ผลการค้นหา :
สวทช. ขุมพลังหลัก วทน. เร่งการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG และ S-Curve สู่นักเรียนและครูในพื้นที่ EEC เสริมรากฐานด้านกำลังคนเพื่อความยั่งยืน
เมื่อวันที่ 29-30 มีนาคม 2566 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยฝ่ายวิชาการ หลักสูตรและสื่อการเรียนรู้ ภายใต้โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้กับโรงเรียนในเขตพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) จัดกิจกรรมสำหรับเยาวชนและครูในเขตพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ภายในงานประชุมวิชาการ สวทช. ประจำปี 2566 (NSTDA Annual Conference: NAC2023) ภายใต้ธีม “สวทช.: ขุมพลังหลัก วทน. เร่งการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG สู่ความยั่งยืน กิจกรรมดังกล่าวได้มีกิจกรรมภายใต้โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้กับโรงเรียนในเขตพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ในวันที่ 29 และ 30 มีนาคม 2566 ณ อาคารศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย และอาคารบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร จ.ปทุมธานี จำนวน 4 กิจกรรม ประกอบด้วย กิจกรรมวิทยาศาสตร์สำหรับเยาวชนระดับมัธยมศึกษา จำนวน 3 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมนักนวัตกรรมเกษตร Indoor Farming กิจกรรมไวรัส วายร้าย และกิจกรรมการประดิษฐ์ชุดหลอดไฟส่องสว่าง LED แบบหมู่คณะเชื่อมความสามัคคี โดยความร่วมมือกับศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ และกิจกรรมสำหรับครู จำนวน 1 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมสนุกกับกิจกรรมเรียนรู้สะเต็มศึกษากับซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ของไทย ตามแนวทางโมเดลเศรษฐกิจ BCG โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการคิดเชิงวิทยาศาสตร์อย่างเป็นระบบผ่านการฟังการบรรยายและกิจกรรมการทดลองปฏิบัติจริง โดยมีผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย และพี่เลี้ยงคอยดูแลให้คำแนะนำในระหว่างทำกิจกรรม พร้อมทั้งปลูกฝังให้นักเรียนในเขตพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) สนใจและเข้าใจถึงบทบาทของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการพัฒนาความเจริญของประเทศ
กิจกรรม “นักนวัตกรรมเกษตร Indoor Farming” สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่ EEC จำนวน 100 คน จัดขึ้นในวันที่ 29 มีนาคม 2566 รุ่นที่ 1 ช่วงเช้า และรุ่นที่ 2 ช่วงบ่าย ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้นวัตกรรมเกษตรสมัยใหม่ รับความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีในโรงงานผลิตพืช Plant Factory และลงมือปฏิบัติกิจกรรม นักนวัตกรรมเกษตร Indoor Farming เน้นการนำความรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ในชั้นเรียน เรื่องกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช ความยาวคลื่นและความเข้มของแสงที่เป็นปัจจัยต่อการเจริญเติบโตของพืชมาใช้ออกแบบแสงเทียมจากหลอดไฟ LED แทนแสงจากดวงอาทิตย์ในการควบคุมการเจริญเติบโต มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบกระถางปลูกพืชในร่ม
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม “ไวรัส วายร้าย” สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่ EEC จำนวน 50 คน จัดขึ้นในวันที่ 29 มีนาคม 2566 ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้เกี่ยวกับไวรัสวิทยาขั้นพื้นฐาน โครงสร้างพื้นฐานของไวรัสชนิดต่าง ๆ พยาธิสภาพของโรคติดเชื้อไวรัส พาหะของไวรัส การระบาดของไวรัส ผลกระทบของการระบาดครั้งยิ่งใหญ่ รวมไปถึงการป้องกันการติดเชื้อจากไวรัส การเตรียมพร้อมด้านวัคซีนและการเตรียมพร้อมต่อไวรัสที่จะอุบัติใหม่ในอนาคต โดยจะเป็นการบรรยายในรูปแบบการอภิปรายไปพร้อมกับเยาวชน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้เยาวชนแบ่งกลุ่มลงมือออกแบบไวรัสโครงสร้างต่าง ๆ ด้วยตนเอง และนำองค์ความรู้ที่ได้จากการฟังบรรยายทั้งหมดมาบูรณาการณ์เชื่อมโยงเกี่ยวกับไวรัสและอภิปรายให้เพื่อน ๆ ฟัง
กิจกรรม “สนุกกับกิจกรรมเรียนรู้สะเต็มศึกษากับซอฟต์พาวเวอร์ (Soft power) ของไทย ตามแนวทางโมเดลเศรษฐกิจ BCG” สำหรับครูระดับมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่ EEC จำนวน 25 คน ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้แนวทางการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้สะเต็มศึกษากับซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ของไทย ตามแนวทางโมเดลเศรษฐกิจ BCG และลงมือทำกิจกรรมสุคนธบำบัด (Aromatherapy) สกัดน้ำมันหอมระเหย โดยใช้ภูมิปัญญาไทยและสะเต็มศึกษา
และกิจกรรม “การประดิษฐ์ชุดหลอดไฟส่องสว่าง LED แบบหมู่คณะเชื่อมความสามัคคี” สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่ EEC จำนวน 50 คน ผู้เข้าร่วมได้ทำความรู้จักกับ EZ-LED light kits หรือชุดหลอดไฟส่องสว่าง LED อย่างง่ายที่เป็นเทคโนโลยีไฟฟ้าโซลาร์เซลล์แบบพื้นฐานจากห้องปฏิบัติการสู่การนำไปประยุกต์ใช้เพื่อช่วยลดปัญหาการขาดแคลนไฟฟ้าส่องสว่างในชุมชนถิ่นทุรกันดารของโครงการไอซีทีเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับชุมชนชายขอบในพื้นที่โครงการตามพระราชดำริฯ ภายใต้การกำกับของมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โดยผลงานการประดิษฐ์ของนักเรียนจะนำไปมอบให้กับชาวบ้านเพื่อใช้งานจริงในกิจกรรมครัวเรือนของชุมชนต่อไป
ด้าน นายภูมิพัฒน์ อึ้งเสือ นักเรียนโรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ 2 กล่าวว่า การเข้าร่วมกิจกรรมทำให้ได้รับความรู้และการต่อวงจรไฟฟ้า ได้ทำงานร่วมกับเพื่อนและได้ช่วยเหลือคนอื่น ชอบการต่อวงจร การต่อไฟ ทำให้เรามีทักษะในการทำงาน ได้ลงมือทำเอง ทำให้เราได้มีประสบการณ์
(ด้านขวา)นายภูมิพัฒน์ อึ้งเสือ นักเรียนโรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ 2
เช่นเดียวกับ ด.ญ.กฤษติกา ดวงแก้ว นักเรียนโรงเรียนวัดป่าประดู่ จ.ระยอง ที่อธิบายถึงความรู้ใหม่ที่ได้จากการอบรม ว่า “หนูกำลังทำโครงงานเกษตรในร่ม และไม่ได้ให้ความสำคัญกับความเข้มแสงเท่าไหร่นัก เพราะใช้แสงไฟอย่างเดียว พอได้มาร่วมกิจกรรมก็ได้รู้ว่าความเข้มแสงมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชมาก ๆ เลยค่ะ และชอบตรงที่ได้ลงมือปฏิบัติจริง”
ขณะที่ นายกฤษณะ ศรัทธาผล ครูโรงเรียนประภัสสร จ.ชลบุรี กล่าวว่า กิจกรรม “สนุกกับกิจกรรมเรียนรู้สะเต็มศึกษากับซอฟต์พาวเวอร์ (Soft power) ของไทยตามแนวทางโมเดลเศรษฐกิจ BCG” เมื่อได้อบรมแล้วทำให้เห็นชัดเจนว่า บ้านเราเป็นเมืองเกษตรกร และกำลังทำ lab เกี่ยวกับเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ จุดเด่นคือต่างประเทศปลูกไม่ได้ แต่บ้านเราปลูกได้ ถือเป็น soft power อย่างหนึ่ง และได้นำไปทำเป็นกิจกรรมให้กับนักเรียนชั้น ม.3 ซึ่งไม่เคยทำและไม่ทราบว่ามาก่อนว่าสามารถทำแบบนี้ได้ เช่น การปลูกกล้วยไม้แบบเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ที่ประเทศไทยทำอยู่แล้ว เช่น duty free ส่งออกไปต่างประเทศทั่วโลก ก็ถือว่าเป็น soft power อย่างหนึ่ง
//////////////////
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
SCI News Flash : 3 นวัตกรรมเพื่อ ‘ผู้สูงอายุ’ และ ‘ผู้ดูแล’ โดย เอ็มเทค สวทช.
นักวิจัยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พัฒนา 3 นวัตกรรมขานรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์แบบ ซึ่งปัจจุบันทั้ง 3 ผลงาน พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีแล้ว
'Rachel' บอดีสูทเสริมแรงกล้ามเนื้อ ช่วยให้ผู้สูงวัยที่ยังมีใจและมีไฟได้สนุกกับการใช้ชีวิตประจำวัน และทำกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยตนเอง จุดเด่นของชุด คือ การช่วยเสริมแรงให้กับผู้สูงอายุบริเวณหลังและต้นขาด้วยกล้ามเนื้อจำลองซึ่งควบคุมด้วย AI เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการพลัดตกหกล้มโดยตัวชุดผ่านการออกแบบให้น้ำหนักเบา สวมใส่สบาย สามารถใส่ทับหรือใส่แทนชุดชั้นในได้เลย
รายละเอียดเพิ่มเติม: ‘Rachel’ บอดีสูทเสริมแรงกล้ามเนื้อ ช่วยผู้สูงวัยเคลื่อนไหวคล่องตัว
'Gunther Bath' กันเธอหกล้มแล้วไม่มีใครมาช่วยเหลือ เป็นอุปกรณ์ Ambient sensor สำหรับตรวจจับการหกล้มในห้องน้ำ ซึ่งวิเคราะห์ Ambient ที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย AI โดยหากเกิดเหตุผู้ใช้งานห้องน้ำหกล้มระบบจะแจ้งเตือนไปยังสมาร์ตโฟนของผู้ดูแลภายใน 5 วินาที จุดแข็งที่สำคัญของเทคโนโลยีนี้คือการประมวลผลทั้งหมดโดยไม่มีการถ่ายและบันทึกภาพ เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานห้องน้ำ
รายละเอียดเพิ่มเติม: ‘Gunther Bath’ กันเธอหกล้มแล้วไม่มีคนช่วย นวัตกรรมตรวจจับการล้มเพื่อผู้สูงอายุและผู้ดูแล
'Ross' ชุดพยุงหลังสำหรับ 'ลูกหลาน' และ 'บุคลากรทางการแพทย์' ที่ต้องยกหรือพลิกตัวผู้สูงอายุอยู่เป็นประจำ ชุดจะทำหน้าที่ช่วยลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บกล้ามเนื้อหลัง ช่วยควบคุมให้ร่างกายยกของน้ำหนักมากด้วยท่าทางที่เหมาะสม โดยชุดนี้ผ่านการออกแบบให้สวมใส่และถอดง่าย พร้อมให้คว้ามาใส่อย่างรวดเร็วในสถานการณ์ฉุกเฉิน
รายละเอียดเพิ่มเติม: ‘Ross (รอส) บอดีสูทพยุงหลัง’ ป้องกันการบาดเจ็บจากการยกผู้ป่วย ผู้สูงอายุ และสิ่งของน้ำหนักมาก
เรียบเรียงโดย ภัทรา สัปปินันทน์ ฝ่ายสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์ สวทช.
อาร์ตเวิร์กโดย ภัทรา สัปปินันทน์
BCG
ข่าวประชาสัมพันธ์
บทความ
ผลงานวิจัยเด่น
สวทช. ร่วมสืบสานประเพณี สรงน้ำพระ ขอพรผู้ใหญ่ เนื่องในวันสงกรานต์
(10 เมษายน 2566) ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดพิธี สรงน้ำพระและรดน้ำขอพร เนื่องในวันสงกรานต์ ประจำปี พ.ศ. 2566 เพื่อสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมไทย รวมทั้งเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีให้แก่บุคลากรกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ในโอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ดร.เจนกฤษณ์ คณาธารณา พร้อมด้วย ดร.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย รองผู้อำนวยการ สวทช. ดร.มนัสชัย คุณาเศรษฐ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. และ ดร.สุธี ผู้เจริญชนะชัย รองผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. ร่วมพิธีสรงน้ำ พระพุทธรูป และรดน้ำขอพรจาก ศาสตราจารย์(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ศาสตราจารย์ ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ปอว.) เนื่องในวันสงกรานต์ ประจำปี พ.ศ. 2566
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
สวทช. จับมือ บีเคเคจีไอ ศึกษา “จุลินทรีย์ในลำไส้มนุษย์” เพื่อจัดทำระบบสารสนเทศ สู่การใช้ประโยชน์ฐานข้อมูลจุลินทรีย์ดูแลสุขภาพคนไทย
For English-version news, please visit : https://www.nstda.or.th/en/news/news-years-2023/nstda-and-bangkok-genomics-innovation-to-embark-on-human-gut-microbiome-research.html
เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2566 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี : ดร.ศรัณย์ สัมฤทธิ์เดชขจร รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และนายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ กรรมการ บริษัท แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ บีเคเคจีไอ (BkkGI) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนา “โครงการกระบวนการศึกษาจุลินทรีย์ในลำไส้ด้วยเทคนิค Next-generation sequencing โดยอาศัยเครื่อง DNBSEQ-G50 (DNBSEQ-G50) ตั้งแต่การเตรียม library, การตรวจสอบรหัสพันธุกรรม และการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมทาง Bioinformatics” ระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และบริษัทแบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ บีเคเคจีไอ (BkkGI) โดยมี ดร.ศิษเฎศ ทองสิมา ผู้อำนวยการธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติ สวทช. และดร.เสาวลักษณ์ ด่านสกุล กรรมการบริษัทฯ เป็นสักขีพยาน
ดร.ศรัณย์ สัมฤทธิ์เดชขจร รองผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า ถือเป็นโอกาสอันดียิ่งที่สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โดยธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติ (National Biobank of Thailand : NBT) ได้ทำความร่วมมือกับบริษัท แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น จํากัด (มหาชน) ทำการศึกษาวิจัยความหลากหลายจุลินทรีย์ในลำไส้ของประชากรไทยที่มีสุขภาพดี เพื่อพัฒนาต่อยอดเป็นระบบสารสนเทศที่ใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลจุลินทรีย์ในลำไส้ของประชากรไทย สนับสนุนให้เกิดการเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์ข้อมูลทรัพยากรชีวภาพอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เกิดความก้าวหน้าในงานวิจัยใหม่ ๆ นำไปสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงสังคมและพาณิชย์ ตลอดจนขับเคลื่อนสังคมยุคใหม่ที่ดูแลสุขภาพด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ และสามารถรักษาสมดุลในการใช้ทรัพยากรตามกรอบความคิดโมเดลเศรษฐกิจ ‘BCG Economy Model’ อันเป็นวาระแห่งชาติ
“โดยจุดประสงค์ของความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาในครั้งนี้คือ ส่งเสริมการแบ่งปันความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเมตาจีโนมิกส์ หรือการศึกษาจุลินทรีย์ในลำไส้ ด้วยเทคโนโลยี Next-generation sequencing หรือ NGS และการวิเคราะห์ข้อมูลชีวนิเวศจุลชีพลำไส้ หรือ Gut microbiome ซึ่งจุลินทรีย์เหล่านี้ได้รับการถ่ายทอดสายพันธุ์มาจากมารดาตั้งแต่แรกคลอด รวมถึงการรับจุลินทรีย์มาจากอาหาร และยาที่มนุษย์รับเข้าสู่ร่างกาย การสนับสนุนทรัพยากรที่จำเป็น ได้แก่ ห้องปฏิบัติการ เครื่องมือวิเคราะห์พันธุกรรม และการวิเคราะห์ข้อมูล โดยความร่วมมือนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์ทางวิชาการ ซึ่งจะเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับเมตาจีโนมิกส์ของมนุษย์ และสามารถนำความรู้นี้ไปใช้ในการพัฒนาสุขภาพที่ดีในอนาคตได้” รองผู้อำนวยการ สวทช. ระบุ
นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ กรรมการบริษัทฯ กล่าวว่า บริษัทแบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น จํากัด (มหาชน) มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือศึกษาวิจัยความหลากหลายจุลินทรีย์ในลำไส้ของประชากรไทยที่มีสุขภาพดี กับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญในด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการตรวจวิเคราะห์ เพื่อพัฒนาต่อยอดเป็นระบบสารสนเทศที่เป็นฐานข้อมูลจุลินทรีย์ในลำไส้ของประชากรไทยในอนาคต โดย บริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ด้วยความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประชากรไทย ในด้านการส่งเสริมเทคโนโลยีการตรวจที่มีประสิทธิภาพ และพัฒนาบุคลากรในประเทศ รวมถึงการขยายความร่วมมือด้านงานวิจัยและพัฒนาร่วมกับ สวทช. อย่างต่อเนื่องในอนาคต”
“การลงนามในครั้งนี้นอกจากจะเป็นการร่วมมือวิจัยโดยการแบ่งปันความชำนาญของทั้งสององค์กร ทั้งความเชี่ยวชาญด้านงานวิจัยของ สวทช. และ ความชำนาญการด้านการให้บริการวิเคราะห์ลำดับพันธุกรรมของ บีเคเคจีไอ ซึ่งไม่เพียงแต่จะสามารถตอบโจทย์ในงานวิจัยเกี่ยวกับเมตาจีโนมิกส์ของกลุ่มประชากรที่ศึกษาได้ แต่ยังสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้จากงานวิจัยครั้งนี้ ไปพัฒนาต่อยอดงานบริการเกี่ยวกับสุขภาพที่ดีของมนุษย์ในอนาคตได้”
นอกจากนี้ บีเคเคจีไอ ยังคงมีนโยบายมุ่งเน้นสนับสนุนและส่งเสริมด้านการวิจัยด้านสุขภาพที่ดีของมนุษย์ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยผ่านความร่วมมือกับสถานบันต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย เพื่อพัฒนานักวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่อยู่เสมอ ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไป
////////////
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
ขอเชิญร่วมงานสัมมนาออนไลน์ หัวข้อ “การรับรองระบบ RDIMS เพื่อสิทธิประโยชน์การยกเว้นภาษี 200%” ……ฟรี!!!
