ผลการค้นหา :
จดหมายข่าว สวทช. ปีที่ 5 ฉ.10 – สวทช. ชู นวัตกรรมสู่ความยั่งยืน
สวทช. ชู นวัตกรรมสู่ความยั่งยืน
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)ประกาศเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตควบคู่กับการพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ในปี 2563 ซึ่งสอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจใหม่ ‘BCG Economy Model’ ที่รัฐบาลมุ่งเสริมผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดย ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า ในปี 2563 ได้ตั้งเป้าพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ตามโมเดลเศรษฐกิจใหม่ ‘BCG Economy Model’ ซึ่งเป็นการพัฒนา 3 เศรษฐกิจ คือเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ไปพร้อมๆ กัน โดยมีความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และสอดรับกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นหลักสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยมุ่งเป้าดำเนินการครอบคลุม 4 อุตสาหกรรมหลักของไทย ได้แก่ ด้านการเกษตรและอาหาร, พลังงาน วัสดุและเคมีชีวภาพ, สุขภาพและการแพทย์ และการท่องเที่ยวบริการและเศรษฐกิจสร้างสรรค์
ปัจจุบันมีผลงานวิจัยและเทคโนโลยีหลายชิ้นที่นำมาสู่การใช้งานใน 4 อุตสาหกรรม เพื่อช่วยเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ สร้างความสามารถในการพึ่งพาตนเอง ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และปลดปล่อยของเสียสู่สภาพแวดล้อมให้น้อยที่สุด
1. เลี้ยงปลาระบบน้ำหมุนเวียน
ดร.สมวงษ์ ตระกูลรุ่ง ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) กล่าวว่า ไบโอเทคได้พัฒนา ‘ถังเลี้ยงปลานิลความหนาแน่นสูงระบบน้ำหมุนเวียน’ เป็นเทคโนโลยีการเลี้ยงสัตว์น้ำที่ใช้พื้นที่น้อย ประหยัดพลังงาน ด้วยการออกแบบให้น้ำไหลตามแรงโน้มถ่วง จุดเด่นคือมีระบบหมุนเวียนที่ดึงน้ำจากถังมาทำการบำบัดแอมโมเนีย เพื่อนำน้ำกลับไปใช้เลี้ยงปลาในถัง ทำให้ไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำตลอดการเลี้ยง ช่วยลดปริมาณการใช้น้ำต่อวันมากกว่า 95% และเมื่อมีตะกอนขี้ปลา ปลาตายหรือปลาป่วยในถัง จะถูกดึงออกจากถังโดยอัตโนมัติผ่านทางท่อลำเลียงไปยังถังแยกปลาตาย ทำให้ผู้เลี้ยงติดตามจำนวนปลาที่ตาย และแยกปลาป่วยออกไปตรวจโรคเพื่อวางแผนการรักษาได้อย่างทันท่วงที ลดปัญหาการเกิดโรคสัตว์น้ำ ลดการใช้ยาปฏิชีวนะ
“ที่สำคัญเทคโนโลยีนี้เลี้ยงปลาได้ในปริมาณมาก โดยรองรับปลานิลได้ที่ความหนาแน่นมากกว่า 30 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่บ่อดินรองรับได้เพียง 1 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งผลการทดลองเลี้ยงจริง พบว่าปลานิลมีอัตราการรอดสูงมากกว่า 90% อีกทั้งเนื้อปลามีรสสัมผัสดี ไม่มีปัญหากลิ่นโคลน นอกจากนี้ไนโตรเจนที่เกิดจากการเลี้ยงปลายังนำไปพัฒนาเป็นปุ๋ยได้อีกด้วย”
2. ‘ถุงพลาสติกสลายตัวได้’ ใส่เศษอาหาร
‘ขยะพลาสติก’ เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่รุนแรงและมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ผ่านมามีการผลิตพลาสติกเพื่อใช้งานบนโลกนี้แล้วกว่า 8,800 ล้านตัน ซึ่งกว่าร้อยละ 40 เป็นขยะพลาสติกแบบใช้งานเพียงครั้งเดียวทิ้ง ดร.จุลเทพ ขจรไชยกูล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) กล่าวว่า ขณะนี้เอ็มเทคได้ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรพัฒนา ‘ถุงพลาสติกสลายตัวได้’ สำเร็จ และเป็นการขยายการผลิตจากห้องปฏิบัติการสู่ระดับอุตสาหกรรมได้เป็นครั้งแรกของประเทศไทย โดยมีการใช้ ‘มันสำปะหลัง’ พืชเศรษฐกิจสำคัญเป็นวัตถุดิบมากถึง 40%
