพร่
ระบาดใหญ่ของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ และบรรเทาผลกระทบจากการระบาดดังกล่าวในภูมิภาคอาเซียน โดยให้ความช่วยเหลือในระดับ
ประเทศและระดับภูมิภาค คือ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตด้านสุขภาพ เสริมสร้างระบบสาธารณสุข และบรรเทาผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและสังคม
โครงการความช่วยเหลือสำหรับกลุ่มประเทศอาเซียน
สหภาพยุโรปได้ปรับเปลี่ยนโครงการความร่วมมือกับอาเซียน เพื่อสามารถเข้าร่วมเพื่อรับความช่วยเหลือ ดังนี้ โครงการ Safe & Fair มีวัตถุ
ประสงค์เพื่อปรับปรุงสภาพการย้ายถิ่นฐานแรงงานให้มีความปลอดภัยและยุติธรรมสำหรับผู้หญิงในภูมิภาคเอเชียทั้งหมด เป็นส่วนหนึ่งของ
โครงการ The EU-UN Spotlight Initiative เพื่อขจัดความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก
โครงการ BIOSEC – Enhanced Biosecurity in South-East Asia เป็นโครงการความปลอดภัยทางชีวภาพ เพื่อช่วยให้ประเทศพันธมิตร
ในเอเชียตะวันออกเฉียงให้ เพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับโรคติดต่อ
โครงการความช่วยเหลือสำหรับประเทศไทย
สำหรับประเทศไทย สหภาพยุโรปและ Oxfam ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานด้านการพัฒนาในระดับสากลได้จัดทำโปสเตอร์ภาษาไทยและภาษายาวี
เพื่ออธิบายวิธีป้องกันตนเอง เพื่อช่วยประเทศไทยในการรับมือกับสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในชุมชนห่างไกลในสามจังหวัดชายแดน
ภาคใต้
ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังขาดความรู้เกี่ยวกับวิธีป้องกันตนเองจากโควิด-19 เช่น การเว้นระยะห่างทางสังคมและมาตรการป้องกันตนเองอื่นๆ
ข้อมูลที่มีอยู่แล้วบางส่วนมีเฉพาะภาษาไทยและไม่ได้คำนึงถึงขนบธรรมเนียมของผู้คนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่น ในเรื่องการละหมาด เพื่อรับมือ
ปัญหาดังกล่าวได้จัดทำโปสเตอร์เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโควิด-19 เป็นภาษาไทยและภาษายาวี จำนวน 1,000 ชุด แจกจ่ายไปยังชุมชน
400 แห่งในจังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี นอกจากนี้ ยังมีการส่งโปสเตอร์ในรูปแบบดิจิทัลตามช่องทางสื่อสังคม และกลุ่มนักสาธารณะสุขเพื่อ
สังคม
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://waa.inter.nstda.or.th/stks/pub/2020/20200713-newsletter-brussels-no05-may63.pdf
นานาสาระน่ารู้
วารสารข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จากกรุงบรัสเซลส์ ฉบับที่ 4 เดือน เมษายน 2563
วารสารข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จากกรุงบรัสเซลส์ ฉบับที่ 4 เดือน เมษายน 2563
มาตรการเพื่อรับมือกับสถานการณ์โรคโควิด-19 หลังจากการผ่อนปรนการปิดประเทศในยุโรป
ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนและต้นเดือนพฤษภาคม หลังจากตัวเลขผู้ติดเชื้อเริ่มลดลง ประเทศในยุโรปเริ่มผ่อนปรนมาตรการปิดเมืองและการห้ามกิจการ