ขอเชิญร่วมงานสัมมนาออนไลน์ หัวข้อ "การรับรองระบบ RDIMS เพื่อสิทธิประโยชน์การยกเว้นภาษี 200%" ......ฟรี!!!
.
เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกำหนดและการประยุกต์ใช้ระบบ RDIMS ในองค์กร สำหรับผู้ประกอบการฯ ที่มีรายจ่ายเพื่อทำการวิจัยฯ ที่เข้าข่ายจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
.
วันพุธที่ 3 พฤษภาคม 2566 เวลา 09.00 – 11.30 น.
ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ Cisco Webex webinar
กำหนดการ
09.00 - 09.10 น. กล่าวเปิดงาน โดย ดร.เจนกฤษณ์ คณาธารณา รองผู้อำนวยการ สวทช.
09.10 - 09.30 น. บรรยาย เรื่อง “สิทธิประโยชน์การยกเว้นภาษี 200% ในรายจ่ายการวิจัยฯ” โดย...
คุณพรศิริ ทองเปรม (รักษาการ) ผู้จัดการงานงานกระตุ้นการวิจัยและพัฒนาภาคเอกชน สวทช.
09.30 - 10.00 น. บรรยาย เรื่อง “ข้อกำหนดและการประยุกต์ใช้ระบบ RDIMS ในองค์กร” โดย...
คุณวันเพ็ญ ดีพรม นักวิเคราะห์อาวุโส งานกระตุ้นการวิจัยและพัฒนาภาคเอกชน สวทช.
10.00 - 10.30 น. แบ่งปันประสบการณ์ “การเป็นที่ปรึกษาระบบ RDIMS ในองค์กร” โดย...
คุณณัฐพล เอกไพศาล วิทยากรที่ปรึกษาอาวุโส สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ
10.30 – 11.00 น. แจ้งข่าวเล่าเรื่อง “งบประมาณสนับสนุนสำหรับ SME ในการพัฒนาระบบ RDIMS ในองค์กร” โดย...
เจ้าหน้าที่ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
11.00 – 11.30 น. คลินิกให้คำปรึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับการพัฒนาระบบ RDIMS ในองค์กรแบบ One on One แก่ผู้ประกอบการ โดย ทีมงาน สวทช. (ลงทะเบียนล่วงหน้า รับจำนวนจำกัด)
11.30 น. ปิดงาน
*** กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ***
พร้อมกิจกรรมพิเศษภายในงาน
- งบประมาณสนับสนุนสำหรับ SMEs ในการพัฒนาระบบ RDIMS ในองค์กร จาก สสว.
- คลินิกให้คำปรึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับการพัฒนาระบบ RDIMS ในองค์กร แบบ One on One รับจำนวนจำกัด!
.
สนใจลงทะเบียนได้ฟรีที่ https://www.nstda.or.th/r/fqk6w
ผู้ลงทะเบียนจะได้รับลิงก์เข้าร่วมงานผ่านทางอีเมล
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ : ifs-rdi@nstda.or.th,
โทร. 0-2564-7000 ต่อ 1328 - 1332 และ 1631 - 1634
ปฏิทินกิจกรรม
เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ “Lancang – Mekong Young Leaders and Entrepreneurship Acceleration Camp” ให้แก่นักวิจัย ผู้ประกอบการ เเละผู้ที่สนใจทั่วไป
ศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี สวทช. ร่วมกับ Beijing International Exchange Association (China) เเละ InnoLab Asia (Vietnam) ขอเชิญนักวิจัย ผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ เเละบุคคลทั่วไปเข้าร่วมโครงการ "Lancang-Mekong Young Leaders and Entrepreneurship Acceleration Camp” เพื่อส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือด้านการวิจัยเเละพัฒนา เกิดการเเลกเปลี่ยนองค์ความรู้เเละประสบการณ์ในการทำธุรกิจเทคโนโลยีของประเทศสมาชิกล้านช้าง-เเม่โขง ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์ เวียดนาม ไทย (CLMVT) เเละสาธารณรัฐประชาชนจีน ผ่านกิจกรรมต่างๆ จำนวน 3 กิจกรรม
Activity1: Lancang-Mekong Youth Entrepreneurship Acceleration Camp (e-Learning Course)
Module 1 Chinese Culture & Society
Module 2 Policy
Module 3 IP Issues
Module 4 Finance
Module 5 Tax
Module 6 Develop a Business in China
กำหนดการฝึกอบรม: พฤษภาคม - กรกฎาคม 2566
Activity 2: Lancang-Mekong Young Technopreneur Forum (Innovation Pitching)
* โอกาสในการนำเสนอสินค้าเเละบริการแก่ผู้ประกอบเเละนักลงทุน
* นำเสนอผลงานเป็นภาษาอังกฤษ
กำหนดการนำเสนอผลงาน: สิงหาคม 2566
Activity 3: Lancang-Mekong Young Leaders China Tour (Business Trip to Beijing)
* โอกาสในการสร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการเเละสตาร์ทอัพ ณ กรุงปักกิ่ง
* ผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการฯ จะได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางสูงสุดจำนวน 50,000 บาท
กำหนดการเดินทาง: พฤษภาคม 2567 (ระยะเวลาเดินทาง 3-5 วัน)
** หากคุณมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้... This program is open to participants that fulfils the following criteria **
Public, private, tech entrepreneurs, startups and non-government organizations representatives from Cambodia, Lao PRD., Myanmar, Vietnam, Thailand and China
Nominated participants are preferably 1) Innovation driven 2) Work on science and technology
Start-ups must have a minimum viable product (MVP); ideally, this product is new or brings existing technologies to the market in new ways; and
Start-up representatives should ideally be C-level personnel and fluent in English.
