ผลการค้นหา :
รู้จักวัคซีนโควิด-19 ทั้ง 6 ยี่ห้อ ที่ WHO ขึ้นทะเบียนรับรอง
รู้จักวัคซีนโควิด-19 ทั้ง 6 ยี่ห้อ ที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ขึ้นทะเบียนรับรองสำหรับใช้งานในกรณีฉุกเฉิน
ความรู้สู้ covid-19
พัฒนาโปรตีนถั่วเขียวสู่เครื่องดื่มโปรตีนสูงเสริมแคลเซียม “M-Pro Jelly Drink”
For English-version news, please visit : M-Pro Jelly Drink: Plant-based protein drink
นักวิจัยเอ็มเทคพัฒนาเครื่องดื่มโปรตีนสูงจากโปรตีนถั่วเขียว รับเทรนด์การบริโภคยุคใหม่ เน้นใส่ใจสุขภาพควบคู่รักษาสิ่งแวดล้อม ทั้งมุ่งใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบที่มีในประเทศ ใช้เทคโนโลยีเพิ่มมูลค่าให้ของเหลือจากอุตสาหกรรม ตอบโจทย์แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจบีซีจี
[caption id="attachment_20532" align="aligncenter" width="1000"] M-Pro Jelly Drink[/caption]
เครื่องดื่มโปรตีนสูงจากถั่วเขียวที่ว่านี้มีชื่อว่า M-Pro Jelly Drink เป็นเครื่องดื่มชนิดเจลที่มีโปรตีนสูงและมีการเสริมแคลเซียมเข้าไปด้วย วิจัยและพัฒนาโดย ดร.ศิริกาญจน์ วิเศษสุวรรณภูมิ นักวิจัยทีมวิจัยวัสดุศาสตร์อาหาร ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
[caption id="attachment_20533" align="aligncenter" width="1000"] ดร.ศิริกาญจน์ วิเศษสุวรรณภูมิ นักวิจัยทีมวิจัยวัสดุศาสตร์อาหาร เอ็มเทค สวทช.[/caption]
ดร.ศิริกาญจน์ กล่าวว่า ถั่วเขียวเป็นพืชที่มีโปรตีนสูงและปลูกมากในประเทศไทย ขณะที่ในอุตสาหกรรมวุ้นเส้นมีผลพลอยได้เป็นกากถั่วเขียวหรือโปรตีนถั่วเขียวเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่มักจะนำไปใช้เป็นอาหารสัตว์โดยไม่ได้ทำให้มีมูลค่าเพิ่มแต่อย่างใด จึงคิดว่าหากสามารถนำโปรตีนถั่วเขียวมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น เครื่องดื่มโปรตีนสูง ก็จะเป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่กากถั่วเขียวที่เหลือจากการผลิตวุ้นเส้นได้
“ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มโปรตีนทั่วไปที่เรารู้จัก เช่น เวย์โปรตีน นม เป็นโปรตีนที่มาจากสัตว์ แต่เทรนด์การบริโภคสมัยใหม่ต้องการความยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ผู้บริโภคจึงหันมาสนใจโปรตีนจากพืชซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกมากขึ้น แต่เครื่องดื่มโปรตีนทางเลือกส่วนใหญ่มีปริมาณโปรตีนค่อนข้างต่ำ ซึ่งการพัฒนาโปรตีนจากพืชให้มีคุณภาพหรือมีคุณค่าทางโภชนาการใกล้เคียงกับโปรตีนจากสัตว์ที่มีแคลเซียมสูง การใช้โนว์ฮาวแบบเก่าไม่สามารถทำได้ เราจึงต้องมีการปรับกรรมวิธีในการผลิต และมีการเพิ่มสารปรับเนื้อสัมผัสเข้าไปเพื่อช่วยคงสภาพของโปรตีนไม่ให้เกิดการตกตะกอนหรือเกิดการแยกชั้น ทำให้เครื่องดื่มมีลักษณะที่น่ารับประทาน และมีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสม”
