หน้าแรก ค้นหา
ผลการค้นหา :
ปลดล็อก! นวัตกรรมไทยสู่สากล ด้วยบริการทดสอบมาตรฐาน NQI
สวทช. ร่วมกับ รวพ. จัดงาน Thailand Standards & Quality Forum 2026 ระดมผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์วิเคราะห์ทดสอบชั้นนำของ สวทช. ประกอบด้วย PTEC , CTEC , NFED , NCTC , SQUAT , TBES มาร่วมแชร์แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมให้ผ่านด่านมาตรฐานโลก และช่วยให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ หรือ NQI (National Quality Infrastructure) ที่มีความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ทดสอบมาตรฐานในด้านต่าง ๆ เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์นวัตกรรมของคนไทย ให้ก้าวทันมาตรฐานสากล
คลิปสั้นทันเหตุการณ์
 
สวทช. ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมในงาน SPC2026 ชูบทบาทฟิสิกส์ก้าวสู่ความยั่งยืน ผ่าน “เทคโนโลยีเซนเซอร์อัจฉริยะ-บริการวิเคราะห์ระดับนาโน”
(วันที่ 21 พฤษภาคม 2569) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. ในฐานะที่ปรึกษาสมาคมฟิสิกส์ไทย ได้เข้าร่วมงานประชุมวิชาการฟิสิกส์ระดับชาติ ครั้งที่ 21 หรือ Siam Physics Congress 2026 (SPC2026) ระหว่างวันที่ 20 – 22 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน จังหวัดเพชรบุรี โดยงานดังกล่าวเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญของสมาคมฟิสิกส์ไทย สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเพื่อร่วมกันยกระดับองค์ความรู้ทางฟิสิกส์ให้กลายเป็นกลไกสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “ผสานพลังฟิสิกส์ สร้างสรรค์นวัตกรรม สู่ความยั่งยืน” ภายในงาน สวทช. ได้นำนวัตกรรมและบริการทางวิทยาศาสตร์ขั้นสูงไปร่วมจัดแสดงเพื่อสะท้อนบทบาทสำคัญของฟิสิกส์ในการตอบโจทย์ความท้าทายใหม่ของโลก โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ได้นำผลงานวิจัยของกลุ่มวิจัยอุปกรณ์สเปกโทรสโกปีและเซนเซอร์มาแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของการพัฒนาระบบตรวจวัดอัจฉริยะที่มีความไวและความแม่นยำสูง ซึ่งเปลี่ยนรูปแบบการวิเคราะห์สสารจากเดิมที่ต้องทำในห้องปฏิบัติการให้กลายเป็นการตรวจวัดแบบเรียลไทม์ในพื้นที่จริง เพื่อช่วยให้ภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมสามารถควบคุมคุณภาพและบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. ได้นำเสนอบริการวิเคราะห์ทดสอบระดับนาโน ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เปรียบเสมือนดวงตาของนักวิจัยและผู้ประกอบการ ในการตรวจสอบโครงสร้างวัสดุระดับนาโนเมตรเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และแก้ปัญหาทางเทคนิคในอุตสาหกรรม โดยอาศัยเครื่องมือวิทยาศาสตร์ชั้นนำที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ทั้งนี้ความร่วมมือของ สวทช. กับสมาคมฟิสิกส์ไทยและเครือข่ายพันธมิตรในงานครั้งนี้ ถือเป็นการหลอมรวมเครื่องยนต์วิจัยของ สวทช. เข้ากับฐานรากทางวิชาการฟิสิกส์ของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดย สวทช. จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการนำองค์ความรู้ทางฟิสิกส์เชิงทฤษฎีมาต่อยอดผ่านโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อสร้างเป็นนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริงในภาคธุรกิจและสังคม ตลอดจนการนำเครื่องมือวิจัยและผู้เชี่ยวชาญไปสนับสนุนเครือข่ายนักฟิสิกส์ทั่วประเทศจะช่วยให้เกิดการบ่มเพาะเทคโนโลยีอนาคตที่ตอบโจทย์ความท้าทายของโลกยุคใหม่ ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งการบูรณาการความร่วมมือดังกล่าว ไม่เพียงช่วยบ่มเพาะสร้างคนรุ่นใหม่ให้เห็นคุณค่าของวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างระบบนิเวศทางนวัตกรรมที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยสามารถเปลี่ยนผ่านจากประเทศผู้ใช้เทคโนโลยีไปสู่ประเทศผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างเต็มตัว เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาวต่อไป