ทางสาธารณะ โดยแนวปฏิบัติการผ่อนปรนมาตรการการปิดเมือง ให้เป็นแนวทางสำหรับประเทศสมาชิก ให้พิจารณาถึงปัจจัยสำคัญ 3 ประการที่ใช้
เป็นตัวชี้วัดถึงความพร้อมในการผ่อนปรนมาตรการการปิดเมือง ได้แก่
- ข้อมูลทางการระบาดวิทยา : โดยจะต้องมีการลดลงของจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ ผู้ติดเชื้อที่ต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาล และผู้ติดเชื้ออาการหนัก
อย่างต่อเนื่อง
- ความสามารถด้านสาธารณสุขและการแพทย์ : โดยจะต้องมีแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ จำนวนเตียงในโรงพยาบาล การเข้าถึงยารักษาโรค
อุปกรณ์การป้องกันการติดต่อของโรค การเข้าถึงการรักษาของกลุ่มเสี่ยง ฯ ให้เพียงพอต่อการรักษาและดูแลผู้ป่วย
- ความสามารถในการติดตามการแพร่กระจายขอบโรค : โดยต้องมีศักยภาพเพียงพอในการตรวจทดสอบอย่างกว้างขวางเพื่อตรวจหาผู้ติดเชื้อ และ
ติดตามการแพร่กระจายของไวรัสผ่านการทำ contact tracing และเมื่อพบผู้ติดเชื้อต้องสามารถกักกันผู้ติดเชื้อไม่ให้แพร่กระจายโรคต่อไป
เยอรมนี
มาตราการสำหรับการรักษาระยะห่าง
ขยายข้อกำหนดเกี่ยวกับการรักษาระยะห่างทางสังคมออกไป โดยประชาชนยังจำเป็นต้องจำกัดการเดินทางและรักษาระยะห่างกับบุคคลอื่นอย่างน้อย
1.5 เมตร ต่อไป และห้ามรวมกลุ่มมากกว่า 2 คน ในที่สาธารณะ
มาตราการสำหรับการคมนาคม
ขยายเวลาของมาตรการควบคุมชายแดนทางบกระหว่างเยอรมนีกับออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส ลักเซมเบิร์ก และเดนมาร์ก และห้ามการเดินทาง
หรือท่องเที่ยวส่วนบุคคล
มาตรการสำหรับร้านค้าและร้านอาหาร
ประกาศผ่อนปรนให้ร้านค้าปลีกทุกประเภทที่มีขนาดเล็กกว่า 800 ตารางเมตร เปิดทำการได้ตั้งแต่ 20 เมษายน 2563 เป็นต้นไป โดยร้านเหล่านี้ต้องมี
มาตรการด้านสุขอนามัย การเข้าใช้บริการ จำกัดจำนวนลูกค้า
มาตราการสำหรับสถานศึกษา
ให้เริ่มการเรียนการสอนได้เริ่มจากชั้นเรียนเด็กประถมและมัธยม สำหรับนักเรียนอนุบาลและอื่นๆ จะมีการพิจารณาผ่อนปรนอีกครั้ง โดยพื้นที่ในชั้นเรียน
ต้องมีพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 20 ตารางเมตร/คน ในขณะที่มหาวิทยาลัยใช้วิธีการเรียนการสอนแบบออนไลน์
มาตราการสำหรับการตรวจหาเชื้อและการวิจัย
สนับสนุนการวิจัยและการพัฒนาวัคซีน ได้อนุมัติให้มีการเริ่มต้นทดสอบวัคซีนป้องกันเชื้อโควิด-19 ในมนุษย์แล้ว เบื้องต้นมีอาสาสมัครที่สุขภาพดีราว
200 คนอายุระหว่าง 18-55 ปี เข้าร่วมทดสอบ โดยวัคซีนได้รับการพัฒนาภายใต้ความร่วมมือของบริษัทยาผู้เชี่ยวชาญด้านไบโอเทคโนโลยีของ
เยอรมนี มาตรการที่ยังไม่มีการผ่อนปรน
ร้านอาหารและสถานบันเทิง อาทิ ผับ บาร์ โรงหนัง โรงละคม ยังไม่สามาถเปิดทำการได้
ฝรั่งเศส
การป้องกันการติดเชื้อ : เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส รวมทั้งต้องมีการสวมหน้ากากในบางสถานที่ รัฐบาลได้พยายามดำเนินการ
เพื่อให้ประชาชนมีหน้ากากอย่างทั่วถึง
การตรวจสอบการติดเชื้อ : รัฐบาลตั้งเป้าหมายที่จะทำการตรวจสอบการติดเชื้อให้ได้อย่างน้อย 7 แสนครั้งต่อสัปดาห์ ได้เพิ่มชุดตรวจ