ลงทะเบียนได้ตั้งเเต่วันนี้ - 30 เมษายน 2566
REGISTER : http://gatetocn.bjexchange.cn/user/index
ข่าวประชาสัมพันธ์
‘Rachel’ บอดีสูทเสริมแรงกล้ามเนื้อ ช่วยผู้สูงวัยเคลื่อนไหวคล่องตัว
แม้กล้ามเนื้อของผู้สูงอายุจะอ่อนแรงไปตามวัย แต่หัวใจของผู้สูงวัยส่วนใหญ่ไม่ได้อ่อนแรงไปตามกัน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร พัฒนา ‘Rachel (เรเชล)’ นวัตกรรมบอดีสูทเสริมแรงกล้ามเนื้อ ที่ช่วยเติมเต็มให้ผู้สูงวัยในกลุ่ม ‘พฤฒพลัง (Active aging)’ ซึ่งยังมีใจและมีไฟได้สนุกกับการใช้ชีวิตประจำวันและทำกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยตนเอง
[caption id="attachment_41742" align="aligncenter" width="700"] ‘Rachel’ บอดีสูทเสริมแรงกล้ามเนื้อ ช่วยผู้สูงวัยเคลื่อนไหวคล่องตัว[/caption]
ดร.วรวริศ กอปรสิริพัฒน์ นักวิจัยทีมวิจัยการออกแบบเพื่อการเป็นอยู่ที่ดี เอ็มเทค สวทช. เล่าถึงการศึกษาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความต้องการของผู้สูงอายุ เพื่อใช้ในการออกแบบผลงานนวัตกรรมแบบมีผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง (Human-centric design) ว่า ผู้สูงอายุโดยทั่วไปรวมถึงผู้สูงอายุแบบพฤฒพลังส่วนใหญ่ต่างต้องเผชิญภาวะ ‘มวลกล้ามเนื้อลดลงตามอายุขัย’ ทำให้การทรงตัวและเคลื่อนไหวร่างกายอาจไม่มั่นคงเท่าสมัยวัยหนุ่มสาว จึงเสี่ยงต่อการหกล้มหรือเกิดอุบัติเหตุ ทั้งจากการลุกยืน เดิน ขึ้นลงบันได และยกของ เป็นเหตุให้ผู้สูงอายุหลายคนขาดความมั่นใจในการใช้ชีวิต ปฏิเสธการทำกิจกรรมต่าง ๆ จนสุขภาพร่างกายและจิตใจอ่อนแอลง ดังนั้นแล้วเพื่อให้ประชากรสูงวัยในประเทศไทยได้มีทางเลือกในการยกระดับคุณภาพชีวิตมากยิ่งขึ้น ทีมวิจัยจึงได้ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรพัฒนานวัตกรรม ‘Rachel – Motion assist bodysuit’ ชุดบอดีสูทสำหรับเสริมแรงกล้ามเนื้อ เพื่อเสริมความมั่นใจในทุกการเคลื่อนไหวให้แก่ผู้สูงอายุ
‘Rachel’ ผ่านการออกแบบให้เป็นชุดเสริมแรงกล้ามเนื้อที่ควบคุมการทำงานด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) โดยมีกล้ามเนื้อจำลอง 2 ชนิดทำงานสอดประสานกัน เพื่อเสริมแรงและพยุงกล้ามเนื้อของผู้สูงอายุ ช่วยให้ผู้สูงอายุทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้สำเร็จอย่างปลอดภัย
ดร.วรวริศ อธิบายถึงกลไกการเสริมแรงให้กับกล้ามเนื้อของผู้สูงอายุว่า เมื่อผู้สูงอายุสวมใส่บอดีสูท ระบบเซนเซอร์ที่ติดตั้งอยู่กับชุดจะตรวจจับการเคลื่อนไหวของร่างกาย แล้วส่งข้อมูลให้ AI ทำหน้าที่วิเคราะห์ท่าทางและการปรับเปลี่ยนอิริยาบถของผู้สวมใส่ จากนั้น AI จะสั่งการให้กล้ามเนื้อจำลองออกแรงกดไปยังกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของผู้สูงอายุที่ต้องการความช่วยเหลือ ทั้งในด้านกระตุ้นการทำงานและการช่วยเสริมแรงให้แก่กล้ามเนื้อของผู้สูงอายุในระดับที่เหมาะสม โดยการเสริมแรงระบบ AI จะสั่งการให้ปั๊มเติมลมเข้าสู่ ‘กล้ามเนื้อจำลองแบบนิวเมติก (Pneumatic artificial muscles)’ ที่อยู่บริเวณต้นขาและหลังช่วงกลางถึงช่วงล่าง เพื่อให้ท่อลมพองตัวขึ้นและความยาวของท่อหดสั้นลง ซึ่งกล้ามเนื้อจำลองแบบนิวเมติกจะทำงานร่วมกับ ‘กล้ามเนื้อยางยืด’ ที่อยู่บริเวณสะโพก บั้นท้าย และสะบักของผู้สวมใส่ โดยการหดตัวของกล้ามเนื้อจำลองแบบนิวเมติกจะดึงให้กล้ามเนื้อยางยืดยืดออก ซึ่งทำให้เกิดแรงดึงกลับที่ช่วยเสริมแรงให้ผู้สูงอายุเคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้น เช่น ในท่าลุกขึ้นยืน นอกจากนี้การพองตัวขึ้นของกล้ามเนื้อจำลองแบบนิวเมติกยังทำให้เกิดแรงกดลงอ่อน ๆ ที่บริเวณกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าและบริเวณหลัง เป็นการช่วยพยุงกล้ามเนื้อและอาจกระตุ้นให้กล้ามเนื้อทำงานดีขึ้นได้
[caption id="attachment_41732" align="aligncenter" width="700"] บรรยากาศในการวิจัยและพัฒนา และทดสอบใช้งานโดยผู้สูงอายุ[/caption]
[caption id="attachment_41733" align="aligncenter" width="450"] บรรยากาศในการวิจัยและพัฒนา และทดสอบใช้งานโดยผู้สูงอายุ[/caption]
สิ่งหนึ่งที่ทีมวิจัยให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนางานนี้ คือ ‘Rachel’ ต้องทำหน้าที่ ‘เสริมแรงกล้ามเนื้อ’ เพื่อช่วยให้ผู้สูงวัยเคลื่อนไหวได้คล่องตัวขึ้น แต่ ‘ไม่ทำหน้าที่ออกแรงแทนกล้ามเนื้อที่ยังทำงานได้ดี’ เพื่อคงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อผู้สูงอายุให้นานที่สุด
ดร.วรวริศ อธิบายว่า การเสริมแรงของ ‘Rachel’ ในปัจจุบันควบคุมโดย AI ซึ่งผ่านการออกแบบให้มีการเสริมแรงอย่างเหมาะสม และผลการทดสอบใช้งานจริงโดยกลุ่มผู้สูงอายุ หลังจากนี้ทีมวิจัยมีแผนพัฒนาต่อยอดให้ AI สามารถคำนวณการเสริมแรงให้สอดรับกับความต้องการรายบุคคล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลรักษาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อให้แก่ผู้สูงอายุมากยิ่งขึ้น นอกจากการเสริมแรงกล้ามเนื้อซึ่งเป็นปัจจัยหลักแล้ว อีกโจทย์ท้าท้ายที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ ‘ความสะดวกสบาย’ ในการสวมใส่ ทีมวิจัยจึงเน้นการออกแบบชุดให้มี ‘น้ำหนักเบา สวมใส่ได้สบาย’ ช่วยให้ผู้สูงอายุสวมใส่ทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้นาน และอยากหยิบมาสวมใส่ในทุกวัน
“Rachel ผ่านการออกแบบให้แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ประเภท Exoskeleton ที่มีลักษณะเป็นชุดโครงสร้างแข็ง ซึ่งทำให้ผู้สวมใส่ส่วนใหญ่รู้สึกอึดอัด ทำกิจกรรมได้ไม่คล่องตัว และปฏิเสธที่จะสวมใส่เป็นประจำ การออกแบบ Rachel จึงไม่มีการใช้โครงสร้างแข็งที่มีน้ำหนักมากและมีขนาดใหญ่เทอะทะเป็นส่วนประกอบ รวมถึงเลือกใช้วัสดุที่ระบายความร้อนได้ดี น้ำหนักเบา สวมใส่และถอดได้สะดวก โดยผู้สูงอายุสามารถสวมใส่ทดแทนชุดชั้นในหรือใส่ทับชุดชั้นในได้เลย ในส่วนของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องถอดออกจากชุดเพื่อนำไปชาร์จไฟก็ถอดและติดตั้งได้ง่าย ผู้สูงอายุสามารถทำได้ด้วยตัวเอง สำหรับชุด Rachel ที่ทีมวิจัยเตรียมถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อการผลิตและจำหน่ายจริงจะออกแบบเพิ่มเติมให้ครอบคลุมสรีระทั้งเพศหญิงและชาย มีหลากหลายขนาด รองรับรูปร่างส่วนใหญ่ของประชากรสูงวัยไทย รวมถึงรองรับความสะดวกสบายในการเข้าห้องน้ำด้วย” ดร.วรวริศ กล่าวทิ้งท้าย
ปัจจุบันผลงาน ‘Rachel’ พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ผู้ประกอบการ เพื่อส่งต่อนวัตกรรมดี ๆ ที่จะช่วยส่งเสริมให้ผู้สูงวัยได้เคลื่อนไหวทำกิจกรรมอย่างอิสระและลดความเสี่ยงต่อการหกล้มบาดเจ็บแล้ว ผู้ที่สนใจรับถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือร่วมทำวิจัยพัฒนาต่อยอด ติดต่อได้ที่ คุณสุนทรีย์ โฆษิตชัยยงค์ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ เอ็มเทค โทร 0 2564 6500 ต่อ 4783 หรือ e-mail soontaree.kos@mtec.or.th
เรียบเรียงโดย ภัทรา สัปปินันทน์ ฝ่ายสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์ สวทช.