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
กระทรวง อว. ซินโครตรอน และ สวทช. ร่วมให้การต้อนรับคณะข้าราชการระดับสูงจากมาเลเซีย
เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 Prof. Dr. Azmawani Abd Rahman, CEO Putra Business School พร้อมด้วย ดร.ธันยวัต สมใจทวีพร ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ นำคณะข้าราชการระดับสูงจากมาเลเซีย เข้าศึกษาดูงาน ณ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในโอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้ให้เกียรติกล่าวต้อนรับ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.สาโรช รุจิวรรธน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) (SLRI) พร้อมด้วย ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (เอ็นเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมให้การต้อนรับคณะข้าราชการระดับสูงจากประเทศมาเลเซีย ในโอกาสนี้ได้แนะนำบทบาทและภาพรวมการดำเนินงานของ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนฯ และ สวทช. ตามลำดับ พร้อมทั้งร่วมตอบข้อซักถามต่าง ๆ แก่คณะศึกษาดูงาน ก่อนที่ในช่วงท้าย คณะฯ ได้เข้าเยี่ยมชมบูธนิทรรศการผลงานวิจัยของ สวทช. ซึ่งประกอบด้วย Premium Biodiesel (H-FAME) เชื้อเพลิงชีวภาพคุณภาพสูง นำเสนอโดย ดร.พีรวัฒน์ สายสิริรัตน์ หัวหน้าโครงการและหัวหน้าทีมวิจัยพลังงานทดแทนและประสิทธิภาพพลังงาน กลุ่มวิจัยพลังงานคาร์บอนต่ำ เอ็นเทค สวทช. น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าปลอดภัยจากปาล์มน้ำมันไทย (EnPAT) นำเสนอโดย ดร.บุญญาวัณย์ อยู่สุข หัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสะอาดและเคมีขั้นสูง เอ็นเทค สวทช. “ข้าวคาร์บอนต่ำ” ข้าวพันธุ์ไบโอเทค 1 ซึ่งเป็นข้าวไม่ไวแสง กอตั้ง ลำต้นแข็งแรง ไม่หักล้มง่าย ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล อายุเก็บเกี่ยวสั้นและให้ผลผลิตสูง นำเสนอโดย ดร.วศิน ผลชีวิน นักวิจัย ทีมวิจัยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีชีวภาพพืชและการเกษตรแบบแม่นยำ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช. การศึกษาดูงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้านการบริหารองค์กรระดับชาติและภาวะผู้นำ ภายใต้โปรแกรม Putra Management & Leadership Programme (Global Series 1) หัวข้อ Global Perspective for Sustainable Leadership Impact ซึ่งจัดโดย Putra Business School เป็นไปด้วยบรรยากาศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ ซึ่งไม่เพียงแต่บรรลุวัตถุประสงค์ในการพัฒนาผู้นำระดับสากลอย่างยั่งยืน แต่ยังถือเป็นก้าวสำคัญในการสานต่อเครือข่ายความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ระหว่างประเทศไทยและมาเลเซีย เพื่อยกระดับการพัฒนาของทั้งสองประเทศต่อไปในอนาคต  
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
ขอเชิญผู้ประกอบการและผู้สนใจร่วมเจาะลึกทิศทางอุตสาหกรรมในงานสัมมนาออนไลน์ “From ROCK to RICHES ปีที่ 2”
เชิญชวนร่วมงานสัมมนาออนไลน์ 📢 พลิกวิกฤตสู่โอกาส! เปลี่ยน "แร่" ให้เป็น "ความมั่งคั่ง" ด้วย Mining 4.0 💎 🕰️ยุคสมัยเปลี่ยน เหมืองแร่ต้องปรับ! ขอเชิญผู้ประกอบการและผู้สนใจร่วมเจาะลึกทิศทางอุตสาหกรรมในงานสัมมนาออนไลน์ "From ROCK to RICHES ปีที่ 2" สิ่งที่จะได้รับ : 🌐 อัปเดตเทรนด์อุตสาหกรรมเหมืองแร่ยุคดิจิทัล 📊 ทำความรู้จัก Mining 4.0 Index: ตัวช่วยวัดระดับความอัจฉริยะของสถานประกอบการ 💡 แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจากกูรูระดับประเทศ 📅 วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2569 ⏰ เวลา 09:30 – 12:30 น. (Online) 🚀 ลงทะเบียนด่วน! (ไม่มีค่าใช้จ่าย) 💬 Line/Scan QR Code: สแกนในภาพเพื่อลงทะเบียน 🔗 ลิงก์สมัคร: https://www.nstda.or.th/r/jqCBd สอบถามเพิ่มเติม : 📞โทร. 064-656-9298 📧mining4.0@nstda.or.th