ให้เพียงพอ นอกจากนี้ยังจัดตั้งหน่วยงานเพื่อทำการสืบประวัติโดยเฉพาะเพื่อให้ผู้ใกล้ชิดกับผู้ตรวจพบการติดเชื้อ ได้รับการตรวจสอบ
การติดเชื้อด้วย
การแยกตัวเมื่อติดเชื้อ : สามารถแยกตัวผู้ติดเชื้อได้เร็วที่สุดเพื่อระงับการแพร่ระบาด โดยรัฐบาลเปิดโอกาสให้เลือกว่าจะแยกตัวกับ
ครอบครัวทั้งหมดหรือที่โรงแรมโดยลำพัง
เนเธอร์แลนด์
มาตราการสำหรับสถานศึกษา
โรงเรียนประถมศึกษา ให้ลดขนาดกลุ่มในห้องเรียนลงครึ่งหนึ่ง โดยให้นักเรียนเข้าโรงเรียนประมาณร้อยละ 50 ของเวลาทั้งหมด อีกครึ่งหนึ่งของ
เวลาที่เหลือให้เรียนแบบออนไลน์
มาตราการสำหรับร้านค้าและร้านอาหาร
อนุญาตให้ร้านอาหารแบบนั่งนอกร้านเปิดได้ โดยต้องเว้นระยะห่าง 1.5 เมตร รักษาระยะห่าง 1.5 เมตรระหว่างกัน ก่อนใช้บริการมีการสอบถาม
ล่วงหน้าเพื่อประเมินความเสี่ยงในการติดเชื้อหรือไม่
มาตราการสำหรับการใช้หน้ากากอนามัย
ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถรักษาระยะห่าง 1.5 เมตรระหว่างกันได้ เช่น กรณีผู้โดยสารและพนักงานในระบบขนส่งสาธารณะ จะต้องสวมหน้ากาก
อนามัย
มาตรการสำหรับการเล่นกีฬา/ออกกำลังกาย
เด็กและเยาวชนจะมีการเล่นกีฬากลางแจ้ง แต่ไม่มีการแข่งขันอย่างเป็นทางการ เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี สามารถออกกำลังกายด้วยกันกลางแจ้ง
ภายใต้การดูแล ขณะที่เยาวชนอายุ 13 ถึง 18 ปี ได้รับอนุญาตให้ออกกำลังกลางแจ้งด้วยกัน แต่ต้องเว้นระยะห่างทางกายภาพอย่างน้อย 1.5 เมตร
มาตรการสำหรับผู้สูงอายุ
อนุญาตให้ผู้สูงอายุที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไปที่อาศัยอยู่อย่างอิสระสามารถมีคนมาเยี่ยมอย่างสม่ำเสมอได้คราวละหนึ่งหรือสองคน
มาตรการที่ยังไม่มีการผ่อนปรน
ขยายมาตรการห้ามจัดกิจกรรม การชุมนุมต่างๆ ไปจนถึงวันที่ 1 กันยายน 2563
เบลเยียม
มาตรการสำหรับการคมนาคม
บุคคลที่มีอายุมากกว่า 12 ปี ที่ต้องใช้บริการขนส่งสาธารณะ หรือออกไปในที่สาธารณะ จะต้องใส่หน้ากากอนามัย หน้ากากผ้า ผ้าพันคอ หรือ
อุปกรณ์อื่นๆที่ช่วยปกปิดจมูกและปาก และแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินทางระหว่างชั่วโมงเร่งด่วน หากเป็นไปได้ควรใช้พาหนะส่วนตัวให้มาก
ที่สุดในการเดินทาง เช่นรถยนต์ จักรยาน หรือ การเดินเท้า สำหรับผู้ไม่มีความจำเป็นให้งดเดินทางออกจากที่อยู่อาศัย เพื่อลดการแพร่กระจาย
เชื้อต่อไป
มาตราการสำหรับสถานศึกษา
โรงเรียนยังคงเป็นศูนย์กลาง เพื่อรับและดูแลเฉพาะเด็กที่พ่อแม่ต้องออกไปทำงาน
มาตราการสำหรับบริษัท
บริษัทห้างร้านยังสามารถดำเนินกิจการได้ สามารถเริ่มติดต่อระหว่างธุรกิจได้ แต่ธุรกิจที่ติดต่อกับสาธารณะยังคงงด โดยยังถือให้การทำงาน
จากบ้านยังคงเป็นแนวปฏิบัติมาตรฐานที่แนะนำ
สหราชอาณาจักร
การผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองจะดำเนินการแบบเป็นขั้นเป็นตอนและมีเงื่อนไข โดยการผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองจะดำเนินการแบบ
เป็นขั้นเป็นตอนและมีเงื่อนไข โดยพิจารณาจาก 5 ปัจจัยหลักได้แก่
- การป้องกันระบบบริการด้านสุขภาพแห่งชาติของอังกฤษ (NHS)
- อัตราการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง
- อัตราการติดเชื้อโรคโควิด-19 ลดลงอย่างต่อเนื่องและเป็นที่น่าพอใจ
- การผลักดันให้มีอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลเพียงพอต่อบุคลากรที่จำเป็นต้องใช้
- การสร้างความเชื่อมั่นว่ามาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลนำมาใช้นั้นจะไม่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดซ้ำ
อิตาลี
มาตรการสำหรับการคมนาคม
อนุญาตให้ประชาชนเดินทางภายในแคว้นได้ และไปหาญาติได้ในจำนวนที่ไม่มาก ภายใต้เงื่อนไขที่ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้ง
มาตรการสำหรับการเล่นกีฬา/ออกกำลังกาย
สถานที่กลางแจ้งและสวนสาธารณะต่างๆ จะเปิดให้ใช้บริการอีกครั้ง และประชาชนวิ่งออกกำลังกายหรือขี่จักรยานได้ โดยให้อยู่ในรัศมี
200 เมตรจากที่อยู่อาศัย ส่วนนักกีฬาให้กลับมาฝึกซ้อมแบบแยกเดี่ยวได้
มาตรการที่ยังไม่มีการผ่อนปรน
โรงเรียนต้องยังไม่เปิดการเรียนการสอนจนกว่าจะถึงเดือนกันยายน
สเปน
มาตราการสำหรับการคมนาคม
อนุญาตให้ประชาชนออกนอกบ้านเพื่อออกกำลังกาย เดินนอกบ้าน และซื้ออาหารได้ในระยะเวลาสั้นๆ
มาตราการสำหรับร้านค้าและร้านอาหาร
อนุญาตให้ธุรกิจบางประเภทกลับมาเปิดทำการใหม่ได้ เช่น ร้านตัดผม ร้านอาหาร ที่มีบริการซื้อกลับบ้านด้วยภายใต้ข้อจำกัดอันเข้มงวด
โรงภาพยนตร์โรงละคร และงานนิทรรศการ เปิดทำการได้แต่ให้คนเข้าชมได้ไม่เกินร้อยละ 30 ของความจุพื้นที่
มาตราการสำหรับการใช้หน้ากากอนามัย
มาตรการบังคับสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเมื่ออยู่ในระบบขนส่งสาธารณะมีผลทั่วสเปน นอกเหนือจากการที่ประชาชนต้อง
ปฏิบัติตามแนวทางระยะห่างทางกายภาพเมื่ออยู่ในรถประจำทางและรถไฟ
มาตราการสำหรับบริษัท
ยังคงแนะนำให้ทำงานจากที่บ้านเท่าที่ยังเป็นไปได้จนกว่าจะเข้าสู่ขั้นสุดท้ายของแผนยกเลิกการปิดเมือง
มาตรการที่ยังไม่มีการผ่อนปรน
โรงเรียนต้องยังไม่เปิดการเรียนการสอนจนกว่าจะถึงเดือนกันยายน
นอร์เวย์
มาตรการสำหรับการพบปะผู้คน
ขนาดของกลุ่มที่แนะนำที่สามารถพบเจอแบบส่วนตัวเพิ่มขึ้นจากไม่เกิน 5 คน เป็นสูงสุดไม่เกิน 20 คนโดยที่ผู้คนจะต้องรักษาระยะห่างจากกัน
อย่างน้อย 1 เมตร
มาตรการสำหรับการทำงานและบริษัท
นายจ้างมีหน้าที่ตรวจสอบให้แน่ใจว่า พนักงานของพวกเขาสามารถรักษาระยะห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร ตลอดเวลาที่ทำงานได้ และในส่วน
ของบางพื้นที่ในประเทศนอร์เวย์ ที่พนักงาน จำเป็นต้องพึ่งพาระบบขนส่งมวลชน โดยอนุญาตให้ทำงานได้จากสำนักงานที่บ้าน และ ประชุม
ผ่านทางระบบออนไลน์ ได้มากที่สุดหากเป็นไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ เมืองออสโล และในเมืองอื่นๆ ที่มีผู้ใช้ ระบบขนส่งมวลชน
เป็นจำนวนมากในช่วงเวลาทำงานและช่วงเวลาเร่งด่วน
มาตรการสำหรับสถานศึกษา
โรงเรียนทุกระดับชั้นจะต้องปฏิบัติตามกฎการควบคุมการติดเชื้อ แต่มหาวิทยาลัย วิทยาลัย และวิทยาลัยอาชีวศึกษา จะต้องดำเนินการสอน
ทางไกลต่อไป
มาตรการสำหรับร้านค้าและร้านอาหาร
