หน้าแรก ค้นหา
ผลการค้นหา :
ประกาศรับข้อเสนอโครงการร่วมวิจัย ประจำปี 2569 โครงการความร่วมมือเพื่อความเป็นเลิศ
ประกาศรับข้อเสนอโครงการร่วมวิจัย ประจำปี 2569 โครงการความร่วมมือเพื่อความเป็นเลิศ ระหว่าง มหาวิทยาลัยมหิดล กับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยมหิดล ประกาศรับข้อเสนอโครงการร่วมวิจัย ประจำปี 2569 ภายใต้ โครงการความร่วมมือเพื่อความเป็นเลิศ ระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดล กับ สวทช. เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนด้านการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการสร้างเครือข่ายการวิจัยที่มีประสิทธิภาพ มุ่งต่อยอดไอเดียสู่งานวิจัยที่สร้างผลลัพธ์ชัดเจนและตอบโจทย์ความต้องการของประเทศตั้งแต่บัดนี้ – 29 พฤษภาคม 2569 ภายในเวลา 16.00 น. คุณสมบัติที่สำคัญ หัวหน้าโครงการวิจัยเป็นนักวิจัยความสามารถสูงระดับรองศาสตราจารย์ (คณาจารย์ของมหาวิทยาลัยมหิดล) หรือนักวิจัยระดับ PG17 (นักวิจัยของ สวทช.) ขึ้นไป หัวหน้าโครงการต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ และเชี่ยวชาญตรงตามสาขาที่ดำเนินการ และไม่เป็นผู้ติดค้างต่อการส่งงานตามสัญญาวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนจากแหล่งทุนแห่งใดโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร คณะวิจัยประกอบด้วยบุคลากรทั้ง 2 หน่วยงาน การส่งข้อเสนอโครงการ หัวหน้าโครงการหลักจัดส่งแบบข้อเสนอโครงการร่วมวิจัย พัฒนาและวิศวกรรม ในรูปแบบเอกสาร จำนวน 5 ชุด (ต้นฉบับ 1 ชุด และสำเนา 4 ชุด) และในรูปแบบ Microsoft Word (.docx) และ PDF ผ่านผู้ประสานงานของหน่วยงานต้นสังกัดภายในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ภายในเวลา 16.00 น. ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม และดาวน์โหลดเอกสารได้ที่ กองบริหารงานวิจัย มหาวิทยาลัยมหิดล https://op.mahidol.ac.th/ra/2026/04/07/20260529_mu-nstda/
ข่าว
 
ปฏิทินกิจกรรม
 
รู้ทันโรค! กุ้งติดเชื้อ EHP ด้วยชุดตรวจ ATK ใช้ง่าย-รู้ผลไว
รู้ทันโรคกุ้งติดเชื้อ EHP ด้วยนวัตกรรมชุดตรวจเชื้อ EHP แบบรวดเร็ว "EHP Test Kit" พัฒนาโดยนักวิจัยไบโอเทค สวทช. ช่วยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งป้องกันความเสียหายจากกุ้งติดเชื้อ EHP ได้อย่างทันท่วงที โดยเปลี่ยนวิธีการตรวจในห้องแล็บที่ต้องใช้เวลา มาเป็นการใช้ชุดตรวจภาคสนามแบบ ATK เกษตรกรตรวจได้ด้วยตัวเอง ใช้งานง่าย รู้ผลเร็วภายใน 25 นาที ทำให้คัดกรองกุ้งติดเชื้อได้ตั้งแต่ต้นทาง ยกระดับอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงกุ้งไทยได้อย่างยั่งยืน . พบกับชุดตรวจโรคกุ้งติดเชื้อ EHP และทีมนักวิจัยได้ที่ NAC2026 งานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 21 ระหว่างวันที่ 24 – 28 เมษายน 2569 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี . ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี www.nstda.or.th/nac
คลิปสั้นทันเหตุการณ์
 
NAC2026 กับ 2 หัวข้อใหญ่แห่งความยั่งยืน ที่รวมผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศและนานาชาติไว้ในวันเดียว!
