ผลการค้นหา :
สวทช. ผนึกกำลัง CSIRO และเครือข่าย RUN เปิดตัวโครงการ Venture Exchange Program (VEP) ยกระดับนวัตกรรมอาหารไทย-ออสเตรเลียสู่สากล
[กรุงเทพฯ – 15 มิถุนายน 2569] – สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยเมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) ร่วมพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกแสดงเจตนารมณ์ (LOI) ภายใต้กรอบความร่วมมือ Thailand-Australia Innovations in Food for Sustainability (IF4S) Partnership ณ สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย เพื่อมุ่งสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนานวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต
ในพิธีดังกล่าว ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการ สวทช. พร้อมด้วย ดร.เอกอนงค์ จางบัว ผู้อำนวยการเมืองนวัตกรรมอาหาร ได้ร่วมแลกเปลี่ยนบันทึกเจตนารมณ์โครงการ Venture Exchange Program (VEP) ร่วมกับผู้แทนจาก CSIRO (องค์การวิจัยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมแห่งเครือจักรภพ ประเทศออสเตรเลีย) และ เครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN) โดยบันทึกความเข้าใจฉบับนี้มีอายุ 2 ปี
ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ กล่าวถึงความสำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้ว่า "การลงนามในวันนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นร่วมกันว่า ไทยและออสเตรเลียเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ (Strategic Partner) ในการกำหนดอนาคตของอาหาร ด้วยจุดแข็งที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน ทั้งในด้านทรัพยากรและความเชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์ การจับมือกันในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการถ่ายทอดเทคโนโลยี แต่คือการสร้างพันธมิตรที่แท้จริงบนพื้นฐานของการเรียนรู้ร่วมกัน และความไว้วางใจในระยะยาว เพื่อสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับทั้งสองประเทศ"
สำหรับ โครงการ Venture Exchange Program (VEP) มีระยะเวลาดำเนินการเร่งพัฒนา Food Tech Startups/SMEs อย่างเข้มข้นตลอด 12 สัปดาห์ต่อรุ่น โดยมีแผนการดำเนินงานทั้งหมด 3 รุ่น (Cohorts) เพื่อสนับสนุน Deep Tech Startups และ SMEs ด้านนวัตกรรมอาหารให้สามารถ:
• เชื่อมโยงระบบนิเวศนวัตกรรมระดับสากล: เข้าถึงทรัพยากร ความเชี่ยวชาญ และโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยของทั้งสองประเทศ
• เปิดโอกาสทางการค้าและการลงทุน: ผ่านกิจกรรมการให้คำปรึกษา (Coaching) และการสร้างเครือข่ายกับภาคอุตสาหกรรมและนักลงทุน
• แก้ไขโจทย์ความท้าทายร่วมกัน: มุ่งเน้นการสนับสนุนทีมวิจัยร่วมเพื่อแก้ปัญหาในระบบอาหารยั่งยืน เช่น การขยายขนาดนวัตกรรมส่วนประกอบอาหารใหม่ๆ และการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ
ทั้งนี้ สวทช. โดยเมืองนวัตกรรมอาหาร พร้อมร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ CSIRO, เครือข่าย RUN และพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อให้มั่นใจว่าความร่วมมือนี้จะสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และก่อให้เกิดนวัตกรรมที่ส่งผลดีต่อสังคมและผู้คนอย่างยั่งยืนต่อไป
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
AI ขับเคลื่อนธุรกิจ พร้อมเสริมเกราะรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ยุคใหม่
โลกธุรกิจเปลี่ยนเร็วกว่าที่เคย... องค์กรของคุณพร้อมก้าวทันหรือยัง?
อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย สวทช. ร่วมกับ สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย, บริษัท เอไอไนน์ จำกัด และ บริษัท ที-เน็ต ไอที โซลูชัน จำกัด ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมสัมมนา
“สร้างองค์กรแห่งอนาคตด้วย AI Solutions พร้อมรับมือภัยคุกคามไซเบอร์”
📅 วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2569⏰ เวลา 09.00 – 12.30 น.📍 โถง INC2C อาคาร INC2 ทาวเวอร์ C อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย สวทช. จังหวัดปทุมธานี
ไฮไลต์การบรรยาย
ระบบนิเวศและทิศทางการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ของไทย
โดย ดร.ชาญวิทย์ บุญช่วยนายกสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย
AI สำหรับองค์กรยุคใหม่: เปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้ให้เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะ
โดย ดร.ชูชาติ หฤไชยะศักดิ์ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอไอไนน์ จำกัด
ประเด็นสำคัญ:
AI ช่วยองค์กรบริหารและใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้อย่างไร
RAG คืออะไร แตกต่างจาก ChatGPT อย่างไร
การสร้าง AI Chatbot จากข้อมูลขององค์กร
AI สร้าง สรุป และค้นหา Content เพื่อตอบคำถามจากข้อมูลในองค์กร
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ AI Solution ในองค์กรจริง
ภัยคุกคามไซเบอร์ในยุค AI – ผู้โจมตีกำลังใช้ AI หรือยังเป็นฝีมือมนุษย์?
