ผลการค้นหา :
สวทช. หนุนกิจกรรมเยาวชน จัดค่ายวิทยาศาสตร์ STEM Camp
สวทช. จัดกิจกรรม One Day STEM Camp ตอน "เปิดประตูนักวิจัยรุ่นเยาว์ ตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน" มีนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนต่าง ๆ มาร่วมสนุกและเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกิจกรรมการทดลองต่าง ๆ ตลอด 1 วันเต็ม เป็นหนึ่งในกิจกรรมเยาวชที่ดำเนินการโดย บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร สวทช. ซึ่งพร้อมจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ให้แก่เยาวชน โรงเรียนหรือหน่วยงานที่สนใจ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ "บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร"
www.nstda.or.th/ssh
Facebook : SSH.NSTDA
E-mail : ssh@nstda.or.th
Line : @ssh.nstda
คลิปสั้นทันเหตุการณ์
ดาวเทียม THEOS-2 ประสบความสำเร็จขึ้นสู่วงโคจรแล้ว
ดาวเทียม THEOS-2 ประสบความสำเร็จขึ้นสู่วงโคจรแล้ว เริ่มปฏิบัติการสำรวจโลก นายกฯ เศรษฐา ร่วมยินดีขอบคุณกระทรวง อว.ที่ช่วยขับเคลื่อนและผลักดันวงการอวกาศของประเทศไทยให้มีความก้าวหน้า ขณะที่ “ศุภมาส” ชี้ข้อมูลจากดาวเทียม THEOS-2 จะถูกนำมาวางแผนบริหารจัดการพื้นที่ที่ตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใน 5 - 8 วันจากนี้
เมื่อวันที่ 9 ต.ค. มีการนำส่งดาวเทียมสำรวจโลก THEOS-2 (Thailand Earth Observation Satellite 2) ขึ้นสู่วงโคจรจากท่าอวกาศยานยุโรปเฟรนช์เกียนา(Guiana Space Center) เมืองกูรู รัฐเฟรนช์เกียนา ทวีปอเมริกาใต้ มี น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA รวมทั้งสักขีพยานจากประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศสรวมถึงประชาชนทั่วโลก ที่สนใจในเหตุการณ์ครั้งสำคัญนี้
โดยเมื่อถึงเวลา 08.36 น.ตามเวลาในประเทศไทย ดาวเทียมสำรวจโลก THEOS-2 ได้ถูกนำส่งด้วย จรวด VEGA พร้อมมีการให้สัญญาณนับถอยหลังใน 10 วินาทีสุดท้ายหลังจากนั้นดาวเทียมสำรวจโลก THEOS-2 ได้ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรท่ามกลางความตื่นเต้นดีใจ หลังจากลุ้นระทึก โดยผู้อยู่ในเหตุการณ์ครั้งสำคัญต่างพากันจับมือแสดงความยินดี
ทั้งนี้ น.ส.ศุภมาส กล่าวภายหลังจากดาวเทียมสำรวจโลก THEOS-2 ขึ้นสู่วงโคจรของอวกาศว่า รู้สึกดีใจและโล่งใจที่การปล่อยดาวเทียมสำรวจโลก THEOS-2 ราบรื่น ประสบความสำเร็จ แม้จะมีอุปสรรคบ้าง แต่ทุกอย่างก็เป็นไปตามกระบวนการ โดยขณะนี้ สามารถกล่าวได้ว่าดาวเทียม THEOS-2 ได้เริ่มปฏิบัติการสำรวจโลกแล้ว โดยหลังจากปล่อยดาวเทียมในเวลา 08:36 น.จะใช้เวลากว่า 52 นาทีในการเข้าสู่วงโคจรที่ระดับความสูง 621 กิโลเมตร เมื่อดาวเทียมขึ้นไปแล้ว จะทดสอบระบบในอวกาศร่วมกับสถานีภาคพื้นดินราวๆ 3 เดือน ก่อนจะใช้งานได้ แต่อย่างไรก็ตาม หากมีสถานการณ์เร่งด่วนเกิดขึ้น อาทิ ภัยพิบัติ THEOS-2 ก็สามารถสั่งถ่ายภาพได้ภายใน 5 - 8 วัน หลังจากดาวเทียมเข้าสู่วงโคจร
“ภารกิจนี้เป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่ของกระทรวง อว.และประเทศไทย หลังจากนี้จะมีการต่อยอดยกระดับด้านต่างๆ ของประเทศรวมทั้งการให้ข้อมูลข่าวสารกับประชาชนให้รู้ว่าดาวเทียม THEOS-2 มีประโยชน์อย่างไร สามารถนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง ข้อมูลจากดาวเทียม THEOS-2 จะถูกใช้ในการปรับปรุงและทำให้ข้อมูลในทุกพื้นที่ของไทยเป็นปัจจุบัน ทันสมัย และมีความละเอียดที่ถูกต้อง ช่วยให้ทุกการวางแผนบริหารจัดการพื้นที่ที่ตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ” รมว.กระทรวง อว.กล่าว
ในโอกาสนี้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงความยินดี ว่า ในนามของรัฐบาลไทยและประชาชนคนไทยทุกคน ขอแสดงความยินดีที่วันนี้ประเทศไทยประสบความสำเร็จสามารถส่งดาวเทียม THEOS-2 ขึ้นสู่วงโคจรได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งรัฐบาลมุ่งเน้นมาตลอดว่าจะใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศ และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้องประชาชน ข้อมูลจากดาวเทียม THEOS-2 จะเป็นข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญในการนำไปพัฒนาสร้างประโยชน์ได้ในหลากหลายมิติ อาทิ การบริหารจัดการเกษตร การบริหารจัดการเมือง การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการน้ำ และการบริหารจัดการภัยธรรมชาติ ซึ่งจะนำมาสู่ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างเท่าเทียมและทั่วถึงของพี่น้องประชาชน
“ผมขอขอบคุณกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ GISTDA ที่จะช่วยขับเคลื่อนและผลักดันวงการอวกาศของประเทศไทยให้มีความก้าวหน้า” นายเศรษฐา กล่าว (อ่านข้อมูลเพิ่ม:- https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/73133)
ด้าน ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวว่า หลังจากดาวเทียมเข้าสู่วงโคจรแล้ว จะทำการปรับตัวเพื่อเข้าสู่โหมดของการทำงาน รวมทั้งทดสอบระบบควบคุมและติดต่อสื่อสารกับภาคพื้นดินเพื่อความเสถียรและความแม่นยำของข้อมูลโดยใช้เวลาประมาณ 6 เดือน หลังจากนั้น GISTDA จะเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้เข้าถึงข้อมูล เพื่อนำไปต่อยอดหรือให้การบริการเชิงพาณิชย์ได้ ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมการพัฒนาระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ รวมถึงจะเป็นแรงผลักดันขับเคลื่อนด้านการศึกษา การวิจัยและนวัตกรรมในการใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ และเทคโนโลยีอวกาศในการพัฒนาองค์ความรู้ เพื่อสร้างนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรในสาขาที่เกี่ยวข้องต่อไป
เครดิตภาพจาก https://www.facebook.com/gistda
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
ขอเชิญผู้ที่สนใจในกลุ่มธุรกิจนวัตกรรม (Deep Tech Startups) เข้าร่วมกิจกรรม Pitching & Investor Day “ภายใต้โครงการสร้างผู้ประกอบการใหม่ด้วยนวัตกรรม (TechBiz Starter 2566)”
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (Technology Management Center)
โดย ศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (ฺBIC)
ขอเชิญผู้ที่สนใจในกลุ่มธุรกิจนวัตกรรม (Deep Tech Startups)
เข้าร่วมกิจกรรม Pitching & Investor Day
"ภายใต้โครงการสร้างผู้ประกอบการใหม่ด้วยนวัตกรรม (TechBiz Starter 2566)"
ในวันพฤหัสบดีที่ 2 พฤศจิกายน 2566
เวลา 09.00-17.00 น.
สถานที่ : UOB Plaza Bangkok ชั้น 5 ห้อง Auditorium
ในกิจกรรมประกอบด้วย
▶ เวที Pitching ของ 20 Startups ในโครงการ "Techbiz Starter"
▶ มุมมองการลงทุนใน Deep Tech Startups จากนักลงทุนตัวจริง
▶ นิทรรศการแสดงผลงาน + ผลิตภัณฑ์ของทั้ง 20 ผลงาน แสดงโชว์ภายในงาน
📌ลงทะเบียนฟรี ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2566 ผ่านลิงก์ด้านล่างนี้📌
https://forms.gle/AtD1U6xLon2cjdZn7
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
Email: techbiz.starter@nstda.or.th
Tel: 02-564-7000 ext.81490
ปฏิทินกิจกรรม
จดหมายข่าว สวทช. ปีที่ 9 ฉบับที่ 4 ประจำเดือนกรกฎาคม 2566
ข่าว
เสริมแกร่งพลังสิบ ด้วยเทคนิคการจัดค่ายวิทยาศาสตร์จาก สวทช.
สวทช. เตือนภัย ‘เห็ดพิษอันตราย’ ภัยร้ายฤดูฝน
คณะผู้บริหาร อว. ร่วมลงนามถวายพระพร เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๓ มิถุนายน ๒๕๖๖ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี
ไทย-UK โดย ไบโอเทค มจธ. และ ม.เคนท์ ม.คอลเลจลอนดอน แถลงผลความสำเร็จ ๓ โครงการร่วมวิจัย ทุนร่วมกว่า 170 ล้านบาทมุ่งเดินหน้า 2 เรื่องใหญ่ (ชีวเวชภัณฑ์ และสาหร่ายเซลล์เดียว) ตอบโจทย์อุตสาหกรรม
สวทช. ผนึก กรมโรงงานฯ สภาอุตฯ จัดสัมมนา End of Waste Thailand ติดอาวุธผู้ประกอบการ เปลี่ยนของเสียในอุตสาหกรรมเป็น ‘ทรัพยากร’
ไบโอเทค/สวทช. จับมือ มจธ. นำคณะเยี่ยมชมโรงงานต้นแบบผลิตยาชีววัตถุแห่งชาติ ชี้เป็นแล็บต่อยอดวิจัยระดับสูงเชิงพาณิชย์ หนุนอุตฯ ชีวเวชภัณฑ์ของประเทศ
นาโนเทค สวทช. รับมอบใบรับรอง ISO13485 สำหรับชุดตรวจและตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ
สวทช. ผนึก พันธมิตรภาครัฐ-เอกชน ขับเคลื่อนศักยภาพ ‘การเลี้ยงไก่ไข่ไร้กรง’ ของประเทศไทย
