หน้าแรก ค้นหา
ผลการค้นหา :
สวทช. ร่วมกับ วช. จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ การสกัดคอนเทนต์สไตล์งานวิจัยเพื่อใช้ในการนำเสนอ ในรูปแบบออนไลน์
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ผนึกกำลังร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติ "การสกัดคอนเทนต์สไตล์งานวิจัยเพื่อใช้ในการนำเสนอ" เสริมศักยภาพบุคลากรให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับประเทศและระดับนานาชาติได้อย่างยั่งยืน สวทช. สายงานพัฒนากำลังคนทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนที่มีศักยภาพสูง ร่วมกับ วช. จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติ "การสกัดคอนเทนต์สไตล์งานวิจัยเพื่อใช้ในการนำเสนอ" ระหว่างวันที่ 21 - 22 สิงหาคม 2564 ผ่านระบบออนไลน์ด้วยโปรแกรม zoom เพื่อพัฒนาศักยภาพครูและนักเรียนทางด้านทักษะการสื่อสารเพื่อให้ผู้ฟังสามารถเข้าใจเนื้อหางานวิจัย ความสำคัญของงานวิจัยที่ต้องการนำเสนอได้อย่างชัดเจน และมีประสิทธิภาพ เรียนรู้เทคนิคการวางโครงสร้างเพื่อสร้างเนื้อหาในการนำเสนองานวิจัย และจัดทำเอกสารประกอบการนำเสนอ ตลอดจนเรียนรู้เครื่องมือและเทคนิคที่จำเป็นในการสร้างสรรค์สื่อนำเสนอผลงาน นางอติพร สุวรรณ รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนที่มีศักยภาพสูง สวทช. กล่าวรายงานการจัดกิจกรรมโดยในการอบรมครั้งนี้มีคุณครู อาจารย์ และนักเรียน จากมหาวิทยาลัย โรงเรียนภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 74 คน เป็นครู/อาจารย์ 27 คน นักเรียน 47 คน ดร.ชฎามาศ ธุวะเศรษฐกุล รองผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวถึงพันธกิจของ สวทช. ภายใต้ อว.ในการสร้างและพัฒนาบุคลากรวิจัย นักวิทยาศาสตร์ นักเทคโนโลยีและนวัตกร เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยการพัฒนาทักษะการนำเสนอและการสื่อสาร (Communication skills) เป็นทักษะที่ถูกนำไปใช้ทั้งในชีวิตการทำงานและชีวิตประจำวัน และถือเป็นทักษะพื้นฐานสำคัญที่นักวิจัยและนวัตกรจำเป็นต้องมี เพื่อใช้ในการสื่อสารเพื่อการขับเคลื่อนความสำเร็จของงานวิจัยและนวัตกรรม พร้อมขอขอบคุณสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการ วช. กล่าวเปิดกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการ พร้อมกล่าวชื่นชมความตั้งใจในการพัฒนาตนเองของผู้เข้าอบรมทุกท่าน โดย วช. ภายใต้ อว. ตระหนักถึงความสำคัญในการเตรียมกำลังคน และการพัฒนาบุคลากรวิจัย นักวิจัย และนักประดิษฐ์ และนวัตกรรมในทุกช่วงวัย ซึ่งเป็นกำลังขับเคลื่อนประเทศด้านการวิจัยและนวัตกรรม โดยการส่งเสริมทักษะด้านต่างๆ รวมไปถึงทักษะในด้านการสื่อสาร โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะช่วยเสริมและสร้างศักยภาพให้บุคลากรได้มีขีดความสามารถในการแข่งขันในประเทศและนานาชาติได้อย่างยั่งยืน   กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติ "การสกัดคอนเทนต์สไตล์งานวิจัยเพื่อใช้ในการนำเสนอ" ได้รับเกียติจากวิทยากร คุณบัณฑิต บุญยฤทธิ์ ดร.ธนศานต์ นิลสุ คุณณัฐกันต์ แสงนิล และคุณภูริ วิรการินทร์ เจ้าของผลงานรางวัลที่ 1 สาขา Computational Biology And Bioinformatics ในการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ระดับโลก Regeneron ISEF 2021 ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้เกี่ยวกับ เรียนรู้เกี่ยวกับ - การสกัดเนื้อหาของผลงานวิจัยเพื่อใช้ในการนำเสนอ - การวางโครงสร้างเพื่อสร้างคอนเทนต์งานวิจัยในการนำเสนอและการสร้างสรรค์สื่อนำเสนอ - เรียนรู้เทคนิคการตัดต่อคลิปวิดีโอ พร้อมการวิเคราะห์แนะนำผลงานที่จัดทำใน Workshop เสียงตอบรับจากผู้เข้าอบรมการการอบรมเชิงปฏิบัติการฯ ระบุว่าเป็นการอบรมที่ดีมากๆ เป็นการอบรมที่มีความสุข อัดแน่นไปด้วยองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ มีคุณค่าในการส่งต่อมาก พร้อมทั้งได้รับความรู้เต็มเปี่ยม ถือเป็นการเข้าอบรมที่ได้ประโยชน์มาก ขอบคุณพี่ๆ ผู้สอนและพี่ผู้จัดทุกคน เชียร์ให้ทีมงานจัดเป็นประจำทุกปี ตลอดจนอยากให้เพิ่มเวลาการอบรมเพื่อให้มีเวลาย่อยสิ่งที่ได้เรียน และมีเวลาให้การทดลองทำผลงานการทำเสนอที่มากขึ้นด้วย