[caption id="attachment_20535" align="aligncenter" width="1000"] M-Pro Jelly Drink[/caption]
นักวิจัยได้นำโปรตีนถั่วเขียวมาผ่านกระบวนการผลิตเพื่อเหนี่ยวนำให้เกิดโครงสร้างโปรตีนตามต้องการ ร่วมกับการใช้ไฮโดรคอลลอยด์ในอัตราส่วนที่เหมาะสม เพื่อช่วยในการพยุงโครงสร้าง และช่วยในการกระจายตัวของโปรตีนให้คงสภาพได้ดีภายหลังการให้ความร้อนระดับพาสเจอไรซ์ ทำให้ได้เครื่องดื่มโปรตีนสูงชนิดเจลจากโปรตีนพืชที่มีลักษณะปรากฏเป็นเนื้อเดียวกัน และมีเนื้อสัมผัสที่เทียบเคียงได้กับผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชนิดเจลทางการค้าที่ไม่มีโปรตีนหรือมีโปรตีนในปริมาณที่ต่ำกว่า โดยผลิตภัณฑ์มีอายุการเก็บรักษานาน 2 สัปดาห์ในตู้เย็น และกำลังอยู่ระหว่างพัฒนาให้สามารถเก็บไว้ได้นานขึ้นโดยไม่ต้องแช่เย็น
ทั้งนี้ เครื่องดื่ม M-Pro Jelly Drink มีปริมาณโปรตีนสูงมากกว่าร้อยละ 20 ของปริมาณโปรตีนที่แนะนำให้บริโภคต่อวันสำหรับคนไทยอายุ 6 ปีขึ้นไป (Thai RDI) หรือร้อยละ 6 โดยน้ำหนักของผลิตภัณฑ์ และมีการเสริมแคลเซียมกว่าร้อยละ 10 ของปริมาณแคลเซียมที่แนะนำให้บริโภคต่อวันสำหรับคนไทยอายุ 6 ปีขึ้นไป (Thai RDI)
[caption id="attachment_20536" align="aligncenter" width="1000"] M-Pro Jelly Drink[/caption]
“ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม M-Pro Jelly Drink นี้เป็นเครื่องดื่มโปรตีนทางเลือกที่เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไปที่ต้องการเสริมโปรตีนให้แก่ร่างกาย โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่ไม่สามารถดื่มนมวัวได้และผู้ที่แพ้น้ำตาลแลคโตสในนมวัว รวมถึงกลุ่มนักกีฬาและคนที่ออกกำลังกายที่ดื่มเวย์เป็นหลักอยู่แล้ว และอยากจะเปลี่ยนมาดื่มผลิตภัณฑ์รักษ์โลกหรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาจากสัตว์ เครื่องดื่มโปรตีนถั่วเขียวนี้ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง” นักวิจัยให้ข้อมูล
แนวโน้มอาหารในอนาคตจะมาจากพืชมากขึ้น (Plant Based Food) เพราะเป็นแหล่งอาหารที่ยั่งยืนกว่าอาหารที่มาจากสัตว์ ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของผู้บริโภค
ผู้ประกอบการที่สนใจรับถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเครื่องดื่ม M-Pro Jelly Drink หรือสนใจพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารจากโปรตีนพืชในรูปแบบต่างๆ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่เอ็มเทค สวทช.
เรียบเรียงโดย นางสาววีณา ยศวังใจ ฝ่ายสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์
ภาพถ่ายโดย นายชัชวาลย์ โบสุวรรณ ฝ่ายประชาสัมพันธ์
กราฟิกโดย นางสาวภัทรา สัปปินันทน์ ฝ่ายสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์
ข่าว
บทความ
ผลงานวิจัยเด่น
ฉันฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ได้หรือไม่?