โดย คุณเจษฎา ทองก้านเหลืองกรรมการ บริษัท ที-เน็ต ไอที โซลูชัน จำกัด
ประเด็นสำคัญ:
ภาพรวมภัยคุกคามไซเบอร์ปี 2026
เมื่อ AI กลายเป็นอาวุธของ Cybercriminals
ความแตกต่างระหว่าง “มนุษย์โจมตี” และ “AI ช่วยโจมตี”
ตัวอย่างสถานการณ์การโจมตีไซเบอร์ด้วย AI
แนวทางป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์ในยุค AI
การลงทะเบียน
🎟️ ลงทะเบียนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย (รับจำนวนจำกัด)
https://forms.gle/H6PQnRXSLYN1LBz19
ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมภายในวันที่ 6 กรกฎาคม 2569
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม📧 ikd-kas@nstda.or.th📞 089 456 2440 (คุณวัชรี)
ปฏิทินกิจกรรม
NSTDA หน้า 1 : สรุปข่าววิทย์ฯ ฮิตติดหน้า 1 วันที่ 22 มิ.ย. 2569
วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ออสเตรเลียยกทัพนักวิทย์ เยือน EECi ปักหมุดขยายลงทุนวิจัย-นวัตกรรมขั้นสูง
คณะนักวิทยาศาสตร์ออสเตรเลีย ชมเมืองนวัตกรรม EECi สวทช. โชว์โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีชีวภาพ และระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และระบบอัจฉริยะ เล็งขยายความร่วมมือไทย-ออสเตรเลีย สร้างระบบนิเวศนวัตกรรมสู่ศูนย์กลางภูมิภาค .... >> อ่านต่อ
อัปเกรด ‘ระบบประปา’ ด้วยนวัตกรรม ! ส่งตรงน้ำสะอาดสู่ชุมชน
สวทช. ผนึก กปภ. และพันธมิตร ชูนวัตกรรมยกระดับบริหารจัดการน้ำประปา นำร่องระบบน้ำดื่มนาโนเทคโนโลยี-ระบบผลิตน้ำประปาหมู่บ้าน และเทคโนโลยีตรวจติดตามคุณภาพน้ำดิบและระบบผลิตน้ำ ดันงานวิจัยสู่การใช้จริงเพื่อประชาชนเบื้องต้นรวดเร็ว ลดภาระงานของทันตแพทย์ ... >> อ่านต่อ
ลุยเวิร์กชอป! ครู EEC อัปสกิล STEAM-BCG : นางฤทัย จงสฤษดิ์ ผอ.อาวุโสฝ่ายบริการทางวิชาการฯ สวทช. พร้อมด่วย รศ. ดร.สุเพชร จิรขจรกุล คณบดีคณะวิทย์ฯ มธ. นายปัญญา คลังมนตรี ผอ.สพม.ฉะเชิงเทรา จัดอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพครู EEC ด้วย STEAM BCG และการคิดเชิงระบบ ต่อยอดนวัตกรรมสู่ห้องเรียน แก่ครูม.ปลาย จากชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา จำนวน 15 โรงเรียน ... >> อ่านต่อ
จดหมายข่าว สวทช.
สัมมนาและเจรจาธุรกิจ “The Future of Manufacturing: Bridging R&D, Sustainability, and Global Compliance”
อวท. ขอเชิญร่วมกิจกรรม Open Innovation กิจกรรมสัมมนาและเจรจาธุรกิจ “The Future of Manufacturing: Bridging R&D, Sustainability, and Global Compliance”
วันพฤหัสที่ 2 กรกฎาคม 2569
เวลา 09.00 – 12.00 น.
สถานที่ ณ โถง C อาคาร INC2C กลุ่มนวัตกรรม 2 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย
พบกับหัวข้อที่น่าสนใจ :
Lab-to-Production Scale-Up: Advanced Nanoparticle Technologies for Next-Gen Materials" (บรรยายภาษาอังกฤษ)
"พลิกโฉมห้องปฏิบัติการสู่โรงงานยั่งยืน: โซลูชันการตรวจวัดและจัดการคาร์บอนมุ่งสู่ Net Zero" (บรรยายภาษาไทย)
ประตูสู่มาตรฐานสากล: เจาะลึกกฎระเบียบเครื่องจักรยุโรป 2027 และโซลูชันการทดสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อความปลอดภัย" (บรรยายภาษาไทย)
จับคู่ธุรกิจ เปิดโอกาสความร่วมมือ:“ก้าวสู่ความสำเร็จร่วมกับบริษัท ทีเอสเค เอ็นจิเนียริ่ง (ไทยแลนด์) จำกัด ,บริษัท พาราไซแอนติฟิค จำกัด ,บริษัท ทูฟ ซูด ประเทศไทย จำกัด"
ท่านสามารถพบกับสินค้าและบริการนวัตกรรมภายในงาน สนใจลงทะเบียน QR Code จากโปสเตอร์
สอบถามเพิ่มเติม : ikd-kas@nstda.or.th, 080-195-1444 (กานต์ธิดาพร)
อ่านรายละเอียดข่าวเพิ่มเติมได้ที่:
https://www.sciencepark.or.th/.../the-future-of...