อาร์ตเวิร์กโดย ภัทรา สัปปินันทน์
ภาพประกอบโดย ภัทรา สัปปินันทน์ และเอ็มเทค สวทช.
BCG
ข่าวประชาสัมพันธ์
บทความ
ผลงานวิจัยเด่น
เปิดตัว! 2 นวัตกรรม Exosuits ชุดใส่เสริมแรง ตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุ
สวทช. โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ภายใต้การสนับสนุนจาก สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) , สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) , หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดตัวนวัตกรรมชุดเอ็กโซสูท 2 รุ่น ประกอบด้วย “Rachel" รุ่น ออลเดย์ (All-day) ชุดบอดี้สูทที่มีเทคโนโลยีและวัสดุกล้ามเนื้อจำลอง ช่วยในการเคลื่อนไหวสำหรับผู้สูงอายุ และ "Ross" รุ่น แบ็คซัพพอร์ท (Back support) ชุดที่มีเทคโนโลยีเสริมแรงการก้มยก
โดยชุดทั้ง 2 รุ่นเป็นนวัตกรรมที่ถูกออกแบบและพัฒนาให้มีคุณสมบัติสวมใส่ง่ายและใช้งานได้อย่างสะดวกตอบโจทย์สังคมผู้สูงวัย ปัจจุบันอยู่ระหว่างพัฒนาต้นแบบและได้รับการสนับสนุนจากแหล่งทุนภาครัฐ เพื่อเร่งพัฒนาต่อยอดให้นำไปสู่การใช้งานจริงในอนาคต
คลิปสั้นทันเหตุการณ์
สวทช. จัดสัมมนาเรื่อง จีโนมิกส์ประเทศไทย: การแพทย์จีโนมิกส์เพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย
(30 มี.ค. 2566) ณ ห้องประชุม SD-601 ชั้น 6 อาคารสราญวิทย์ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี : ฝ่ายบริหารวิจัยเพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ชาติ สายงานบริหารการวิจัย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดงานสัมมนาเรื่อง “จีโนมิกส์ประเทศไทย: การแพทย์จีโนมิกส์เพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย”
นำเสนอสถานภาพและผลกระทบที่สำคัญของการถอดลำดับพันธุกรรมคนไทย 50,000 รายภายใต้โครงการจีโนมิกส์ประเทศไทย ตลอดจนผลกระทบทางด้านสาธารณสุขและโอกาสทางธุรกิจ รวมถึงความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีทางด้านจีโนมิกส์จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่ร่วมบรรยายตลอดทั้งวัน
งานสัมมนาในครั้งนี้ สวทช. ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ นพ.สรนิต ศิลธรรม อดีตปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และที่ปรึกษาโครงการจีโนมิกส์ประเทศไทยให้เกียรติกล่าวเปิดงาน ร่วมด้วยศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ กรุณามาให้ข้อมูลรายงานของ WHO Science Council โดยมี ดร.ศรัณย์ สัมฤทธิ์เดชขจร รักษาการในตำแหน่งรองผู้อำนวยการ สวทช. ร่วมรับฟังการบรรยายและให้เกียรติมอบของที่ระลึก
งานสัมมนาเริ่มต้นการบรรยายในหัวข้อการใช้ประโยชน์จากข้อมูลจีโนมการต่อยอดเชิงพาณิชย์และธุรกิจจีโนมิกส์ในประเทศไทย โดย ดร.นุสรา สัตย์เพริศพราย จากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก จากนั้น ดร.ศิษเฎศ ทองสิมา ผอ.NBT นำเสนอความก้าวหน้าโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลข้อมูลจีโนมรวมถึงการพัฒนาระบบนิเวศสารสนเทศเพื่อการประมวลผลของโครงการจีโนมิกส์ประเทศไทย ตามด้วย ศ.นพ.มานพ พิทักษ์ภากร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล บรรยายถึงการใช้เทคโนโลยีจีโนมิกส์สำหรับการวินิจฉัยและการรักษามะเร็งตามแนวทางการแพทย์แม่นยำ และการจัดตั้งศูนย์แปลผลข้อมูลพันธุกรรมสำหรับการแพทย์แม่นยำจากการขับเคลื่อนภายใต้แผนปฏิบัติการการพัฒนาเศรษฐกิจ BCG Model สาขายาและวัคซีน และปิดท้ายหัวข้อการบรรยายช่วงเช้าด้วย การแพทย์จีโนมิกส์ในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดย อ.นพ.จักรกฤษณ์ เอื้อสุนทรวัฒนา จากคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี
การบรรยายในช่วงบ่าย สวทช. ได้รับเกียรติจากวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านพันธุศาสตร์เชิงมานุษยวิทยาและการศึกษาดีเอ็นเอโบราณ รศ.ดร.วิภู กุตะนันท์ คณะวิทยาศาสตร์ ม.นเรศวร และ รศ.ดร.จตุพล คำปวนสาย คณะวิทยาศาสตร์ ม.เชียงใหม่ มาร่วมบรรยายภายใต้ธีมการศึกษาเรื่องวิวัฒนาการมนุษย์: รางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ประจำปี 2565 จากนั้น ศ.นพ.ประสิทธิ์ ผลิตผลการพิมพ์ กรุณามาบรรยายถึงความก้าวหน้างานวิจัยด้านจีโนมิกส์ในกลุ่มโรคติดเชื้อและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีจีโนมิกส์ในด้านดังกล่าว
ปิดท้ายงานสัมมนาด้วยการอัปเดตความก้าวหน้าแพลตฟอร์มทางด้านจีโนมิกส์ภายใต้หัวข้อ Update State of the Art Genomic Platforms โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในแวดวงจีโนมิกส์ของประเทศไทย นำโดย นพ.วีรยุทธ ประพันธ์พจน์ จากบริษัทศูนย์พันธุศาสตร์การแพทย์จำกัด อ.ดร.ธิดาทิพย์ วงศ์สุรวัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล และคุณเฉลิมพล ศรีจอมทอง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
สัมมนาในครั้งนี้มีผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมงานกว่า 331 ท่าน ประกอบด้วย ภาคเอกชน 138 คน หน่วยงานภาครัฐ 108 คน สถานศึกษา 82 คน และบุคคลทั่วไป 3 คน
ข่าวประชาสัมพันธ์
สวทช. มอบประกาศนียบัตรผู้สอบผ่านโครงการสอบมาตรฐานวิชาชีพไอที (ITPE)
31 มีนาคม 2566 ห้องออดิทอเรียม อาคาร CC ชั้น 3 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ปทุมธานี สถาบันพัฒนาบุคลากรแห่งอนาคต(CFA)ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรผู้สอบผ่านโครงการสอบมาตรฐานวิชาชีพไอที (ITPE) “มอบโล่ประกาศเกียรติคุณโครงการเครือข่ายความร่วมมือเพื่อพัฒนาและยกระดับมาตรฐานวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในภาคผลิตและบริการ โดย ดร. ศิริชัย กิตติวราพงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรแห่งอนาคต สวทช. เป็นประธานในการมอบมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ
ดร. ศิริชัย กิตติวราพงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรแห่งอนาคต กล่าวว่า โครงการสอบมาตรฐานวิชาชีพไอที ซึ่งดำเนินการโดยสถาบันพัฒนาบุคลาการแห่งอนาคต สวทช. เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 จนถึงปัจจุบัน ได้ผลเป็นที่น่ายินดี โครงการสอบมาตรฐานวิชาชีพไอทีถือเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างผู้เชี่ยวชาญไอทีเฉพาะด้านของประเทศให้มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้วิทยาการ การสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรม ตลอดจนเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตามปัจจุบันการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันทางธุรกิจ ทำให้องค์กรต่าง ๆ จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการองค์กรในหลาย ๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นความสามารถด้านการบริหาร การสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรได้ใช้งบประมาณเพื่อการลงทุนในส่วนของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ แต่เครื่องมือที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งคือ การพัฒนาความรู้และทักษะของบุคลากร โดยเฉพาะบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
ดังนั้นเพื่อผลักดันให้ศักยภาพของบุคลากรในสาขาวิชาชีพไอทีของประเทศเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เป็นการสร้างโอกาสที่เท่าเทียมกันในสังคม โดยเฉพาะด้านการศึกษาและฝีมือแรงงาน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการวัดมาตรฐานทักษะความรู้ด้านไอที โดยบุคลากรที่สอบผ่านในโครงการมาตรฐานวิชาชีพไอทีจะมีโอกาสเข้าสู่สังคมสารสนเทศและประกอบวิชาชีพได้โดยไม่จำกัดคุณวุฒิการศึกษาพื้นฐาน นอกจากนี้หน่วยงานต่าง ๆ ยังสามารถใช้มาตรฐานการสอบนี้เป็นเกณฑ์ในการวัดความรู้ความสามารถในการคัดเลือกบุคลากรเข้าทำงาน หรือปรับตำแหน่งงานภายในองค์กร อีกทั้งยังเป็นเครื่องประกันความสามารถในการทำงานอีกด้วย