“ถุงพลาสติกสลายตัวได้ ผลิตขึ้นจากการคิดค้นพัฒนา ‘เม็ดพลาสติกคอมพาวด์’ ที่มีส่วนประกอบของมันสำปะหลัง และเม็ดพลาสติกชีวภาพอีก 2 ชนิด คือ PBAT และ PLA สามารถนำไปเป่าขึ้นรูปเป็นถุงพลาสติกสลายตัวได้ด้วยเครื่องจักรพื้นฐานที่มีการใช้งานภายในประเทศ โดยจากการทดสอบในห้องปฏิบัติการพบว่าหากนำไปฝังในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิและความชื้นเหมาะสม ถุงพลาสติกชนิดนี้สามารถย่อยสลายโดยจุลินทรีย์ได้หมดภายในเวลา 3 – 4 เดือน ซึ่งถุงพลาสติกสลายตัวได้ชิ้นนี้เป็นผลงานวิจัยที่ตอบโจทย์ BCG Economy Model อย่างชัดเจน ทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อย่อยสลายยังกลายเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ น้ำ และชีวมวลที่พืชสามารถนำไปใช้ในการเจริญเติบโตได้ ที่สำคัญยังเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับมันสำปะหลัง พืชเศรษฐกิจไทย ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้มากขึ้น”
นอกจากการพัฒนาถุงพลาสติกสลายตัวได้แล้ว เอ็มเทค ยังมี ‘ห้องปฏิบัติการทดสอบการย่อยสลายได้ทางชีวภาพของวัสดุ’ เป็น 1 ใน 2 ห้องปฏิบัติการทั่วโลก ที่มีศักยภาพในการทดสอบพลาสติกชีวภาพที่มีคุณสมบัติสอดคล้องตามมาตรฐานสากล ซึ่งจะช่วยสร้างจุดแข็ง เพิ่มความสามารถการพัฒนาผลิตภัณฑ์ย่อยสลายได้ของประเทศไทยและรองรับผู้พัฒนาจากทั่วโลก
3. ‘เข็มจิ๋วไมโคร-นาโน’ นวัตกรรมเพื่อการแพทย์
เทคโนโลยีในการนำส่งยาไปยังอวัยวะเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในปี 2563 นาโนเทค สวทช. เตรียมพุ่งเป้าพัฒนาเข็มจิ๋วสู่นาโนโรบอท
ดร.วรรณี ฉินศิริกุล ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) กล่าวว่า นาโนเทค กำลังเดินหน้าพัฒนาเข็มระดับไมโคร/นาโน เพื่อตอบโจทย์การแพทย์แม่นยำ และมีการประยุกต์สู่ ‘อุปกรณ์ตรวจติดตามกลูโคสขนาดมือถือด้วยเซ็นเซอร์เข็มระดับไมโคร/นาโน’ โดยลักษณะของเข็มจะมีขนาดเล็กมากจนสามารถแทรกผ่านผิวหนังชั้นบนสุดของหนังกำพร้า หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับเส้นประสาทและหลอดเลือดที่อยู่ลึกลงไป และโครงสร้างนาโนที่อยู่บนผิวเข็มขนาดไมโครเมตรจะทำหน้าที่ดูดซับโมเลกุลน้ำตาลในของเหลวที่ถ่ายเทระหว่างเซลล์เนื้อเยื่อ จึงทำให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกเจ็บ ไม่เกิดบาดแผลและไม่สูญเสียเลือด โดยวางแผนทดสอบทางคลินิกในปีหน้า ปูทางการแพทย์แห่งอนาคต
4. ‘AI FOR THAI’ แพลตฟอร์มเอไอสัญชาติไทย
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีส่วนสำคัญและจำเป็นอย่างมากต่อการดำเนินงานของหลายภาคส่วน และเป็นเทคโนโลยีที่จะเข้ามาพลิกโฉมหน้าเศรษฐกิจโลกในอนาคต
ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) กล่าวว่า เนคเทค สวทช. ได้พัฒนา ‘AI FOR THAI: Thai AI Service Platform’ หรือ ‘แพลตฟอร์มเอไอสัญชาติไทย’ เพื่อให้คนไทยได้เข้าถึงเทคโนโลยี AI ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของอุตสาหกรรมและบริการ ยกระดับประสิทธิภาพของภาคเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ
“AI FOR THAI เป็นเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และ Machine Learning ที่เน้นตอบโจทย์ผู้ใช้งานทั้งในภาคอุตสาหกรรมและการบริการต่างๆ เช่น ภาคธุรกิจกลุ่มค้าปลีก สามารถใช้ Chatbot โต้ตอบเพื่อตอบคำถาม ให้บริการแก่ลูกค้าแทนพนักงาน กลุ่มโลจิสติกส์ใช้ระบบรู้จำใบหน้าตรวจจับใบหน้าของพนักงานขับรถว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุหรือไม่ ด้านการแพทย์ก็เริ่มใช้ AI วิเคราะห์แนวโน้มความเสี่ยงของโรคส่วนบุคคล หรือการอ่านฟิล์ม X-rays แทนมนุษย์ ขณะที่การท่องเที่ยว สามารถใช้ AI แปลภาษาและวิเคราะห์รูปอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวจากภาพถ่าย เป็นต้น
เนคเทค ยังมีการวิจัยพัฒนานำเทคโนโลยี IT ใช้ในภาคส่วนต่างๆ เช่น แพลตฟอร์มเพื่อการเกษตรแม่นยำ อาทิ การติดตั้งเซ็นเซอร์ อุปกรณ์ และ AI ในแปลงเพาะปลูก เพื่อติดตามตรวจวัดค่าต่างๆ เช่น อุณหภูมิ ความชื้น เพื่อนำมาวิเคราะห์และสร้างระบบอัตโนมัติควบคุมการเพาะปลูก เช่น การรดน้ำตามความชื้นดิน การเปิดและปิดอุปกรณ์ระบายอากาศตามอุณหภูมิและความชื้นของโรงเรือน โดยที่ผ่านมาได้ติดตั้งแพลตฟอร์มเพื่อการเกษตรแม่นยำให้กับเกษตรกรต้นแบบในทุกอำเภอ ของจังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 34 แปลง พบว่าเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น 20%”