ข่าว
ปฏิทินกิจกรรม
สวทช. โดยแผนงานนวัตกรรมชุดตรวจรวดเร็ว-สภาเภสัชกรรม จัดอบรมเภสัชกร ยกระดับศักยภาพบุคลากรรับมือโรคไตเรื้อรัง ด้วยนวัตกรรมชุดตรวจโรคไต
วันที่ 20 มิถุนายน 2569 ณ อาคารมหิตลาธิเบศร กระทรวงสาธารณสุข - สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย แผนงานนวัตกรรมชุดตรวจรวดเร็ว ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) และสภาเภสัชกรรม จัดการอบรม “หลักสูตรเภสัชกรนักปฏิบัติในการจัดการด้านยาโรคไตเรื้อรัง รุ่นที่ 1” จำนวน 50 คน ยกระดับศักยภาพบุคลากรทางด้านเภสัชกรรมในการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังได้อย่างถูกวิธี พร้อมหนุนใช้นวัตกรรมชุดตรวจโรคไต สู่เครื่องมือคัดกรองที่เข้าถึงได้ง่าย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ด้านสุขภาพและสาธารณสุขของประเทศอย่างยั่งยืน โดยได้รับเกียรติจาก ภก. ปรีชา พันธุ์ติเวช นายกสภาเภสัชกรรม และกรรมการบริหารศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย ดร. ภญ.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช., ศ.พญ. ศิริรัตน์ อนุตระกูลชัย กรรมการบริหารสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย, รศ.ภญ.สุณี เลิศสินอุดม เลขาธิการสภาเภสัชกรรม, ผศ.ภญ. ดาราพร รุ้งพราย วิทยาลัยเภสัชบำบัดแห่งประเทศไทย และดร.เดือนเพ็ญ จาปรุง ผู้อำนวยการขับเคลื่อนแผนงานนวัตกรรมชุดตรวจรวดเร็ว สวทช. เข้าร่วมและนำเสนอข้อมูลความรู้ภายในงาน
ปัจจุบัน โรคไตเรื้อรังยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพสำคัญ โดยข้อมูลด้านสาธารณสุขสะท้อนให้เห็นแนวโน้มผู้ป่วยโรคไตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขของประเทศ การอบรม “หลักสูตรเภสัชกรนักปฏิบัติในการจัดการด้านยาโรคไตเรื้อรัง รุ่นที่ 1” จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และยกระดับศักยภาพบุคลากรทางด้านเภสัชกรรมในการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังได้อย่างถูกวิธี ตั้งแต่การคัดกรอง การจัดการยา การให้คำแนะนำการใช้ยา ตลอดจนการติดตามผลการรักษา เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองได้อย่างเหมาะสม ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
การมีเครื่องมือคัดกรองที่เข้าถึงได้ง่าย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ จึงเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้ประชาชนได้รับการดูแลตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และสร้างความตระหนักรู้ในการดูแลสุขภาพของตนเอง นาโนเทค สวทช. โดยดร.สาธิตา ตปนียากร และทีมวิจัย จึงได้นำองค์ความรู้ด้านนาโนเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาชุดตรวจไมโครอัลบูมินในปัสสาวะ สำหรับคัดกรองโรคไตเรื้อรังและภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน ช่วยตรวจหาค่าการรั่วของโปรตีนอัลบูมินในปัสสาวะ ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของความผิดปกติของไตในระยะเริ่มต้น โดยเทคโนโลยีดังกล่าวได้รับการพัฒนาเป็น “ชุดตรวจไมโครอัลบูมินในปัสสาวะ (AL-Strip)” โดยเป็นชุดตรวจแบบง่าย สามารถใช้งานได้สะดวก มีความแม่นยำสูง ใช้เวลาอ่านผลประมาณ 5 นาที เหมาะสำหรับการตรวจคัดกรองเบื้องต้นด้วยตัวเอง (self-test) ช่วยเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจสุขภาพได้มากขึ้น
นอกจากนี้ สวทช. โดยแผนงานนวัตกรรมชุดตรวจแบบรวดเร็ว ได้ดำเนินโครงการขยายผลการตรวจคัดกรองโรคไตเรื้อรังด้วยชุดตรวจแบบรวดเร็วร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรในพื้นที่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นมา ส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการคัดกรองโรคไตเรื้อรังแล้วมากกว่า 15,000 คน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง ทั้งนี้ สวทช. มุ่งหวังที่จะผลักดันการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์จริงในระบบสุขภาพของประเทศ ผ่านความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานวิจัย หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ และองค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับการเข้าถึงการคัดกรองและการดูแลสุขภาพของประชาชนอย่างยั่งยืน
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
อว. สวทช. ขับเคลื่อนเทคโนโลยีเพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน ดันงานวิจัย AI สู่เศรษฐกิจมูลค่าสูงในงานประชุมวิชาการระดับชาติสวนดุสิต 2026
19 มิถุนายน 2569 – มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ร่วมกับสมาคมเครือข่ายวิชาการ จัดงานประชุมวิชาการระดับชาติสวนดุสิต ครั้งที่ 8 (The 8th Suan Dusit National Academic Conference 2026 : SDNC 2026) ภายใต้แนวคิด "ปัญญาประดิษฐ์ สู่สังคมอัจฉริยะและคุณภาพชีวิตยั่งยืน : นวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งอนาคต" (AI towards Smart Society and Sustainable Quality of Life) ณ อาคารรักตะกนิษฐ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เพื่อเป็นเวทีระดับชาติในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และส่งเสริมเครือข่ายงานวิจัยด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
งานประชุมวิชาการในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมทั้งให้เกียรติบรรยายพิเศษในหัวข้อ “บทบาทของกระทรวง อว. กับการขับเคลื่อนสังคมอัจฉริยะและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนด้วยปัญญาประดิษฐ์" โดย ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของเทคโนโลยีว่า “ปัจจุบันโลกกำลังหมุนเวียนและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างทางสังคมและเศรษฐกิจ บทบาทของกระทรวง อว. มุ่งเน้นการส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาเป็นแกนหลักในการสร้างระบบนิเวศน์ทางปัญญา (AI Ecosystem) และการพัฒนากำลังคนในทุกระดับ (AI Workforce) การจัดงานของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตร่วมกับภาคีเครือข่ายในวันนี้ ถือเป็นต้นแบบที่ดีเยี่ยมในการบูรณาการงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ความท้าทาย และนำเทคโนโลยีมาใช้เสริมสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน”
สวทช. ย้ำบทบาทเทคโนโลยีที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Human-Centric AI)ให้แก่หน่วยงานวิจัยหลักของประเทศ โดย ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้ร่วมเป็นองค์ปาฐกถาพิเศษ (Keynote Speaker) ในหัวข้อ "The Future of Human-Centric AI: นวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน"
ดร.วสันต์ ได้สะท้อนบทบาทของ สวทช. ในการมุ่งเน้นพัฒนาเทคโนโลยี AI ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและการทำงานของมนุษย์ พร้อมนำเสนอ โครงการสร้าง 5 เสา หลัก แห่ง Human-Centric AI เน้นย้ำเรื่องการเสริมศักยภาพมนุษย์ การดึงคนเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ รวมถึงความโปร่งใส ความเป็นธรรม และความเป็นส่วนตัว นอกจากนี้ยังมีการยกตัวอย่างนวัตกรรมจริงอย่างแพลตฟอร์ม Traffy Fondue และ Abdul for University มาสะท้อนให้เห็นภาพการนำ AI ไปปรับใช้เพื่อคืนเวลาให้มนุษย์และยกระดับคุณภาพชีวิตในสังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรม รู้จักใช้ AI เป็นเครื่องมือหรือลูกน้องที่ชาญฉลาดเพื่อร่วมสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ตนเองและประเทศชาติอย่างรู้เท่าทัน
งานประชุมวิชาการในวันนี้ ดร.เทพชัย ทรัพย์นิธิ นักวิจัยอาวุโส กลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ผู้แทนนายกสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทยและเจ้าภาพร่วมในการจัดงานประชุมวิชาการ ฯ ร่วมกล่าวในบทบาทของสมาคม ฯ และร่วมบรรยายในหัวข้อ : “From AI Workforce Perspectives to Sustainable AI Ecosystem” ดร.เทพชัย สะท้อนให้เห็นว่า สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของเทคโนโลยี AI ไม่ใช่เพียงแค่ความฉลาดของตัวระบบ หรือพลังของฮาร์ดแวร์ แต่คือ "คน" ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไปข้างหน้า สมาคม ฯ ตั้งใจวางโครงสร้างในการพัฒนาบุคลากร เพื่อติดอาวุธให้ทุกคนสามารถก้าวไปพร้อมกับยุคสมัยได้จริง โดยถอดบทเรียนจากสนามจริง : โครงการ "Super AI Engineer" ร่วมกับ เนคเทค ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา ทำให้เห็นบทเรียนที่น่าสนใจ โครงการไม่ได้เป็นเพียงการสอนให้คนเขียนโค้ด แต่เป็นการสร้าง "ระบบนิเวศการเรียนรู้" ที่เน้นการปฏิบัติจริง (Practical) ผ่านโจทย์ที่มาจากปัญหาจริงของภาคธุรกิจและชุมชน ภาพรวมการจัดงาน SDNC 2026
งานประชุมในครั้งนี้ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต โดยคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผนึกกำลังร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายชั้นนำทั้งสมาคมวิชาชีพและภาคเอกชน ภายในงานมีการบรรยายพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม รวมถึงการแสดงนิทรรศการและการนำเสนอผลงานวิจัยในหลากหลายสาขา เช่น สาขาคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีดิจิทัล, เทคโนโลยีชีวภาพ, วิทยาศาสตร์สุขภาพและสิ่งแวดล้อม นับเป็นก้าวสำคัญของการสร้างผลลัพธ์ในการยกระดับขีดความสามารถทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมให้สังคมไทยก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืนต่อไป
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
รองนายกฯ “ยศชนัน” นำคณะ อว. ขยายความร่วมมือเบลเยียม ดันวิจัยโฟโตนิกส์สู่การใช้ประโยชน์จริง
“ยศชนัน” นำคณะกระทรวง อว. เดินหน้าขยายความร่วมมือกับสถาบันชั้นนำของเบลเยียม โดยมหาวิทยาลัย Vrije Universiteit Brussel (VUB) ร่วมลงนามกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยี โฟโตนิกส์ พร้อมตั้งเป้านำแนวทางจากยุโรปมาประยุกต์ใช้เป็นสะพานเชื่อมงานวิจัยไทยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ รองรับยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมอนาคตของประเทศ
.
ระหว่างการเดินทางปฏิบัติภารกิจที่ประเทศเนเธอร์แลนด์และเบลเยียม เพื่อแสวงหาความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะ ได้เดินทางเยือนราชอาณาจักรเบลเยียม และเข้าเยี่ยมชม Photonics Innovation Center ของมหาวิทยาลัย Vrije Universiteit Brussel (VUB) ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์ชั้นนำของยุโรปด้านการพัฒนาเทคโนโลยีโฟโตนิกส์
โอกาสนี้ ยังได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนาม หนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent) ระหว่าง VUB และ สวทช. เพื่อวางรากฐานความร่วมมือด้านการวิจัยโฟโตนิกส์ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและบุคลากรระหว่างสองหน่วยงาน
.