สวทช. ร่วมแสดงความยินดีกับ ดร.วรรณพ วิเศษสงวน รับรางวัล Ajinomoto – FoSTAT Awards นักวิจัยดีเด่น ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหาร ประจำปี 2566
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ณ โรงเรียน ตชด. บ้านเทพภูเงิน จ. อุดรธานี
สวทช. เปิดขุมพลังวิจัย ฟูดเซิร์ป (FoodSERP) “แพลตฟอร์มบริการผลิตอาหารและส่วนผสมฟังก์ชัน” ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารและเวชสำอางไทย
สวทช. ลุยพื้นที่ EECi จัดค่ายเฉพาะทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มุ่งเน้นกิจกรรมฝึกทักษะปฏิบัติการ นวัตกรรมการจัดการสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่
องค์การวินร็อค อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดตัวโครงการ RIAN พร้อม MOU ร่วม 5 หน่วยงาน ตั้งเป้าหนุนเกษตรกร 30,000 ราย มีโอกาสเข้าถึงนวัตกรรมเท่าทันภูมิอากาศ
สวทช. ร่วมกับ บพข. Kick off โครงการ “ยกระดับนวัตกรรมธุรกิจสารสกัดผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ/สมุนไพร (ไทย) สู่ตลาดต่างประเทศ ปี ๒๕๖๖-๒๕๖๘”
ENTEC สวทช. กฟผ. เอกชนไทย-จีน ร่วมจัดพิธีฉลองมอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 50 คัน ให้กับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างสาธารณะ ในเขตพื้นที่บางกรวย นนทบุรี และบางพลัด กรุงเทพฯ
PTEC สวทช. โชว์ขุมพลังระบบนิเวศวิจัย ด้านการวิเคราะห์-ทดสอบยานยนต์ไฟฟ้า EV ตามมาตรฐานสากล
บทความ
แอปฯ “รู้ทัน” ชวนคนไทยรู้เท่าทัน “โรคไข้เลือดออก”
Download เอกสารฉบับเต็ม (9.8MB)
จดหมายข่าว สวทช.
ขอเชิญผู้สนใจเข้าอบรมหลักสูตร “การพัฒนาผู้จัดการงานวิจัย พัฒนาและนวัตกรรม ด้านเศรษฐกิจ รุ่นที่ 2”
“พัฒนาศักยภาพและยกระดับบุคลากรทั้งด้านความรู้และเครื่องมือที่จำเป็นและทันสมัยในการบริหารจัดการงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการใช้ประโยชน์ด้านเศรษฐกิจแบบครบวงจร” และ"เชื่อมโยงเครือข่ายและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับ RDI Manager ด้านต่าง ๆ" กับหลักสูตร "การพัฒนาผู้จัดการงานวิจัย พัฒนาและนวัตกรรม ด้านเศรษฐกิจ รุ่นที่ 2"
👨🏫 ระยะเวลาของหลักสูตร
เดือนธันวาคม 2566 - เดือนเมษายน 2567
👨🏫 สถานที่ฝึกอบรม
โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพ
💰 ค่าลงทะเบียน
ท่านละ 46,000 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
หมายเหตุ: ค่าลงทะเบียนปกติ 120,000 บาท
โดยหลักสูตรนี้ได้รับทุนสนับสนุนบางส่วนจาก สกสว.
📝 ลงทะเบียนเรียน
รับสมัคร ตั้งแต่วันนี้ - 15 พ.ย. 2566
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการอบรม 24 พ.ย. 2566
คุณสมบัติผู้เข้าอบรม
1. เป็นผู้บริหาร มีบทบาทในการกำกับดูแล ขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์และ/หรือมีประสบการณ์บริหารงานวิจัยและนวัตกรรม
2. นักวิจัยที่มีประสบการณ์ในการบริหารโครงการขนาดใหญ่/แผนงานด้านอุตสาหกรรม
📞 ติดต่อสอบถาม
1. ดร.ใจรัก เอื้อชูเกียรติ
โทร. 0 2564 7000 ต่อ 1347
e-Mail: jairak@nstda.or.th
2. คุณอรุณศรี ศรีธนะอิทธิพล
โทร. 0 2564 7000 ต่อ 1319
e-Mail: arunsri@nstda.or.th
ปฏิทินกิจกรรม
สวทช. – ม.เกษตรฯ ผสานความร่วมมือต่อเนื่อง แลกเปลี่ยนข้อมูลวิชาการ-สารสนเทศ เสริมแกร่งด้านงานวิจัย
(วันที่ 6 ตุลาคม 2566) ที่ห้องออดิทอเรียม อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี: ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสิรฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมด้วย นางสาวสุพรรณี หงษ์ทอง ผู้อำนวยการสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ร่วมลงนาม “บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เรื่อง การจัดการสารสนเทศและองค์ความรู้” ระหว่าง สวทช. โดยฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STKS) และสำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ เพื่อเป็นพันธมิตรการจัดการและบริการสารสนเทศและองค์ความรู้ ที่ช่วยสนับสนุนการเรียการสอน การวิจัยและพัฒนา ตลอดจนการเรียนรู้ของนิสิตนักศึกษา อาจารย์ นักวิจัยและบุคลากรของทั้งสองหน่วยงาน
ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการ สวทช.