ทั้งหมดนี้เป็นผลงานเพียงบางส่วนของการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่ สวทช. ขยายผลไปสู่การใช้ประโยชน์ได้จริงของประชาชนในทุกภาคส่วน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในภาคอุตสาหกรรม ลดความเหลื่อมล้ำ นำพาประเทศก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลาง ควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมของประเทศให้กลับมาสมบูรณ์อย่างยั่งยืน
เรียบเรียงโดย วัชราภรณ์ สนทนา ฝ่ายสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์
จดหมายข่าว สวทช. ย่อย
บทความ
จดหมายข่าว สวทช. ปีที่ 5 ฉ.10 – สวทช. อว. จับมือ มจพ. พัฒนาบัณฑิตคุณภาพสูงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับปริญญาโท เอก
สวทช. อว. จับมือ มจพ. พัฒนาบัณฑิตคุณภาพสูง ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับปริญญาโท เอก 9 มกราคม 2563 ณ ห้องประชุมราชพฤกษ์ อาคารนวมินทรราชินี ชั้น 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ วิจัย พัฒนา การสร้างนวัตกรรมและการพัฒนาบัณฑิตวิจัยคุณภาพสูง โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ เซี่ยงฉิน อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และ ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมลงนาม เพื่อมุ่งเน้นการทำงานวิจัย พัฒนา สร้างนวัตกรรม และการผลิตบัณฑิตวิจัยคุณภาพสูง ร่วมกับ สวทช. เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันโดยรวมของประเทศดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า สวทช. และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มีความร่วมมือกันในด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรม ผ่านโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือ ITAP ของ สวทช. จำนวน 333 โครงการ มีโครงการร่วมวิจัยระหว่าง มจพ. และ สวทช. จำนวน 11 โครงการ (ตั้งแต่ปี 2557 - 2565) และโครงการวิจัยและพัฒนา ที่ สวทช. ให้ทุนสนับสนุน มจพ. จำนวน 6 โครงการ (ตั้งแต่ปี 2558 - 2566) และโครงการรับจ้างวิจัย 1 โครงการ (ตั้งแต่ปี 2558 - 2560) นอกจากนี้ ด้านการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สวทช. ได้สนับสนุนทุนการศึกษาให้กับนักศึกษา มจพ. ในระดับปริญญาตรี โท และเอก ที่มีการทำงานวิจัยร่วมกับนักวิจัย สวทช. หรือภาคอุตสาหกรรม รวม 90 ทุน ในห้วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.nstda.or.th/th/news/12956-20191225
จดหมายข่าว สวทช. ย่อย
จดหมายข่าว สวทช. ปีที่ 5 ฉ.10 – 10 กระทรวง MOU ครั้งประวัติศาสตร์ คิกออฟฐานข้อมูลเกษตรแห่งชาติ สร้างมิติใหม่ Big Data ด้านเกษตร
10 กระทรวง MOU ครั้งประวัติศาสตร์ คิกออฟฐานข้อมูลเกษตรแห่งชาติ สร้างมิติใหม่ Big Data ด้านเกษตร 12 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา ณ ห้อง Auditorium อาคารศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี : อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (Thailand Science Park) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดกิจกรรม “Innovation Network Center” แก่ผู้ประกอบการ SME และผู้เช่าพื้นที่ในอุทยานวิทยาศาสตร์กว่า 200 คน เพื่อให้เป็นเวทีเครือข่ายแลกเปลี่ยนความรู้ในเรื่องการพัฒนานวัตกรรมระหว่างกัน โดยมีนางสุวิภา วรรณสาธพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวเปิดงานและให้การต้อนรับ ไฮไลท์ในงาน Innovation Network Center ได้แก่ การเสวนาในหัวข้อเรื่อง “โอกาสและความท้าทายสินค้านวัตกรรมไทย” โดยมีผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย คุณประพันธ์ วิไลเลิศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเด็นทอล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ดร.