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
ข่าวประชาสัมพันธ์กิจกรรมของงานพัฒนากำลังคน
 
🛑(Facebook Live) เสวนาออนไลน์เรื่อง “ศึกษาอดีต เรียนรู้ปัจจุบัน สู่อนาคตกับวิทยาศาสตร์ไทยสู้ภัยโควิด”
ขอเชิญฟังการเสวนาออนไลน์เรื่อง "ศึกษาอดีต เรียนรู้ปัจจุบัน สู่อนาคตกับวิทยาศาสตร์ไทยสู้ภัยโควิด" . วันพฤหัสบดีที่ 26 สิงหาคม 2564 เวลา 12.30-16.00 น. . กล่าวเปิดงานและแถลงข่าว โดย ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม . บรรยายพิเศษเรื่อง "เรียนรู้ประวัติศาสตร์เพื่อสร้างอนาคต" โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พิศภูมิวิถี มหาวิทยาลัยมหิดล . เสวนาเรื่อง ""ศึกษาอดีต เรียนรู้ปัจจุบัน สู่อนาคตกับวิทยาศาสตร์ไทยสู้ภัยโควิด" โดย ดร.นพ.ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ ศาสตราจารย์ (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ . รับชมผ่านทาง Facebook: กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ NSTDA-สวทช. . #COVID19 #MHESI #NSTDA
ปฏิทินกิจกรรม
 
สวทช. ขอเชิญร่วมรับฟังการเสวนาออนไลน์ BioD Talk Episode#3 เสวนาป่าชายเลน: คุณค่าต่อประเทศไทยและโลก
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทช.) ขอเชิญร่วมรับฟังการเสวนาออนไลน์ “การพัฒนาคุณค่าป่าชายเลนต่อประเทศไทยและโลก ” การจัดตั้งสวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนนานาชาติ ร.๙ แห่งแรกของโลก!! เทคโนโลยีจีโนมิกส์ และการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากชุมชนอย่างยั่งยืน พร้อมตอบทุกข้อซักถามเกี่ยวกับประเด็นร้อน "การแบ่งปันคาร์บอนเครดิต" จากการปลูกป่าชายเลน BioD Talk Episode#3 เสวนาป่าชายเลน: คุณค่าต่อประเทศไทยและโลก วันพฤหัสบดีที่ 2 กันายน 2564 เวลา 14.00 - 15.40 น. พบกับหัวข้อที่น่าสนใจ นโยบายด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูพืชป่าชายเลน และระเบียบการแบ่งปันคาร์บอนเครดิตของพืชป่าชายเลน สวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนนานาชาติ ร.๙ แห่งแรกของโลก การใช้เทคโนโลยีจีโนมิกส์ในการเข้าใจวิวัฒนาการของพืชป่าชายเลน การใช้ประโยชน์ป่าชายเลนส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนอย่างยั่งยืน .......และมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับวิทยากร เสวนาออนไลน์ฟรี ผ่านโปรแกรม Webex Event Meeting number: 170 237 4809 Password: DmwJfWSZ833 สนใจ.....สามารถเข้าร่วมได้ทาง ผ่านการสแกน QR Code Link https://meeting-nstda.webex.com/meeting.../onstage/g.php... สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ อีเมล์สำหรับติดต่อกลับ: Sunthari.sueakham@nstda.or.th (สุนทรีย์), Pornpong.nar@nstda.or.th (พรพงษ์)
ปฏิทินกิจกรรม
 
ไบโอเทค สวทช. พัฒนาชุดตรวจ “COVYD-19 Ab test kit (ELISA)” สำหรับตรวจหาปริมาณภูมิคุ้มกันโควิด-19 รวดเร็ว แม่นยำ ราคาถูกกว่าการนำเข้าจากต่างประเทศ