ปฏิทินกิจกรรม
 
สวทช. ร่วมพิธีเปิดการประชุมระดับโลก GRC Annual Meeting 2026 มุ่งขับเคลื่อนนโยบายวิจัยและนวัตกรรมสู่ความยั่งยืน
วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมประจำปี Global Research Council (GRC) ครั้งที่ 14 ประจำปี 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 – 22 พฤษภาคม 2569 โดย Thailand RISE Fund หรือ กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมกับ Natural Sciences and Engineering Research Council of Canada (NSERC) ประเทศแคนาดา โดยมี ศาสตราจารย์ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง อว. ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำกระทรวง อว. ศาสตราจารย์ ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการ สกสว. Prof. Dr. Alejandro Adem ประธาน Governing Board ของ Global Research Council (GRC) และ President of Natural Sciences and Engineering Research Council of Canada (NSERC) , H.E. Ms. Ping Kitnikone เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)  และผู้แทนองค์กรบริหารทุนวิจัย หน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมจาก 38 ประเทศ ตลอดจนคณะผู้แทนทางการทูตจาก 70 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและกำหนดทิศทางความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมระดับนานาชาติ ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร รองนายกฯ และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กล่าวว่า การสร้างระบบวิจัยที่เข้มแข็งไม่ใช่เพียงเรื่องงบประมาณ แต่ต้องสร้างระบบนิเวศที่เปิดกว้างและเอื้อต่อความร่วมมือจากหลากหลายสาขา โดย “Open Science” จะมีบทบาทสำคัญในการเปิดการเข้าถึงองค์ความรู้ การแบ่งปันข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน และทรัพยากรด้านวิจัยร่วมกัน ซึ่งจะช่วยเร่งการพัฒนาวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาระดับโลก “การประชุม GRC 2026 จะเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการสร้างความร่วมมือ แลกเปลี่ยนแนวคิด และร่วมกันกำหนดทิศทางของระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ของโลก เพื่อให้สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม เราอาจหยุดการเปลี่ยนแปลงของโลกไม่ได้ แต่เราสามารถร่วมกันกำหนดทิศทางของเทคโนโลยีให้ถูกใช้เพื่อมนุษย์และสังคมได้” ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าว ด้าน ศ.ดร.สมปอง กล่าวว่า การประชุม GRC 2026 สะท้อนบทบาทความร่วมมือระหว่างประเทศในการขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) โดยปีนี้มุ่งหารือ 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ “Open Science” และ “Research for Sustainable Communities” เพื่อรับมือความท้าทายสำคัญของโลก ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเหลื่อมล้ำ ความมั่นคงด้านอาหาร สุขภาพ และการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี ขณะที่ Prof. Dr. Alejandro Adem ระบุว่า ความร่วมมือพหุภาคีและองค์กรบริหารทุนวิจัยมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อน ววน. ของโลก โดยเฉพาะในช่วงที่โลกเผชิญความท้าทายซับซ้อนร่วมกัน พร้อมผลักดันประเด็น Open Science การวิจัยเพื่อชุมชนยั่งยืน และการพัฒนาระบบนิเวศวิจัยที่เปิดกว้างและเท่าเทียม ด้าน H.E. Ms. Ping Kitnikone กล่าวว่า แคนาดาจะสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรวิจัยและการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและนักวิจัยระหว่างสองประเทศ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระยะยาว การประชุมประจำปีระดับโลก GRC Annual Meeting 2026  