นพดล โปธิตา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชียงใหม่ เอ็นไวรอนเม้นท์โปรเทค จำกัด คุณธนัฐณ์ มีศรี Sales & Marketing Director บริษัท คีนน์ จำกัด และคุณสุดารัตน์ พุกบุญมี นักวิเคราะห์อาวุโส งานส่งเสริมนวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์ ฝ่ายบริการทางการเงินเพื่อนวัตกรรม สวทช. เพื่อให้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลจากผู้ประกอบการสินค้านวัตกรรมโดยคนไทยที่มีคุณภาพผ่านมาตรฐาน ทั้งในมิติของโอกาสทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ และมิติของความท้าทายอุปสรรคที่ผู้ประกอบการยังต้องฝ่าฟัน เพื่อให้สินค้านวัตกรรมไทยได้มีพื้นที่ในตลาดทั้งในไทยและต่างประเทศ เป็นการสร้างเศรษฐกิจให้ประเทศ ลดการนำเข้าเทคโนโลยี สร้างงาน และสร้างความเข้มแข็งให้ประเทศ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.nstda.or.th/th/news/12956-20191225
จดหมายข่าว สวทช. ย่อย
จดหมายข่าว สวทช. ปีที่ 5 ฉ.10 – ถึงเวลา “TIME” เสริมกำลังนโยบาย Thailand Plus Package ของรัฐบาล รูปแบบการสร้างกำลังคนแนวใหม่ ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม รองรับการลงทุนจากต่างประเทศ
ถึงเวลา “TIME” เสริมกำลังนโยบาย Thailand Plus Package ของรัฐบาล รูปแบบการสร้างกำลังคนแนวใหม่ ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม รองรับการลงทุนจากต่างประเทศ ณ ห้องจามจุรี บอลรูม โรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส กรุงเทพฯ : สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จัดงานสัมมนา “Thailand Plus Package ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทย” ระดมภาครัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย แลกเปลี่ยนมุมมองของการพัฒนาบุคลากรทักษะสูง และรูปแบบการสร้างกำลังคนแนวใหม่ให้ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม ผศ.ดร.พูลศักดิ์ โกษียาภรณ์ รักษาการผู้ช่วยผู้อำนวยการ สอวช. เปิดเผยว่า ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบกับสภาวะแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ ทั้งการท้าทายของเทคโนโลยีใหม่ๆ ความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงปัญหาผลิตภาพการผลิต ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ส่งผลให้ประเทศไทยมีความจำเป็นที่ต้องเตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วโดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) มาเป็นเครื่องมือในการรับมือที่ในปัจจุบันภาคเอกชนได้มีการนำ วทน. มาช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต มีการยกระดับกระบวนการผลิตไปสู่การใช้เทคโนโลยีที่ช่วยในการผลิตสินค้าตามความต้องการของผู้บริโภครายบุคคลมากยิ่งขึ้น สร้างสินค้าที่เป็นนวัตกรรม และสามารถรองรับการเติบโตของภาคการผลิตและบริการอย่างเพียงพอในเชิงปริมาณและคุณภาพ ในทางเดียวกันภาครัฐเองก็ได้มีการมุ่งเน้นสนับสนุนให้เกิดการวิจัยและพัฒนาในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่เป็นสาขาอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ และสาขาอุตสาหกรรมที่เป็น New Engines of Growth หรือเครื่องยนต์สร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจตัวใหม่ ที่จะสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนให้กับประเทศไทยในศตวรรษที่ 21 ทั้งนี้ การที่ประเทศไทยจะสามารถดำเนินงานไปยังทิศทางดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น จำเป็นต้องใช้บุคลากรที่มีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์ (Science, Technology, Engineering and Mathematics : STEM) เพิ่มมากขึ้นทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.nstda.or.th/th/news/12954-20191219-thailand-plus-package
จดหมายข่าว สวทช. ย่อย
จดหมายข่าว สวทช. ปีที่ 5 ฉ.10 – สวทช. เปิดตัว 3 นักวิจัยแกนนำปี 62 พร้อมงบสนับสนุนรวม 50 ล้านบาท แก่นักวิจัยการแพทย์ จาก มช. และนักวิจัยวิศวกรรมก่อสร้าง จาก มธ. และ มทส.
สวทช. เปิดตัว 3 นักวิจัยแกนนำปี 62 พร้อมงบสนับสนุนรวม 50 ล้านบาท แก่นักวิจัยการแพทย์ จาก มช. และนักวิจัยวิศวกรรมก่อสร้าง จาก มธ. และ มทส. 19 ธันวาคม 62 กรุงเทพฯ - สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ประกาศผู้ได้รับเป็นนักวิจัยแกนนำ ประจำปี 2562 จำนวน 3 ท่าน ได้แก่ ศาสตราจารย์ (เชี่ยวชาญพิเศษ) ดร.นพ.นิพนธ์ ฉัตรทิพากร นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านสรีวิทยาทางไฟฟ้าและพยาธิสรีรวิทยาของหัวใจ ม.เชียงใหม่ ในงานวิจัยเกี่ยวกับการป้องกันผลกระทบจากเคมีบำบัดต่อหัวใจและสมอง ศ.ดร.สมนึก ตั้งเติมสิริกุล ม.ธรรมศาสตร์ นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านคอนกรีตเทคโนโลยี ในงานวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีวัสดุและนวัตกรรมคอนกรีตก่อสร้าง และ ศ.ดร.สุขสันติ์ หอพิบูลสุข ม.เทคโนโลยีสุรนารี นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมถนน ในงานวิจัยที่เกี่ยวกับนวัตกรรมออกแบบถนน เพื่อให้นักวิจัยแกนนำที่มีศักยภาพสูง เกิดการรวมกลุ่มทำวิจัยที่เข้มแข็งในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สร้างสรรค์งานวิจัยใหม่หรือต่อยอดงานวิจัย ที่ส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมและเชื่อมโยงระหว่างภาคความรู้ ภาคการผลิตและบริการ และภาคสังคม พร้อมยกระดับการวิจัยและพัฒนาของประเทศไทย ศ. ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ปรึกษาอาวุโสผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า นักวิจัยมีส่วนสำคัญในการผลิตผลงานวิจัยเพื่อออกมาขับเคลื่อนการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรมของประเทศ นักวิจัยแกนนำ นับเป็นนักวิจัยที่เป็นแกนนำในทุกด้านของการวิจัยและพัฒนา ทั้งแกนนำการวิจัย และแกนนำในการสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ ๆ ซึ่งจะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในประชาคมวิจัยของประเทศ ท่ามกลางความท้าทายที่หลากหลาย ซึ่งคาดหวังให้ผลงานของนักวิจัยแกนนำ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในบริบทที่เกี่ยวข้อง สร้างรากฐานที่เข้มแข็งทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศ รวมถึงกลุ่มผู้ใช้ประโยชน์จะได้มีการส่งเสริมให้เกิดการใช้งานจากเทคโนโลยี งานวิจัย และนวัตกรรมที่จะเกิดขึ้นจากโครงการของนักวิจัยแกนนำ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.nstda.or.th/th/news/12951-20191219-nstda
จดหมายข่าว สวทช. ย่อย
จดหมายข่าว สวทช. ปีที่ 5 ฉ.10 – โตโยต้า จับมือ อว. โดย สวทช. และ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ลดเปลี่ยนโลก เพิ่มนวัตกรรม
โตโยต้า จับมือ อว. โดย สวทช. และ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ลดเปลี่ยนโลก เพิ่มนวัตกรรม 19 ธันวาคม 2562 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ. ปทุมธานี : บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เปิดตัวงาน “โครงการลดเปลี่ยนโลกกับโตโยต้า” บูรณาการความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมผ่านโครงการประกวด 2 ระดับ ได้แก่ “ชุมชนลดเปลี่ยนโลก” และ “นวัตกรรมเยาวชนลดเปลี่ยนโลก โดยมี ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานฯ พร้อมด้วย นายนินนาท ไชยธีรภิญโญ ประธานคณะกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. และ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ร่วมงาน บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ได้ดำเนินกิจกรรม “โตโยต้า ลดเมืองร้อน ด้วยมือเรา” หนึ่งในกิจกรรมภายใต้โครงการโตโยต้าเมืองสีเขียว มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 ด้วยความมุ่งหวังในการสร้างจิตสำนึกให้สังคมไทยได้ตระหนักถึงปัญหาด้านภาวะโลกร้อน พร้อมทั้งหาแนวทางแก้ไข เปิดโอกาสให้โรงเรียน ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจากทั่วประเทศ จัดทำแผนงานส่งเข้าประกวดเพื่อรณรงค์การลดภาวะโลกร้อนภายในชุมชนของตน โดยตลอดระยะเวลา 14 ปี ได้สนับสนุนงบประมาณให้แก่โรงเรียน 299 แห่ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 238 แห่ง และ ชุมชน 162 แห่ง ทั่วประเทศ เกิดเป็นโครงการที่สามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 23,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ในปีนี้ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.nstda.or.th/th/news/12950-20191219
จดหมายข่าว สวทช. ย่อย
จดหมายข่าว สวทช. ปีที่ 5 ฉ.10 – สวทช. จัดงาน Innovation Network Center เพิ่มโอกาสและความท้าทายสินค้านวัตกรรมไทย
สวทช. จัดงาน Innovation Network Center เพิ่มโอกาสและความท้าทายสินค้านวัตกรรมไทย 12 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา ณ ห้อง Auditorium อาคารศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี : อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (Thailand Science Park) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดกิจกรรม “Innovation Network Center” แก่ผู้ประกอบการ SME และผู้เช่าพื้นที่ในอุทยานวิทยาศาสตร์กว่า 200 คน เพื่อให้เป็นเวทีเครือข่ายแลกเปลี่ยนความรู้ในเรื่องการพัฒนานวัตกรรมระหว่างกัน โดยมีนางสุวิภา วรรณสาธพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวเปิดงานและให้การต้อนรับ ไฮไลท์ในงาน Innovation Network Center ได้แก่ การเสวนาในหัวข้อเรื่อง “โอกาสและความท้าทายสินค้านวัตกรรมไทย” โดยมีผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย คุณประพันธ์ วิไลเลิศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเด็นทอล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ดร.นพดล โปธิตา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชียงใหม่ เอ็นไวรอนเม้นท์โปรเทค จำกัด คุณธนัฐณ์ มีศรี Sales & Marketing Director บริษัท คีนน์ จำกัด และคุณสุดารัตน์ พุกบุญมี นักวิเคราะห์อาวุโส งานส่งเสริมนวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์ ฝ่ายบริการทางการเงินเพื่อนวัตกรรม สวทช. เพื่อให้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลจากผู้ประกอบการสินค้านวัตกรรมโดยคนไทยที่มีคุณภาพผ่านมาตรฐาน ทั้งในมิติของโอกาสทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ และมิติของความท้าทายอุปสรรคที่ผู้ประกอบการยังต้องฝ่าฟัน เพื่อให้สินค้านวัตกรรมไทยได้มีพื้นที่ในตลาดทั้งในไทยและต่างประเทศ เป็นการสร้างเศรษฐกิจให้ประเทศ ลดการนำเข้าเทคโนโลยี สร้างงาน และสร้างความเข้มแข็งให้ประเทศ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.nstda.or.th/th/news/12943-20191212-innovation-network-center
จดหมายข่าว สวทช. ย่อย
จดหมายข่าว สวทช. ปีที่ 5 ฉ.10 – พบอนาคตที่สัมผัสได้ในงาน “Maker Fair Bangkok 2020” ตอกย้ำความสำเร็จปีที่ 5 ภายใต้ธีม “The Future We Make” ด้วยผลงานที่สร้างสรรค์โดยเมกเกอร์