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ร่วมกับ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร (สวพท.) พัฒนา “COVYD-19 Ab test kit (ELISA)”ชุดตรวจภูมิคุ้มกันโควิด-19  ด้วยเทคนิค ELISA ใช้งานง่าย รวดเร็ว แม่นยำ และราคาถูกกว่าการนำเข้าจากต่างประเทศ  อยู่ระหว่างการยื่นคำขอประเมินเทคโนโลยีจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และเริ่มมีการนำไปใช้ประโยชน์เพื่อสนับสนุนการศึกษาวิจัยและพัฒนาในหน่วยงานภาครัฐ เกี่ยวกับภูมิคุ้มกันเชื้อโควิด 19 จาการติดเชื้อหรือได้รับวัคซีน ดร.พีร์ จารุอำพรพรรณ หัวหน้าทีมวิจัยไวรัสวิทยาและเซลล์เทคโนโลยี ไบโอเทค สวทช.  เปิดเผยว่า“COVYD-19 Ab test kit (ELISA)”  ​เป็นชุดตรวจภูมิคุ้มกันต่อไวรัสโควิด-19 พัฒนาโดยทีมวิจัยไวรัสวิทยาและเซลล์เทคโนโลยี และทีมวิจัยการผลิตโมโนโคลนอลแอนติบอดีและการประยุกต์ใช้ ไบโอเทค สวทช. เป็นการนำองค์ความรู้เกี่ยวกับไวรัสโคโรนาของสุกรที่เป็นความเชี่ยวชาญเดิมของทีมวิจัยผนวกกับเทคโนโลยีที่เป็นแพลตฟอร์มพื้นฐานคือ ELISA มาพัฒนาต่อยอดได้ทันท่วงที จึงทำให้ชุดตรวจนี้สำเร็จรูปพร้อมใช้งานสำหรับตรวจระดับแอนติบอดีต่อเชื้อก่อโรคโควิด-19 เชิงปริมาณ ที่สามารถใช้ตรวจระดับภูมิคุ้มกันที่เกิดจากการติดเชื้อหรือการได้รับวัคซีน และได้ร่วมกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร (สวพท.- AFRIMS) ทดสอบคุณภาพชุดตรวจแอนติบอดีต่อ SARS-CoV-2 โดยมีการอนุเคราะห์ตัวอย่างซีรั่มมาทดสอบเปรียบเทียบกับชุดตรวจแอนติบอดีทั่วไปในท้องตลาด พบว่ามีความไวและความจำเพาะเทียบเท่ากัน รวมทั้งยังมีการสอบเทียบชุดตรวจตัวอย่างซีรั่มมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO เพื่อให้สามารถอ่านค่าแอนติบอดีในหน่วยมาตรฐานของ WHO   ในขณะนี้ได้นำไปใช้งานในโครงการวิจัยระดับประชากรโดยร่วมกับคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตรวจระดับภูมิคุ้มกันโรคโควิด-19 ในบุคลากรสาธารณสุขมากกว่า 1,000 ตัวอย่าง ดร.พีร์ อธิบายต่อว่า “COVYD-19 Ab test kit (ELISA)” ทางทีมวิจัยได้เลือกตรวจแอนติบอดีต่อส่วนที่สำคัญที่สุดของไวรัส เป็นส่วนที่ไวรัสใช้จับเข้าเซลล์มนุษย์ในการติดเชื้อ คือ Receptor Binding Domain หรือ RBD ที่อยู่บนโปรตีนสไปค์ (ส่วนที่เป็นหนาม) โดยมีการผลิตแอนติเจน RBD ด้วยวิธีการตัดต่อพันธุกรรมและการผลิตรีคอมบิแนนท์โปรตีนให้มีหน้าตาที่เหมือนกันกับโปรตีนของไวรัส แต่ไม่ได้ใช้ชิ้นส่วนจากไวรัสจริงๆ เพื่อความปลอดภัย จากนั้นนำแอนติเจน RBD มาเคลือบลงบนเพลท และใช้สารตรวจจับซึ่งมีปฏิกิริยาทำให้เกิดสี เมื่อนำตัวอย่างซีรั่ม หรือพลาสมา มาตรวจ ถ้าในตัวอย่างมีแอนติบอดีต่อ RBD แอนติบอดีนั้นจะจับอย่างจำเพาะเจาะจงกับ RBD และถูกจับด้วยสารตรวจจับ และแสดงสัญญาณสี แต่หากในตัวอย่างซีรั่ม หรือพลาสมานั้นไม่มีแอนติบอดีที่จำเพาะต่อ RBD ก็จะไม่มีสีเกิดขึ้น” “ขณะนี้ ทางทีมวิจัย สวทช. อยู่ในระหว่างการถ่ายทอดชุดตรวจแอนติบอดีต่อ SARS-CoV-2 ที่พัฒนาขึ้น ให้กับคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อการนำไปใช้ประโยชน์ได้เร็วที่สุดในช่วงเวลาวิกฤติ ในส่วนของชุดตรวจฯ ยังต้องใช้ตรวจในห้องปฏิบัติการ ไม่สามารถตรวจเองได้ เพราะยังต้องใช้เครื่องอ่านผล แต่ก็เป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่มีในห้องปฏิบัติการทั่วไป รวมถึงโรงพยาบาลขนาดกลาง เนื่องจากเป้าหมายการพัฒนาชุดตรวจแอนติบอดีในช่วงแรกเน้นเพื่อการตรวจวินิจฉัยส่วนบุคคลในระดับประชากร ที่มีตัวอย่างจำนวนมาก เพื่อใช้เป็นข้อมูลสถิติในการอ้างอิง ด้วยเชื่อว่าการตรวจเพื่อให้ทราบระดับของภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นในระดับประชากรจะเป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผนการบริหารวัคซีนและกำหนดมาตรการสาธารณสุขที่เหมาะสม จะช่วยลดโอกาสการติดเชื้อ และลดความรุนแรงของโรคได้ รวมทั้งสามารถวางแผนบริหารบุคลากรด่นหน้าได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย” ดร.พีร์ กล่าว.