สำหรับหนังสือแสดงเจตจำนงฉบับดังกล่าว ได้รับการลงนามโดย Prof. Dr. Jan Danckaert อธิการบดี VUB และ ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. โดยมี Prof. Dr. Ir. Hugo Thienpont ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ Brussels Photonics (B-PHOT) ร่วมในโอกาสสำคัญครั้งนี้
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กล่าวถึงบทบาทของเทคโนโลยี โฟโตนิกส์ (Photonics) ว่าเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ “แสง” แทนกระแสไฟฟ้าในการส่งผ่านและประมวลผลข้อมูล ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ระบบเซ็นเซอร์ การแพทย์สมัยใหม่ ตลอดจนชิปคอมพิวเตอร์ยุคใหม่ และยังได้รับการยกให้เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีพื้นฐานสำคัญของศตวรรษที่ 21 โดยปัจจุบันอุตสาหกรรมนี้มีอัตราการเติบโตสูงกว่าอุตสาหกรรมทั่วไปถึง 5 เท่า ขณะที่ Photonics Innovation Center ของ VUB ทำหน้าที่เสมือนสายการผลิตนำร่องที่เชื่อมโยงงานวิจัย การศึกษา และภาคอุตสาหกรรมเข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ยังให้ความสนใจเป็นพิเศษกับแนวคิดของศูนย์ B-PHOT โดยระบุว่า จุดเด่นสำคัญคือแนวคิดที่ยึดหลักว่า “งานวิจัยต้องตอบโจทย์การใช้งานจริง” ตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการวิจัย นักวิจัยต้องมองถึงการต่อยอดใช้งานและวางแผนธุรกิจควบคู่กันไป พร้อมมีทีมผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาด้านการลงทุน รวมถึงช่วยจับคู่กับภาคธุรกิจเพื่อผลักดันผลงานออกสู่ตลาด แนวทางดังกล่าวถือว่าตอบโจทย์ประเทศไทยอย่างมาก เพราะแม้ไทยจะมีงานวิจัยคุณภาพสูงจำนวนมาก แต่ยังขาดกลไกหรือสะพานเชื่อมที่จะพางานวิจัยเหล่านั้นไปสู่การสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นโมเดลของ VUB จึงนับเป็นต้นแบบที่น่าสนใจ และสามารถนำมาศึกษาเพื่อปรับใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม
.
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัย VUB ถือเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการศึกษาด้านวิศวกรรมโฟโตนิกส์ของยุโรป โดยเปิดหลักสูตรปริญญาโทด้านนี้เป็นแห่งแรกของทวีป ส่วนศูนย์ B-PHOT ซึ่งมีนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญรวมกว่า 70 คน ก็ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลแฟลนเดอส์ในฐานะผู้นำด้านการวิจัยและนวัตกรรมอุตสาหกรรม
การเยือนในครั้งนี้จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการพัฒนาเทคโนโลยีโฟโตนิกส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของยุทธศาสตร์ เซมิคอนดักเตอร์และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อีกทั้งยังเป็นโอกาสอันดีในการเรียนรู้แนวทางการเปลี่ยนผลงานวิจัยให้กลายเป็นนวัตกรรมที่สามารถสร้างมูลค่าได้จริง จากสถาบันชั้นนำระดับโลก
.
สรุป: ไทยจับมือ VUB เบลเยียม และ สวทช. เดินหน้าความร่วมมือด้าน โฟโตนิกส์ เพื่อยกระดับงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริงและเชิงพาณิชย์ พร้อมเรียนรู้โมเดลยุโรปในการเชื่อมงานวิจัย การศึกษา และภาคอุตสาหกรรม เพื่อหนุนยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์และอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของไทย
.
ข้อมูลและภาพ : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
สวทช. ขอต้อนรับคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (กวทช.) ชุดใหม่ด้วยความยินดียิ่ง
ในนามของคณะผู้บริหารและชาว สวทช. ทุกคน เราขอแสดงความยินดีและร่วมต้อนรับคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (กวทช.) ชุดใหม่ ทั้ง 22 ท่าน ที่ได้รับการแต่งตั้งตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
เราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า การเข้ามาทำหน้าที่ของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่าน ในวาระการดำรงตำแหน่ง 2 ปีต่อจากนี้ จะเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญในการพลิกโฉม "เครื่องยนต์วิจัยของชาติ" ให้มีความแข็งแกร่งและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ สวทช. เป็นกลไกหลักในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) ไปยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และพาประเทศไทยก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูงอย่างยั่งยืน
สวทช. พร้อมเป็นพลังสนับสนุนและร่วมเดินหน้าไปกับคณะกรรมการ กวทช. ทุกท่าน เพื่อสร้างสรรค์ผลงานวิจัยที่ตอบโจทย์และสร้างประโยชน์ให้กับคนไทยและสังคมไทยในทุกมิติ และขอต้อนรับทุกท่านสู่ครอบครัว สวทช. ด้วยความยินดียิ่ง
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
“Q-MAS” ครีมสมุนไพรนาโนสำหรับดูแลภาวะเต้านมอักเสบแบบไม่แสดงอาการในโคนม
สรุปใจความสำคัญ
Q-MAS ครีมสมุนไพรนาโนสำหรับดูแลภาวะเต้านมอักเสบแบบไม่แสดงอาการในโคนม พัฒนาโดยนาโนเทค สวทช. เพื่อเป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพโคนมและลดความสูญเสียของเกษตรกร