ทั้งนี้มีผู้สอบผ่านที่ได้คะแนนสูงสุด 3 อันดับแรก นอกจากจะได้รับประกาศนียบัตรระดับประเทศและระดับกลุ่มประเทศสมาชิก ITPEC แล้วยังมีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาไปศึกษาดูงานประเทศญี่ปุ่น จำนวนปีละ 2 ทุน จากรอบละ 1 ทุนด้วย โดย สวทช. ในฐานะที่เป็นองค์กรหลักในการพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมสู่ Thailand 4.0 และสร้างความสามารถของประเทศอย่างยั่งยืน บริษัทและองค์กรต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ในเทคโนโลยีและพัฒนายกระดับความรู้ความสามารถของบุคลากรให้สามารถทำงานกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด”
นายนพดร ปัญญาจงถาวร รองผู้อำนวยการ สถาบันพัฒนาบุคลากรแห่งอนาคต (CFA) กล่าวว่า สวทช. โดยสถาบันพัฒนาบุคลากรแห่งอนาคต เล็งเห็นความสำคัญของการผลักดันให้เกิดมาตรฐานวิชาชีพไอที จึงได้ดำเนินการจัดโครงการสอบมาตรฐานวิชาชีพไอที หรือ Information Technology Professional Examination (ITPE) โดยการสนับสนุนจาก IPA (Information Technology Promotion Agency) ภายใต้การกำกับดูแลของ METI (กระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรม) ของประเทศญี่ปุ่น ในการผลักดันให้ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคอาเซียนได้ร่วมมือกันระหว่างกลุ่มภาคี 7 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ เวียดนาม พม่า มองโกเลีย บังคลาเทศ และไทยเพื่อยกระดับบุคลากรด้านไอทีให้มีมาตรฐานเดียวกัน โดยกำหนดให้มีการจัดสอบพร้อมกันทั้งภูมิภาคอาเซียน ปีละ 2 ครั้ง คือ เดือนเมษายนและตุลาคม ของทุกปี
โครงการสอบมาตรฐานวิชาชีพไอที มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาและผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้เทียบเท่ามาตรฐานสากลและตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน ซึ่งจะช่วยผู้ประกอบการในการคัดเลือกบุคลากรที่มีคุณภาพ ที่จะทำให้ผู้ประกอบการมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ตลอดจนเป็นการกระตุ้นให้สถาบันการศึกษามีแนวทางในการปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน
ทั้งนี้นับตั้งแต่ ปี 2549 ถึง ปัจจุบัน โครงการฯ ได้ร่วมกับสถาบันการศึกษา และ หน่วยงานภายเอกชน จัดมีศูนย์สอบและสนามสอบทั่วประเทศ กว่า 50 หน่วยงาน เพื่อสนับสนุนกระตุ้นให้เกิดการวัดผลสัมฤทธิ์ และประเมินความพร้อมสำหรับผู้สนใจทำงานด้านไอที และเพื่อเป็นเกียรติให้กับสถาบันการศึกษาจึงจัดพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้กับสถาบันการศึกษา จำนวน 19 หน่วยงาน ได้แก่ 1. ม.สงขลานครินทร์ และ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต 2.สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ 3.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน 4.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร 5.ม.เอเชียอาคเนย์ 6.มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา 7. ม.พะเยา 8.มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ 9.ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ 10.ม.ศรีปทุม 11.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ 12.ม.ขอนแก่น 13.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 14.ม.สยาม 15.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก 16.ม.วลัยลักษณ์ 17.มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ 18.มหาวิทยาลัยธนบุรี โดยในปี 2565 มีจำนวนผู้ สอบผ่านจำนวน 230 คน แบ่งออกเป็น ระดับ 1: IP มีผู้สอบผ่าน 227 คน ระดับ 2: FE มีผู้ สอบผ่าน 3 คน
ทั้งนี้ปัจจุบันสถาบันพัฒนาบุคลากรแห่งอนาคต ดำเนินการจัดโครงการสอบมาตรฐานวิชาชีพไอที แบ่งได้ 3 ระดับ
ระดับ 1: Information Technology Passport Examination
ระดับ 2: Fundamental Information Technology Engineer Examination หรือ FE
ระดับ 3: Applied Information Technology Engineers Examination หรือ AP
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม E-mail: itpe@nstda.or.th
ข่าวประชาสัมพันธ์
เปิดตัวนวัตกรรม ชุดเอ็กโซสูท (Exosuits) “เรเชล (Rachel)” และ “รอส (Ross)” นวัตกรรมชุดบอดี้สูทสำหรับสังคมอายุยืน ตัวช่วยผู้สูงอายุและผู้ดูแล
For English-version news, please visit : https://www.nstda.or.th/en/news/news-years-2023/exosuits-unveiled-to-support-thailand%E2%80%99s-aging-society.html
สวรส. บพข. สศอ. จับมือ เอ็มเทค สวทช. เปิดตัวนวัตกรรม ชุดเอ็กโซสูท (Exosuits) “เรเชล (Rachel)” และ “รอส (Ross)” นวัตกรรมชุดบอดี้สูทสำหรับสังคมอายุยืน ตัวช่วยผู้สูงอายุและผู้ดูแล เพื่อการเคลื่อนไหวอย่างอิสระ-ลดเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ และคุณภาพชีวิตที่ดี
(วันที่ 31 มีนาคม 2566 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. จัดสัมมนาเปิดตัวนวัตกรรมชุดเอ็กโซสูท (Exosuits) ภายในงานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 18 โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นให้ข้อมูลเกี่ยวกับนวัตกรรม
“นวัตกรรมชุดเอ็กโซสูท (Exosuits)” นวัตกรรมเพื่อสังคมอายุยืน ซึ่งได้วิจัยและพัฒนามาเพื่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุที่ดูแลตัวเองได้ (พฤฒพลัง : Active aging) โดยใช้นวัตกรรมในการดูแลตัวเอง รวมทั้งช่วยผู้ดูแลในการเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บในการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากหน่วยงานผู้ให้ทุนในการพัฒนานวัตกรรมให้พร้อมต่อการใช้งาน และเกิดการต่อยอดขยายผลในระดับประเทศต่อไป โดยชุดเอ็กโซสูท (Exosuits) ที่พัฒนาสามารถแบ่งตามกลุ่มผู้ใช้ได้ 2 รูปแบบ ดังนี้
1. “เรเชล (Rachel)” ชุดบอดี้สูทสำหรับผู้สูงอายุ โดยออกแบบ วิจัยและพัฒนามาเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุที่ยังสามารถดูแลตัวเองได้ เพื่อใช้สวมใส่ตลอดวัน ช่วยในการเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระและลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ โดยมีการเสริมแรงด้วยกล้ามเนื้อจำลอง เพื่อการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อได้อย่างเป็นธรรมชาติ เป็นตัวช่วยผู้สูงอายุในการทำกิจวัตรประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการลุกขึ้นยืน เดินขึ้นบันได ทำงานบ้าน เป็นต้น
2. “รอส (Ross)” ชุดพยุงหลัง ที่ได้รับการออกแบบวิจัยและพัฒนา สำหรับบุคลากรทางการพยาบาล ได้แก่ พยาบาล เวรเปล หรือบุคคลทั่วไปที่ดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน ซึ่งมีลักษณะเป็นชุดสำหรับสวมใส่ที่มีกลไกเสริมแรง หรือที่เรียกว่า “ทอร์กเจเนอเรเตอร์ (Torque generator)” ทำหน้าที่ช่วยลดภาระของกล้ามเนื้อส่วนหลังที่มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อในระหว่างการปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ เช่น การยกเคลื่อนย้ายผู้ป่วย การพลิกตัวผู้ป่วย การประคองผู้ป่วย และก้มยกของที่มีน้ำหนักมาก โดยสามารถสวมใส่หรือถอดชุดได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว พร้อมใช้งานได้ทันที สามารถป้องกันการบาดเจ็บของบุคลากรทางการพยาบาล รวมถึงผู้ดูแลผู้สูงอายุในระยะยาว
ชุดเอ็กโซสูท (Exosuit) เรเชล (Rachel)
สำหรับผู้สูงอายุที่ดูแลตัวเองได้
ชุดเอ็กโซสูท (Exosuit) รอส (Ross)
สำหรับผู้ดูแล
[caption id="attachment_41828" align="aligncenter" width="1920"] นายแพทย์นพพร ชื่นกลิ่น[/caption]
