หน้าแรก ค้นหา
ผลการค้นหา :
NECTEC-ACE 2023 ผนึกกำลังภาครัฐและเอกชน แสดงศักยภาพแห่ง “ข้อมูล” หนุนให้เกิดการ“แชร์และใช้” เพื่อขับเคลื่อน พัฒนา เพิ่มมูลค่า สร้างความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีไทย เพื่อคนไทย
For English-version news, please visit : NECTEC–ACE 2023 features advancement in data science ข้อมูลเป็นทรัพยากรที่มีค่ามากในชีวิตประจำวันและการดำเนินงานขององค์กร การจัดการและใช้ประโยชน์จากข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพช่วยเพิ่มคุณค่าและประสิทธิผลในหลายมิติ ข้อมูล (Data) คือ ข้อเท็จจริงหรือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรา ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน อย่างข้อมูลในอินเทอร์เน็ตและแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ช่วยให้เราสามารถแก้ไขปัญหาหรือหาข้อมูลที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วและสะดวก เช่น การค้นหาข้อมูลการเดินทาง, ข้อมูลสุขภาพ, ข้อมูลการซื้อสินค้าออนไลน์ เป็นต้น นอกจากนี้ข้อมูลยังช่วยในการพัฒนาองค์กร ช่วยให้เข้าใจสถานการณ์ขององค์กร สภาพแวดล้อมภาพนอก ช่วยในการวิเคราะห์และตัดสินใจด้วยข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อเปรียบเทียบ การวิเคราะห์ทางการตลาด การบริหารความเสี่ยง รวมถึงพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมธุรกิจและสังคมอย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของการจัดงานประชุมวิชาการและนิทรรศการของเนคเทค ประจำปี 2566 หรือ NECTEC Annual Conference and Exhibitions 2023 (NECTEC–ACE 2023)  ภายใต้แนวคิด “ฐานรากเทคโนโลยีก้าวไกล พัฒนาไทยก้าวหน้า” ที่มุ่งเน้นนำเสนอด้าน "Data for Thai Data for All" จัดโดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค สวทช. ร่วมกับ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) บริษัท อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด และหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐ และเอกชน รวม 19 หน่วยงาน (ในวันที่ 12 กันยายน 2566) นายวันชัย  พนมชัย รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และประธานเปิดงาน NECTEC-ACE 2023 กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลกลายเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินชีวิตประจำวันของเราทุกคน ข้อมูลกลายเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่ามหาศาล ทั่วโลกต่างใช้ในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจด้วยข้อมูลดิจิทัล ในส่วนภาครัฐนั้นได้เห็นความสำคัญของการใช้ข้อมูลในการส่งเสริมความเจริญของประเทศ โดยการสนับสนุนแนวคิดของภาครัฐเปิดข้อมูล (Open Government Data) รวมถึงมีการประกาศใช้ พรบ. การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ และส่งเสริมการรวบรวมข้อมูลในฐานข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อให้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เรียนรู้และพัฒนาต่อไปได้ การขับเคลื่อนประเทศโดยการนำข้อมูลมาช่วยในการตัดสินใจ ส่งผลให้เกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งนับเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมให้ประเทศก้าวสู่การเป็นประเทศที่ใช้ข้อมูลเป็นศูนย์กลางอย่างครบถ้วน การเชื่อมโยงและแบ่งปันข้อมูลหรือ Data Sharing ระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรมเดียวกันหรือเกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่น ๆ ภายใต้โครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการข้อมูลจึงมีความสำคัญจะต้องดำเนินการอย่างเหมาะสมและมีความปลอดภัย จากข้อมูลที่หลาก หลาย ในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลอัตลักษณ์ส่วนบุคคล หรือข้อมูลสุขภาพ เป็นต้น เพื่อนำข้อมูลที่ถูกต้องมาประยุกต์ สร้างสรรค์ ออกแบบ และปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการนำเสนอนวัตกรรมหรือการบริการใหม่ๆ หรือวิธีการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่าการจัดงานประชุมวิชาการ และนิทรรศการของเนคเทค หรือ NECTEC-ACE 2023 นอกจากจะเป็นเวทีนำเสนอองค์ความรู้ทางวิชาการ ผลงานวิจัยที่ใช้ได้จริงที่เกิดจากความร่วมมือร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรแล้ว ยังเป็นการตอกย้ำการดำเนินงานในปัจจุบันของสวทช. ภายใต้นโยบาย “NSTDA Core Business” ที่ต้องการเป็นฐานรากทางเทคโนโลยี ให้ภาคส่วนต่างๆ ได้นำความรู้ เครื่องมือ นำงานวิจัยใช้แก้ปัญหาที่เป็นโจทย์สำคัญเร่งด่วนของประเทศ และที่สำคัญคือ ประชาชน/ชุมชนให้เข้าถึงงานวิจัยที่ใช้ประโยชน์ได้จริง โดยได้คัดเลือกงานวิจัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของสังคมและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ พัฒนา ขึ้นเป็นแพลตฟอร์มการดำเนินงาน ได้แก่ Traffy Fondue แพลตฟอร์มบริหารจัดการปัญหาเมือง Digital Healthcare Platform แพลตฟอร์มแก้ปัญหาการบริการด้านสาธารณสุขของประเทศ  FoodSERP แพลตฟอร์มให้บริการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารฟังก์ชัน ผลิตภัณฑ์เวชสำอาง และผลิตภัณฑ์กลุ่มสารให้ประโยชน์เชิงหน้าที่ (Functional ingredient) ในรูปแบบ One stop service Thailand i4.0 Platform แพลตฟอร์มให้บริการ Digital Transformation สำหรับภาคอุตสาหกรรมการผลิตแบบครบวงจร รวมถึงศูนย์ทรัพยากรคอมพิวเตอร์เพื่อการคำนวณขั้นสูง หรือ ThaiSC ของสวทช. ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศไทย ให้บริการ Supercomputer ชื่อว่า “LANTA” ประสิทธิภาพสูงรองรับการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ ได้อย่างรวดเร็ว เป็นอันดับหนึ่งในอาเซียน และติดอันดับที่ 70 ของโลก ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค กล่าวว่างานประชุมวิชาการและนิทรรศการเนคเทคประจำปี 2566 หรือ NECTEC–ACE 2023 ยังคงได้รับการสนับสนุน และความร่วมมือเป็นอย่างดีจากหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนจาก 19 หน่วยงาน ที่เล็งเห็นประโยชน์ และความสำคัญในการสนับสนุน รวมทั้งมีผู้สนใจได้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานมาแล้วทั้งสิ้น มากกว่า 2,000 คน โดยวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าทางวิชาการ แลกเปลี่ยน ความรู้ และประสบการณ์จากผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิจัย นักวิชาการ ที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัล รวมทั้ง การนำเสนอ องค์ความรู้จากผลงานวิจัยของเนคเทค และผลงานที่ร่วมกับพันธมิตร ในรูปแบบสัมมนาวิชาการ และนิทรรศการเพื่อ แสดงศักยภาพ และเทคโนโลยีจากภาครัฐและเอกชน โดยเนื้อหา สาระความรู้ ในงาน NECTEC–ACE 2023 เพื่อนำเสนอต่อกลุ่มเป้าหมาย ทั้งผู้บริหารหน่วยงาน ผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจเอกชน นักวิจัย นักวิชาการ นิสิต นักศึกษา และผู้ที่สนใจในเทคโนโลยีทางด้านข้อมูลได้เข้ามาใช้ประโยชน์ ประกอบด้วย 12 หัวข้อสัมมนาวิชาการ ที่รวบรวมวิทยากรมากกว่า 50 ท่าน มาร่วมนำเสนอความรู้ แลกเปลี่ยน ประสบการณ์การดำเนินงานจริง ในเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องทางด้านข้อมูล 3 กลุ่มที่สำคัญ ได้แก่ Data Platform, Data Governance & Security และ Big Data & AI  30 บูธนิทรรศการ ทั้งผลงานวิจัยจากเนคเทค และหน่วยงานพันธมิตร ที่มาร่วมนำเสนอ Data Solution, Core Technology และตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จของการใช้ข้อมูล ต่อยอด ขับเคลื่อนการดำเนินงานขององค์กร และธุรกิจ สำหรับตัวอย่างการพัฒนาฐานข้อมูลของเนคเทค ที่เป็นประโยชน์และพร้อมนำไปต่อยอดสำหรับการพัฒนาในด้านต่างๆ อาทิ Open-D เทคโนโลยีแพลตฟอร์มข้อมูลสำหรับข้อมูลแบบเปิด แหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ ที่เชื่อถือได้จากหน่วยงานภาครัฐในรูปแบบข้อมูลดิจิทัล เช่นข้อมูลทางภูมิศาสตร์ ข้อมูลสภาพอากาศ ข้อมูลการขนส่ง ข้อมูลการเลือกตั้ง และอื่นๆ ซึ่งการเผยแพร่ข้อมูลเปิด ช่วยสนับสนุนและส่งเสริมนวัตกรรม การสร้างสรรค์ และออกแบบ รวมทั้งสร้างความเข้าใจในสังคม และการสนับสนุนการดำเนินการทางธุรกิจและการวิจัยต่างๆ ที่อาจใช้ข้อมูลนี้เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ และเพิ่มมูลค่าให้กับสังคม TPMAP ระบบบริหารจัดการข้อมูลและพัฒนาคนแบบชี้เป้า เครื่องมือช่วยในการกำหนดนโยบายแก่ผู้บริหารเมือง เพื่อแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสมและตรงจุดภายใต้บริบทในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องความยากจน ซึ่งเป็นปัญหาหลักของประเทศ แดชบอร์ดที่เชื่อมข้อมูลจากระบบ "Thai School Lunch" และแพลตฟอร์ม "KidDiary" ที่แสดงข้อมูลเกี่ยวกับภาวะโภชนาการและคุณภาพอาหารกลางวันของนักเรียนทั่วประเทศ ทำให้ชุมชนสามารถวางแผน ออกแบบ จัดการอาหารกลางวันให้สอดคล้องกับหลักโภชนาการของนักเรียนให้เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ โดยโรงเรียน ผู้ปกครอง และสถานพยาบาลในพื้นที่สามารถเรียนรู้และติดตามสุขภาวะของนักเรียนได้อีกด้วย ปัจจุบันมีนักเรียนที่ได้รับประโยชน์จากแดชบอร์ดดังกล่าวกว่า 95,000 คน การจัดงานในครั้งนี้ ยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐ เอกชน มาร่วมนำเสนอ แลกเปลี่ยนองค์กรความรู้ทั้งในฝั่งผู้พัฒนาเทคโนโลยี ผู้ใช้งาน และผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการใช้ข้อมูล สำหรับงาน NECTEC-ACE 2023 ในวันนี้ต้องขอบคุณประธานท่านผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ทั้ง 19 หน่วยงาน และหน่วยงานอื่นๆ ที่ได้เล็งเห็นประโยชน์ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนในการจัดงานในครั้งนี้ ภายหลังการจัดงาน ยังเปิดให้ผู้ที่สนที่ไม่สามารถมาร่วมงานได้ สามารถติดตามบันทึกการสัมมนาย้อนหลังและข้อมูลนิทรรศการผลงานวิจัย ได้ที่ www.nectec.or.th/ace2023
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
ซอฟต์แวร์พาร์ค สวทช.  ประกาศผล การแข่งขันหุ่นยนต์ไร้การบังคับอัจฉริยะ ทีม Robot A และ ทีม FRANNNNN คว้าแชมป์ รับถ้วยรางวัลพระราชทาน กรมสมเด็จพระเทพฯ
(วันที่ 10 กันยายน 2566) ณ ลานกิจกรรม ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซียร์ รังสิต: กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (Software Park Thailand: SWP) ร่วมกับศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (PTEC) และ ห้องปฏิบัติการทดสอบซอฟต์แวร์ SQUAT ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) โดยการสนับสนุนจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) จัดกิจกรรมมอบรางวัลการแข่งขันหุ่นยนต์ไร้การบังคับอัจฉริยะ“Robo Innovator Challenge 2023 By Software Park Thailand” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งการแข่งขันหุ่นยนต์อัจฉริยะไร้การบังคับได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันเพื่อเฟ้นหาความสามารถพิเศษ (Talent) ที่ใช้การควบคุมระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Self-Driving Car) แบบไร้การบังคับ และยังสามารถตอบโจทย์ระบบโลจิสติกส์เพื่อช่วยขนส่งสินค้าจากต้นทางไปยังปลายทางตามความต้องการของลูกค้าได้อีกด้วย ดร.