ขอเชิญร่วมงาน NAC2026 กับ 2 หัวข้อใหญ่แห่งความยั่งยืน ที่รวมผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศและนานาชาติไว้ในวันเดียว! วันที่ 27 เมษายน 2569 ช่วงเช้า 09.00–12.00 น. ณ ห้อง CC‑403 หัวข้อ “Sustainable Biomass Nexus: ร่วมสร้างคุณค่าจากชีวมวลอย่างยั่งยืน” พบกับประเด็นเข้มข้นด้านชีวมวลของไทย ตั้งแต่ทิศทางพลังงานอนาคต การบริหารจัดการของเหลือใช้ทางเกษตร ไปจนถึงบทบาทชีวมวลต่ออุตสาหกรรม . พร้อมคณะวิทยากรผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้า จาก สวทช. ภาคอุตสาหกรรม และผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานชีวมวล ที่จะมาร่วมเสวนาแบบเจาะลึกถึงโอกาสและศักยภาพของไทย ช่วงบ่าย 13.30–16.30 น. ณ ห้อง CC‑306 หัวข้อ “The Role of Wood and Bamboo as Sustainable Construction Materials to Support Global Sustainability” . เปิดมุมมองใหม่ของการใช้ “ไม้และไผ่” เป็นวัสดุก่อสร้างแห่งอนาคต โดยมีผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติร่วมบรรยาย ทั้งมุมมองเชิงนโยบาย เทรนด์ก่อสร้างจากประเทศชั้นนำ และเคสตัวอย่างจริงจากงานวิจัยและอุตสาหกรรมไม้โลก รวมถึงการเสวนาโดยผู้บริหารจากสภาอาคารไม้ระดับสแกนดิเนเวีย ถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่ไม่ควรพลาด . สองเวที สองประเด็นอนาคตของโลกด้านพลังงาน วัสดุ และความยั่งยืน เชิญร่วมรับแรงบันดาลใจและเปิดโลกเทคโนโลยีไปพร้อมกันที่ NAC2026! NAC11 https://www.nstda.or.th/nac/2026/seminar/nac-11/ MAC20 https://www.nstda.or.th/nac/2026/seminar/nac-20/
ข่าว
 
ปฏิทินกิจกรรม
 
สัมมนา Thailand Standards & Quality Forum 2026
Thailand Standards & Quality Forum 2026 เวทีมาตรฐาน…เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมไทยสู่ตลาดโลก วันที่ 21–22 เมษายน 2569 ห้องประชุมโฟร์ริเวอร์ส โรงแรม รามาดา พลาซา บาย วินด์แฮม แบงคอก แม่น้ำ ริเวอร์ไซด์ . เตรียมพบกับเวทีระดับชาติที่รวม แนวคิด – ของจริง – การปฏิบัติ เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ ในงาน Thailand Standards & Quality Forum 2026 ภายใต้งานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. (NAC 2026) งานนี้ไม่ใช่แค่งานสัมมนา แต่คือ พื้นที่เรียนรู้แนวคิด “Quality-Driven Innovation” ที่จะเปลี่ยน “ไอเดีย” ของคุณให้กลายเป็น “นวัตกรรมมาตรฐานโลก” . ไฮไลต์สุดพิเศษ ปาฐกถาพิเศษ “เจาะลึกมาตรฐานโลก 2026: วิสัยทัศน์และเทรนด์การค้าใหม่ที่ผู้ประกอบการต้องรู้” โดย อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เสวนา “Innovation Compliance Synergy” ปลดล็อกนวัตกรรมไทย ฝ่าด่านมาตรฐานสู่ตลาดโลก ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์บริการทดสอบระดับชาติของ สวทช. ทั้ง NCTC, PTEC, CTEC, TBES, NFED