นายแพทย์นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กล่าวว่า สวรส. ให้การสนับสนุนทุนวิจัยกับ เอ็มเทค สวทช. ในปีงบประมาณ 2565 เพื่อดำเนินโครงการวิจัยปรับปรุงประสิทธิภาพและประสิทธิผลของชุดสวมใส่พร้อมระบบติดตามและแอปพลิเคชัน เพื่อพยุงกล้ามเนื้อและลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นการวิจัยพัฒนาและขยายผลการใช้งานต้นแบบชุดพยุงกล้ามเนื้อและอุปกรณ์วัดเตือนการบาดเจ็บแบบสวมใส่ หรือเรียกว่า ชุดเรเชล (Rachel) รุ่นออลเดย์ (All-day) โดยพัฒนาต่อยอดจากองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้าน Exoskeleton ที่มีอยู่เดิม ได้แก่ เทคโนโลยีชุดสวมใส่เพื่อพยุงกล้ามเนื้อ (Motion-assist Exo-apparel Technology) และเทคโนโลยีอุปกรณ์วัดแบบสวมใส่เพื่อบ่งชี้ท่าทางและป้องกันการบาดเจ็บ (Injury-preventive Wearable Technology) ซึ่งเทคโนโลยีที่มีอยู่เดิมดังกล่าว แม้จะมีประสิทธิภาพในการช่วยในการเคลื่อนไหวได้ดี แต่ส่วนของกล้ามเนื้อจำลองยังต้องใช้แหล่งพลังงานภายนอก ได้แก่ ปั๊มลมไฟฟ้า ทำให้ชุดมีน้ำหนักมาก ดังนั้นงานวิจัยจึงมีการพัฒนานวัตกรรมกล้ามเนื้อจำลองด้วยการตัดเย็บและเลือกวัสดุผ้าที่มีน้ำหนักเบา แต่ยังคงคุณสมบัติในการทำงานโดยชุดมีขนาดเหมาะสม น้ำหนักเบา ตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวันมากขึ้น ทั้งนี้ชุดดังกล่าวได้รับการออกแบบให้สามารถสวมใส่ได้ทั้งวัน ช่วยป้องกันการบาดเจ็บระหว่างการเคลื่อนไหวในกิจวัตรประจำวัน และลดความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม ส่งผลให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นอิสระมากขึ้น เป็นเวลานานขึ้น และลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อในระยะสั้น เช่น การป้องกันการหกล้ม และระยะยาว เช่น การปรับท่าทางในการทำกิจกรรมให้ถูกต้องตามหลักของการจัดวางท่าทางที่เหมาะสมและดีต่อสุขภาพ เพื่อลดอัตราการเสื่อมของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ตลอดจนลดการพึ่งพาผู้อื่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการเสริมพลังแห่งการมีสุขภาวะที่ดีทั้งด้านร่างกายและจิตใจให้กับผู้สูงอายุได้เป็นอย่างดี
นายแพทย์นพพร กล่าวอีกว่า การสนับสนุนทุนเพื่อพัฒนานวัตกรรมงานวิจัยของ สวรส. ตั้งอยู่บนเป้าหมายของการผลักดันให้เกิดนวัตกรรมด้านการแพทย์และสาธารณสุขที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง สวรส. จึงให้การสนับสนุนทุนวิจัยดังกล่าว เพื่อให้เครือข่ายวิจัยพัฒนาอุปกรณ์คุณภาพที่สามารถผลิตใช้เองในประเทศ ซึ่งทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้าจากต่างประเทศ เพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้สูงอายุ ตลอดจนลดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บจากการเคลื่อนไหวต่างๆ ทั้งนี้งานวิจัยดังกล่าว สวรส. วางแผนจะพัฒนาไปสู่การขยายผลในระบบสุขภาพ โดยคาดว่าจะพัฒนาเข้าสู่ชุดสิทธิประโยชน์ของผู้ป่วยสิทธิ์บัตรทอง เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ในวงกว้างต่อไป
[caption id="attachment_41829" align="aligncenter" width="1920"] รองศาสตราจารย์ ดร.ธงชัย สุวรรณสิชณน์[/caption]
รองศาสตราจารย์ ดร.ธงชัย สุวรรณสิชณน์ รองผู้อำนวยการด้านบริหารงานวิจัย หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) กล่าวว่า บพข. สนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนา โครงการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สำหรับวิเคราะห์ทำนายการเคลื่อนไหวในชุดพยุงหลังและเสริมแรงแบบกึ่งอัตโนมัติสำหรับภารกิจทางการแพทย์ ปีงบประมาณ 2566 และ 2567 ให้แก่ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ ในการพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีชุดพยุงหลัง “รอส (Ross)” สำหรับบุคลากรทางการพยาบาล ที่ต้องใช้งานกล้ามเนื้อหลังอย่างหนัก ระหว่างการดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นการยกเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากเตียงไปยังรถเข็น หรือจากการขึ้น-ลงรถ การพลิกตัวผู้ป่วยติดเตียง โดยคณะวิจัยได้พัฒนาชุด “รอส (Ross)” นี้ ให้มีระบบติดตามและแจ้งเตือนท่าทางในการเคลื่อนไหว เพื่อป้องกันการบาดเจ็บของผู้สวมใส่ โดยเฉพาะในภารกิจที่ท่าทางของร่างกายมีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ ซึ่งได้พัฒนาจากปัญญาประดิษฐ์หรือโครงข่ายประสาทเทียมในการทำนายสถานะการเคลื่อนไหวของผู้สวมใส่ ทำหน้าที่ช่วยลดภาระของกล้ามเนื้อส่วนหลังที่มีผลต่อความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ อีกทั้งยังสามารถสวมใส่หรือถอดชุดได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เหมาะสำหรับภารกิจเร่งด่วน โดยจากการสนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนานวัตกรรมโครงการนี้ บพข. เชื่อมั่นว่าจะส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนจากเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ที่พัฒนาขึ้นเอง หรือมีการต่อยอดขึ้นภายในประเทศ
[caption id="attachment_41830" align="aligncenter" width="1920"] ดร.กฤษดา ประภากร[/caption]
ดร.กฤษดา ประภากร รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) กล่าวถึงที่มาของการพัฒนานวัตกรรมในครั้งนี้ว่า การก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย (Ageing Society) เป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยที่เป็น “สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์” แล้วในปี 2565 ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ( สวทช.) เล็งเห็นถึงความสำคัญในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความสุขของผู้สูงวัย จึงได้ริเริ่มจัดตั้งโปรแกรม NSTDA Frontier Research Exoskeleton ในการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี “เอ็กโซสเกเลตัน (Exoskeleton)” เพื่อวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุประเภทสวมใส่ เพื่อตอบสนองการทำกิจกรรมต่างๆ การช่วยเหลือพึ่งพาตนเอง ตลอดจนเสริมสร้างสุขภาพให้มีความแข็งแรงยาวนานขึ้น โดยมีลักษณะเป็นอุปกรณ์สวมใส่ภายนอกร่างกาย หรือที่เรียกว่า “เอ็กโซ-แอพพาเรล (Exoapparel)” หรือ “เอ็กโซ-สูท (Exosuit)” เพื่อช่วยในการเคลื่อนไหว ป้องกันการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ รวมถึงการป้องกันการพลัดตกหกล้ม มุ่งเน้นออกแบบให้เหมาะกับสรีระและบริบทการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุที่ดูแลตัวเองได้ นอกจากนี้มีการคำนึงถึงกระบวนการผลิตที่ไม่ใช้ต้นทุนสูง เพื่อให้ผู้สูงอายุไทยได้ใช้ผลิตภัณฑ์ในราคาที่เข้าถึงได้
เริ่มต้น เอ็มเทค สวทช. ได้ทำงานร่วมกันกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ ภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์และกายภาพบำบัด คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล และ สถาบันพัฒนาแพ็ทเทิร์นอุตสาหกรรมและการออกแบบเสื้อผ้าสำเร็จรูป ในการออกแบบชุดบอดี้สูทสำหรับผู้สูงอายุที่ดูแลตัวเองได้ ที่มีชื่อว่า เรเชล (Rachel) รุ่นแอ็คทีฟ (Active) ที่ประกอบด้วยเทคโนโลยีต่างๆ ได้แก่ เทคโนโลยีอุปกรณ์วัดการเคลื่อนไหวแบบสวมใส่ เทคโนโลยีกล้ามเนื้อจำลองแบบนิวเมติกส์ เทคโนโลยีการจำลองการทำงานของกล้ามเนื้อและกระดูก และมีแนวคิดการออกแบบชุด โดยมีผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง โดยชุดเรเชล รุ่นแอ็คทีฟ นี้ เสริมแรงให้กล้ามเนื้อที่ใช้ สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างเป็นธรรมชาติ เช่น ท่าลุกขึ้นยืน ท่าเดินขึ้นบันได ท่ายกของ โดยมีน้ำหนักเบา สามารถสวมใส่เสื้อผ้าทับได้ และผู้สูงอายุสามารถสวมใส่ได้ตลอดทั้งวัน เพื่อช่วยในการเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ และลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ โดยกระบวนการทดสอบประสิทธิภาพของชุดดังกล่าว คณะวิจัยจาก เอ็มเทค สวทช. ได้ดำเนินการที่ห้องปฏิบัติการให้คำปรึกษาด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสวมใส่ (Wearable Technologies Consulting Services lab) ที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจัดตั้งภายใต้แผนงานบูรณาการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต ประจำปีงบประมาณ 2565 จากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.)