BCG
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
ผลงานวิจัยเด่น
 
รายการ The NEXT คลื่นอนาคต ตอน BCG โมเดลเศรษฐกิจ ปั้นไทยสู่โลก
เมื่อวันศุกร์ที่ 20 สิงหาคม 2564 เวลา 17.30 - 18.00 น. รายการ The NEXT คลื่นอนาคต โดยสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ออกอากาศรายการตอน BCG โมเดลเศรษฐกิจ ปั้นไทยสู่โลก ปัจจุบัน เทคโนโลยีชีวภาพที่เรียกว่า Bio Economy กำลังเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของทั่วโลกและไทย ที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจและชีวิตมนุษย์ โดยเฉพาะในภาคการเกษตร เราจะสามารถกำหนดคุณสมบัติพืชที่ต้องการปลูกได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาฤดูกาลอีกต่อไป ด้วยวิถีเกษตรใหม่ภายใต้ Plant Factory หรือ โรงงานผลิตพืช เรากำลังมุ่งพัฒนาภาคการเกษตรของไทย ไปสู่วิถีการจัดการพืชลักษณะเกษตรแม่นยำ อาศัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สำคัญเข้ามาช่วย นั่นคือ เทคโนโลยีการประเมินสรีระวิทยาและรูปลักษณ์ขั้นสูงของพืช หรือ Plant Phenomics Facility ระบบอัตโนมัติที่จะเป็นฐานความรู้ให้เราจัดการกระบวนการปลูกพืชพร้อมเตือนภัยในภาคการเกษตรในอนาคต ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ BCG โมเดล รูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจและประเทศ ที่มีศักยภาพสูงในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยได้อย่างทั่วถึง พร้อมผลักดันให้ไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำระดับโลกในด้าน Bio Economy ร่วมหาคำตอบไปกับ ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล : ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ดร.ธีรยุทธ ตู้จินดา : รักษาการรองผู้อำนวยการ ด้านวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพเกษตร ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) ศ.ดร.อภิชาติ วรรณวิจิตร : ห้องปฏิบัติดีเอ็นเอเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ดร.รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์ : ผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) คุณสายันต์ ตันพานิช : รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ดร.นิสภา ศีตะปันย์ : หัวหน้าทีมวิจัยวัสดุศาสตร์อาหาร กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีโพลิเมอร์ขั้นสูง ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ดร.กอบกุล เหล่าเท้ง : ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยส่วนผสมฟังก์ชั่นและนวัตกรรมอาหาร ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) ดร.วรรณพ วิเศษสงวน : ผู้อำนวยการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) ดร.อติกร ปัญญา : หัวหน้าทีมวิจัย ทีมวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพทางอาหาร กลุ่มวิจัยส่วนผสมฟังก์ชั่นและนวัตกรรมอาหาร ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) ดร.ศิษเฎศ ทองสิมา : ผู้อำนวยการ ธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติ (NBT) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)   รับชมรายการ ที่มาข้อมูล : Thai PBS รายการ The NEXT คลื่นอนาคต
BCG
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
สวทช. จับมือคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพช่องปากและการรักษาทางทันตกรรม
สวทช. ลงนามความร่วมมือกับคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกันผลักดันและพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับสุขภาพช่องปากและการรักษาทางทันตกรรม มุ่งยกระดับการรักษาทางทันตกรรมไทยสู่สากล (วันที่ 20 สิงหาคม 2564) : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์วิจัยเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์      (A-MED) ร่วมกับคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการผลักดันและพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับสุขภาพช่องปากและการรักษาทางทันตกรรม” โดยพิธีการลงนามจัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ มีนางสาววันทนีย์ พันธชาติ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์ เป็นผู้แทน ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ       ลงนามร่วมกับ รศ.