ผลิตจากบัวบก ขมิ้นชัน และไพล พร้อมประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอนุภาคนาโนไขมัน (lipid nanoparticles) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการนำส่งสารสำคัญเข้าสู่บริเวณที่เกิดการอักเสบ
ผลการทดสอบทั้งในห้องปฏิบัติการและภาคสนามพบว่า Q-MAS ช่วยลดการอักเสบ ลดปริมาณเซลล์โซมาติกในน้ำนม และไม่ก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อเซลล์ สะท้อนศักยภาพในการดูแลภาวะเต้านมอักเสบระยะเริ่มต้น
เทคโนโลยีพร้อมถ่ายทอดสู่ภาคอุตสาหกรรม เพื่อเป็นนวัตกรรมทางเลือกในการดูแลสุขภาพโคนมและลดการพึ่งพาการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างยั่งยืน
โรคเต้านมอักเสบแบบไม่แสดงอาการ (subclinical mastitis) เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในฟาร์มโคนมของไทย สาเหตุหลักเกิดขึ้นจากการติดเชื้อแบคทีเรีย โดยในบางพื้นที่มีรายงานพบโคนมป่วยเป็นโรคนี้สูงถึงร้อยละ 70 ซึ่งมีผลให้โคนมผลิตน้ำนมลดลงร้อยละ 5–20 (ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค) อีกทั้งคุณภาพของน้ำนมก็ต่ำลง องค์ประกอบของน้ำนมเปลี่ยนแปลงไปจากค่าปกติ ทำให้เกษตรกรสูญเสียรายได้
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พัฒนา Q-MAS (คิว-แมส) ครีมสมุนไพรนาโนสำหรับดูแลภาวะเต้านมอักเสบแบบไม่แสดงอาการในโคนม
[caption id="attachment_86112" align="aligncenter" width="500"] ดร.ปวีณา ดานะ และ ดร.ณัฎฐิกา แสงกฤช นักวิจัยทีมวิจัยนาโนเทคโนโลยีทางการแพทย์และสัตวแพทย์ นาโนเทค สวทช.[/caption]
ดร.ปวีณา ดานะ นักวิจัยทีมวิจัยนาโนเทคโนโลยีทางการแพทย์และสัตวแพทย์ นาโนเทค สวทช. อธิบายว่า การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ Q-MAS มีจุดเริ่มต้นจากแนวคิดของ ดร.ณัฎฐิกา แสงกฤช นักวิจัยอาวุโส หัวหน้าโครงการได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของบัวบก ขมิ้นชัน และไพลซึ่งเป็นสมุนไพรไทยที่มีสมบัติเด่นในการช่วยบรรเทาการอักเสบ ทีมวิจัยจึงได้นำสมุนไพรทั้งสามชนิดมาพัฒนาและยกระดับด้วยเทคโนโลยีอนุภาคนาโนไขมัน (lipid nanoparticles) เพื่อเพิ่มการซึมผ่านผิวหนังและนำส่งไปยังบริเวณที่เกิดพยาธิสภาพ ทำให้สารสำคัญจากสมุนไพรทั้ง 3 ออกฤทธิ์ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
"กลไกการทำงานของ Q-MAS คือการลดการอักเสบและลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระภายในเซลล์ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคเต้านมอักเสบ ผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการพบว่า ผลิตภัณฑ์มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและยับยั้งการอักเสบในเซลล์แมโครฟาจ (macrophage) ได้ ขณะเดียวกันยังไม่ก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (fibroblast) ซึ่งเป็นเซลล์สำหรับใช้ประเมินความปลอดภัยต่อเซลล์เนื้อเยื่อด้วย"
นอกจากการทดสอบในห้องปฏิบัติการ ทีมวิจัยยังได้ทดสอบการใช้งานผลิตภัณฑ์ Q-MAS กับโคนมจำนวน 164 ตัว ในฟาร์มโคนมจังหวัดลพบุรี สระบุรี และนครราชสีมาเรียบร้อยแล้ว
ดร.ปวีณา อธิบายว่า ตามปกติหลังจากเกษตรกรรีดนมวัว จะมีการทดสอบคุณภาพน้ำนมด้วยวิธีต่าง ๆ หนึ่งในนั้นคือการตรวจคัดกรองภาวะเต้านมอักเสบแบบไม่แสดงอาการด้วยอุปกรณ์ California Mastitis Test (CMT) ซึ่งเป็นชุดทดสอบภาคสนามที่ใช้งานง่าย วิธีการคือผสมสารทดสอบกับตัวอย่างน้ำนมจากแต่ละเต้า แล้วสังเกตการเปลี่ยนแปลงของความหนืด หากน้ำนมจับตัวเป็นเจลหรือมีความหนืดเพิ่มขึ้นแสดงว่ามีจำนวนเซลล์โซมาติกสูงกว่าปกติ เป็นสัญญาณบ่งชี้ของการอักเสบที่เต้านม แม้โคนมจะยังไม่แสดงอาการผิดปกติให้เห็นชัดเจนก็ตาม
"โดยทั่วไปหากพบโคนมมีภาวะเต้านมอักเสบในระยะไม่แสดงอาการ เกษตรกรมักดูแลรักษาโคนมด้วยการปรับปรุงสุขอนามัยการรีดนม เช่น การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อหัวนมก่อนและหลังรีดนมตามแนวทางมาตรฐาน ส่วนการใช้ยาเฉพาะทางเพื่อรักษาภาวะดังกล่าวยังไม่เป็นที่แพร่หลาย ทั้งนี้เมื่อทีมวิจัยนำผลิตภัณฑ์ Q-MAS ไปให้เกษตรกรทดสอบใช้งานพบว่า สามารถลดปริมาณเซลล์โซมาติกในน้ำนมซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ถึงการเป็นโรคเต้านมอักเสบได้ ช่วยควบคุมภาวะการอักเสบได้ในระยะเริ่มต้น ลดความเสี่ยงโรคพัฒนาสู่ระยะลุกลามจนต้องรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ ซึ่งจะทำให้เกษตรกรสูญเสียรายได้จากการคัดทิ้งน้ำนมในช่วงเว้นระยะการใช้ยา"
ปัจจุบันเทคโนโลยี Q-MAS พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เชิงพาณิชย์ เพื่อเป็นนวัตกรรมทางเลือกในการดูแลสุขภาพโคนมอย่างยั่งยืน ผู้ประกอบการที่สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริการโครงสร้างพื้นฐาน (BDIS) นาโนเทค สวทช. เบอร์โทรศัพท์ 0 2564 7100
เรียบเรียงโดย ภัทรา สัปปินันทน์ ฝ่ายสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์ สวทช.