ภายใต้การประชุมดังกล่าว ได้มีการจัดกิจกรรม Side Event เรื่อง “Diamond Open Access as a Foundation for Research Sovereignty and Trust in Science” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ระหว่างหน่วยงานให้ทุนวิจัย องค์กรระหว่างประเทศ และผู้กำหนดนโยบายจากหลายประเทศ ได้แก่ ไทย แคนาดา ฝรั่งเศส อินโดนีเซีย แอฟริกาใต้ ตุรกี และแองโกลา รวมถึงองค์การ UNESCO เกี่ยวกับอนาคตของระบบการเผยแพร่ผลงานวิจัยแบบเปิดที่มีความเสมอภาค ยั่งยืน และตอบสนองต่อประโยชน์สาธารณะ มุ่งเน้นไปที่สองประเด็นความท้าทายสำคัญของโลก ได้แก่: การส่งเสริมวิทยาศาสตร์แบบเปิด (Open Science) เพื่อสร้างระบบนิเวศการวิจัยที่เข้าถึงได้และโปร่งใส การวิจัยเพื่อชุมชนที่ยั่งยืน (Research for Sustainable Communities) การเข้าร่วมงานของผู้บริหาร สวทช. ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการผสานความร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรด้านการวิจัยระดับนานาชาติ เพื่อนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาใช้ขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับทิศทางนโยบายวิจัยในเวทีโลกต่อไป สำหรับ สกสว. เวทีนี้จึงไม่ใช่เพียงพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนมุมมองทางวิชาการในระดับนานาชาติ แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยงวาระด้าน Open Science ระดับโลกเข้ากับการพัฒนาระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศไทย ตลอดจนการผลักดันให้แนวคิด Open Science ก้าวสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้การลงทุนด้านการวิจัยของประเทศนำไปสู่องค์ความรู้ที่เข้าถึงได้ เชื่อถือได้ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและสังคมไทยในระยะยาว ข้อมูลเพิ่มเติม: https://grc2026.tsri.or.th/  
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
พลิกนวัตกรรมไทยสู่ธุรกิจระดับโลก! สวทช. จับมือพันธมิตรขับเคลื่อน “ทรัพย์สินทางปัญญา” ให้เป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้จัดงานครั้งสำคัญ “TechLink Edition by TTS” ระหว่างวันที่ 20-21 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรม เบสท์ เวสเทิร์น จตุจักรโดยมี ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการ สวทช. เป็นประธานในพิธีเปิด ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อเป็นเวทีเชื่อมโยงงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม และแสดงถึงบทบาทของ สวทช. ในการเป็น "เครื่องยนต์วิจัยของชาติ" (The National Research Engine) ของประเทศ โดย สวทช. มีกลไกการจัดการทรัพย์สินทางปัญญาที่เข้มแข็ง จะช่วยให้ Deep Tech ของไทยสามารถ "Scale up" ไปสู่ตลาดโลกได้ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวง อว. ที่ต้องการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่แข่งขันได้ในระดับสากล ทรัพย์สินทางปัญญา: "สะพานเชื่อม" งานวิจัยกับภาคธุรกิจ ในยุคเศรษฐกิจฐานความรู้ ทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ไม่ได้เป็นเพียงการคุ้มครองผลงาน แต่คือ “สินทรัพย์เชิงกลยุทธ์” ที่ช่วยเพิ่มมูลค่า สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน และเปิดประตูสู่การแข่งขันในระดับสากล, โดย สวทช. มุ่งมั่นที่จะทำให้งานวิจัยไม่หยุดอยู่แค่ในห้องทดลอง แต่ต้องสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสังคมไทยได้อย่างแท้จริง พลังแห่งเครือข่ายพันธมิตร ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของ 17 หน่วยงานภาครัฐและสถาบันการศึกษา ที่นำผลงานวิจัยและนวัตกรรมพร้อมใช้กว่า 159 ผลงาน มาจัดแสดงในที่เดียว เพื่อให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนเข้าถึงเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ธุรกิจได้ง่ายขึ้น ลดทั้งต้นทุนและเวลา และเตรียมพบกับงาน Thailand Techshow 2026 งานใหญ่ที่จะรวบรวมผลงานวิจัยและพันธมิตรไว้อย่างคับคั่งในเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อตอกย้ำนโยบายการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ (Commercial Utilization) อย่างยั่งยืน  