ทพ.ดร.พรชัย จันศิษย์ยานนท์ คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ศ.ทพ.ดร.ธนภูมิ โอสถานนท์ รองคณบดีฝ่ายวิจัย คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นางสาววันทนีย์ พันธชาติ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์      (A-MED) สวทช. กล่าวว่า A-MED เป็นศูนย์วิจัยเฉพาะทางที่ใช้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เพื่อพัฒนานวัตกรรมเครื่องมือแพทย์และส่งเสริมอุตสาหกรรมการแพทย์ของประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทางแพทย์และสุขภาพ การลงนามความร่วมมือ “โครงการผลักดันและพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับสุขภาพช่องปากและการรักษาทางทันต กรรม” ร่วมกับคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในครั้งนี้ สวทช.พร้อมที่จะสนับสนุนและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการแพทย์ชั้นสูง โดยจะร่วมคิดค้น ออกแบบ พัฒนา คัดเลือก ผลิตและศึกษาความเป็นไปได้ในการทำตลาดและการขายนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ทางทันตกรรมต่างๆ เพื่อต่อยอดไปสู่ธุรกิจเชิงพาณิชย์ รวมทั้งร่วมกันดำเนินการประเมินด้านคลินิก มาตรฐานทางการแพทย์และการรับรองนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ถูกคิดค้นพัฒนาขึ้นมาจากความร่วมมือในครั้งนี้ความร่วมมือในครั้งนี้นอกจากจะมุ่งพัฒนาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมแล้ว ยังเป็นการสร้างโอกาสและยกระดับอุตสาหกรรมด้านการแพทย์ของประเทศไทยให้มีคุณภาพในระดับสากล และเกิดประโยชน์กับประชาชนที่จะได้มีสุขภาพที่ดีจากผลงานวิจัยของคนไทย ทั้งนี้ผลงานวิจัยและนวัตกรรมเด่นด้านทันตกรรมของ A-MED เช่น DentiiScan ที่นำไปใช้ในงานในด้านทันต  กรรมและศัลยกรรมบริเวณช่องปากและใบหน้าที่ให้ภาพ 3 มิติ เป็นผลงานเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ 3 มิติสำหรับงานทันตกรรมรายแรกในประเทศ, Drill Guide หรือเครื่องมือช่วยจัดรากฟันเทียม, ครอบฟันและสะพานฟัน และฟันปลอมแบบถอดได้โดยใช้วิธีการทางดิจิทัลที่มีความแม่นยำสูง และ M-Bone ซึ่งเป็นวัสดุสังเคราะห์สำหรับใช้เป็นวัสดุทดแทนกระดูกที่ช่วยในการเหนี่ยวนำให้เกิดการสร้างกระดูกและมีความปลอดภัยในงานด้านทันตกรรม รศ.ทพ.ดร.พรชัย คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ สวทช.ครั้งนี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการร่วมมือผลักดันและพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับสุขภาพช่องปากและการรักษาทางทันตกรรมอย่างเป็นรูปธรรมระหว่าง 2 หน่วยงาน โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือเพื่อให้เกิดผลผลิตที่เป็นคุณประโยชน์ในการพึ่งพาตนเองเชิงโครงสร้างสาธารณสุข ทันตกรรม และเชิงเศรษฐกิจของประเทศไทย เนื่องจากที่ผ่านมาแม้ประเทศไทยจะมีศักยภาพในการรักษาทางทันตกรรมทัดเทียมต่างประเทศ แต่ผลิตภัณฑ์และวัสดุอุปกรณ์ในการรักษาทางทันตกรรมส่วนใหญ่ยังเป็นการนำเข้าจากต่างประเทศ ส่งผลต่ออัตราค่ารักษาบริการทางทันต  กรรมที่สูง อย่างไรก็ตามเชื่อว่าการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ สวทช.ในครั้งนี้ จะช่วยผลักดันให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์สำหรับสุขภาพช่องปากและการรักษาทางทันตกรรม เพื่อทดแทนการนำเข้า และสร้างนวัตกรรมทางทันตกรรมจากศักยภาพของคนไทยในอนาคต
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมฟังบรรยายหัวข้อ Battery Technology : Applications and Development Trend ในรูปแบบออนไลน์
ประชาสัมพันธ์กิจกรรมร่วมระหว่าง TGGS (The Sirindhorn International Graduate School of Engineering) กับ TESTA (สมาคมเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทย) เพื่อให้ความรู้และแนะแนวทางงาน R&D ในเทคโนโลยีแบตเตอรี่สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาโทและเอก และเปิดสำหรับผู้ที่สนใจทั่วไปหรือนักวิชาชีพทั่วไป
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
ข่าวประชาสัมพันธ์กิจกรรมของงานพัฒนากำลังคน
 
สวทช. จัดพิธีจบการศึกษาออนไลน์ พร้อมร่วมแสดงความยินดีแก่มหาบัณฑิตโครงการ TAIST-Tokyo Tech ประจำปี 2021