อาร์ตเวิร์กโดย ภัทรา สัปปินันทน์
ภาพประกอบโดย ภัทรา สัปปินันทน์, นาโนเทค สวทช. และภาพจาก Shutterstock
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
บทความ
ผลงานวิจัยเด่น
สวทช. พัฒนาศักยภาพครู EEC ด้วย STEAM BCG และการคิดเชิงระบบ ต่อยอดนวัตกรรมสู่ห้องเรียน
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยฝ่ายบริการทางวิชาการและ การประเมินหลักสูตรด้านพัฒนากำลังคน ภายใต้โครงการตามแผนงานบูรณาการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ร่วมกับ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาฉะเชิงเทรา และ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชลบุรี ระยอง เดินหน้ายกระดับศักยภาพบุคลากรทางการศึกษา จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ " STEAM BCG เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมเทคโนโลยีสีเขียวสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน สำหรับครูผู้สอน โรงเรียนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)" ระหว่างวันที่ 26 - 29 พฤษภาคม 2569 ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี
การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ครูที่ปรึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จากจังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา จำนวน 15 โรงเรียน รวม 30 คน ซึ่งนำนักเรียนเข้าร่วมค่ายเฉพาะทางสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (SDGs Youth Camp) ได้เข้ารับการอบรมเชิงปฏิบัติการไปพร้อมกัน โดยในระหว่างที่นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมค่าย ครูผู้สอนได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้าน STEAM BCG และเครื่องมือการคิดเชิงระบบ เพื่อเตรียมความพร้อมในการนำองค์ความรู้ไปถ่ายทอดและพัฒนาศักยภาพผู้เรียนในโรงเรียน
คุณฤทัย จงสฤษดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายบริการทางวิชาการและการประเมินหลักสูตรด้านพัฒนากำลังคน สวทช. กล่าวต้อนรับ จากนั้น นายปัญญา คลังมนตรี ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผล การจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาฉะเชิงเทรา ให้แนวทางการต่อยอด องค์ความรู้
โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.สุเพชร จิรขจรกุล คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นประธานเปิดการอบรม
ไฮไลท์สำคัญในช่วงเริ่มต้น คือการปูพรมทฤษฎีควบคู่การปฏิบัติจริง โดยครูผู้สอนได้รับความรู้ในหัวข้อที่น่าสนใจ อาทิ
การจัดการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (ESD) เจาะลึกแนวทางการยกระดับการสอนแบบ STEAM x BCG สำหรับโรงเรียนในพื้นที่ EEC โดย ศ.ดร.ชาตรี ฝ่ายคำตา จากคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
แปลงงานวิจัย สู่ กระบวนการเรียนรู้เชิงนวัตกรรม: ถอดบทเรียนงานวิจัย BCG ของ สวทช. มาประยุกต์ใช้ใน การจัดเรียนการสอน เพื่อวิเคราะห์แนวคิดการได้มาซึ่งหัวข้อโครงงาน และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงในชุมชน โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจาก สวทช. คุณเกียรติรัตน์ ทองผาย ผู้จัดการงานเร่งสร้างศักยภาพธุรกิจเทคโนโลยี ฝ่ายพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BID) และ อาจารย์ ดร.ปิติวุฒญ์ ธีรกิตติกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายพัฒนาความยั่งยืน สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
ถอดบทเรียนงานวิจัย BCG ของ สวทช. มาประยุกต์ใช้ในการจัดเรียนการสอน
วิเคราะห์แนวคิดการได้มาซึ่งหัวข้อโครงงาน
จัดเต็มเครื่องมือคิดเชิงระบบ (Systems Thinking) ด้วยบอร์ดเกมและกิจกรรมจำลอง
ในวันที่สองของการอบรม ครูผู้สอนได้ร่วมกิจกรรมเชิงปฏิบัติการอย่างเข้มข้น เพื่อเรียนรู้เทคนิคและนวัตกรรม การสอนแบบใหม่ที่จะเปลี่ยนโจทย์ปัญหาที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่ายผ่าน
กิจกรรมเชิงปฏิบัติการ Systems Thinking & Event Dot ฝึกฝนทักษะการคิดเชิงระบบเพื่อวิเคราะห์ปัญหาซับซ้อนในมุมมองใหม่ ผ่านเกมการเรียนรู้และเครื่องมือที่สามารถนำไปปรับใช้กับการคิดโครงงานด้าน BCG
Event Dots Facilitation Training อบรมการเป็นกระบวนกร (Facilitator) สำหรับครู เพื่อฝึกฝนเทคนิคการจัดกิจกรรมในชั้นเรียน การออกแบบกระบวนการเรียนรู้ และนำเกม Event Dot ไปประยุกต์ใช้ในการกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาโครงงานนวัตกรรมหรือแก้ไขปัญหาสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดย ผู้สอนจะได้นำสื่อบอร์ดเกมและองค์ความรู้ที่ได้รับ ไปประยุกต์ใช้ในรายวิชาโครงงาน หรือ นำไปเป็นสื่อการสอนเพื่อช่วยให้ผู้เรียนฝึกกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ นำไปสู่การพัฒนาโครงงานหรือโครงการเพื่อตอบโจทย์ปัญหาที่สนใจได้อย่างครอบคลุมรอบด้าน โดยจะเป็นเครื่องมือช่วยฝึกทักษะ การมองภาพรวมและการเข้าใจความสัมพันธ์เชื่อมโยงของสิ่งต่างๆ โดยเน้นการวิเคราะห์ "โครงสร้าง" และ "ผลสะท้อนกลับ" (Feedback Loops) แทนที่จะมองแค่ปัญหาเฉพาะจุด เพื่อให้แก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดและยั่งยืน