การฉีดวัคซีนช่วยลดเสี่ยงติดเชื้อ ลดการเจ็บป่วยรุนแรง และลดการเสียชีวิต
แต่แม้จะฉีดวัคซีนแล้ว ยังมีโอกาสติดเชื้อได้ ต้องยึดหลัก 3 มาตรการสำคัญ คือ สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือสม่ำเสมอด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ และเว้นระยะห่างจากสังคม
ความรู้สู้ covid-19
ลองเข้ามาดูวัคซีนโควิด-19 กัน หมอพร้อมเขาจัดให้ 2 ยี่ห้อไม่ต้องรอนาน
การฉีดวัคซีนช่วยลดเสี่ยงติดเชื้อ ลดการเจ็บป่วยรุนแรง และลดการเสียชีวิต
แต่แม้จะฉีดวัคซีนแล้ว ยังมีโอกาสติดเชื้อได้ ต้องยึดหลัก 3 มาตรการสำคัญ คือ สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือสม่ำเสมอด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ และเว้นระยะห่างจากสังคม
ความรู้สู้ covid-19
7 ข้อควรรู้ในการฉีดวัคซีนโควิด-19
เตรียมความพร้อมก่อนไปฉีดวัคซีนกันนะคะ
ความรู้สู้ covid-19
การฉีดวัคซีนโรคโควิด-19 ช่วยลดเสี่ยงติดเชื้อ ลดการเจ็บป่วยรุนแรง และลดการเสียชีวิต
แต่แม้จะฉีดวัคซีนโรคโควิด-19 แล้ว ยังมีโอกาสติดเชื้อได้ ต้องยึดหลัก 3 มาตรการสำคัญ คือ สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือสม่ำเสมอด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ และเว้นระยะห่างจากสังคม
ความรู้สู้ covid-19
การที่มือสัมผัสพื้นผิววัสดุต่างๆ จะมีไวรัสติดอยู่แค่ไหน
ผลจะเป็นอย่างไร? เมื่อนักวิจัยชาวฮ่องกงและอเมริกันร่วมกันพิสูจน์ว่า หากมือเราไปสัมผัสบนพื้นผิววัสดุต่างๆ ที่มีละอองฝอยของไวรัสเกาะอยู่ นิ้วมือที่สัมผัสจะมีไวรัสติดอยู่มากน้อยแค่ไหน
แต่ตอนนี้ไม่ว่าจะจับวัสดุแบบไหน อย่าลืมล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันโควิด-19 กันนะคะ
ความรู้สู้ covid-19
ยาและวิธีการรักษาโรคโควิด-19 แต่ละชนิดมีผลการศึกษาอย่างไรบ้าง
ปัจจุบันแพทย์ใช้ยาและวิธีการรักษาโรคโควิด-19 หลายรูปแบบ
บางอย่างก็รู้แน่ว่าได้ผลดี บางอย่างก็ยังไม่รู้แน่เรื่องประสิทธิภาพ บางอย่างก็ทดลองกันอยู่ และมีอีกหลายวิธีที่รู้แน่ว่าใช้ไม่ได้....ยาแต่ละชนิดมีผลการศึกษาอย่างไรบ้าง ไปดูกันค่ะ
ความรู้สู้ covid-19
CDC แนะ 4 ข้อควรรู้! ในการสวมใส่หน้ากากป้องกันโควิด-19
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา เผยผลการศึกษาการใช้หน้ากากอนามัยและหน้ากากผ้าที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพในการป้องกันและลดการแพร่กระจายเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 ได้มากที่สุด ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น ติดตามกันเลย!