พร้อมกรณีศึกษาจริงจากภาคอุตสาหกรรม Quality-Driven Innovation Workshop: Turning Ideas into Reality with Global Standards เวิร์กช็อปที่ผู้ประกอบการ นักวิจัย และสตาร์ทอัพ จะได้ “ลงมือทำ” ภายใต้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ NQI เพื่อแปลงแนวคิดให้เป็น “Concept Prototype” ที่ผ่านกรอบมาตรฐานสากล เรียนรู้ครบวงจรตั้งแต่ “มาตรฐานคืออะไร” → “ทำอย่างไรให้สินค้าเราได้มาตรฐานและขายได้ในตลาดโลก” . 21 เมษายน 2569 • พิธีเปิดโดยผู้บริหาร สวทช. • ปาฐกถาพิเศษจากกระทรวงพาณิชย์ • เสวนา “Innovation Compliance Synergy” • Workshop: “Turning Ideas into Reality with Global Standards” • Networking Dinner 22 เมษายน 2569 • การนำเสนอผลงานกลุ่ม • สรุปกิจกรรมโดย สวทช. . งานนี้จัดขึ้นสำหรับ หน่วยบ่มเพาะธุรกิจ ทั่วประเทศ ทั้งจาก อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน เพื่อเสริมศักยภาพด้านมาตรฐานและนวัตกรรมในแนวทาง “Train the Trainer” ผู้เข้าร่วมจะได้รับความรู้และแนวทางปฏิบัติจากผู้เชี่ยวชาญ NQI เพื่อนำไปใช้ในการบ่มเพาะผู้ประกอบการต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานและแข่งขันในตลาดโลกได้จริง มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนไทยสู่ Net Zero ผ่านมาตรฐานและนวัตกรรม . ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี! https://www.nstda.or.th/nac/2026
ข่าว
 
ปฏิทินกิจกรรม
 
NSTDA หน้า 1 : สรุปข่าววิทย์ฯ ฮิตติดหน้า 1 วันที่ 6 เม.ย. 2569
ไทย-ออสเตรเลีย ร่วมมือ ผสานเทคโนโลยีผลิตยา-API ยกระดับสาธารณสุขไทย-อาเซียน ทีมวิจัย 2 ประเทศร่วมมือพัฒนากระบวนการสังเคราะห์สาร API ยาต้าน HIV ในระดับก่อนกึ่งอุตสาหกรรม พร้อมวางรากฐานความมั่นคงทางยา ผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกยาในภูมิภาคอาเซียน ... >> อ่านต่อ วันจันทร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569 สวทช. ดันแพลตฟอร์ม PhytoEX ปั้นสมุนไพรไทยสู่ "สารออกฤทธิ์มูลค่าสูง" ตั้งเป้ากวาด 500 ล้าน รุกตลาด Longevity นาโนเทค สวทช.เปิดตัว 2 บิ๊กโปรเจกต์ จับมือ 5 เซเลบและ 10 เอกชนชั้นนำ พลิกโฉมงานวิจัยสู่ ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมชะลอวัย ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพยั่งยืน  ... >> อ่านต่อ สวทช. รับโล่เชิดชูเกียรติ โชว์นวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ไทยใน World Expo 2025 : ดร.วรวรงค์ รักเรืองเดช รอง ผู้อำนวยการ สวทช. รับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณจากการนำผลงานวิจัยด้าน เครื่องมือแพทย์และนวัตกรรมสุขภาพฝีมือคนไทย ไปจัดแสดงร่วมกับ สจล. ในงาน World Expo 2025 Osaka Kansai ณ ประเทศญี่ปุ่น โชว์ศักยภาพไทยในการพึ่งพาตนเองและสร้างความเข้มแข็งให้ระบบสาธารณสุข  ...>>อ่านต่อ
จดหมายข่าว สวทช.
 
ENTEC สวทช. – กกพ. สรุปผลโครงการพัฒนาศักยภาพด้านพลังงานปีที่ 4 ยกระดับบุคลากรกำกับดูแล พร้อมรับการเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero
วันที่ 2–3 เมษายน 2569 ณ จังหวัดกาญจนบุรี: ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จัดสัมมนาสรุปผลโครงการ “Capability Building for Energy Transition 2026” ปีที่ 4 ตลอดช่วงต้นปี 2569 ผ่านการอบรมเชิงลึก การศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศ เพื่อยกระดับความพร้อมบุคลากรด้านการกำกับดูแลพลังงานรองรับเทคโนโลยีพลังงานอนาคต และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero ได้รับเกียรติจาก ดร.สุมิตรา จรสโรจน์กุล ผู้อำนวยการ ENTEC สวทช. กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมสัมมนา และได้รับเกียรติจาก ดร.ประสิทธิ์ สิริทิพย์รัศมี รองเลขาธิการ กกพ. กล่าวเปิดงาน “การเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่ใช่เพียงเรื่องของเทคโนโลยี แต่คือการเตรียมระบบกำกับดูแลให้สามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โครงการนี้จึงมุ่งสร้างทั้งความรู้ ทักษะ และวิสัยทัศน์ให้กับบุคลากร” โครงการดังกล่าวถูกออกแบบให้เป็นหลักสูตรเชิงบูรณาการที่ผสานทั้งองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีพลังงาน เศรษฐศาสตร์พลังงาน และกรอบการกำกับดูแลสมัยใหม่ เพื่อเตรียมบุคลากรของ กกพ. และ ENTEC ให้สามารถรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ทั้งในมิติของพลังงานสะอาด การกระจายศูนย์การผลิตไฟฟ้า และการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีใหม่ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งในช่วงต้นปี 2569 โครงการได้ดำเนินกิจกรรมสำคัญอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการศึกษาดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นประเทศต้นแบบด้านการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานและระบบกำกับดูแลที่มีความก้าวหน้า คณะผู้แทนได้เข้าศึกษาแนวทางการบริหารจัดการพลังงานสะอาด โครงสร้างตลาดไฟฟ้า และการเตรียมความพร้อมต่อเทคโนโลยีอนาคต เช่น ไฮโดรเจน นิวเคลียร์ และระบบกักเก็บพลังงานเพื่อนำองค์ความรู้มาปรับใช้กับบริบทของประเทศไทย ขณะเดียวกัน การอบรมภายในประเทศได้เน้นการเรียนรู้จากกรณีศึกษาจริงและพื้นที่ปฏิบัติการ โดยหนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือการลงพื้นที่ศึกษาดูงานโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจการทำงานของระบบผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ การบริหารจัดการเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า และบทบาทของพลังงานหมุนเวียนในระบบไฟฟ้าของประเทศ ด้านการสัมมนาสรุปผลโครงการปีที่ 4 ที่จัดขึ้นก็เป็นเวทีสำคัญในการรวบรวมองค์ความรู้และถอดบทเรียนจากทั้งโครงการ โดยมีการนำเสนอหัวข้อที่ครอบคลุมเทคโนโลยีสำคัญในอนาคต อาทิ เชื้อเพลิงชีวภาพขั้นสูง (Biofuel) เทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) รวมถึงการวิเคราะห์เหตุการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ เพื่อสะท้อนมิติด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแลเชิงความเสี่ยง และการเสวนาในหัวข้อ “Energy Transition Technology (Hydrogen-SMR)” ที่เปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญจากหลายหน่วยงานร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของไฮโดรเจนในระบบพลังงานอนาคต รวมถึงความท้าทายด้านกฎระเบียบ โครงสร้างพื้นฐาน และการยอมรับของสังคม ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่หน่วยงานกำกับดูแลต้องเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ความสำเร็จของโครงการ “Capability Building for Energy Transition 