บาร์และสถานประกอบการอื่นๆ ที่ให้บริการเครื่องดื่มแต่ไม่มีบริการอาหาร เปิดบริการได้หากสามารถปฏิบัติตามกฎของการรักษาระยะห่าง
อย่างน้อย 1 เมตร
ระหว่างลูกค้าและพนักงาน
มาตรการสำหรับการเล่นกีฬา
อนุญาตให้จัดกิจกรรมว่ายน้ำ รวมถึงเปิดชั้นเรียนว่ายน้ำโรงเรียน
มาตรการสำหรับการจัดกิจกรรม
การจัดกิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมระหว่าง 50 – 200 คนจะได้รับอนุญาตให้จัด (หากไม่มีการแพร่ระบาดของการติดเชื้อรุนแรงใน ประเทศนอร์เวย์
ในช่วงนั้นอีกแล้ว)
มาตรการสำหรับการเล่นกีฬา
ศูนย์ออกกำลังกายอาจจะสามารถเปิดทำการได้ โดยมีเงื่อนไข จะต้องให้ความร่วมมือกับ เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานด้านสุขภาพ เพื่อเป็น
แนวทางในการปฏิบัติให้ได้มาตรฐานของการควบคุมการติดเชื้อที่เหมาะสม
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ :
https://waa.inter.nstda.or.th/stks/pub/2020/20200713-newsletter-brussels-no04-apr63.pdf
นานาสาระน่ารู้
Top 3 อีเมลหลอกลวงที่เราควรรู้ทัน
อีเมลหลอกลวงที่มาในรูปแบบ ลวงให้ click หลอกให้กด เพื่อขอ รหัสผ่าน และ password ยังคงมีมายาวนานและต่อเนื่อง ทั้งในแวดวง ธนาคาร หรือ สื่อ app social ยอดนิยมเช่น netflix เป็นต้น และยังคงสามารถหลอกให้ผู้ใช้งาน click แล้วตกเป็นเหยื่อได้โดยง่าย เราเรียกการหลอกลวงนี้ว่าการ phishing (ล่อเหยื่อ หรือตกปลา) ซึ่งผู้เขียนเองขอยกตัวอย่างอีเมลที่ยังคงเป็น Top 3 ในมุม Application ที่ส่งให้กับผู้ใช้งานมาทั่วโลก ดังนี้
จากภาพ จะพบว่า มีอีเมลแจ้งเข้ามาในส่วนของ AppleID , Netflix หรือแม้แต่ Paypal ซึ่งแน่นอนว่าผู้ใช้งานอาจมีบริการนี้อยู่ และคงต้องกังวลในหัวข้อ subject ที่แจ้งถึงเหตุการณ์ไม่ปกติ และต้องรีบคลิกเข้าไปอ่าน ก็จะพบข้อความ "รีบให้คลิกไปแก้ไข account ดังภาพ
สิ่งที่คุณผู้อ่านควรสังเกตุให้ดีคือ account ของผู้ส่ง คุณจะพบว่า ไม่ใช่อีเมลจากบริษัทดังกล่าว แต่เป็นอีเมลปลอมหรืออ้างอิงให้เหมือนกับชื่อบริษัท ซึ่งหากคุณเปิดอ่านด้วย mobile คุณจะไม่พบกับรายละเอียดผู้ส่งแบบในภาพ คุณจะพบข้อความเร่งเร้าให้คุณเข้าไปจัดการ account ของคุณผ่านการ login หรือจัดการผ่าน link ทันที ซึ่งหากคุณเผลอ click แล้วให้ข้อมูลไป นั่นแปลว่าคุณได้เสียข้อมูล account ของคุณให้กับมิจฉาชีพแล้ว
เราจะรับมือกับสิ่งเหล่านี้อย่างไร ?
1. เมื่อคุณได้อีเมลลักษณะนี้ ไม่ควรเข้าไปอ่านหรือ click จาก email
2. หากคุณมีข้อสงสัย ให้เข้าไปยัง website ของบริษัทดังกล่าว และ login ผ่านเว็บไซต์โดยตรง
3. ทำการ block ผู้ส่งหรือรายงานว่าเป็น phishing เช่น ในกรณีของ outlook ทำได้ดังนี้
เมื่อคุณรายงานว่าผู้ส่งเหล่านี้เป็น phishing คุณจะไม่พบอีเมลดังกล่าวอีก
อย่าลืมว่าทุกครั้งที่มีอีเมลใดๆ ส่งมา คุณควรพิจารณาก่อน click และควรเข้าถึงแหล่งจากต้นทาง เพราะการเสียข้อมูลของคุณให้มิจฉาชีพไปแล้วมันยากมากที่จะนำกลับคืนมา หวังว่าบทความนี้จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับทุกท่านได้ครับ
นานาสาระน่ารู้