พบอนาคตที่สัมผัสได้ในงาน “Maker Fair Bangkok 2020” ตอกย้ำความสำเร็จปีที่ 5 ภายใต้ธีม “The Future We Make” ด้วยผลงานที่สร้างสรรค์โดยเมกเกอร์ 12 ธันวาคม 2562 – บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ร่วมกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และกลุ่มเมกเกอร์ในประเทศไทย เตรียมสานต่อความสำเร็จของงานเมกเกอร์แฟร์เป็นปีที่ 5 ด้วยการจัดงาน “Maker Faire Bangkok 2020 : The Future We Make” มหกรรมแสดงผลงานของสุดยอดเมกเกอร์ชาวไทยและต่างประเทศ ซึ่งจะเผยให้เห็นถึงความสำเร็จของงานเมกเกอร์แฟร์ในการสร้างความเปลี่ยนแปลง พัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม อันจะนำมาซึ่งอนาคตที่ก้าวไกลของประเทศไทยและโลกใบนี้ด้วยผลงาน สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมหลากหลายแขนงจากฝีมือของเหล่าเมกเกอร์ ที่มาร่วมจัดแสดงจากทั่วไทยและต่างประเทศจนเต็มความจุของพื้นที่ พร้อมด้วยกิจกรรมเวิร์คช็อปอีกมากมายที่จะช่วยส่งเสริมวัฒนธรรมเมกเกอร์ให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืนในประเทศไทยเพื่อก้าวไปเป็นศูนย์กลางของเมกเกอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระหว่างวันที่ 18 - 19 มกราคม 2563 ณ ลานหน้าศูนย์การค้าเดอะสตรีท รัชดา สามารถเข้าชมฟรีได้ตลอดทั้งงาน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.nstda.or.th/th/news/12930-20191212-mfb2020
จดหมายข่าว สวทช. ย่อย
จดหมายข่าว สวทช. ปีที่ 5 ฉ.10 – นาโนเทค สวทช. พัฒนา “โบรอนอินทรีย์” เภสัชรังสีตรวจวินิจฉัยมะเร็ง
นาโนเทค สวทช. พัฒนา “โบรอนอินทรีย์” เภสัชรังสีตรวจวินิจฉัยมะเร็ง นักวิจัยนาโนเทค สวทช. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พัฒนาสารตั้งต้นเภสัชรังสีจากสารประกอบโบรอนอินทรีย์ สำหรับใช้จับสัญญาณมะเร็งด้วยเครื่องเพทสแกน ชูจุดเด่นที่กระบวนการเตรียมสารใช้สภาวะที่ไม่รุนแรง ทำให้จำเพาะกับเซลล์มะเร็งในระยะเริ่มต้นได้ และมีความคงตัว ก่อนต่อยอดงานวิจัยโดยเพิ่มสารเรืองแสง หวังเป็นไกด์นำทางแพทย์ผ่าตัดรักษามะเร็งได้แม่นยำยิ่งขึ้น และปูทางเภสัชรังสีพันธุ์ไทย ลดการนำเข้าจากต่างประเทศ ดร.กันตพัฒน์ จันทร์แสนภักดิ์ ทีมวิจัยวัสดุตอบสนองระดับนาโน กลุ่มวิจัยวัสดุตอบสนองและเซ็นเซอร์ระดับนาโน ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า ปกติแล้ว สารเภสัชรังสีที่ใช้เพื่อการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคในทางการแพทย์ของประเทศไทย จะต้องนำเข้าวัตถุดิบที่เป็นสารตั้งต้นจากต่างประเทศ ก่อนจะผ่านเครื่องไซโคลตรอนเพื่อผลิตเภสัชรังสี ซึ่งสารเภสัชรังสีต้องเติมฟลูออรีน-18 ซึ่งเป็นธาตุกัมมันตรังสีที่นิยมใช้อย่างแพร่หลายในเทคนิคโพซิตรอนอีมิสชันโทโมกราฟี (Positron Emission Tomography; PET) หรือเรียกสั้น ๆ ว่าเทคนิคเพท สำหรับเครื่องเพทสแกน ซึ่งเทคนิคโพซิตรอนอีมิสชันโทโมกราฟี หรือเพทสแกน เป็นเทคนิคที่มีความสำคัญมากในการวินิจฉัยทางการแพทย์ เช่น การวินิจฉัยโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน หรือโรคความจำเสื่อม เป็นต้น โดยเทคนิคดังกล่าวต้องอาศัยการฉีดสารเภสัชรังสีที่เตรียมได้จากธาตุไอโซโทปรังสี ได้แก่ ฟลูออรีน-18 ให้กับผู้ป่วย เพื่อติดตามโรค แต่ปัญหาหนึ่งของการเตรียมสารเภสัชรังสีในปัจจุบัน คือ การใช้สภาวะการเตรียมที่รุนแรง เช่น มีความเป็นกรดสูงและใช้อุณหภูมิสูง ส่งผลให้สารเภสัชรังสีบางชนิดที่เป็นอนุพันธ์ของสารชีวโมเลกุลขนาดใหญ่ เช่น เปปไทด์ โปรตีน หรือแอนติบอดี้ สลายตัว โดยปัจจุบันการแก้ปัญหาดังกล่าว สามารถทำได้โดยการติดฉลากในสารตัวกลางที่เป็นตัวรับฟลูออรีน-18 (18F captor) ก่อน แล้วจึงนำไปต่อกับโมเลกุลเปปไทด์หรือโปรตีนโดยใช้สภาวะที่ไม่รุนแรงภายหลัง ทำให้กระบวนการผลิตซับซ้อนกว่าเดิม อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.nstda.or.th/th/news/12929-20191211-pet
จดหมายข่าว สวทช. ย่อย