ภัทราวดี พลอยกิติกูล ผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (ซอฟต์แวร์พาร์ค) สวทช. กล่าวว่า การแข่งขันครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่สามหลังจากการมีการจัดแข่งขันครั้งแรกเมื่อปี 2563 ที่ได้รับการตอบรับและเป็นการปลุกกระแสการแข่งขันหุ่นยนต์อัจฉริยะ โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligent (AI) แบบไร้การบังคับให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ที่สามารถก้าวข้ามกฎและกติกาเดิม ๆ และให้เกิดความท้าทายมากยิ่งขึ้นนับเป็นก้าวเริ่มต้นของการพัฒนากำลังคนโดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาสร้างนวัตกรรมนำประเทศ ในปีนี้ยังเพิ่มเติมความเข้มข้นในการแข่งขัน โดยแบ่งออกเป็นประเภทจูเนียร์ (Junior) ที่ยังคงมุ่งเน้นในเรื่องของการปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จตามโจทย์ที่กำหนด และประเภทเมเจอร์ (Major) ที่เพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจเสมือนจริง ในสถานการณ์จำลอง ให้สามารถต่อยอดใช้งานทางอุตสาหกรรมหุ่นยนต์บริการได้ต่อไปในอนาคต “การแข่งขันครั้งนี้นอกจาก สวทช. จะสนับสนุนกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจผ่านการแข่งขันแล้ว ยังมุ่งสร้างเสริมการวิจัยและพัฒนา การออกแบบ ตลอดจนสามารถถ่ายทอดนำไปสู่การใช้ประโยชน์ ส่งเสริมการพัฒนากำลังคนและโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่จำเป็น เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และส่งเสริมระบบเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงให้ทันต่อการพัฒนาประเทศ ผลักดันให้ประเทศไทยแข็งแกร่งและมีขีดความสามารถบนเวทีเศรษฐกิจระดับโลก” ดร.ภัทราวดี กล่าวต่อว่า ทั้งนี้การแข่งขันหุ่นยนต์ไร้การบังคับอัจริยะ Robo Innovator Challenge 2023 By Software Park Thailand ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งจัดระหว่าง 8-10 กันยายน 2566 ได้เสร็จสิ้นแล้ว ซอฟต์แวร์พาร์ค สวทช. และหน่วยงานพันธมิตรทุกหน่วยงานที่ร่วมจัดงานขึ้นมีความภูมิใจกับความสามารถของเหล่าเยาวชนคนไทยที่เข้าร่วมการแข่งขันทุกทีม ขอแสดงความยินดีกับผู้เข้าแข่งขันทุกท่าน ที่พิสูจน์ความสามารถและศักยภาพของตัวเอง ไม่ว่าท่านจะได้รับรางวัลหรือไม่ อย่างน้อยสิ่งที่ได้ประสบการณ์ล้ำค่าจากการแข่งขันครั้งนี้แน่นอน และขอให้ผู้ร่วมแข่งขันทุกท่านได้ถอดบทเรียนการแข่งขันครั้งนี้เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ความรู้ความสามารถของตนเองเพื่อแก้โจทย์ภาคอุตสาหกรรม นำไปสู่การคิดค้นและออกแบบนวัตกรรมเพื่อช่วยเหลือหรือแก้ปัญหาให้กับสังคมและประเทศชาติ รวมไปถึงในเวทีการแข่งขันในระดับโลกอย่างต่อเนื่องสืบไป สำหรับผลการแข่งขันประเภท Junior ซึ่งเป็นรุ่นอายุ 13-18 ปี ผลปรากฎว่า รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีมRobot A ได้รับถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โล่รางวัล เกียรติบัตร และเงินรางวัล 10,000 บาท และยังได้รับรางวัลเทคนิคยอดเยี่ยม อีก 1 รางวัล  ได้รับเกียรติบัตร และเงินรางวัล3,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม EasyKids-RoboSparkz  ได้รับโล่รางวัล เกียรติบัตรและเงินรางวัล 7,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ทีมโรงเรียนวารินชำราบ ได้รับโล่รางวัล เกียรติบัตร และเงินรางวัล 5,000 บาท และ รางวัลเทคนิคยอดเยี่ยม ได้แก่ทีม Speedy ได้รับเกียรติบัตร และเงินรางวัล 3,000 บาท และ ผลการแข่งขันประเภท Major ซึ่งเป็นรุ่นไม่จำกัดอายุ ช่วงชั้นและสังกัด ผลปรากฎว่ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม FRANNNNN ได้รับถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โล่รางวัล เกียรติบัตร และเงินรางวัล 15,000 บาท และยังได้รับรางวัลเทคนิคยอดเยี่ยม อีก 1 รางวัล  ได้รับเกียรติบัตร และเงินรางวัล 3,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม เมคคาห้อง 408 ได้รับโล่รางวัล เกียรติบัตร และเงินรางวัล 10,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีมหุ่นยนต์วิ่งมั่ว  ได้รับโล่รางวัล เกียรติบัตร และเงินรางวัล 7,000 บาท และ รางวัลเทคนิคยอดเยี่ยม ได้แก่ ทีม EasyKids-Janjam ได้รับเกียรติบัตร และเงินรางวัล 3,000 บาท
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
สวทช. – ผส.- สสส. ชวน ขึ้นทะเบียนและค้นหาสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุ ผ่านไลน์ แชทบอท @jaideecity ภายใต้ “เมืองใจดี ผู้สูงวัยHappy”
9 กันยายน 2566 ณ วัดนครหลวง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา : นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ เป็นประธานเปิด “งานแพลตฟอร์มการขึ้นทะเบียนและค้นหาสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุ ภายใต้ “เมืองใจดี ผู้สูงวัยHappy” จัดโดยกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมด้วย ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้อำนวยการหน่วยบริการนวัตกรรมดิจิทัลสำหรับเมือง สวทช. ร่วมเป็นเกียรติในพิธี นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวง พม. กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้สูงอายุมากถึง 20 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งกระทรวง พม. โดยกรมกิจการผู้สูงอายุ เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนและผลักดันนโยบายผู้สูงอายุ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการดูแลผู้สูงอายุทุกกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุมทั้งมิติสุขภาพ ร่างกายและจิตใจ ฐานะทางเศรษฐกิจ รวมถึงสภาพแวดล้อมทางสังคม โดยในวันนี้ได้นำร่องทำหน้าที่ปรับปรุงและซ่อมห้องน้ำและที่สาธารณะ ในวัดนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อให้อำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุและเอื้อประโยชน์ในการเดินทางท่องเที่ยว ที่ปราสาทนครหลวง ณ วัดนครหลวง อีกทั้งยังมี สวทช. หน่วยงานด้านการวิจัยของประเทศ พัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อติดตามว่าพื้นที่ใดมีห้องน้ำ ทางลาด และสิ่งอำนวยสะดวกต่าง ๆ สำหรับผู้สูงอายุเพื่อร่วมกันค้นหาและพัฒนาพื้นที่สาธารณะให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จริง ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า สวทช. เป็นหน่วยงานสนับสนุนหลัก ในงานเปิดแพลตฟอร์มการขึ้นทะเบียนและค้นหาสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุ ภายใต้ “เมืองใจดี ผู้สูงวัยHappy” และเป็นผู้พัฒนาแพลตฟอร์มการขึ้นทะเบียนสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ Line Chatbot เมืองใจดีเที่ยวทุกวัย @jaideecity ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ถูกพัฒนาต่อยอดขึ้นมาจากแพลตฟอร์มบริหารจัดการปัญหาเมือง Traffy Fondue ซึ่งเป็นงานวิจัยที่เป็น 1 ใน 4 เรื่องหลักที่สวทช. สร้างกลยุทธ์ NSTDA Core Business ‘นำพลังวิจัยรับใช้สังคม’ เพื่อนำงานวิจัยที่เป็นความเชี่ยวชาญของ สวทช. มาแก้ปัญหาคอขวดงานวิจัยของประเทศไทยจำนวนมากที่ยังไม่สามารถผลักดันไปสู่การใช้จริงในภาคส่วนต่าง ๆ ได้ สำหรับกิจกรรม “เมืองใจดี ผู้สูงวัยHappy” มีวัตถุประสงค์เพื่อขึ้นทะเบียนสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปและเจ้าของพื้นที่ เช่น อาคารสำนักงาน โรงแรม ห้างสรรพสินค้า สามารถร่วมกันเพิ่มข้อมูลสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุที่ตนเองพบเจอหรือเป็นเจ้าของ ผ่าน LINE OA: @jaideecity โดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพิ่มเติม ระบบสามารถพูดคุย เพื่อรับข้อมูลสิ่งอำนวยสะดวกได้โดยอัตโนมัติ และประมวลผลเป็นฐานข้อมูลสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อผู้พิการและผู้สูงอายุของประเทศสามารถเข้าถึงข้อมูลการขึ้นทะเบียนสิ่งอำนวยความสะดวก ได้ทุกพื้นที่ ทุกเวลา และสามารถดูได้บนแผนที่ออนไลน์ ซึ่งออกแบบมาเพื่อทำให้ทุกคนสามารถค้นหา เข้าถึงและใช้ประโยชน์ในการเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น “สวทช. เล็งเห็นความสำคัญ ของการแบ่งปันข้อมูลสิ่งอำนวยความสะดวกให้ ผู้สูงอายุ และคนพิการ จึง มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทุกท่านทุกองค์กร จะนำนวัตกรรมพร้อมใช้นี้ไปประยุกต์ใช้งานเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อผู้สูงอายุ คนพิการ และประชาชนทั่วไป ดังนั้นจึงขอเชิญชวนหน่วยงานราชการ เอกชน สถานประกอบการ ผู้ดูแลอาคารสถานที่ และประชาชนทั่วไป ร่วมขึ้นทะเบียนสิ่งอำนวยความสะดวกให้ผู้พิการและผู้สูงอายุ เพื่อแบ่งปันข้อมูลสิ่งอำนวยความสะดวกให้เพื่อนร่วมทาง ไปถึงจุดหมายได้สะดวกทุกที่ ทุกเวลา ทุกสภาพร่างกาย เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง “เมืองใจดี เที่ยวได้ทุกวัย” ให้ผู้สูงอายุและคนพิการ ได้เข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกันในสังคม” ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้อำนวยการหน่วยบริการนวัตกรรมดิจิทัลสำหรับเมือง สวทช. กล่าวว่า สวทช. ทำแพลตฟอร์มขึ้นมา เพื่อเก็บข้อมูลสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ ในปีนี้ทำงานร่วมกับกรมกิจการผู้สูงอายุ เพื่อให้ผู้สูงอายุเมื่อเดินทางไปที่ใดกับผู้ดูแลหรือลูกหลาน สามารถมีส่วนช่วยขึ้นทะเบียนสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุ ในพื้นที่สาธารณะต่าง ๆ เช่น ทางลาด ห้องน้ำ ฯลฯ เข้ามาในระบบเพื่อให้ผู้อื่นที่เข้ามาใช้ แพลตฟอร์มในรูปแบบแอปพลิเคชันไลน์ เพียงแต่เพิ่มเพื่อน @jaideecity จากไลน์ได้ทันทีโดย ไม่ต้องลงแอปฯ ใหม่ และเข้าไปค้นหาสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่ใกล้ ๆ เพื่อทุกคนโดยเฉพาะผู้สูงอายุสามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งอำนวยความสะดวกนั้น ๆ เมื่อมีความจำเป็นต้องเดินทางไปท่องเที่ยวหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันกับคนในครอบครัว ทั้งนี้ สวทช. ในฐานะผู้พัฒนา Traffy Fondue ขยายผลแพลตฟอร์มเมืองใจดี ไปยังผู้สูงอายุ ร่วมกับกรมกิจการผู้สูงอายุ นำร่องที่วัดนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นที่แรก ซึ่งกรมกิจการผู้สูงอายุ มีชมรมผู้สูงอายุหลายหมื่นชมรมทั่วประเทศ ดังนั้นมีความหวังว่าจะให้ผู้สูงอายุในชมรมต่าง ๆ ซึ่งเป็นผู้ใช้ประโยชน์จากสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่สาธารณะ จะได้ช่วยกันขึ้นทะเบียนสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อให้ทุกคนที่เข้าถึงได้ และอำนวยความสะดวกทั้งเรื่องการเดินทางและการใช้ชีวิตประจำวันร่วมกันต่อไป ผู้สนใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มข้อมูล หรือ ค้นหาสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุ เช่น ที่จอดรถ ทางลาด ห้องน้ำ โดยคลิ๊กที่ลิงก์นี้ได้ทันที https://line.me/R/ti/p/%40743rvooq
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
บริษัท อาร์ดี เทอร์มอล จำกัด มอบเงินสนับสนุนกองทุนวิจัย สวทช.