หลังจากนั้น ในปีงบประมาณ 2565 เอ็มเทค สวทช. ได้รับทุนสนับสนุนจาก สวรส. และ สกสว. เพื่อต่อยอดชุดบอดี้สูทสำหรับผู้สูงอายุที่ดูแลตัวเองได้ จากชุดเรเชล (Rachel) รุ่นแอ็คทีฟ (Active) เป็นรุ่นออลเดย์ (All-day) โดยได้ใช้องค์ความรู้และเทคโนโลยีที่มีอยู่เดิมของคณะวิจัย ในการพัฒนากล้ามเนื้อจำลองที่ใช้วัสดุผ้าและเทคนิคการตัดเย็บให้มีการยืดหยุ่นและมีคุณสมบัติที่เหมาะสม ทำให้ตัวชุดรุ่นนี้ มีน้ำหนักเบา ใส่สบาย ระบายเหงื่อได้ดี สามารถใส่ได้ทั้งวัน แต่ยังคงช่วยเสริมในการเคลื่อนไหว และลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บ รวมไปถึงการนำเทคโนโลยีอุปกรณ์วัดการเคลื่อนไหวแบบสวมใส่มาต่อยอดเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ด้วย ทำให้เรเชล (Rachel) รุ่น ออลเดย์ (All-day) นี้ มีกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้เป็นผู้สูงอายุที่ดูแลตัวเองได้ทั่วประเทศ ที่มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บในชีวิตประจำวัน ให้ยังสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ลดการพึ่งพิงผู้อื่น และเป็นกำลังสำคัญของประเทศไทยได้ต่อไป
นอกจากนี้ ในปีงบประมาณ 2566 ถึง 2567 เอ็มเทค สวทช. ยังได้รับทุนสนับสนุนจาก บพข. ในการต่อยอดชุดพยุงหลัง “รอส (Ross) รุ่น แบ็คซัพพอร์ต (Back support)” ที่มีฟังก์ชันการเสริมแรงแบบกึ่งอัตโนมัติสำหรับภารกิจทางการแพทย์ด้วย โดยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สำหรับวิเคราะห์ทำนายการเคลื่อนไหว สามารถช่วยลดภาระของกล้ามเนื้อส่วนหลัง ที่มีผลต่อความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อในระหว่างการเคลื่อนไหว ในการปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ ได้แก่ การยกเคลื่อนย้ายผู้ป่วย การพลิกตัวผู้ป่วย การประคองผู้ป่วย และก้มยกของ มีระบบติดตามและแจ้งเตือนท่าทางในการเคลื่อนไหว เพื่อป้องกันการบาดเจ็บของผู้สวมใส่ โดยเฉพาะในภารกิจที่ท่าทางของร่างกายมีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ อีกทั้งยังคำนึงถึงด้านการใช้งาน โดยใช้วัสดุที่มีโครงสร้างการที่โปร่ง ใส่สบาย เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นในประเทศไทย และด้านการผลิต มีการใช้วัสดุในประเทศเป็นหลัก และมีกระบวนการผลิตที่ไม่ซับซ้อน ทำให้ต้นทุนไม่สูง เพื่อกำหนดราคาจำหน่ายให้คนไทยสามารถเข้าถึงได้ สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของบุคลากรทางการพยาบาล เช่น พยาบาล หรือเวรเปล รวมถึงบุคคลที่ต้องดูแลผู้ป่วยที่บ้าน
การวิจัยและพัฒนาชุดนวัตกรรมในครั้งนี้ ทาง สวรส. สกสว. บพข. และ สศอ. ตลอดจนหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ เห็นถึงความสำคัญของการดูแลคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในระยะยาว จึงให้การสนับสนุนคณะวิจัยจาก เอ็มเทค สวทช. จนสามารถพัฒนานวัตกรรมให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศไทย พร้อมรับมือการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุได้อย่างยั่งยืน
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
สวทช. ชวน ‘คนดัง’ สายกรีน เปิดมุมมองส่งเสริมแนวคิด Circular economy เพื่อวิถีชีวิตที่ยั่งยืนสำหรับเยาวชนคนรุ่นใหม่
วันที่ 30 มีนาคม 2566 ที่ห้องบรรยาย 2 อาคารบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี : ดร.ศรันย์ สัมฤทธิ์เดชขจร รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นประธานเปิดงาน สัมมนาการส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อวิถีชีวิตที่ยั่งยืนสำหรับเยาวชนคนรุ่นใหม่ "Promoting the concept of circular economy for sustainable living of the new generation." โดยมี ดร.ปิยวิทย์ คุ้มพงษ์ ผู้จัดการงานวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนชนบท ด้านพัฒนากำลังคนทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สวทช. ทีมนักวิชาการ สวทช. และประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมงานในห้องถึง 100 คน รวมทั้งผู้ลงทะเบียนในช่องทางออนไลน์กว่า 300 คน
โดยได้รับเกียรติจาก ดร.วิจารย์ สิมาฉายา (ผอ.สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่ร่วมบรรยายภาพรวม ในหัวข้อ “ทำไม ประเทศเราถึงต้องเริ่มทำธุรกิจที่ยั่งยืน” สำหรับงานสัมมนาวิชาการครั้งนี้ เพื่อหาแนวทางการส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ให้กับคนรุ่นใหม่ โดยการแชร์ประสบการณ์จากผู้ปฏิบัติจริงในด้านธุรกิจสีเขียว ได้แก่ คุณเชอรี่ เข็มอัปสร นักแสดงสาวสวยมากความสามารถ กับธุรกิจรักษ์โลก แบรนด์ "สิริไท"
คุณณภัทร พงษ์แพทย์ ผู้แทนมูลนิธิเอสโอเอส (SOS Thailand) แชร์ประสบการณ์ ในหัวข้อ “ขยะอาหาร (Food waste) อาหารส่วนเกิน (Food surplus) คนรุ่นใหม่เข้าใจหรือยัง” และคุณชณัฐ วุฒิวิกัยการ เจ้าของช่อง ‘KongGreenGreen’ อินฟลูเอนเซอร์สายกรีน ในหัวข้อ “โลกนี้จะเป็นอย่างไร ถ้าเราใช้ชีวิตแบบ Zero Waste”ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และดำเนินรายการ โดย ดร.ธิติยา บุญประเทือง ผู้ช่วยนักวิจัยอาวุโส สวทช.
ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการพัฒนาและส่งเสริมองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อนำไปสู่การปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมของประชาชนและเยาวชนคนรุ่นใหม่ ใหเขาใจการนำแนวคิดด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และร่วมขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อวีถีชีวิตที่ยั่งยืนในระดับประเทศต่อไป
ข่าวประชาสัมพันธ์