นางสาวสุพรรณี หงษ์ทอง ผู้อำนวยการสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า การลงนามในวันนี้ เป็นการขยายความร่วมมือต่อเนื่องหลังจากที่ทั้งสองหน่วยงานได้มีข้อตกลงความร่วมมือ ตั้งแต่ปี 2563 ซึ่งในช่วงเวลาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ให้ความช่วยเหลือแก่ สวทช. ด้วยการแบ่งปันทรัพยากรสารสนเทศที่นักวิจัย สวทช. ต้องการเพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาโดยเฉพาะฐานข้อมูลออนไลน์ต่างประเทศที่สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บอกรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการสืบค้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการค้นคว้าเพื่อการวิจัยอย่างมาก “สวทช. ขอขอบคุณสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ได้ให้การสนับสนุน ซึ่งเป็นการบูรณาการข้อมูลร่วมกันระดับประเทศเพื่อสร้างความเข้มแข็งด้านวิชาการและด้านการวิจัยและพัฒนาให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น” รองผู้อำนวยการ สวทช. ระบุ
สำหรับวัตถุประสงค์ความร่วมมือครั้งนี้ ทั้งสององค์กรจะร่วมกันพัฒนาระบบสนับสนุนการจัดการองค์ความรู้ผ่านโครงการระบบสื่อสาระออนไลน์เพื่อการเรียนรู้ทางไกลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 ร่วมกันให้บริการสารสนเทศห้องสมุดสนับสนุนการวิจัย เพื่อให้เกิดการแบ่งปันและใช้ทรัพยากรสารสนเทศร่วมกันอย่างประสิทธิภาพสูงสุด ด้านการเรียนการสอน การวิจัยและพัฒนาบุคลากรของทั้งสองสถาบันและเกิดความคุ้มทุนในการจัดหาและใช้ทรัพยากรฯ ตลอดจนร่วมกันพัฒนาให้เกิดความร่วมมือทางวิชาการ การแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดประสบการณ์ องค์ความรู้ หรือเทคโนโลยีสำหรับบุคลากรและผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน โดยอาศัยสื่อออนไลน์และสื่อสมัยใหม่อย่างเหมาะสมและสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาการปฏิบัติงานและพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืน
ข่าวประชาสัมพันธ์
จดหมายข่าว สวทช. ปีที่ 9 ฉบับที่ 3 ประจำเดือนมิถุนายน 2566
ข่าว
ICAO, CAAT เยี่ยมชมศักยภาพความพร้อมบริการทดสอบด้านการบิน PTEC สวทช. หนุนมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินประเทศไทย เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการบินสู่นานาชาติ
สวทช. ร่วมกับ วช. จัดพิธีรับเกียรติบัตรเยาวชนฝึกทักษะวิจัยภาคฤดูร้อน ปี 2566
สวทช. ผนึก บ้านปู เดินหน้าวิจัยและพัฒนานวัตกรรมอุตสาหกรรมพลังงาน มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน
สวทช. จับมือ สพฐ. เสริมสร้างศักยภาพครูพื้นที่ EEC ให้มีความเข้มแข็ง ในศาสตร์ด้านการแพทย์และสุขภาพ ที่สอดคล้องนโยบาย BCG ต่อยอดในชั้นเรียน
นาโนเทค สวทช. พัฒนาเครื่องเก็บตัวอย่างฝุ่น พร้อมนำ NanoSampler สำรวจ 3 พื้นที่ใน กทม. พบ “ไอเสียรถยนต์” เป็นสาเหตุหลักฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5
ไบโอเทค สวทช. ร่วมผลักดัน BCG สาขาเกษตร เดินหน้าพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวบนฐานวัฒนธรรมข้าวเหนียว ชู “NAGA Belt Road” เป็น Quick Win ของ BCG สาขาเกษตร
สวทช. CSIRO จับมือผู้ประกอบการร่วมแก้ปัญหาขยะพลาสติก เพื่อลดมลพิษในแม่น้ำและทางทะเล ภายใต้โครงการพันธมิตรนวัตกรรมพลาสติกลุ่มน้ำโขง ระหว่างไทยและออสเตรเลีย
ธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติ สวทช. หนุนความหลากหลายทางชีวภาพ โชว์ โปรแกรม “วิเคราะห์เลือกคู่ผสมสัตว์” ลดเสี่ยงสูญพันธุ์ นำร่องอนุรักษ์ “ละมั่งพันธุ์ไทย”
สำนักงานสถิติฯ และ สวทช. เปิดเวทีนำเสนอผลการศึกษาทางสถิติด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชี้! สัญญาณบวกการพัฒนาประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG
Traffy Fondue คว้ารางวัลเกียรติยศ Thailand Green Design Awards 2023 ประเภทสร้างแรงบันดาลใจ ด้านคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม-ยกระดับคุณภาพชีวิต
เด็กไทยผงาดคว้าชัยในเวทีการแข่งขันประกวดโครงงานวิทย์ฯ ระดับโลก REGENERON ISEF 2023
9 องค์กรผนึกกำลัง สร้าง “แพล็ตฟอร์มแพ็กแบตเตอรี่มาตรฐานแบบสับเปลี่ยน สำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า” ยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ในประเทศ
นาโนเทค สวทช. ออกแบบวัสดุดูดซับยาโซลิโดรนิกแอซิด จากถ่านกัมมันต์เจือแมกนีเซียมออกไซด์ สู่ต้นแบบวัสดุทางการแพทย์ ลดเสี่ยงภาวะกระดูกขากรรไกรตายในผู้ป่วยมะเร็ง-กระดูกพรุน
สวทช. ตอกย้ำขุมพลังวิจัย จับมือ ทันตะ จุฬาฯ เปิดตัว “ต้นแบบยาสีฟันยับยั้งฟันผุระยะเริ่มต้นสำหรับเด็ก”
บทความ
PTEC สวทช. โชว์ขุมพลังระบบนิเวศวิจัย ด้านการวิเคราะห์-ทดสอบยานยนต์ไฟฟ้า EV ตามมาตรฐานสากล
Download เอกสารฉบับเต็ม (12.9MB)
จดหมายข่าว สวทช.