(19 ส.ค. 64) โครงการทุนสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งประเทศไทย และสถาบันเทคโนโลยีแห่งโตเกียว โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีแห่งโตเกียว (Tokyo Institute of Technology) และมหาวิทยาลัยไทย 4 แห่ง ได้แก่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยมหิดล จัดพิธีจบการศึกษาในรูปแบบออนไลน์ “TAIST – Tokyo Tech Virtual Graduation Ceremony 2021” เพื่อแสดงความยินดีแก่มหาบัณฑิตนักเรียนทุน TAIST-Tokyo Tech ประจำปี 2564 โดยมี ดร.ชฎามาศ ธุวะเศรษฐกุล รองผู้อำนวยการ สวทช. เป็นประธานกล่าวเปิดงาน และร่วมแสดงความยินดี พร้อมด้วยตัวแทนจากหน่วยงานพันธมิตรที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนความสำเร็จครั้งนี้ โดยในปีมีนักเรียนทุน TAIST-Tokyo Tech ที่จบการศึกษาทั้งสิ้น 14 คน จาก 3 หลักสูตร ได้แก่ 1.หลักสูตรวิศวกรรมยานยนต์ (AE: Automotive Engineering) 2.หลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อระบบสมองกลฝังตัว (ICTES: Information and Communication Technology for Embedded Systems ) 3.หลักสูตรวิศวกรรมพลังงานและทรัพยากรเพื่อความยั่งยืน (SERE: Sustainable Energy and Resources Engineering) โดยมีนักเรียนทุน 5 คนจาก 14 คนที่ได้รับประกาศนียบัตรในหลักสูตรประกาศนียบัตรระบบขนส่งระบบรางอีกด้วย ดร.ชฎามาศ ธุวะเศรษฐกุล รองผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า ความสำเร็จในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่นอย่าง Tokyo Institute of Technology ที่ได้ทุ่มเทเวลาและความรู้เพื่อทำให้โปรแกรมนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก รวมถึงพันธมิตรจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทย และขอขอบคุณเหล่านักวิจัยทั้ง 5 ศูนย์วิจัยแห่งชาติของ สวทช. ได้แก่ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (NANOTEC) ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) และ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) ที่ได้สละเวลาอันมีค่าในการให้คำปรึกษาแก่นักเรียนทุนโครงการ TAIST-Tokyo Tech ในครั้งนี้ นอกจากนี้ ดร.ชฎามาศ กล่าวแสดงความยินดีกับมหาบัณฑิตโครงการ TAIST-Tokyo Tech ทั้ง 14 คน โดยขอให้มหาบัณฑิตทุกคนประสบความสำเร็จและเชื่อมั่นว่ามหาบัณฑิตเหล่านี้จะเป็นบุคลากรที่มีความสามารถและน่าเชื่อถือได้ในอนาคต โดยพิธีจบการศึกษาในปีนี้ได้รับเกียรติจากตัวแทนหน่วยงานพันธมิตรที่เข้าร่วมและกล่าวแสดงความยินดีหลายท่าน ได้แก่ Mr. Uchida Takeshi เลขานุการเอกจากสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย Prof. Dr. Tetsuya Mizumoto รองอธิการบดีฝ่ายการศึกษา จาก Tokyo Institute of Technology ประเทศญี่ปุ่น รองศาสตราจารย์ ดร.สมยศ เกียรติวนิชวิไล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รองศาสตราจารย์ ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ศาสตราจารย์ ดร.พฤทธา ณ นคร ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศาสตราจารย์ นพ.บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากคณาจารย์แต่ละหลักสูตร เป็นผู้ประกาศรายชื่อให้แก่มหาบัณฑิตที่จบการศึกษาอีกด้วย และในช่วงท้าย นางสาวพินทุสร สุทธิพนไพศาล ตัวแทนนักศึกษารุ่นน้องจากหลักสูตร Artificial Intelligence and Internet of Things (AIoT) ได้เข้าร่วมพิธีและกล่าวคำอำลานักศึกษาปริญญาโทที่สำเร็จการศึกษาในโครงการ TAIST-Tokyo Tech ครั้งนี้
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
ข่าวประชาสัมพันธ์กิจกรรมของงานพัฒนากำลังคน
 
🛑(Facebook Live) พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ระหว่าง กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สวทช. และเครือข่ายพันธมิตร การพัฒนาและส่งเสริม Wellness Hub ของประเทศไทย
ขอเชิญรับชมการถ่ายทอดสด พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ระหว่าง กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และเครือข่ายพันธมิตร การพัฒนาและส่งเสริม Wellness Hub ของประเทศไทย ผ่านระบบ Zoom Meeting วันที่ 19 สิงหาคม 2564 เวลา 11.30 น. – 12.30 น. ณ ห้องประชุมชั้น 1 ชั้น 9 อาคารกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ โดยรับชมผ่านทาง Facebook live กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สบส. กระทรวงสาธารณสุข และ NSTDA-สวทช.