2026” สะท้อนการยกระดับศักยภาพบุคลากรด้านการกำกับกิจการพลังงานของไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยผู้เข้าร่วมได้รับทั้งองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการรองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ครอบคลุมเทคโนโลยีสมัยใหม่ แนวโน้มพลังงานโลก และแนวทางกำกับดูแลที่สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลง ทั้งยังเชื่อมโยงองค์ความรู้ระดับสากลผ่านการศึกษาดูงานและความร่วมมือกับต่างประเทศ ส่งเสริมการนำแนวปฏิบัติที่ดีมาปรับใช้เพื่อพัฒนาระบบพลังงานของไทยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้เข้าร่วมมีความเข้าใจเชิงลึกต่อเทคโนโลยีพลังงานอนาคต เช่น ไฮโดรเจน นิวเคลียร์ขนาดเล็ก และเชื้อเพลิงชีวภาพ ช่วยเพิ่มความพร้อมในการออกแบบนโยบายและกรอบกำกับดูแลที่เหมาะสม รวมถึงโครงการยังเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ วางรากฐานการพัฒนาภาคพลังงานของไทยให้สามารถขับเคลื่อนสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและ Net Zero ได้อย่างยั่งยืน
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
เปลี่ยนวัสดุเหลือทิ้ง..เป็นวัสดุนาโนมูลค่าสูง MOFs
เปลี่ยนของเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรม เช่น ขวดพลาสติกใช้แล้ว ให้กลายเป็นวัสดุนาโนรูพรุนมูลค่าสูง MOFs (Metal-Organic Frameworks) สำหรับกักเก็บก๊าซมีเทน ด้วยเทคโนโลยีและกระบวนการผลิตใหม่ที่พัฒนาโดยนักวิจัยนาโนเทค สวทช. ซึ่งสามารถผลิต MOFs ให้มีคุณสมบัติกักเก็บและดูดซับสารต่าง ๆ ที่เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ . พบกับเทคโนโลยีการผลิต MOFs และทีมนักวิจัยได้ที่ NAC2026 งานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 21 ระหว่างวันที่ 24 – 28 เมษายน 2569 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี . ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี 👉 www.nstda.or.th/nac
คลิปสั้นทันเหตุการณ์
 
ขอเรียนเชิญเข้าร่วมกิจกรรม MU-NSTDA Researcher Visit ประจำปี 2569 ครั้งที่ 1
ขอเรียนเชิญเข้าร่วมกิจกรรม MU-NSTDA Researcher Visit ประจำปี 2569 ครั้งที่ 1 ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดล และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในวันจันทร์ที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 09.00 – 15.00 น. ณ ห้องประชุม CO-113 Auditorium อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย พบกับกิจกรรมไฮไลต์ดังนี้: แนะนำการให้บริการและโครงสร้างพื้นฐานของอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย สวทช. การเยี่ยมชมโครงสร้างพื้นฐานและห้องปฏิบัติการวิจัย สวทช. กิจกรรมจับคู่ความร่วมมือทางการวิจัยและพัฒนา (Research Matching) กลุ่มเป้าหมาย/ผู้เข้าร่วมประชุม: นักวิจัยและบุคลากร สวทช. ที่ต้องการสร้างความร่วมมือด้านการวิจัย ขยายเครือข่ายพันธมิตร และสร้างสรรค์ผลงานที่มีผลกระทบสูง (High Impact) ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานผ่าน URL หรือ Scan QR Code ด้านล่างนี้: https://docs.google.com/forms/d/1Vkfouf7QncFN0fP9xl-Ump-SvPnSwdyNFNvNTiEiIa8/edit?usp=sharing_eil&ts=69cc705d หมายเหตุ: ที่นั่งมีจำนวนจำกัด ทางผู้จัดงานขอสงวนสิทธิ์สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนก่อนตามลำดับ (First-come, first-served) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: ฝ่ายบริหารเครือข่ายวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม (RNM) คุณรัชพล โทร. 0-2564-7000 ต่อ 6445 / อีเมล: ratchapon@nstda.or.th คุณจันทนา โทร. 0-2564-7000 ต่อ 6464 / อีเมล: jantana@nstda.or.th
ปฏิทินกิจกรรม
 
สวทช. จับมือ BIEA เปิดตัว “SUSONG Cup” ในไทย เฟ้นหาสตาร์ทอัพ – นักวิจัยไทย สู่เวทีนวัตกรรมระดับโลกที่จีน