จดหมายข่าว สวทช. ปีที่ 9 ฉบับที่ 2 ประจำเดือนพฤษภาคม 2566
ข่าว
สวทช. จับมือ บีเคเคจีไอ ศึกษา “จุลินทรีย์ในลำไส้มนุษย์” เพื่อจัดทำระบบสารสนเทศ สู่การใช้ประโยชน์ฐานข้อมูลจุลินทรีย์ดูแลสุขภาพคนไทย
สวทช. ร่วมสืบสานประเพณี สรงน้ำพระ ขอพรผู้ใหญ่ เนื่องในวันสงกรานต์
สวทช. ร่วมกับ สทป. เดินหน้าความร่วมมือด้านการวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
นาโนเทค สวทช. พร้อม 10 หน่วยงานพันธมิตร หนุน “มาตรฐาน-ความปลอดภัยนาโนเทคโนโลยี” ในภาคอุตสาหกรรม เฟส 2
เอ็มเทค สวทช. ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก เปิดตัวอุปกรณ์ป้องกันด้านข้างและด้านท้ายรถบรรทุก ลดการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ พร้อมหนุนผู้ประกอบการผลิตในประเทศ
สวทช. จับมือ เค เอช โรเบิร์ต เอกชนผู้นำด้านอุตสาหกรรมกลิ่น-รสระดับโลก พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อรองรับอุตสาหกรรมอาหารในประเทศไทย
บทความ
‘Ross (รอส) บอดีสูทพยุงหลัง’ ป้องกันการบาดเจ็บจากการยกผู้ป่วย ผู้สูงอายุ และสิ่งของน้ำหนักมาก
Download เอกสารฉบับเต็ม (9.9MB)
จดหมายข่าว สวทช.
‘คอนกรีตน้ำซึมผ่านเร็ว’ ผลิตภัณฑ์รีไซเคิลจากกระเบื้องมีตำหนิ ลดปัญหาวัสดุเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรม นวัตกรรมสร้างมูลค่าเพิ่ม
For English-version news, please visit : Use of defective tiles to produce pervious concrete
ในอุตสาหกรรมการผลิตกระเบื้อง โรงงานส่วนใหญ่มักต้องเผชิญปัญหาสินค้ามีตำหนิในทุกรอบการผลิต คิดเป็นปริมาณร้อยละ 5-10 ของสินค้าทั้งหมด ซึ่งสินค้ามีตำหนิเหล่านี้ไม่สามารถนำไปจำหน่ายได้ เมื่อสะสมไว้เป็นเวลานานทำให้ไม่มีสถานที่จัดเก็บ โรงงานส่วนใหญ่จึงมักกำจัดทิ้งด้วยการบด ก่อนนำไปใช้ถมที่หรือฝังกลบ
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ร่วมกับบริษัทเคนไซ ซีรามิคส์ อินดัสตรี้ จำกัด วิจัยและพัฒนากระบวนการผลิต ‘คอนกรีตน้ำซึมผ่านเร็ว’ จากกระเบื้องมีตำหนิ เพื่อลดปัญหาวัสดุเหลือทิ้งและสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยได้รับทุนสนับสนุนจากโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) สวทช.
[caption id="attachment_47402" align="aligncenter" width="700"] คุณวิทยา ทรงกิตติกุล นักวิจัย เอ็มเทค สวทช.[/caption]
คุณวิทยา ทรงกิตติกุล นักวิจัย ทีมวิจัยอีโคเซรามิกและจีโอพอลิเมอร์ เอ็มเทค สวทช. อธิบายว่า บริษัทเคนไซ ซีรามิคส์ อินดัสตรี้ จำกัด เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายกระเบื้องตกแต่งสำหรับปูพื้นและบุผนังรายใหญ่ของประเทศไทย ที่ให้ความสำคัญเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยปัจจุบันนอกจากการนำกระเบื้องมีตำหนิบางส่วนมารีไซเคิลเป็นวัสดุตั้งต้นสำหรับผลิตกระเบื้องใหม่แล้ว บริษัทยังได้ร่วมกับทีมวิจัยพัฒนาสูตรการผลิต ‘คอนกรีตน้ำซึมผ่านเร็ว’ เพื่อนำกระเบื้องมีตำหนิสะสมมาหลายปีซึ่งยังคงมีเหลืออยู่มากมาใช้เป็นวัสดุตั้งต้นในการผลิตสินค้าชนิดใหม่ของบริษัท
[caption id="attachment_47404" align="aligncenter" width="750"] บริษัทเคนไซ ซีรามิคส์ อินดัสตรี้ จำกัด[/caption]
สำหรับกระบวนการแปรรูปกระเบื้องมีตำหนิสู่คอนกรีตน้ำซึมผ่านเร็ว ทีมวิจัยใช้วิธีการบดกระเบื้องที่มีตำหนิด้วยเครื่องบดขนาดใหญ่จนได้วัสดุที่มีขนาดอนุภาคเหมาะสม ก่อนนำมาขึ้นรูปด้วยสูตรจำเพาะ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีความแข็งแรง คงทน และน้ำซึมผ่านได้ดี
คุณวิทยา อธิบายว่า สูตรการผลิตคอนกรีตน้ำซึมผ่านเร็วที่ทีมวิจัยได้ร่วมกับบริษัทพัฒนาขึ้นมีมากถึง 3 รูปแบบ ซึ่งมาจากวัตถุดิบตั้งต้น 3 ชนิด คือ กระเบื้องชนิดไม่เคลือบ กระเบื้องเคลือบ และหินจากธรรมชาติ ทั้งนี้เพื่อให้ได้กระบวนการผลิตจากวัตถุดิบที่หลากหลาย ผลิตได้จำนวนมาก ทันต่อความต้องการของลูกค้า โดยผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากวัตถุดิบทั้ง 3 แบบ ได้รับการทดสอบความแข็งแรง ความหนาแน่น และการซึมผ่านของน้ำดี ได้ค่าผ่านตามมาตรฐานที่สหรัฐอเมริกากำหนด และรองรับแรงกดอัดได้ตามเกณฑ์ของคอนกรีตปูพื้น การประยุกต์ใช้งานผลิตภัณฑ์สามารถทำได้หลายรูปแบบ ทั้งการปูพื้นทางเท้า จัดตกแต่งสวน หรือใช้งานกับสถานที่ที่มีระบบระบายน้ำ เพื่อช่วยลดปัญหาน้ำท่วมขังและช่วยระบายความร้อน