ปฏิทินกิจกรรม
 
ฉีด 1 ได้ถึง 2 ต้นแบบวัคซีนป้องกันโรคระบาดในสุกร จากไวรัสนิปาห์และพีอาร์อาร์เอส
  โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah) เป็นโรคร้ายแรงที่สามารถติดได้ทั้งในสัตว์และคน ในกรณีสัตว์เศรษฐกิจอย่างสุกร หากติดเชื้อจะมีอาการไข้สมองอักเสบรุนแรงและอาจตายในเวลาอันสั้น ส่วนคนที่สัมผัสใกล้ชิดกับสุกรป่วยมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสนิปาห์ ทำให้มีอาการไข้สมองอักเสบซึ่งอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้เช่นกัน ที่ผ่านมา ในปี 2541-2542 มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ครั้งรุนแรงที่สุดในประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ ขณะนั้นมีจำนวนผู้ป่วยสูงถึงเกือบ 300 ราย และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนผู้ป่วยทั้งหมด ทำให้ต้องมีการสั่งฆ่าสุกรเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อมากกว่า 1.2 ล้านตัว หรือคิดเป็นร้อยละ 50 ของสุกรทั่วประเทศมาเลเซีย     แม้ในตอนนี้จะยังไม่พบการอุบัติซ้ำที่รุนแรง แต่หากไม่มีการเฝ้าระวังและเตรียมการป้องกันโรคไว้ล่วงหน้า เมื่อเกิดเหตุขึ้นอีกครั้งก็อาจสร้างความเสียหายได้ไม่น้อยกว่าเหตุการณ์ที่เคยเผชิญกันมาแล้ว กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) วิจัยพัฒนา “วัคซีนต้นแบบสำหรับป้องกันการติดเชื้อไวรัสนิปาห์และไวรัสพีอาร์อาร์เอส (PRRS) ในสุกร” ที่คาดหวังว่าจะสามารถป้องกันโรคอันตรายได้ถึง 2 ชนิด ในวัคซีนเข็มเดียว   [caption id="attachment_24923" align="aligncenter" width="1000"] ดร.นันท์ชญา วรรณเสน[/caption]   ดร.นันท์ชญา วรรณเสน นักวิจัยจากทีมวิจัยไวรัสวิทยาและเซลล์เทคโนโลยี กลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ไบโอเทค สวทช. กล่าวถึงการพัฒนาวัคซีนว่า ปัจจุบันยังไม่มีการใช้วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ทั้งสำหรับคนและสัตว์ในประเทศไทย เนื่องจากเป็นโรคที่ไม่ได้มีการอุบัติขึ้นบ่อยครั้ง อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีการพัฒนาวัคซีนเป็นเรื่องที่ต้องเตรียมการล่วงหน้าเพื่อให้สามารถรับมือการระบาดได้อย่างทันท่วงทีและลดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น ดังนั้นแล้วทีมวิจัยจึงได้คิดค้นการพัฒนาวัคซีนต้นแบบที่สามารถเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคนิปาห์รวมเข้ากับวัคซีนป้องกันโรคที่มีการฉีดอย่างแพร่หลายให้กับสุกรอยู่แล้ว คือ วัคซีนป้องกันโรค PRRS เพื่อให้ใน 1 เข็ม ที่เกษตรกรลงทุนค่าวัคซีน สามารถป้องกันโรคติดเชื้อที่เป็นอันตรายแก่สุกรได้ถึง 2 โรค   [caption id="attachment_24922" align="aligncenter" width="1000"] คณะวิจัยไบโอเทค สวทช.[/caption]   “โครงการวิจัยนี้คณะวิจัยไบโอเทคได้ใช้ความเชี่ยวชาญในการตัดต่อพันธุกรรมไวรัส PRRS และได้วางแผนร่วมกับ Prof. Simon Graham และ Dr. Rebecca McLean จาก The Pirbright Institute (TPI) สหราชอาณาจักร ในการทดสอบคุณสมบัติของไวรัส PRRS ในการใช้เป็นเวกเตอร์ไวรัส (Viral vector) นำส่งโปรตีนของไวรัสนิปาห์เข้าไปในร่างกายสุกร เพื่อให้สุกรที่ได้รับการฉีดวัคซีนชนิดนี้มีภูมิคุ้มกันต่อโรคทั้ง 2 ในการทำวิจัยครั้งนี้ไบโอเทคได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจาก The Transnational Access Activities (TNA) : Veterinary Biocontained Facility Network (VetBioNet) มูลค่า 61,350 ปอนด์ (2,504,000 บาท) โดยเป็นการสนับสนุนการทดสอบวัคซีนในห้องปฏิบัติการวิจัย High containment laboratory ซึ่งใช้สำหรับการวิจัยและทดลองเกี่ยวกับเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคร้ายแรงและสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม ที่ Animal and Plant Health Agency, UK รวมถึงให้การสนับสนุนการเข้าถึงเทคโนโลยีและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง” ดร.