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
THAIFEX-Anuga ASIA 2026 Food Startup Pitches For Investment & Partners
🎉เมืองนวัตกรรมอาหาร สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย FI-Accelerator ร่วมกับ THAIFEX-Anuga ASIA ขอเชิญเข้าร่วมกิจกรรม Food Startup Pitches For Investment & Partners การนำเสนอและทดสอบซิมผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหาร จากผู้ประกอบการ ในเครือข่ายของเมืองนวัตกรรมอาหาร ในวันที่ 27 พ.ค. 69 ตั้งแต่เวลา 14.00 - 17.00 น. ณ อิมแพ็คเมืองทองธานี ฮอล 4 ใน Food Tech Start-Up Zone สมัครเข้าร่วมตามลิงค์ด้านล่าง https://forms.gle/edmEBoo5GLQxZUK8A สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์ติดต่อ 094 746 3822 อีเมล foodinnopolis.accelerator@gmail.com
ปฏิทินกิจกรรม
 
‘ยศชนัน’ ผนึก 6 กระทรวงฯ เยี่ยมชม สวทช. ‘เครื่องยนต์วิจัยของชาติ’
"ศ. ดร.ยศชนัน” นำรัฐมนตรีและผู้แทนรัฐมนตรี 6 กระทรวงฯ พร้อมด้วย สปสช. เยี่ยมชมโครงสร้างพื้นฐานและงานวิจัย สวทช. เพื่อให้เกิดความร่วมมือทำงานร่วมกันแบบข้ามกระทรวง ด้วยการนำผลงานวิจัยไปใช้จริง “Synergistic Government” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน พร้อมขับเคลื่อนประเทศสู่ประเทศรายรายได้สูงด้วยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม
คลิปสั้นทันเหตุการณ์
 
สวทช. – พันธมิตร เผย “Human & AI Synergy 2026” AI ไม่ได้มาแทนที่ใคร แต่คนต้องรู้จักใช้ให้เป็น
(7 พฤษภาคม 2569) ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 3 อาคารซอฟต์แวร์พาร์ค: กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย ร่วมกับองค์กรพันธมิตร ได้แก่ บริษัท เอซิส โปรเฟสชั่นนัล เซ็นเตอร์ จำกัด บริษัท สยามชำนาญกิจ จำกัด คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และบริษัท มาคาเลียส ประเทศไทย จำกัด จัดงานสัมมนาหัวข้อ " AI & Human Synergy: Security and Productivity in the Intelligence Era 2026: การผนึกกำลังระหว่าง คน และ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามด้านความปลอดภัย" เพื่ออัปเดตเรื่อง AI ตั้งแต่ในด้านธรรมาภิบาล สู่การใช้ AI เพื่อลงทุน จนยกระดับประสิทธิภาพการทำงานต่าๆ แบบก้าวกระโดดด้วย AI ดร.ภัทราวดี พลอยกิติกูล ผู้อำนวยการ เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ประธานเปิดงานสัมมนาฯ กล่าวว่า บทบาทของ AI ต่ออนาคตของแรงงานมนุษย์ที่หลายๆ คนเคยตั้งคำถามว่า AI อาจมาแทนที่ในอนาคต แต่คำตอบที่ชัดเจนที่สุด นั่นคือเราไม่ได้มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีเพื่อมาแทนที่มนุษย์ หากแต่คือการสร้าง “Synergy” หรือการผสานพลังระหว่างสติปัญญาของมนุษย์และความสามารถของ AI เพื่อยกระดับการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ในส่วนของ สวทช. ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศ ผ่านการทำงานร่วมกันของศูนย์แห่งชาติ ทั้ง 5 ศูนย์ ได้แก่ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) ที่มุ่งพัฒนางานด้านเทคโนโลยีชีวภาพ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ที่มุ่งพัฒนางานด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวัสดุต่างๆ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ที่มุ่งพัฒนางานด้านอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (NANOTEC) ที่มุ่งพัฒนางานด้านนาโนเทคโนโลยี และศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) ที่มุ่งวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานของประเทศ อีกทั้งยังมีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ และโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติ อาทิ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย, เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย, EECi, Food Innopolis และนอกจากนี้ สวทช. ยังมีบทบาทสำคัญในการผลักดันเทคโนโลยีจากระดับแนวคิดไปสู่การใช้งานจริง ผ่านระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพของประเทศ (NQI) ทั้งการทดสอบในห้องปฏิบัติการ การรับรองมาตรฐาน และ Sandbox ตลอดจนโปรแกรมสนับสนุนต่างๆ ที่พร้อมเสริมแกร่งให้แก่ SME สตาร์ตอัป และภาคอุตสาหกรรม ภายในงานได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมาร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ในหลากหลายมิติ ได้แก่ นายปริญญา หอมเอนก บริษัท เอซิส โปรเฟสชั่นนัล เซ็นเตอร์ จำกัด และบริษัท ไซเบอร์ตรอน จำกัด บรรยายถึงการวางรากฐานธรรมาภิบาล AI และการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัยสำหรับองค์กรยุคใหม่ นายไพบูลย์ พนัสบดี อดีตนายกสมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย นำเสนอเครื่องมือ "Claude Cowork" เพื่อจัดการงานล้นมือผ่าน AI Agent ช่วยให้การทำงานในแต่ละวันจบลงได้อย่างรวดเร็ว นายสมเกียรติ ปุ๋ยสูงเนิน บริษัท สยามชำนาญกิจ จำกัด บรรยายถึงการปฏิวัติการเขียนโปรแกรมด้วย AI ที่ช่วยให้ทำงานไวขึ้นเท่าตัวแต่ยังคงไว้ซึ่งคุณภาพและเลี่ยง "AI Trap" หรือกับดักของเทคโนโลยี นายทัพนันทน์ เอี่ยวพานทอง คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เจาะลึกการใช้ AI เปลี่ยนข้อมูลดิบให้กลายเป็น Insight เพื่อสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่เหนือระดับ นายณรงค์ จันทร์สร้อย ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ตรงในการพัฒนา AI เพื่อบริหารพอร์ตการลงทุน 100% ในชีวิตจริง และปิดท้ายด้วย นางสาวณีรนุช ไตรจักร์วนิช บริษัท มาคาเลียส ประเทศไทย จำกัด กับเทคนิคการสร้าง Content สำหรับ Social Commerce ให้เร็วขึ้น 10 เท่า สำหรับผู้สนใจในบริการทางด้านหลักสูตรพัฒนาบุคลากร หรือโปรแกรมพัฒนาผู้ประกอบการ หรือกิจกรรมต่างๆ รวมไปถึงบริการด้านพื้นที่ของทางเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย สวทช. สามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติม และติดตามรายละเอียดได้ที่เฟซบุ๊ก: Software Park Thailand , www.swpark.or.th  หรือ โทร. 02-583-9992, 02-564-7000  
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
NSTDA หน้า 1 : สรุปข่าววิทย์ฯ ฮิตติดหน้า 1 วันที่ 18 พ.ค. 2569
วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569‘ยศชนัน’ ผนึก 6 กระทรวง ตอกย้ำ สวทช. 'เครื่องยนต์วิจัยของชาติ'         อ.เชน นำ 6 กระทรวงฯเยี่ยมชมโครงสร้างพื้นฐาน-งานวิจัย สวทช. ดึงหลายกระทรวงร่วมมือนำผลงานวิจัยใช้จริง “Synergistic Government” ลั่นงานวิจัยต้องเป็น "คำตอบ" แก้โจทย์ชีวิต-ขับเคลื่อนประเทศ.... >> อ่านต่อสวทช. ดันนวัตกรรมอายุยืนสู่เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ            PhytoEX นาโนเทค จับมือเซเลป-เอกชน เปิดเวที “PhytoEX: Longevity Innovation In Action” แลกเปลี่ยนการพัฒนานวัตกรรมสุขภาพ-ความงาม ตอบเทรนด์ Longevity ปูทางสู่ “ภาคีเครือข่ายผู้นำนวัตกรรมภายใต้เศรษฐกิจอายุยืนของประเทศไทย" ... >> อ่านต่อขานรับนโยบาย อว. for EV สู้ศึก Tech War : ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล. ร่วมแถลงข่าว พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การพัฒนาเทคโนโลยีด้านยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานและพัฒนาบุคลากร ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์กระทรวง อว. ในการวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรมและนโยบายของท่านรัฐมนตรี อว. ที่ย้ำว่าไทยต้องชนะ Tech War  ... >> อ่านต่อ
จดหมายข่าว สวทช.