[caption id="attachment_47403" align="aligncenter" width="700"] ภาพแสดงการไหลผ่านของน้ำ[/caption]
แม้ประเทศไทยจะยังมีการผลิต จำหน่าย และใช้งานคอนกรีตน้ำซึมผ่านเร็วไม่แพร่หลาย แต่ในหลายประเทศมีการใช้งานผลิตภัณฑ์ประเภทนี้มายาวนาน รวมถึงมีรูปแบบการใช้งานที่หลากหลาย เช่น สนามกีฬา ถนน และลานจอดรถ
คุณวิทยา เล่าว่า ในบางประเทศมีการปูพื้นพื้นที่ที่ต้องการใช้งานด้วยก้อนกรวด ก่อนนำคอนกรีตน้ำซึมผ่านเร็วมาวางทับ เพื่อให้น้ำที่ไหลผ่านผลิตภัณฑ์ผ่านการกรองอีกขั้นจนค่อนข้างสะอาด เหมาะแก่การหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ หรือบางแห่งมีการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีลักษณะเป็นกล่องคอนกรีตทึบที่บรรจุด้วยคอนกรีตน้ำซึมผ่านเร็ว และมีท่อสำหรับระบายน้ำออก เพื่อควบคุมทิศทางการระบายน้ำไปยังจุดที่ต้องการ
[caption id="attachment_47401" align="aligncenter" width="450"] ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ผลิตภัณฑ์แบบควบคุมทิศทางการไหลออกของน้ำ[/caption]
“นอกจากนี้ยังมีการดัดแปลงเพื่อใช้ประโยชน์อีกหลายรูปแบบ เช่น การใช้เป็นขอบสระว่ายน้ำเพื่อดึงน้ำที่ล้นออกจากสระกลับเข้าสู่ระบบใหม่ หรือใช้เป็นกำแพงกรองลมในพื้นที่ที่มีลมพัดผ่านค่อนข้างแรง เพื่อช่วยลดความแรงของลม และเพิ่มความปลอดโปร่งให้แก่พื้นที่ภายในแนวกำแพง”
ปัจจุบันทีมวิจัยได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตให้แก่บริษัทเคนไซ ซีรามิคส์ อินดัสตรี้ จำกัด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยบริษัทกำลังพัฒนาขนาดและรูปแบบให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค และจัดเตรียมสายการผลิตและช่องทางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ผู้ที่สนใจติดตามการวางจำหน่ายสินค้าได้ที่ www.kenzai.co.th
การร่วมแรงนำความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการตลาด มาพัฒนารูปแบบวิธีการที่จะใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดครั้งนี้ ถือเป็นตัวอย่างอันดีของการผสานกำลังและความเชี่ยวชาญเฉพาะทางระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อร่วมพัฒนากระบวนการผลิตที่คำนึงถึงการนำกลับมาใช้ซ้ำ มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ตามแนวทางโมเดลเศรษฐกิจ BCG
เรียบเรียงโดย ภัทรา สัปปินันทน์ ฝ่ายสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์ สวทช.
อาร์ตเวิร์กโดย ภัทรา สัปปินันทน์
ภาพประกอบโดย ภัทรา สัปปินันทน์ และเนคเทค สวทช.
BCG
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
บทความ
ผลงานวิจัยเด่น
การประชุมวิชาการ ASEAN-ASSET2023: Global Summit on the Future of Future Food
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ Queen’s University Belfast จึงขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมการประชุมวิชาการ ASEAN-ASSET2023: Global Summit on the Future of Future Food
วันที่ 14 - 15 พฤศจิกายน 2023 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ
ซึ่งจะเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยน อภิปรายและการแสดงความคิดเห็นในระดับสูงเกี่ยวกับ
- วิธีการจัดหาความต้องการอาหารกลุ่มโปรตีนทางเลือกผ่านการคิดเชิงนวัตกรรม
- การประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีล้ำสมัยในการช่วยสนับสนุนการผลิตอาหารเพื่ออนาคต
- ความปลอดภัยของอาหารเพื่ออนาคตจากแหล่งต่างๆ
.
สืบเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเพิ่มจำนวนของประชากรโลก กอปรกับการแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่ ทำให้ประชากรโลกจำนวนมากต้องดิ้นรนเพื่อหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว ส่งผลถึงการขาดแคลนและความมั่นคงทางอาหารที่กระจายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก
จากสภาพปัญหาดังกล่าว การผลิตอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการให้เพียงพอกับประชากรโลกที่เพิ่มขึ้น จึงเป็นความท้าทายสำหรับทุกภาคส่วน เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตผลทางการเกษตรและอาหารจะยังคงผลิตได้ในปริมาณที่เพียงพอ ด้วยวิธีที่ปลอดภัยและยั่งยืน
.