 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี (2 เมษายน 2569) – สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ Beijing International Exchange Association (BIEA) ประกาศเปิดตัวการแข่งขัน "SUSONG Cup" Future Industrial Technology Innovation Competition ครั้งที่ 4 ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อค้นหาสตาร์ทอัพและนักวิจัยไทยที่มีศักยภาพ เข้าร่วมประชันนวัตกรรมบนเวทีระดับสากล ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมี ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. พร้อมด้วย นางศันสนีย์ ฮวบสมบูรณ์ รองผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (NANOTEC) ดร.กอบกุล เหล่าเท้ง รองผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) และ ดร.กัว เจี๋ยหนี (Dr. Jieni Gou) เลขาธิการ BIEA ร่วมเปิดงาน ดร.วสันต์ เปิดเผยว่า การแข่งขันครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพของคนไทย และเป็นสะพานเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนผลงานวิจัยให้เป็นนวัตกรรมที่จับต้องได้จริงใน 3 สาขาหลัก ได้แก่ พลังงานใหม่และเทคโนโลยีคาร์บอนตํ่า (New Energy and Green Low - Carbon Technology) ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และเครือข่ายแห่งอนาคต (Electronic Information and Future Networks) วิทยาศาสตร์ชีวภาพและเทคโนโลยีชีวภาพประยุกต์ (Life Sciences and Biotechnology Applications) สิทธิประโยชน์สำหรับผู้เข้าร่วมการแข่งขัน โอกาสเข้าถึงเงินทุน สูงสุดถึง 500,000 USD สำหรับโครงการที่มีศักยภาพ สิทธิจัดตั้งธุรกิจในจีน ณ China - BRICS Innovation and Technology Incubation Parkเมืองเซี่ยเหมิน พร้อมการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างเครือข่ายระดับโลก เชื่อมโยงกับนักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญจากกลุ่มประเทศ BRICS และตลาดเกิดใหม่ การสนับสนุนจาก สวทช. ได้รับการประชาสัมพันธ์และสนับสนุนจาก สวทช. ตลอดโครงการ กำหนดการแข่งขัน: มีนาคม - พฤษภาคม เปิดรับสมัครโครงการ (Project Solicit) มิถุนายน คัดกรองผลงานภายใน (Internal Review) กรกฎาคม: นำเสนอผลงาน (Roadshow Review) สิงหาคม - ตุลาคม รอบชิงชนะเลิศ (Grand Finals) ณ เมืองเซี่ยเหมิน สาธารณรัฐประชาชนจีน สวทช. และ BIEA จึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการและนักวิจัยที่มีความมุ่งมั่น เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศนวัตกรรมระดับโลก และนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศไทยผ่านเวที SUSONG Cup ในครั้งนี้ โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://susongbrics.bjexchange.cn/?lang=en-us หมายเหตุ BIEA หรือสมาคมแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศปักกิ่ง เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงนวัตกรรมและเทคโนโลยีระหว่างจีนกับประชาคมโลก โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วัฒนธรรม และการศึกษา BIEA ยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สถาบันวิจัยและภาคเอกชน เพื่อผลักดันโครงการนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความท้าทายระดับโลก เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
สวทช. รับมอบเข็ม “เสมาคุณูปการ” ปี 2569 ชูระบบ Thai School Lunch ยกระดับโภชนาการเด็กไทยในสังกัด สพฐ.กว่า 2.6 หมื่นโรงเรียนทั่วประเทศ
1 เมษายน 2569 ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ : นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้ นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีมอบเข็ม “เสมาคุณูปการ” และประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี 2569 จำนวน 103 ราย เพื่อเชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงเสริมสร้างความภาคภูมิใจในการร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจด้านการศึกษาของประเทศ นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า “การดำเนินงานด้านการศึกษาในยุคปัจจุบันต้องเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเทคโนโลยี โดยเฉพาะบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ กระทรวงศึกษาธิการจึงมุ่งนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาหลักสูตร การบริหารจัดการ และการจัดการเรียนรู้บนฐานข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้สอดคล้องกับโลกยุคใหม่” โอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร. ชูกิจ ลิมปิจํานงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้รับเข็ม “เสมาคุณูปการ” และใบประกาศเกียรติคุณผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี 2569 โดยมี ดร.สุปิยา เจริญศิริวัฒน์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์ (A-MED) เนคเทค สวทช. หัวหน้าทีมผู้พัฒนาระบบ Thai School Lunch ร่วมเป็นเกียรติในพิธี สวทช. ได้สนับสนุนการให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม Thai School Lunch ที่ช่วยให้โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กว่า 26,000 แห่ง จัดเมนูอาหารกลางวันได้เหมาะสมตามหลักโภชนาการ พร้อมรองรับการบูรณาการข้อมูลการเจริญเติบโตและภาวะโภชนาการในระดับรายบุคคล เพื่อสนับสนุนการวางแผนเชิงนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ อันเป็นการช่วยยกระดับการบริหารจัดการโภชนาการในสถานศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อันจะนำไปสู่สุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืนของเยาวชนไทย ระบบ Thai School Lunch ดำเนินการวิจัยและพัฒนาโดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.) ร่วมกับสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล พัฒนาเป็นแพลตฟอร์มจัดสำรับอาหารกลางวันให้นักเรียน เปิดให้บริการแก่สถานศึกษาทั่วประเทศตั้งแต่ปี 2555 และมีการพัฒนา ปรับปรุง และยกระดับระบบมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน   ข้อมูลระบบ Thai School Lunch เพิ่มเติมได้ที่ https://www.nstda.or.th/home/news_post/bcg-implementation-thai-school-lunch/
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
จัดการบัญชีคาร์บอนแบบอัตโนมัติ ง่าย ๆ ด้วยแพลตฟอร์ม ACAMP
ปลดล็อกความยุ่งยากการทำ "บัญชีคาร์บอน" แบบเดิม ๆ ให้กลายเป็นเรื่องง่าย ด้วย "เอแคมป์" (ACAMP) แพลตฟอร์มบริหารจัดการบัญชีคาร์บอนแบบอัตโนมัติ พัฒนาโดยนักวิจัยเนคเทค สวทช. ที่ออกแบบให้ทำงานร่วมกับอุปกรณ์ IoT ช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมเห็นภาพรวมปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรได้แบบเรียลไทม์ นำไปสู่การวางแผนลดการปลดปล่อยก๊าซได้อย่างตรงจุด เพื่อมุ่งสู่ง Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม . พบกับ ACAMP พร้อม “รับสิทธิทดลองใช้งานฟรี!” ได้ที่ NAC2026 งานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 21 ระหว่างวันที่ 24 – 28 เมษายน 2569 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี . ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี 👉 www.nstda.or.th/nac
คลิปสั้นทันเหตุการณ์
 
ปราจีนบุรีลุย ‘ESG Living Lab’ ผนึกกำลังองค์กรวิจัย ปั้นเมือง ‘เกษตรปลอดภัย’ ชูนวัตกรรม สวทช. ปูพรมสมาร์ทฟาร์ม-ชีวภัณฑ์ ยกระดับคุณภาพชีวิตยั่งยืน
(วันที่ 31 มีนาคม 2569): ณ ห้องประชุมเฟื่องฟ้า อาคาร 6 ชั้น 5 มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (ศูนย์การศึกษานครนายก): มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อสร้างความร่วมมือในการขับเคลื่อนงานของศูนย์การเรียนรู้เกษตรปลอดภัย และสุขภาวะ จังหวัดปราจีนบุรีเพื่อขับเคลื่อน โดยเป็นการผนึกกำลังระหว่าง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ร่วมกับหน่วยงานวิจัยและเทคโนโลยีระดับประเทศ ได้แก่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.), สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA และจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อมุ่งเป้าสู่การเป็นเมืองต้นแบบเกษตรปลอดภัยภายใต้แนวคิด ESG หรือแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นความยั่งยืนโดยคำนึงถึง 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ สิ่งแวดล้อม (Environmental), สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) เพื่อพิจารณาความเสี่ยงและจริยธรรมของธุรกิจนอกเหนือจากผลกำไร เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ รองผู้อำนวยการ สวทช. เปิดเผยว่า สวทช. โดยสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) พร้อมนำผลงานวิจัยที่พิสูจน์แล้วว่าใช้งานได้จริงเข้าสู่พื้นที่ โดยเน้นไปที่ “นวัตกรรมเกษตรปลอดภัยและคุณภาพสูง” และ “การผลิตและการใช้ชีวภัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพ” เพื่อลดการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิต โดยจะนำ “โรงเรือนต้นทุนต่ำ” มาใช้กับกลุ่มผู้ปลูกสมุนไพรในปราจีนบุรี ซึ่งช่วยควบคุมอุณหภูมิและความชื้นให้เหมาะสมกับการเติบโต ทำให้ได้สารสำคัญ (Active Ingredient) ในสมุนไพรสูงกว่าการปลูกทั่วไปถึง 20-30% และเมื่อใช้ร่วมกับ “สารชีวภัณฑ์” จาก สวทช. จะช่วยทำให้ผลผลิตไร้สารตกค้าง 100% สามารถส่งเข้าโรงงานแปรรูปเพื่อผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมูลค่าสูงได้ทันที “การลงนามครั้งนี้เป็นการสร้างระบบนิเวศใหม่ให้กับเกษตรกรไทยโดยมี “เทคโนโลยี” เป็นเครื่องมือแผนงานปี 2569 เราจะใช้ศูนย์การเรียนรู้ฯ ปราจีนบุรี เป็นพื้นที่ต้นแบบติดตั้ง โรงเรือนปลูกพืชอัจฉริยะ และพัฒนาหลักสูตรแปรรูปเพิ่มมูลค่า โดยทำงานแบบ ‘ร่วมคิด ร่วมทำ’ กับ มสด. เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงนวัตกรรมได้ง่ายที่สุด นำไปสู่รายได้ที่มั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด” ดร.สมบุญ กล่าว ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิทักษ์ จันทร์เจริญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า มสด. มุ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่ผ่านแนวคิด ESG Living Lab โดยใช้ศูนย์การเรียนรู้ฯ เป็นฐานในการถ่ายทอดองค์ความรู้ ตั้งแต่การคัดเลือกทรัพยากรท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นสารชีวภัณฑ์ ไปจนถึงการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาลและความยั่งยืน โดยมีการคำนวณผลตอบแทนทางสังคม (SROI) เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการสร้างประโยชน์ให้ชุมชนได้จริง นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี กล่าวถึงยุทธศาสตร์จังหวัดว่า ปราจีนบุรีมีศักยภาพด้านการเกษตรสูง การร่วมมือครั้งนี้จะเปลี่ยนจากเกษตรแบบดั้งเดิมสู่เกษตรมูลค่าสูงที่เน้นความปลอดภัยทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค โดยจังหวัดพร้อมสนับสนุนกลไกเชิงพื้นที่เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายเกษตรกรและชุมชนให้เกิดการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมอย่างทั่วถึง เพื่อให้ปราจีนบุรีเป็นครัวที่ปลอดภัยและเป็นเมืองแห่งสุขภาวะอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ดร.รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์และจัดการนวัตกรรม สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ได้กล่าวเสริมถึงบทบาทในการสนับสนุนการทดสอบมาตรฐานและการรับรองคุณภาพสินค้าเกษตรเพื่อให้เข้าสู่ตลาดพรีเมียมได้ ขณะที่ น.ส.ปราณปริยา วงค์ษา ผู้อำนวยการสำนักบริการองค์ความรู้ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ระบุว่าจะนำเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมและภูมิสารสนเทศมาใช้ในการติดตามสภาพพื้นที่เกษตร การบริหารจัดการน้ำ และการพยากรณ์ผลผลิต เพื่อให้เกษตรกรสามารถวางแผนการเพาะปลูกได้อย่างแม่นยำท่ามกลางความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์