 
สวทช. นำเสนอผลการดำเนินงานและแผนขับเคลื่อนคุณธรรมและความโปร่งใสของหน่วยงาน ประจำปี 2569
เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 นางสาวกุศล ทองวัน ผู้จัดการงานพัฒนาองค์กร ฝ่ายกลยุทธ์บุคคลและพัฒนาองค์กร และ รก. ผอ. ฝ่ายบริการทรัพยากรบุคคล ในฐานะหน่วยงานผู้รับผิดชอบโครงการ ได้นำเสนอผลการดำเนินงาน และแผนขับเคลื่อนคุณธรรมและความโปร่งใสของหน่วยงานต่อ ศาสตรจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ พร้อมคณะผู้บริหาร สวทช.ตามแนวทางและกรอบระยะเวลาการประเมินที่ สำนักงาน ป.ป.ช. กำหนด พร้อมทั้งร่วมกันวิเคราะห์กรอบหลักเกณฑ์การประเมิน ปัญหาอุปสรรค ตลอดจนให้ข้อคิดเห็นและให้แนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามมาตรการฯ ที่กำหนดไว้ให้มีผลเป็นรูปธรรม มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อไป
ข่าวสาร ITA
 
สวทช. – สจล.  เร่งเครื่องอัปสกิลคนรุ่นใหม่ เสริมแกร่งห่วงโซ่ EV ขานรับนโยบาย อว. for EV สู้ศึก Tech War
(วันที่ 18 พฤษภาคม 2569) ที่โถงแถลงข่าว อาคารวิจัยโยธี สวทช. กรุงเทพฯ: ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมแถลงข่าว พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การพัฒนาเทคโนโลยีด้านยานยนต์ไฟฟ้า พลังงาน และพัฒนาบุคลากร เพื่อขับเคลื่อนเทคโนโลยีขุมพลังยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาดครบวงจร พร้อมเดินหน้ายกระดับอัปสกิลบุคลากรไทยผ่านการปฏิบัติจริงและป้อนเข้าสู่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมสีเขียวอนาคต โดยมี ดร.ศราวุธ เลิศพลังสันติ รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านยานยนต์ไฟฟ้าประเทศไทย สวทช. ศ. ดร.วิษณุ เพชรภา รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม สจล. ตลอดจนคณะผู้บริหาร และทีมนักวิจัยทั้งสองหน่วยเข้าร่วมงาน ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า สวทช. ได้วางรากฐานด้านระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า ผ่านศูนย์ความเป็นเลิศด้านยานยนต์ไฟฟ้าประเทศไทย (TECE) โดยการผนึกกำลังกับ สจล. ในครั้งนี้ ถือเป็นการขานรับนโยบายของ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และตอบโจทย์ยุทธศาสตร์กระทรวง อว. ในการวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) การลงทุนในเทคโนโลยีขั้นแนวหน้า (Frontier Innovation) ด้านพลังงานสีเขียว ซึ่งการทำงานร่วมกันของ สวทช. และ สจล. ภายใต้การลงนามครั้งนี้ มีภารกิจสำคัญที่สุดคือการสร้างคนเพื่อรองรับอุตสาหกรรมอนาคต ตามยุทธศาสตร์กระทรวง อว. ที่ต้องการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยและการพัฒนากำลังคนคุณภาพสูงเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม EV ได้ทันที ตามแนวคิด “เรียนได้งบจบได้งาน” ของท่านรัฐมนตรีกระทรวง อว. “วันนี้ สวทช. เราทำหน้าที่เป็นเครื่องยนต์วิจัยหลักของชาติ (National Research Engine) แต่เครื่องยนต์นี้จะทรงพลังและขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้เร็วขึ้น เมื่อได้พันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญระดับสูงอย่าง สจล. มาร่วมเสริมแกร่ง