ความรู้สู้ covid-19
สวทช. สนับสนุนพื้นที่จัดตั้งโรงพยาบาลสนาม และนวัตกรรมรับมือ COVID-19
Download เอกสารข้อมูล
นวัตกรรมรับมือ COVID-19
ข้อมูลเพิ่มเติม Safie Plus
ข้อมูลเพิ่มเติม AMED Telehealth
ข้อมูลเพิ่มเติม PETE เปลปกป้อง
ข้อมูลเพิ่มเติม MagikTuch ลิฟต์ไร้สัมผัส
ข้อมูลเพิ่มเติม Germ Saber
ข้อมูลเพิ่มเติม ผลิตภัณฑ์ Benzion
ข้อมูลเพิ่มเติม BodiiRay S และ BodiiRay R
ข้อมูลเพิ่มเติม แอปพลิเคชัน DDC-Care
ผลงาน/นวัตกรรมรับมือโควิด-19
ผลงานวิจัยเด่น
PETE เปลปกป้อง – เปลความดันลบเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
PETE (พีท) เปลปกป้อง : เปลความดันลบ ที่เป็นตัวช่วยเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโควิด ตั้งแต่จุดเคลื่อนย้ายไปจนถึงนำเข้าเครื่องเอกซเรย์และซีที สแกน ได้ทันที เพื่อประเมินความเสียหายปอดของผู้ติดเชื้อโควิด โดยไม่ต้องนำผู้ป่วยออกจากเปล ช่วยลดการแพร่เชื้อแบบเบ็ดเสร็จ
เปลปกป้อง PETE ใช้งานได้สะดวก สามารถพับเก็บ หิ้ว ลาก หรือสะพายหลังได้ ประหยัดพื้นที่ เหมาะกับการใช้งานบนรถพยาบาลร่วมกับเตียงพยาบาล มีความแข็งแรงรองรับน้ำหนักผู้ป่วยได้กว่า 250 กิโลกรัม
ส่งมอบ PETE (พีท) เปลปกป้องไปยังหน่วยผู้ใช้
กำหนดการส่งมอบพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน 64 ให้แก่ 5 หน่วยงาน
หน่วยงานละ 1 ชุด ได้แก่
1. คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
2. โรงพยาบาลสนามเอราวัณ 2 ของโรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ กทม.
3. มูลนิธิรวมน้ำใจ
4. โรงพยาบาลวิภาวดี กทม.
5. โรงพยาบาลเซนต์เมรี่ จังหวัดนครราชสีมา
ผู้พัฒนา
ดร.ศราวุธ เลิศพลังสันติ
หัวหน้าทีมวิจัย การออกแบบและแก้ปัญหาอุตสาหกรรม
Download เอกสารประกอบ
ข้อมูลเพิ่มเติม
ผลงาน/นวัตกรรมรับมือโควิด-19
ผลงานวิจัยเด่น
BodiiRay S และ BodiiRay R
บอดีเรย์ เอส คือเครื่องเอกซเรย์ดิจิทัลสำหรับถ่ายทรวงอก (Digital Chest Radiography) ที่วิจัยและพัฒนาโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้ชื่อ บอดีเรย์ เอส เหมาะสำหรับเอกซเรย์อวัยวะภายในแบบสองมิติเพื่อใช้ในการคัดกรองและวินิจฉัยโรคในเบื้องต้นเน้นบริเวณปอดประกอบด้วย แหล่งกำเนิดเอกซเรย์ ฉากรับรังสีแบบดิจิทัล ซอฟต์แวร์บริหารจัดการและจัดเก็บภาพถ่ายเอกซเรย์ ซอฟต์แวร์สำหรับตั้งค่าและควบคุมการฉายเอกซเรย์ และซอฟต์แวร์ประมวลผลและแสดงภาพเอกซเรย์แบบดิจิทัล (RadiiView Software) โดยสามารถเชื่อมต่อกับระบบจัดเก็บสื่อสารข้อมูลภาพทางการแพทย์ (PACS) ได้
จุดเด่นของ BodiiRay S