(วันที่ 8 กันยายน 2566) อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี : ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมด้วย ดร.อดิสร เตือนตรานนท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. และนายภาณุทัต ธรรมบุศย์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการทางการเงินเพื่อนวัตกรรม สวทช. ให้การต้อนรับ นายปราชญ์ เยาวพงศ์ศิริ กรรมการบริษัท อารดี เทอร์มอล จำกัด ในโอกาสมอบเงินสนับสนุนกองทุนเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของ สวทช. จำนวน 3,036,000 บาท เพื่อสนับสนุนงานทางด้านการวิจัย พัฒนาของประเทศไทย และรับสิทธิประโยชน์ในการยกเว้นภาษีเพิ่มเติมตามมาตรการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI ) โอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวขอบคุณ บริษัทฯ ที่เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาทักษะเทคโนโลยี และนวัตกรรม โดย สวทช. จะนำเงินสนับสนุนไปใช้ในพันธกิจหลักเกี่ยวกับกิจกรรมการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม การพัฒนาบุคลากรทางเทคนิค สนับสนุนและส่งเสริม SMEs ในประเทศ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมต่อไป ทั้งนี้คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากบริษัท อาร์ดี เทอร์มอล จำกัด ได้เข้าเยี่ยมชมศูนย์วิจัยแห่งชาติ ของ สวทช. อาทิ ศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) ห้องปฏิบัติการทีมวิจัยวัสดุเฉพาะทางสำหรับการประยุกต์ใช้ทางวิศวกรรม  และห้องปฏิบัติการทีมวิจัยเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อการขนส่งของศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค)  ซึ่งบริษัทฯ ให้ความสนใจและเห็นประโยชน์ของกองทุนวิจัยฯ ที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนระบบนิเวศนวัตกรรมด้านการวิจัยของประเทศพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในการนี้ สวทช. ขอเชิญชวนท่านร่วมมีส่วนในการสนับสนุนการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยร่วมบริจาคเงินสนับสนุนกองทุนเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีของ สวทช. และผู้บริจาคจะได้รับสิทธิประโยชน์ตามมาตรการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันจาก BOI ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์ที่ได้รับจะเป็นไปตามการสนับสนุนเงินซึ่งคำนวณจากรายได้ 3 ปีแรก (1-5%) โดยได้ยกเว้นวงเงินภาษีเงินได้เพิ่มเติม 200%ของเงินสนับสนุน และได้รับระยะเวลายกเว้นเงินภาษีเพิ่มเติม 1-5 ปี (รวมสิทธิเดิมแล้วสูงสุดไม่เกิน 13 ปี)   หากสนใจสามารถสอบถามหรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : งานสนับสนุนการวิจัยพัฒนาและวิศวกรรมภาคเอกชน (TEI) ฝ่ายบริการทางการเงินเพื่อนวัตกรรม (IFS) เบอร์โทร. 02-5647000 ต่อ 1335 หรือ 1308 https://www.nstda.or.th/tei/service/service-%E0%B8%BAboi/sti-fund.html
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
สวทช. ร่วมแสดงความยินดีพันธมิตร AIT เปิดอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(วันที่ 7 กันยายน 2566) ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมด้วย น.สพ. สนัด วงศ์ทวีทอง รองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย สวทช. ร่วมพิธีเปิดอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (Asian Institute of Technology: AIT) ซึ่งได้รับการกำหนดเป็นเขตส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (AIT BOI Science and Technology Park) โดยมี Prof. Kazuo Yamamoto อธิการบดีสถาบัน AIT กล่าวต้อนรับ และ ดร.อาณัติ อาภาภิรม กรรมการบริหารสถาบัน AIT กล่าวเปิดงาน โอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวแสดงความยินดีกับสถาบัน AIT หนึ่งในองค์กรพันธมิตรที่สำคัญของ สวทช. โดย สวทช. มุ่งมั่นที่จะผสานองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญของทั้งสองหน่วยงาน เพื่อการเปลี่ยนผ่านประเทศอย่างสร้างสรรค์ นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการอภิปรายแบบกลุ่ม โดยผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคอุตสาหกรรม ในหัวข้อ "การสำรวจโอกาสทางธุรกิจและนวัตกรรมในประเทศไทย" ซึ่งได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของ AIT ที่จะช่วยเป็นสื่อกลางระหว่างสถาบันการศึกษา ภาคการวิจัย และภาคอุตสาหกรรมเพื่อส่งเสริมนวัตกรรมแห่งอนาคต ข่าวฉบับเต็มเวอร์ชันภาษาอังกฤษได้ที่  https://www.nstda.or.th/en/news-media/news-from-partners/asian-institute-of-technology-ait-launches-boi-approved-science-and-technology-park-fostering-innovation-and-collaboration-beyond-borders.html?fbclid=IwAR2ebFoLH5PQhTx5c1dBFNKmZEB6PwfMvSyBzsHfuKTh1D70vGJP7qbbwtY
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
สวทช. ผนึกกำลัง A*STAR  ร่วมผลิตกำลังคนทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและร่วมทำวิจัย ในมหาวิทยาลัยชั้นนำของสิงคโปร์
For English-version news, please visit : NSTDA launches manpower development and research collaboration with Singapore 5 กันยายน 2566 ที่อาคารวิจัย สวทช. โยธี ถนนพระราม 6 : ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมด้วย ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ รองผู้อำนวยการ สวทช. ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กับ Agency for Science, Technology and Research (A*STAR) นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.แอนดี้ ฮอร์ รองประธานกรรมการบริหาร A*STAR ทั้งนี้เพื่อสร้างความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีครอบคลุมการส่งเสริมด้านงานวิจัย การพัฒนากำลังคนทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และแลกเปลี่ยนความรู้ด้านวิชาการ โดยจะเริ่มจากการผลิตกำลังคนทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่หลากหลาย เช่น ทำวิจัยระยะสั้น อาจารย์ที่ปรึกษา และการสนับสนุนทุนการศึกษาปริญญาโทและปริญญาเอกจากสิงคโปร์ โดยมี 4 มหาวิทยาลัยชั้นนำของสิงคโปร์ ได้แก่   1.Nanyang Technological University (NTU) 2.National University of Singapore (NUS) Singapore 3.Management University (SMU) และ 4.Singapore University of Technology and Design (SUTD) ในโอกาสนี้ ดร.