อาหารกลุ่มโปรตีนทางเลือกที่มาจากนวัตกรรมอาหารใหม่ ไม่ว่าจะเป็นโปรตีนจากพืช (Plant-based Protein) โปรตีนจากแมลง (Insect-based Protein) หรือโปรตีนจากวัตถุดิบอื่นๆที่ผ่านการแปรรูป โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและซับซ้อน เพื่อให้ได้รสชาติ เนื้อสัมผัส รวมถึงรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ที่ใกล้เคียงโปรตีนหลักมากที่สุด อาหารเหล่านี้ถือได้ว่าเป็นเทรนด์อาหารเพื่ออนาคต (Future Food) ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคทั้งเรื่องของสุขภาพ และสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
.
สนใจดูข้อมูลเพิ่มเติมและสมัครร่วมงานได้ที่ https://www.biotec.or.th/asean-asset2023/
ปฏิทินกิจกรรม
ขอเชิญฟังการบรรยายพิเศษ หัวข้อ “Xplore’s high throughput experiment technology: focus area, services, and academic network”
สวทช. ร่วมกับ SCG
ขอเชิญนักวิจัย ผู้ประกอบการ และผู้ที่สนใจ เข้าร่วมงาน TECH>>X
รับฟังการบรรยายพิเศษ หัวข้อ “Xplore's high throughput experiment technology: focus area, services, and academic network” พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ สร้างเครือข่ายงานวิจัยกับ
Dr. LUCA RONGO, CEO และ Mr. GUILLAUME MAGAN ผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาและการประยุกต์ใช้ High Throughput Experiment จาก Xplore
วันอังคารที่ 17 ตุลาคม 2566 เวลา 10.00-11.30 น.
สถานที่: ห้องประชุม CC305 ชั้น 3 อาคารศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย
และผ่านระบบ online Webex
ลงทะเบียนเข้าร่วมได้ที่
https://shorturl.at/jsOW6
ปฏิทินกิจกรรม
สวทช. ให้บริการ ‘Industry 4.0 Platform’ บริการยกระดับสู่อุตสาหกรรม 4.0 แบบครบวงจร (Industry 4.0 Platform Solution)
For English-version news, please visit : Industry 4.0 Platform: Empowering industrial transformation
ปัจจุบันทั่วโลกต่างตื่นตัวต่อการปฏิวัติอุตสาหกรรมสู่ระดับ 4.0 (industry 4.0) หรือการปรับเปลี่ยนให้เครื่องจักรภายในโรงงานสื่อสารถึงกันและกัน และสื่อสารกับมนุษย์ได้แบบเรียลไทม์ เพราะจะช่วยให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบและสั่งการเครื่องจักรได้สะดวกจากทุกที่ทุกเวลา ลดขั้นตอนการทำงาน และลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในระบบ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสายการผลิตด้วย
ถึงกระนั้นการจะยกระดับภาพรวมของอุตสาหกรรมสู่ระดับ 4.0 ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่าย เพราะต้องอาศัยความพร้อมหลายด้าน ทั้งจากผู้ประกอบการ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี แรงงานทักษะสูง และเงินทุน สวทช. จึงเปิดให้บริการ 'Industry 4.0 Platform’ แพลตฟอร์มรวบรวมบริการและกิจกรรมสนับสนุนการยกระดับสู่อุตสาหกรรม 4.0 แบบครบวงจร (one-stop service)
Industry 4.0 Platform ประกอบด้วย 3 บริการหลัก ได้แก่ 'i4.0 maturity' ศูนย์ข้อมูลอุตสาหกรรม 4.0 ของประเทศ โดยมี Thailand i4.0 Index เป็นเครื่องมือในการวัดระดับความพร้อมสู่อุตสาหกรรม 4.0 ทำให้ผู้ประกอบการสามารถเริ่มต้นการยกระดับได้อย่างเป็นระบบ และเป็นขั้นเป็นตอ 'i4.0 consulting' บริการให้คำปรึกษาด้านการยกระดับโรงงานสู่อุตสาหกรรม 4.0 โดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางทั้งด้านเทคโนโลยี เงินทุน และสิทธิประโยชน์ และ 'i4.0 training' บริการอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรทุกระดับ ทั้งผู้ประกอบการ ผู้ออกแบบระบบเทคโนโลยีสำหรับใช้งานภายในโรงงาน (System Integrator: SI) แรงงานทักษะสูง และผู้ให้บริการประเมินความพร้อมโรงงาน
บันได 4 ขั้น ก้าวสู่อุตสาหกรรม 4.0
ขั้นแรกคือการประเมินความพร้อมด้วยตนเองผ่านระบบออนไลน์ที่ www.nstda.or.th/i4platform/checkup เพื่อให้ทราบเบื้องต้นว่าอุตสาหกรรมของตนอยู่ในระดับไหน ขั้นที่สองคือการประเมินความพร้อมในการก้าวสู่อุตสาหกรรม 4.0 โดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง พร้อมรับคำแนะนำในการยกระดับโรงงาน (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.nstda.or.th/r/OTlB9) ขั้นที่สามคือการรับคำแนะนำในการยกระดับอุตสาหกรรมทั้งด้านเทคโนโลยี เงินทุน และสิทธิประโยชน์ โดยผู้ประกอบการอาจนำแผนงานมาทดสอบจำลองสถานการณ์ (simulation) ด้วย testbed อาทิ เครื่องจักร สายการผลิต และระบบดิจิทัลที่มีให้บริการภายในระบบบริการของ Industry 4.0 Platform ก่อนลงทุนปรับเปลี่ยนอุปกรณ์และกระบวนการผลิตภายในโรงงานจริง เพื่อลดการสูญเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย และขั้นสุดท้ายคือการลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อยกระดับโรงงาน