จดหมายข่าว สวทช. ปีที่ 5 ฉ.10 – “สุวิทย์” ชูนวัตกรรมถุงพลาสติกย่อยสลาย 100% นำนวัตกรรมต่อยอดผลผลิตการเกษตร ตอบโจทย์นโยบาย BCG Economy
“สุวิทย์” ชูนวัตกรรมถุงพลาสติกย่อยสลาย 100% นำนวัตกรรมต่อยอดผลผลิตการเกษตร ตอบโจทย์นโยบาย BCG Economy สุวิทย์” ขานรับนโยบายรัฐบาล งดใช้ถุงพลาสติก ดีเดย์ 1 ม.ค. 2563 นี้ ผนึกภาคเอกชน-SMEs ไทย สร้างนวัตกรรมถุงพลาสติกย่อยสลาย 100% จากแป้งมันสำปะหลัง ปฏิวัติรูปแบบถุงพลาสติกไทย ตอกย้ำแนวคิดนำนวัตกรรมต่อยอดผลผลิตทางการเกษตรแบบดั้งเดิมเพิ่มมูลค่าให้สินค้าการเกษตร ตอบโจทย์ BCG Economy วันที่ 9 ธันวาคม 2562 อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี: นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมด้วยสื่อมวลชน เข้าเยี่ยมชมกระบวนการพัฒนาผลิตพลาสติกชีวภาพ ด้วยการนำแป้งมันสำปะหลังมาพัฒนาเป็นพลาสติก ณ โรงงาน บริษัท เอสเอ็มเอส คอร์ปอเรชั่นจำกัด ที่ร่วมวิจัยและพัฒนา "ถุงพลาสติกย่อยสลายได้สำหรับขยะเศษอาหาร” กับ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. โดยมีบริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) สนับสนุนกระบวนการเป่าขึ้นรูปถุงพลาสติกย่อยสลายได้ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.nstda.or.th/th/news/12928-20191209-bcg-economy
จดหมายข่าว สวทช. ย่อย
สมัครเข้าร่วมโครงการ Startup Voucher ปีที่ 5
ศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
ขอเชิญเจ้าของธุรกิจสมัครเข้าร่วมโครงการ Startup Voucher ปีที่ 5
เพื่อคว้าเงินสนับสนุนสูงสุด 800,000 บาท เพื่อสร้างโอกาสในการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ เร่งเพิ่มรายได้ และขยายธุรกิจให้เติบโต
เพียงคุณมีสินค้าหรือบริการที่ใช่ มีแผนการตลาดที่ชัด โอกาสในการเปิดตลาด และสร้างรายได้อย่างก้าวกระโดด
อย่าช้า !!! ทุนมีจำนวนจำกัด รับสมัครแล้ววันนี้ ถึง 29 กุมภาพันธ์ 2563
สอบถามเพิ่มเติม โทรศัพท์ 0 2564 7000 ต่อ 81498 (คุณชญานันท์) , 5544 (คุณปาทินันท์), 81486 (คุณดวงธิดา)
หรือ สมัครได้ทาง Email: suv@nstda.or.th
ดาวน์โหลดเอกสารโครงการ Startup Voucher 2563
ดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัคร SUV2020
ดาวน์โหลดโบรชัวร์โครงการ Startup Voucher 2563
(more…)
ข่าวประชาสัมพันธ์
สวทช. อว. ร่วมจัดงานถนนสายวิทย์ฯ วันเด็กแห่งชาติ ปี 63 จุดประกายเยาวชนคิดแบบวิทย์ฯ สร้างคนรุ่นใหม่ตอบโจทย์ประเทศ
For English-version news, please visit : NSTDA celebrates National Children’s Day with fun activities ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงาน "ถนนสายวิทยาศาสตร์รับวันเด็กแห่งชาติ ปี 2563" ภายใต้แนวคิด “นักวิทย์ฯน้อยเพื่อโลกสีเขียว” สอดรับแนวคิด BCG Model ตามภารกิจหลักของกระทรวงฯ จุดประกายให้เยาวชนไทยเกิดกระบวนการคิดแบบวิทยาศาสตร์เพื่อสร้างเศรษฐกิจใหม่ ในการนี้ ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และคณะผู้บริหารเข้าร่วมพิธีเปิดงาน ณ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ฯ ซอยโยธี ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพฯ ในปีนี้ สวทช. ได้นำกิจกรรม Makers go Green เป็นกิจกรรมที่น้อง ๆ จะได้เรียนรู้และทดลองประกอบรถจากอุปกรณ์ที่เตรียมไว้ และประกอบเป็นรถจะนำไปวิ่งในรางที่ประกอบขึ้นมา โดยน้อง ๆ จะได้ใช้จินตนาการ ความรู้ และแรงบันดาลใจที่มีอยู่สร้างสรรค์รถตามแบบฉบับของตนเอง รวมทั้งนำมาทดสอบการวิ่งและปรับปรุงสมรรถนะของรถที่สร้างให้ดีขึ้น ซึ่งกิจกรรมนี้จะทำให้น้อง ๆ ได้รู้จักการใช้ทักษะในด้านต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น (more…)
ข่าวประชาสัมพันธ์