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย รองผู้อำนวยการ สวทช. และดร.มนัสชัย คุณาเศรษฐ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. ให้การต้อนรับพร้อมนำคณะสิงคโปร์เยี่ยมชม อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ประกอบด้วย ห้องปฏิบัติการ LANTA Supercomputer ธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติ(NBT) และ Fabrication lab บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร โดยมี ดร.ปิยวุฒิ ศรีชัยกุล รองผู้อำนวยการ เนคเทค สวทช. ดร.ศิษเฎศ ทองสิมา ผู้อำนวยการธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติ และนางฤทัย จงสฤษดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายวิชาการ หลักสูตร และสื่อการเรียนรู้ (ACM) ร่วมให้ข้อมูลและต้อนรับ ดร.พัชร์ลิตา ฉัตรวริศพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. สายงานพัฒนากำลังคนทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ สวทช. จะคัดเลือกและเสนอชื่อผู้มีคุณสมบัติเหมาะสม เพื่อรับทุนศึกษาต่อปริญญาเอก ในSingapore International Graduate Award (SINGA) นักศึกษาปริญญาเอกได้รับทุนและทำงานวิจัยในสถาบันวิจัยของมหาวิทยาลัยพันธมิตร (NTU NUS, SUTD หรือ SMU) เป็นระยะเวลา 4 ปี โดยหลังจากที่สำเร็จการศึกษาเรียบร้อยแล้ว นักศึกษาจะได้รับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยพันธมิตรที่ไปทำวิจัยด้วย  นอกจากนี้จะมีโปรแกรมทำวิจัยระยะสั้นที่หลากหลายร่วมกับมหาวิทยาลัยสิงคโปร์ โดย A*STAR จะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการพัฒนากำลังคน ทั้งนี้หน่วยงาน A*STAR เป็นหน่วยงานวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศสิงคโปร์ มีภารกิจหลักคือสนับสนุนการวิจัยที่มีคุณภาพและพัฒนาเทคโนโลยีที่สร้างนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ และบริการที่มีคุณค่าสำหรับอุตสาหกรรมและสังคม มีการทำงานร่วมกับบริษัทเอกชน สถาบันการศึกษา และหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อสร้างความร่วมมือในการนำความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมเข้าสู่การประยุกต์ใช้ในสาขาอุตสาหกรรม ส่งเสริมและมุ่งเน้นการวิจัยในด้านต่าง ๆ เช่น วิทยาศาสตร์ชีวภาพ, เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ, วัสดุ, วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการผลิต, วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการแพทย์, วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม, วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
ข่าวประชาสัมพันธ์กิจกรรมของงานพัฒนากำลังคน
 
สวทช. ร่วมสัมมนา RRTC2023 สร้างนิเวศนวัตกรรมระบบรางไทย
(วันที่ 6 กันยายน 2566) ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์:  ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เข้าร่วมงานสัมมนาเชิงวิชาการ  “Rail Research and Technology Conference RRTC2023 : Industry – Academic Linkage” จัดโดย สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) หรือ สทร. ภายใต้กระทรวงคมนาคม ร่วมกับศูนย์กลางเครือข่ายวิจัยระบบขนส่งทางรางไทย (Hub of Talents: Thailand Railway Research Network) งานสัมมนาดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยน และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีระบบรางระหว่างภาคอุตสาหกรรม และภาคการศึกษา เกิดเครือข่ายการพัฒนางานวิจัยด้านระบบรางที่ตอบโจทย์ความต้องการการพัฒนาอุตสาหกรรมระบบรางของประเทศ โดยภายในงานมีการแสดงผลงานนิทรรศการจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ที่อยู่ในธุรกิจและอุตสาหกรรมระบบราง ภายในงาน ดร.เอกรัตน์ ไวยนิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเทคโนโลยีระบบรางและการขนส่งสมัยใหม่ สวทช. และทีมวิจัยนำเสนอผลงานวิจัยของศูนย์วิจัยเทคโนโลยีระบบรางและการขนส่งสมัยใหม่ ซึ่งได้พัฒนาร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) จัดทำดิจิทัลแพลตฟอร์มสำหรับเก็บข้อมูลความเสียหายของรางเพื่อสร้างฐานข้อมูลความเสียหายและหาความสัมพันธ์ระหว่างความเสียหายของรางกับปัจจัยอื่น ๆรวมทั้งได้นำเสนอการให้บริการของศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (PTEC) สวทช. ในการทดสอบรถไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ประกอบ และระบบสื่อสารไฟฟ้าในระบบรถไฟ นอกจากนี้ในวันที่ 7 กันยายน ภายในงานสัมมนาเชิงวิชาการ RRTC2023 ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเทคโนโลยีระบบรางและการขนส่งสมัยใหม่ สวทช. จะได้ร่วมบรรยายในหัวข้อ "Beyond the Tracks: Modernizing Load-bearing Bogie Structures in Freight Wagon Engineering"
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
ผู้อำนวยการ สวทช. ร่วมบรรยายพิเศษหัวข้อ “Using AI to Tackle Thailand’s Most Urgent Challenges and Turning Them into Opportunities”
ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมบรรยายพิเศษหัวข้อ “Using AI to Tackle Thailand’s Most Urgent Challenges and Turning Them into Opportunities” ภายในงานสัมมนาใหญ่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประจำปี 2023 ภายใต้แนวคิด 🚩 Connect . Competitive . Sustainable 🚩 ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2566 ณ ห้อง Ballroom 1-3 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีสมาชิกหอการค้าแห่งประเทศไทย และผู้สนใจเข้าร่วมงานกว่า 500 คน รับชมการบรรยายที่ ⏩https://youtu.be/sAuDTbvmHgA?si=lGhn5rOrk-srJR0f  
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
สวทช. ร่วมมือ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ วิจัยและพัฒนา นวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศ
For English-version news, please visit : NSTDA and Royal Police Cadet Academy form partnership to foster security technology (5 กันยายน 2566) ณ ห้องแถลงข่าว กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) : ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พลตำรวจตรี ภัทรภวัต สุขแสง ผู้บังคับการศูนย์บริการทางการศึกษา โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมี ดร.อดิสร เตือนตรานนท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. และ พันตำรวจเอก เอกรินทร์ อิทธิวัฒนะ รองผู้บังคับการศูนย์ฝึกตำรวจ โรงเรียนนายร้อยตำรวจร่วมเป็นพยาน โดยความร่วมมือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการสร้างองค์ความรู้ ด้านการวิจัยและความเชี่ยวชาญให้กับของบุคลากรของโรงเรียนนายร้อยตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม การใช้เทคโนโลยี รวมถึงกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงของประเทศ ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า สวทช. มีภารกิจมุ่งเน้นในการสร้างขีดความสามารถด้านการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์ของประเทศ เชื่อมโยงกับพันธมิตรในทุกภาคส่วนในการขยายผลการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ หนึ่งในความสำเร็จของ สวทช. คือ การสนับสนุนการสร้างองค์ความรู้ ด้านการวิจัย และความเชี่ยวชาญให้กับบุคลากรของโรงเรียนนายร้อยตำรวจ หน่วยงานระดับกองบัญชาการ สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยในช่วงที่ผ่านมา ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ สวทช. มีความร่วมมือกับโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ในการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนการใช้เทคโนโลยี ในกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงของประเทศในด้านต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น งานวิจัยและพัฒนาด้านระบบอากาศยานไร้คนขับ และการพัฒนาระบบตรวจจับความเร็วด้วยเทคโนโลยีเรดาร์ เป็นต้น ทั้งนี้ สวทช. มีความมุ่งหวังว่าการทำงานภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการศึกษาวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อความมั่งคงของประเทศนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นการมุ่งเน้นบูรณาการทำงานร่วมกัน เพื่อผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และพัฒนาบุคลากรบุคลากรด้านการศึกษา ซึ่งรวมถึงนักเรียนนายร้อยตำรวจที่จะเป็นกำลังสำคัญของประเทศด้านความมั่นคงอย่างต่อเนื่องและต่อไป พลตำรวจตรี ภัทรภวัต สุขแสง ผู้บังคับการศูนย์บริการทางการศึกษา โรงเรียนนายร้อยตำรวจ กล่าวว่า การร่วมลงนามในครั้งนี้ เป็นการสร้างพันธมิตรในการวิจัย พัฒนาและยกระดับความร่วมมือที่มีอยู่ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น ซึ่งเกิดจากทั้งสองฝ่าย ได้ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นของการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยี และการร่วมกันสร้างบุคลากรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถแก่บุคลากรของทั้งสองฝ่าย ทั้งนักวิจัย อาจารย์ และนักเรียนนายร้อยตำรวจ ตลอดจนหน่วยงานในเครือข่ายความร่วมมือที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันขยายผลการนำผลงานวิจัยพัฒนาไปสู่การใช้ประโยชน์ในทางปฏิบัติรวมทั้งขยายเครือข่ายความร่วมมือไปยังหน่วยงานต่างๆ
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
ผู้อำนวยการ สวทช. นำคณะผู้บริหาร ร่วมพิธีอำลาตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ของ ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์
วันที่ 1 กันยายน 2566 ณ ห้องแถลงข่าว อาคารพระจอมเกล้า (ถนนโยธี) กระทรวง อว. : ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นำคณะผู้บริหาร สวทช. ร่วมพิธีอำลาตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ของ ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ซึ่งดำรงตำแหน่ง รมว.อว. รวมระยะเวลา 3 ปี (วันที่ 13 สิงหาคม 2563 - วันที่ 30 สิงหาคม 2566) ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.เอนก ได้ฝากให้ อว. มุ่งมั่นผลักดันไทยให้ก้าวสู่ประเทศพัฒนาแล้วภายในปี 2580 พร้อมฝากหลักคิดเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในการดำเนินงานของ อว. ซึ่งเป็นมันสมองของรัฐบาล สังคมและประเทศชาติ ได้แก่ กลยุทธ์ของ อว. ขับเคลื่อนประเทศด้วยการเดิน 2 ขา ทั้งวิทย์และศิลป์ควบคู่กัน ยุทธวิธีของ อว. ปลาเร็วกินปลาช้า ใช้ทางลัดทางเบี่ยงอย่าติดกับระเบียบ ทำงานด้วยความรักประเทศ รักงานที่ทำ หาทางร่วมมือกับคนเก่งทั้งในและต่างประเทศ
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
เปิดตัวครั้งแรก ‘Ve-Sea’ รสชาติอาหารทะเล จากโปรตีนพืช โอกาสทางธุรกิจ เจาะกลุ่ม Plant Based Seafood
วันที่ 1 กันยายน 2566 ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ 1 ชั้น 5 : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยแพลตฟอร์มบริการผลิตอาหาร เวชสำอางและส่วนผสมฟังก์ชัน หรือ ฟูดเซิร์ป (FoodSERP) เปิดตัว ต้นแบบผลิตภัณฑ์ Ve-Sea อาหารทะเลจากโปรตีนพืช เป็นครั้งแรก ซึ่งนำมาแสดงนิทรรศการผลงานวิจัยกลุ่มผลิตภัณฑ์โปรตีนทางเลือกของ FoodSERP สวทช. ภายในงาน PLANT BASED FESTIVAL 2023 มหกรรมอาหารทางเลือกเพื่อสุขภาพ ดร. กมลวรรณ อิศราคาร นักวิจัยทีมวิจัยวัสดุศาสตร์อาหาร ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. เปิดเผยว่า ทีมวิจัย FoodSERP สวทช. ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารทะเลจากโปรตีนพืช ทั้งปลา หมึก และกุ้ง ด้วยเทคโนโลยีการออกแบบโครงสร้างอาหารที่อาศัยความรู้ทั้งทางด้านวัสดุศาสตร์และวิทยาศาสตร์การอาหารซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญของทีมวิจัย ประกอบกับการใช้ความเข้าใจเกี่ยวกับหน้าที่ของวัตถุดิบแต่ละชนิดและเลือกผสมวัตถุดิบเข้าด้วยกัน ทำให้ทีมประสบความสำเร็จในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารทะเลจากโปรตีนพืชที่มีเนื้อสัมผัสและรสชาติใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์จริงที่พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตในนาม ‘Ve-Sea’ เรียบร้อยแล้ว 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ลูกชิ้นปลา เส้นปลา และฮือก้วย ซึ่งจากผลการทดสอบพบว่าผลิตภัณฑ์มีเนื้อสัมผัสใกล้เคียงของจริง อีกทั้งยังมีปริมาณโปรตีนเทียบเท่ากับผลิตภัณฑ์ทั่วไปที่ใช้เนื้อปลาเป็นส่วนประกอบด้วย สำหรับผลิตภัณฑ์เนื้อหมึกจากโปรตีนพืชคาดว่าจะเปิดตัวและพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีภายในปี 2567 ทั้งนี้ด้วยโอกาสทางการตลาดในกลุ่มอาหารทะเลจากโปรตีนพืช จึงพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารทะเลจากโปรตีนพืช เพื่อเป็นการสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการธุกิจ ที่ต้องการเจาะกลุ่มตลาดบริโภคอาหารทะเลจากโปรตีนพืช (Plan-Based Seafood) ซึ่งอาหารจากโปรตีนพืชกลุ่มอาหารทะเลมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 1 ในท้องตลาด จึงเป็นช่องทางสำคัญของผู้ประกอบการที่จะสร้างธุรกิจโดยคู่แข่งไม่มากนัก “ผลิตภัณฑ์ Ve-Sea ทั้ง 3 ชนิดพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตแล้ว 2 สูตร สูตรแรกคือปราศจากกลูเตน (Gluten free) เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคในกลุ่มที่แพ้กลูเตนซึ่งมีตลาดหลักอยู่ในสหภาพยุโรปและอเมริกา โดยสูตรนี้ใช้โปรตีนจากถั่วเหลืองเป็นส่วนประกอบร้อยละ 4-8 ของน้ำหนักผลิตภัณฑ์ ซึ่งเทียบเท่าหรือสูงกว่าผลิตภัณฑ์เลียนแบบเนื้อปลาทั่วไปในท้องตลาด อีกสูตรหนึ่งคือสูตรที่มีกลูเตนสำหรับผู้ผลิตที่ต้องการเพิ่มปริมาณโปรตีนให้ผลิตภัณฑ์ โดยมีโปรตีนเป็นส่วนประกอบมากกว่าร้อยละ 8 ของน้ำหนักผลิตภัณฑ์ เนื้อสัมผัสมีความแน่นและเด้งมากกว่าอีกสูตร นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 สูตรยังมีจุดเด่นคือปราศจากคอเลสเตอรอล ทำให้ Ve-Sea เหมาะแก่กลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการควบคุมปริมาณไขมัน ส่วนทางด้านเนื้อสัมผัสของทั้ง 2 สูตร ทีมวิจัยได้ออกแบบให้เชฟสามารถนำ Ve-Sea ไปรังสรรค์เป็นเมนูอาหารต่าง ๆ ทดแทนผลิตภัณฑ์จากเนื้อปลาได้หลากหลาย ไม่ว่าจะปิ้ง ย่าง ทอด นึ่ง ต้ม ผัด ยำ หรือใส่ก๋วยเตี๋ยว ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้บริโภคได้มีความสุขกับการลิ้มรสเมนูอาหารในรูปแบบต่าง ๆ ที่ชื่นชอบดังเดิม แต่ดีต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดีเป้าหมายการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Ve-Sea ไม่ได้เพียงมุ่งตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญถึงโอกาสทางการตลาดของผู้ประกอบการที่รับถ่ายทอดเทคโนโลยีด้วย จากจุดเด่นที่กล่าวถึงข้างต้นทั้งหมดนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการวางแผนการทำธุรกิจได้สะดวกทั้งรูปแบบ B2B (Business-to-business) และ B2C (Business-to-consumer) และทั้งเพื่อกลุ่มเป้าหมายภายในและต่างประเทศ” สำหรับ Ve-Chick และ Ve-Sea  ทั้งวีชิคและวีซีผลิตมาจากโปรตีนจากถั่วเหลืองเป็นหลัก โดยใช้เทคโนโลยีที่ผู้ประกอบการสามารถนำไปปรับใช้กับเครื่องจักรและกระบวนการผลิตอาหารแบบเดิมที่มีอยู่ได้และไม่ต้องลงทุนเพิ่มเติม เป็นนวัตกรรมการผลิตที่เรียกว่า “Blending” หรือ เทคโนโลยีการผสม ที่คิดค้นขึ้นมา แต่ต้องอาศัยความเข้าใจเกี่ยวกับคุณสมบัติของแต่ละองค์ประกอบ ในการทำหน้าที่เพื่อให้ได้โครงสร้างและเนื้อสัมผัสที่ต้องการได้ ดร.กมลวรรณ กล่าวด้วยว่า อีกหนึ่งบทบาทสำคัญของทีมวิจัยคือการมีส่วนในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารไทย ด้วยการให้บริการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมอาหาร (Novel food) รวมถึงบริการทดสอบคุณภาพ โดยให้บริการผ่าน ‘แพลตฟอร์ม FoodSERP (ฟูดเซิร์ป)’ หรือ ‘แพลตฟอร์มบริการผลิตอาหารและส่วนผสมฟังก์ชันแบบ One-stop service’ ว่า สวทช. ได้จัดตั้งแพลตฟอร์มนี้ขึ้นเพื่อให้บริการด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การขยายกำลังการผลิต รวมถึงการทดสอบคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร โดยผสานความเชี่ยวชาญของนักวิจัยจากศูนย์แห่งชาติต่าง ๆ ภายใต้ สวทช. “ทีมวิจัยวัสดุศาสตร์อาหาร เอ็มเทค พร้อมให้บริการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมอาหารทั้งในกลุ่มเนื้อสัตว์จากโปรตีนพืช อาหารปรับเนื้อสัมผัสสำหรับผู้บริโภคที่มีความต้องการเฉพาะอย่างผู้สูงอายุและผู้มีภาวะกลืนลำบาก รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการจากผู้ประกอบการ ส่วนทางด้านบริการทดสอบ เอ็มเทคพร้อมให้บริการวิเคราะห์ทดสอบด้านเนื้อสัมผัสของอาหาร อาทิ ความแข็ง ความหนืด และได้ร่วมกับศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช. ให้บริการทดสอบการย่อยและการดูดซึมสารอาหารด้วยเครื่องจำลองสภาวะการย่อยอาหารในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก (ระบบ tiny-TIMagc) และสภาวะการทำงานของลำไส้ใหญ่ (ระบบ TIM-2) รวมถึงวิเคราะห์ทดสอบประสิทธิภาพของสารให้ประโยชน์เชิงหน้าที่ ทั้งนี้เพื่อให้นวัตกรรมอาหารที่นักวิจัยเอ็มเทคร่วมกับผู้ประกอบการวิจัยและพัฒนาขึ้น ไม่เพียงมีเนื้อสัมผัสและรสชาติที่สมจริง แต่ยังเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่มีคุณภาพสูง” ดร.กมลวรรณ กล่าวทิ้งท้าย สำหรับผู้ที่สนใจรับถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต Ve-Sea และ Ve-Chick ติดต่อได้ที่ คุณชนิต วานิกานุกูล (ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ) เบอร์โทร 0 2564 6500 ต่อ 4788 หรืออีเมล chanitw@mtec.or.th และผู้ที่สนใจใช้บริการแพลตฟอร์ม FoodSERP สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและติดต่อขอรับบริการได้ทางอีเมล foodSERP_by_NSTDA@nstda.or.th
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
1 ปี แผนปฏิบัติการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย และก้าวสำคัญในการขับเคลื่อน Medical AI
สวทช. ร่วมกับ สดช. แถลงผลการดำเนินงาน 1 ปี ตามแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย พ.ศ. 2565–2570 พร้อมลงนามความร่วมมือ “การวิจัยพัฒนาชุดข้อมูลและนวัตกรรม เพื่อต่อยอดการใช้ประโยชน์ด้านปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์” สนับสนุนการนำเทคโนโลยี AI ไปช่วยยกระดับการแพทย์ และเพื่อขับเคลื่อน Medical AI ตามแผนปฏิบัติการฯ เพื่อผลักดันไทยก้าวสู่การเป็น Medical Hub ของเอเชียในอนาคต.
คลิปสั้นทันเหตุการณ์