บูรณาการความรู้ในสถานที่จริง พร้อมบทบาท "ที่ปรึกษาโครงงาน" เยาวชน
นอกเหนือจากการอบรมในห้องประชุมแล้ว คณะครูยังได้ร่วมเดินทางไปศึกษาดูงาน ณ NEXTOPIA ห้างสยามพารากอน เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคตที่ผสานความยั่งยืนเข้ากับชีวิตประจำวัน เพื่อเก็บรับข้อมูลนวัตกรรมระดับอุตสาหกรรมนำกลับมาประยุกต์ใช้ในสถานศึกษา
และในช่วงท้าย คณะครูได้ทำหน้าที่เป็น "ที่ปรึกษาประจำกลุ่มนักเรียน" (Mentor) ในกิจกรรม Workshop “Show & Share 30 ไอเดีย 15 โรงเรียน” เพื่อคอยให้คำแนะนำ ร่วมร่างแนวคิด และร่วมประเมินผลโหวตผลงานโครงงานนวัตกรรมเทคโนโลยีสีเขียวร่วมกับนักเรียนอย่างใกล้ชิด ถือเป็นการฝึกภาคปฏิบัติจริงในการโค้ชชิ่ง (Coaching) เยาวชนตามแนวทาง STEAM BCG
สวทช. และภาคีเครือข่าย หวังเป็นอย่างยิ่งว่า พลังของคณะครูผู้สอนที่ผ่านการอบรมในครั้งนี้ จะเป็น แรงสนับสนุนในการส่งต่อแรงบันดาลใจและองค์ความรู้สู่ผู้เรียนในเขตพื้นที่ EEC ให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมทั้งยกระดับการจัดการเรียนรู้ให้เป็นต้นแบบที่สามารถขยายผลสู่เขตพื้นที่การศึกษาอื่น ๆ ได้ต่อไป
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
สวทช. จัดพิธีถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิตติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
วันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๙ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดพิธีถวายความอาลัยและน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ อาคารสราญวิทย์ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย
โดยมี ดร.กัลยา อุดมวิทิต รองผู้อำนวยการ สวทช. เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารประกอบด้วย ดร.วรวรงค์ รักเรืองเดช รองผู้อำนวยการ สวทช., รศ. ดร.เติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ, ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ, ดร.สิทธิสุนทร สุโพธิณะ รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ, ดร.อศิรา เฟื่องฟูชาติ รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ, ดร.กอบกุล เหล่าเท้ง รองผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ, นางสาวสิรินทร อินทร์สวาท รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ, ดร.ศุภวงศ์ วิชพันธุ์ รองผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ, ดร.ปวีณ นราเมธกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช., ดร.ปรีชา เกียรติกิระขจร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. บุคลากร สวทช. และประชาคมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทยเข้าร่วมพิธีถวายความอาลัยโดยพร้อมเพรียง
ในพิธีประธานได้นำผู้เข้าร่วมงานถวายความเคารพเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากนั้นกล่าวคำถวายอาลัยและร่วมยืนสงบนิ่ง และร่วมลงนามในสมุดถวายความอาลัยเพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
หลักสูตร *ทักษะการจัดการเกี่ยวกับดิจิทัล : Smart Digital Management Skills*
🌍 คิดเชิงกลยุทธ์ ใช้ดิจิทัล นำการเปลี่ยนแปลงสู่ผลลัพธ์องค์กรที่ยั่งยืน
🌐สวทช. ขอเชิญเข้าร่วมฝึกอบรม หลักสูตร "ทักษะการจัดการเกี่ยวกับดิจิทัล : Smart Digital Management Skills"
ที่จะพาคุณ “เข้าใจ–ปรับใช้–ขับเคลื่อน” DIGITAL ได้อย่างมีกลยุทธ์ 🚀
📍วันที่: 24 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 - 16.00น. ณ โรงแรม อมารี กรุงเทพ (ประตูน้ำ) หรือเทียบเท่า
📅 ลงทะเบียนและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: www.career4future.com/sdms
🔑 Key Highlight
💡 เข้าใจ “Digital” อย่างมีกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี
💡 เสริมบทบาทผู้นำในการขับเคลื่อน Digital Organization
💡 รู้เท่าทัน “หลุมพราง” การจัดการดิจิทัล
💡 วิเคราะห์ความต้องการเทคโนโลยีตามบริบทองค์กร
💡 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานด้วย Digital Tools
💡 พัฒนาทักษะการบริหารแบบยืดหยุ่น (Agile Management)
💡ขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
💼 เหมาะสำหรับผู้บริหาร หัวหน้างาน และบุคลากรที่ต้องการยกระดับองค์กรสู่ Digital Organization
💰 ค่าลงทะเบียน **** กรุณาชำระค่าลงทะเบียน ภายในวันที่ 20 กรกฎาคม 2569***
- 5,500 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% สำหรับบุคคลทั่วไป หน่วยงานเอกชน มหาวิทยาลัยเอกชน สมาคม มูลนิธิ)
- 5,140.19 บาท (ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% สำหรับบุคลากรหน่วยงานของรัฐ มหาวิทยาลัยภาครัฐ)
***ราคานี้รวมอาหารว่าง และ อาหารกลางวัน***
📲สอบถามเพิ่มเติม : คุณใหม่ โทร. 085-289-2669 | LINE ID: maiys19
แล้วพบกันนะคะ🙏🥰
ปฏิทินกิจกรรม