นันท์ชญา เสริมว่า ตอนนี้ทีมวิจัยได้พัฒนาวัคซีนต้นแบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว อยู่ในขั้นตอนของการทดสอบเรื่องการสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันการติดโรคทั้ง 2 ในสุกรที่ประเทศอังกฤษ คาดว่าน่าจะรู้ผลภายในปีนี้ หากผลออกมาดีก็จะเข้าสู่ขั้นตอนของการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต่อไป โดยวัคซีนชนิดนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับการป้องกันโรคสุกรในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการระบาด โดยเฉพาะประเทศเขตร้อนซึ่งรวมถึงประเทศไทย
ข่าว
 
บทความ
 
ผลงานวิจัยเด่น
 
เสวนาออนไลน์ ” เทคโนโลยีและการออกแบบสำหรับที่พักผู้สูงอายุ” Technology and Design for Elder Home
สวทช. ขอเชิญท่านที่สนใจร่วมเสวนาออนไลน์ " เทคโนโลยีและการออกแบบสำหรับที่พักผู้สูงอายุ" Technology and Design for Elder Home วันพุธที่ 25 สิงหาคม 2564 เวลา 13.30-16.00น. โดย วิทยากร 3 ท่านได้แก่ รศ.ดร. ชุมเขต แสวงเจริญ หัวหน้าศูนย์ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2. ดร. กิตติ วงศ์ถาวราวัฒน์ หัวหน้าทีมวิจัยนวัตกรรมและข้อมูลเพื่อสุขภาพ ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์ สวทช. 3. คุณสราวัล เป็นสุข ที่ปรึกษาอาวุโส (ด้านผู้สูงอายุ) Living Care, SCG Building & Living Care Consulting บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด สนใจลงทะเบียน ที่ https://forms.gle/iQfjQUZwPi73GWtG8  
ปฏิทินกิจกรรม
 
จดหมายข่าว สวทช. ปีที่ 7 ฉบับที่ 5 ประจำเดือนสิงหาคม 2564
ข่าว สวทช. ผนึกสถาบันวิจัยเทคนิครถไฟประเทศญี่ปุ่น ผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมอุตสาหกรรมด้านระบบรางของไทย คณะจิตอาสาสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา มอบอาหารและน้ำดื่ม ให้ รพ.สนามบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธรเพื่อคนพิการ นายกรัฐมนตรีประกาศเดินหน้าแผนปฏิบัติการด้านการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทย ด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG ภายใน 7 ปี (พ.ศ. 2564-2570)  สวทช. ประกาศผล ‘คิโบะ โรบ็อต โปรแกรมมิ่ง ชาเลนจ์ ครั้งที่ 2’ ทีมเยาวชนจากโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี คว้ารางวัลชนะเลิศ เป็นตัวแทนประเทศเข้าแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย เด็กไทยเจ๋ง..!! คว้าอันดับ 1 การแข่งขันเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์อวกาศระดับเอเชีย นาโนเทค สวทช. ส่งมอบผลงาน “ชุดตรวจ NANO COVID-19 Antigen Rapid Test” ให้กับคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล สำเร็จ! นาโนเทค สวทช. พัฒนาชุดตรวจคัดกรองโควิด-19 (NANO Covid-19 Antigen Rapid Test) สวทช. ผนึกกำลัง สพฐ. จัดอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรยานยนต์และขนส่งสมัยใหม่ สอดคล้องกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายในเขตพื้นที่ EEC ไบโอเทค สวทช. ต่อยอดความสำเร็จจากสารตั้งต้นผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ เตรียมคิดค้นยาใหม่เพื่อรักษาการติดเชื้อโรคโควิดที่อาจจะดื้อยาได้   บทความ เจาะลึก AMED Telehealth แพลตฟอร์มหลังบ้าน ‘Home Isolation’ ‘เตียงเสมือน’ แนวรับใหม่ของบุคลากรทางการแพทย์  Download เอกสารฉบับเต็ม [15.2 MB]  
จดหมายข่าว สวทช.