โดยข้อมูลชุดนี้จะนำเสนอ Industry 4.0 platform solution หรือเทคโนโลยีที่ สวทช. ได้ร่วมกับพันธมิตรวิจัยและพัฒนา เพื่อให้ผู้ประกอบการได้เข้าถึงเทคโนโลยีสำหรับเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรม 4.0 ในราคาที่จับต้องได้ พร้อมระบบบริการช่วยเหลือผู้ประกอบการยกระดับอุตสาหกรรมแบบครบวงจร (one-stop service)
'Industry 4.0 platform solution' 4 เทคโนโลยีรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรม 4.0
เทคโนโลยีแรกคือ URCONNECT อุปกรณ์รับส่งสัญญาณแบบ universal เพื่อเปลี่ยนเครื่องจักรเก่าให้เป็น IoT สามารถสั่งการอุปกรณ์ได้จากทางไกล และรับสัญญาณจากเซนเซอร์ที่ติดตั้งไว้ตรวจจับการทำงาน รวมถึงการประเมินสุขภาพของอุปกรณ์ มาประมวลผลและจัดเก็บที่ระบบคลาวด์ ช่วยให้ผู้ดูแลตรวจสอบข้อมูลและควบคุมการทำงานได้สะดวกจากทุกที่ทุกเวลา
เทคโนโลยีสองคือ UNAI (อยู่ไหน) ระบบระบุตำแหน่งและเส้นทางการเคลื่อนที่ของอุปกรณ์และสินค้าภายในโรงงาน เช่น การทำ smart warehouse
เทคโนโลยีที่สามคือ NETPIE ระบบ cloud computing สัญชาติไทย ที่เปิดให้บริการแก่ภาคอุตสาหกรรม
เทคโนโลยีที่สี่คือ Industrial IoT and Data Analytics Platform (IDA Platform) แพลตฟอร์มเพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์ประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องจักรและการใช้พลังงานภายในโรงงานผ่านระบบคลาวด์
เมื่อนำชุดอุปกรณ์เหล่านี้มาติดตั้งภายในโรงงานจะช่วยให้ผู้ประกอบการทราบถึงผลการวิเคราะห์ประสิทธิภาพการทำงานของสายการผลิตแบบเรียลไทม์ โดยดูได้ทั้ง
1) ประสิทธิภาพโดยรวมการผลิตของเครื่องจักร (Overall Equipment Effectiveness: OEE)
2) ประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงาน (Energy monitoring)
3) ระบบแจ้งเตือนการบำรุงรักษาอุปกรณ์ล่วงหน้า (Predictive Maintenance (PdM)
ส่วนผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการผลิตและการบริหารพลังงานสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์เพื่อปรับแผนงาน ก่อนส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ที่ดูแลอุปกรณ์ปรับเปลี่ยนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้
สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจใช้บริการ 'Industry 4.0 platform solution’ เข้าปรึกษา และใช้บริการด้านต่าง ๆ แบบครบวงจรได้ที่ศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) ที่ EECi
- Industry 4.0 assessment
- training
- consultant
- low-cost platform solutions
- custom solution
- testbeds
SMC มีระบบ membership สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจใช้บริการที่ศูนย์เป็นประจำ โดยสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกอบจะได้รับจากการสมัคร คือ
- รับส่วนลดในการใช้บริการ
- รับคำปรึกษาเชิงลึกด้านเทคนิค และสิทธิประโยชน์
- ใช้พื้นที่ห้องทำงาน ห้องประชุม และห้องอบรม
- รับข้อมูลข่าวสารและกิจกรรม business matching
- จัดแสดงและสาธิตผลิตภัณฑ์ภายในศูนย์
โปรโมชันพิเศษคุ้ม 2 ต่อ สำหรับ 100 โรงงานแรกที่สมัครเข้าร่วมโครงการทดสอบการใช้งาน IDA platform ในเฟสที่สอง
ต่อที่ 1 : สิทธิพิเศษจากศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC)
- ทุนสนับสนุนโรงงานละ 100,000 บาท
- สนับสนุน IDA dashboard, cloud storage และ cloud IoT ฟรี 1 ปี
- สนับสนุน URCONNECT 1 ชุด (จำนวนจำกัด)
- สื่อวีดิทัศน์สำหรับเรียนรู้ทางออนไลน์ IDA fundamentals tutorial
ต่อที่ 2: หากโรงงานเป็นนิติบุคคลไทยและเป็น SME ตามนิยาม สสว. สามารถขอรับการสนับสนุนผ่าน
'โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP)’ โดย ITAP จะสนับสนุนค่าที่ปรึกษาสูงสุดไม่เกิน 50% ตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ของ ITAP
รายละเอียดเพิ่มเติม
Website: www.nstda.or.th/i4Platform
Facebook: Thailand i4.0 Platform
ติดต่อสอบถามหรือขอรับบริการ
E-mail: i4Platform@nstda.or.th
Line: @i4Platform
เรียบเรียงโดย ภัทรา สัปปินันทน์ ฝ่ายสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์ สวทช.
อาร์ตเวิร์กโดย ภัทรา สัปปินันทน์
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
บทความ
ผลงานวิจัยเด่น