ระบบจัดท่าผู้ป่วยแบบขึ้นลงพร้อมกันทั้งเอกซเรย์และฉากรับรังสี
สามารถแสดงผลภาพเอกซเรย์ได้ทันที
ซอฟต์แวร์ใช้งานง่าย และสามารถปรับได้ตามความต้องการของผู้ใช้
ปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยได้รับน้อยกว่าเครื่องเอกซเรย์แบบฟิล์ม
สามารถเชื่อมต่อกับระบบจัดเก็บและสื่อสำรข้อมูลภาพทางการแพทย์ (PACS)
บอดีเรย์ อาร์ คือชุดแปลงเอกซเรย์ให้เป็นดิจิทัล (Digital Radiography Retrofit) ที่วิจัยและพัฒนาโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้ชื่อบอดีเรย์ อาร์ ซึ่งเป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อปรับปรุงระบบเอกซเรย์แบบเก่าให้เป็นระบบเอกซเรย์ดิจิทัล โดยจะอัปเกรดเฉพาะส่วนรับรังสีและสร้างภาพให้เป็นระบบดิจิทัล แต่ยังคงใช้ประโยชน์จากส่วนฉายรังสีเอกซ์จากเครื่องเดิม ประกอบไปด้วย ฉากรับรังสีดิจิทัลแบบไร้สาย เครื่องคอมพิวเตอร์ และจอแสดงผลภาพ ส่วนซอฟต์แวร์สามารถบริหารจัดการข้อมูลผู้ป่วยและจัดเก็บภาพถ่ายเอกซเรย์ บันทึกการตั้งค่าการฉายรังสี ประมวลผลภาพและแสดงภาพเอกซเรย์แบบดิจิทัล (BodiiView Software) โดยสามารถเชื่อมต่อกับระบบจัดเก็บสื่อสารข้อมูลภาพทางการแพทย์ (PACS) ได้
จุดเด่นของ BodiiRay R
สำหรับอัพเกรดระบบเอกซเรย์รุ่นเก่าให้เป็นเอกซเรย์ดิจิทัล
ปรับเปลี่ยนระบบให้เข้ากับการใช้งานของโรงพยาบาล
ซอฟต์แวร์ใช้งานง่าย รองรับการใช้งานที่หลากหลายและสามารถปรับได้ตามความต้องการของผู้ใช้
แสดงผลภาพเอกซเรย์ได้ทันที
ปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยได้รับน้อยกว่าเครื่องเอกซเรย์แบบฟิล์ม
สามารถเชื่อมต่อกับระบบจัดเก็บสื่อสารข้อมูลภาพทางการแพทย์ (PACS)
สรุปการติดตั้งและใช้งาน
เครื่อง BodiRay S
รพ. รามาธิบดี, กรุงเทพ
รพ. สนาม วัฒนาแฟคตอรี่โดย รพ.บ้านแพ้ว (องค์การมหาชน), สมุทรสาคร
รพ. สนาม ท่าทราย โดย รพ.สมุทรสาคร
รพ. สนาม วิทวอเตอร์ โดย รพ.บ้านแพ้ว (องค์การมหาชน), สมุทรสาคร
รพ. สมุทรสาคร
รพ. แม่สอด, ตาก
รพ. สนาม มหาวิทยาลัย การกีฬาแห่งชาติ โดย รพ. ชลบุรี
รพ. สนาม รพ.จิตเวชสงขลาราชนครินทร์ โดย รพ. สงขลา
รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์
เครื่อง BodiiRay R
รพ.บ้านแพ้ว (องค์การมหาชน), สมุทรสาคร
รพ. สนาม วัดช่องลม โดย รพ.บ้านแพ้ว (องค์การมหาชน), สมุทรสาคร
ผู้พัฒนา
ดร.อุดมชัย เตชะวิภู
ทีมวิจัยระบบสร้างภาพทางการแพทย์ (MIS)
ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์ (A-MED)
Download เอกสารประกอบ
ข้อมูลเพิ่มเติม BodiRay S
ข้อมูลเพิ่มเติม BodiRay R
ผลงาน/นวัตกรรมรับมือโควิด-19
ผลงานวิจัยเด่น