ความร่วมมือกันครั้งนี้เรามุ่งเป้าที่ระบบยานยนต์ไฟฟ้าอย่างครบวงจร ตั้งแต่ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทต่าง ๆ เรือไฟฟ้า ระบบขับเคลื่อน ระบบจัดเก็บพลังงาน จนถึงโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ ซึ่งสอดรับโดยตรงกับนโยบายของท่านรัฐมนตรี อว. ที่ย้ำว่าไทยต้องชนะ Tech War โดยการเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมและใช้งานได้จริง” ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล. กล่าวว่า  สจล. พร้อมเป็นฟันเฟืองสำคัญในการเปลี่ยนผ่านประเทศด้วยนวัตกรรม ตอกย้ำเจตนารมณ์ในการผลักดันให้สถาบันก้าวสู่ความเป็น “The World Master of Innovation” โดยการจับมือร่วมกับ สวทช. คือ การดึงความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมขั้นสูระดับชาติของ สวทช. โดยศูนย์ TECE มาสู่การปฏิบัติจริงในภาคอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ผนวกกับความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมของ สจล. ดังนั้นจึงเป็นการรวมศักยภาพที่แข็งแกร่ง ให้กลายเป็นแพลตฟอร์มสำคัญเพื่อร่วมวิจัยและพัฒนา ทั้งระบบขับเคลื่อน (Drive Train) และระบบควบคุมอัจฉริยะ โดย สจล. พร้อมสร้างกระบวนการเรียนรู้ผ่านการทำงานจริง เช่น สหกิจศึกษา รวมถึงการทำ Up-skill และ Re-skill เพื่อสร้างบุคลากรคนรุ่นใหม่ให้มีทักษะระดับ Deep Tech ที่เชี่ยวชาญ เพื่อให้ประเทศไทยมีระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่ยั่งยืน และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างแท้จริง สำหรับความร่วมมือที่ผ่านมาของ สวทช. และ สจล. ได้แก่ 1. ด้านการพัฒนากำลังคนและบุคลากรด้านยานยนต์ไฟฟ้า (EV-HRD) อาทิ โครงการ TAIST-Tokyo Tech: ร่วมมือผลิตและพัฒนาบุคลากรวิจัยระดับสูง เพื่อตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรม, การสนับสนุนนักวิจัยระดับปริญญาเอก: ร่วมเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาและดูแลนักศึกษาทุนระดับปริญญาเอกที่ศึกษาวิจัยเชิงลึกด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า, การถ่ายทอดองค์ความรู้: ผู้เชี่ยวชาญจาก สวทช. ร่วมเป็นวิทยากรพิเศษบรรยายและถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้แก่นักศึกษา สจล. และโครงการสหกิจศึกษาและฝึกงาน: เปิดรับนักศึกษาฝึกงานและสหกิจศึกษาเพื่อสร้างเสริมทักษะและประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริงในห้องปฏิบัติการและภาคอุตสาหกรรม 2.ด้านการวิจัยและนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงาน (EV & Energy Innovation) อาทิ เทคโนโลยีพลังงานสะอาด: ร่วมวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน (Hydrogen Fuel Cell) ที่ได้จากก๊าซชีวภาพ (Biogas) เพื่อต่อยอดสู่พลังงานทางเลือกแห่งอนาคต, การพัฒนาองค์ความรู้วิศวกรรม: ร่วมวิจัย พัฒนา และจัดทำผลงานตีพิมพ์ทางวิชาการ (Academic Paper) ด้านการทดสอบสมรรถนะเครื่องยนต์ เพื่อยกระดับมาตรฐานวิศวกรรมยานยนต์ และ 3. ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรมอื่น ๆ (Advanced Technology & Other Innovations)  
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์