ผลการค้นหา :
CBAM มาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน
CBAM มาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน ปรับตัวไม่ทัน...เตรียมตกขบวนส่งออกยุโรป
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม https://www.nstda.or.th/home/news_post/bcg-implementation-cbam/
คลิปสั้นทันเหตุการณ์
ไบโอเทค สวทช. ร่วมกับ กรมป่าไม้ จัดอบรมปลูกป่าได้เห็ด หนุนความรู้เกษตรกรปลูกเห็ดป่ากินได้ ช่วยรักษ์ป่า พร้อมสร้างรายได้เสริมอาชีพ
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช. ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพิเศษแม่โขง-ล้านช้าง ประจำปี 2566 ได้ร่วมกับโครงการศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ (กรมป่าไม้) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “ปลูกป่า ได้เห็ด สร้างรายได้ เสริมอาชีพ” ณ ศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ระหว่างวันที่ 11 - 12 มิถุนายน 2567 ภายใต้ “โครงการการถ่ายทอดเทคโนโลยีและแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับเห็ดบริโภคได้เพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจและการเกษตรที่ยั่งยืนระหว่างประเทศในภูมิภาคแม่น้ำโขง” เพื่อเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการในการเพาะเห็ดระโงกและเห็ดเผาะ ส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถใช้พื้นที่เพื่อปลูกป่าและสร้างเป็นรายได้ให้กับครอบครัว สร้างความมั่นคงทางอาหารและสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน ด้วยการเพิ่มพื้นที่ป่า รักษาระบบนิเวศ และปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์ป่า โดยมีเกษตรกรในพื้นที่และใกล้เคียงกว่า 30 คนเข้าร่วมอบรม พร้อมดึงเชฟชื่อดังรังสรรค์เมนูอาหารแสนอร่อย ต่อยอดวัตถุดิบพื้นถิ่นเห็ดระโงกและเห็ดเผาะเพื่อออกสู่ตลาดโลก
ดร.กอบกุล เหล่าเท้ง รักษาการรองผู้อำนวยการไบโอเทค สวทช. กล่าวว่า ตลาดเห็ดเป็นตลาดที่ใหญ่ การเพิ่มมูลค่าของเห็ดด้วยการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาขับเคลื่อน เริ่มต้นจากส่งเสริมให้เกษตรกรที่ปลูกเห็ดสร้างผลผลิตได้สูงขึ้น เกิดการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งการนำองค์ความรู้ในเรื่องวิเคราะห์ทดสอบมาใช้ในการศึกษาสารสำคัญในเห็ดป่าของบ้านเรา โดยคำนึงถึงในเรื่องความปลอดภัยของผู้บริโภค การนำส่วนไหนมาใช้ของเห็ด หรือในเรื่องของการเพาะปลูกพื้นที่ สายพันธุ์ของเห็ดที่เหมาะสม ถ้าเราสามารถหาจุดเด่นของเห็ดพื้นบ้านตรงนี้เจอ จะสามารถชูอัตลักษณ์เห็ดไทยในเวทีระดับโลกได้
การเพาะปลูกเห็ดป่านับเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง เพราะเห็ดป่ากินได้จะเติบโตได้กับไม้วงศ์ยาง ทำให้ชุมชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม แนวทางในการชูจุดเด่นของเห็ดป่ากินได้ จุดแรกคือ การสร้างการยอมรับให้คนไทยในประเทศมั่นใจในการบริโภคเสียก่อน เห็นถึงคุณประโยชน์ อร่อย และราคาที่เหมาะสม ถ้าสามารถสร้างระบบนิเวศตรงนี้ในบ้านเราได้ ตั้งแต่กลุ่มผู้บริโภค ผู้ผลิต ผู้ประกอบการรายเล็กรายย่อย จะช่วยให้สามารถขยายไปเวทีโลกต่อไปได้ โดยจะต้องใส่ใจตั้งแต่มาตรฐานการผลิต มาตรฐานการเพาะปลูก คุณภาพของเห็ดที่ปลูก รวมถึงกระบวนการผลิตและการแปรรูปต่าง ๆ ไปจนถึงการต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ในเชิงพาณิชย์ได้ ซึ่งเราอาจจะมองเป็น 2 ส่วนคือ เห็ดที่ใช้สำหรับการบริโภค และเห็ดที่เป็นวัตถุดิบในการผลิตสารสำคัญทางชีวภาพ เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อาหารโภชนาการสำหรับผู้ป่วย เป็นต้น
ดร.อัมพวา ปินเรือน หัวหน้าโครงการและนักวิจัยทีมวิจัยปฏิสัมพันธ์ของจุลินทรีย์ทางการเกษตร ไบโอเทค สวทช. กล่าวว่า เห็ดป่าเป็นแหล่งอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและขายได้ในราคาสูง แต่ผืนป่าที่เป็นแหล่งทรัพยากรเห็ดป่าเหล่านี้ในประเทศไทยมีจำนวนลดน้อยลงอย่างน่าใจหาย แม้ที่ผ่านมาหลายภาคส่วนพยายามรณรงค์ให้มีการปลูกป่าทดแทนแต่ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากการปลูกป่าใช้ระยะเวลานาน และที่สำคัญต้องการความร่วมมือจากชาวบ้านในพื้นที่ในการร่วมปลูกและดูแลรักษาป่าอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการสร้างแรงจูงใจและดึงให้ชาวบ้านมาเป็นแนวร่วมผู้ปลูกและดูแลผืนป่า โดยให้ชาวบ้านตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างป่าไม้และเห็ดป่า ที่เป็นแหล่งอาหารคุณภาพและสร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน จึงเป็นสิ่งสำคัญ อนึ่ง ไม้วงศ์ยางมีประโยชน์ทางด้านวิถีชีวิตความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ ระบบนิเวศ ตลอดจนความเชื่อมโยงผูกพันกับวัฒนธรรมไทยมาตั้งแต่อดีต ไม่ว่าจะเป็นการช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นแหล่งอาศัยสัตว์ป่า ช่วยป้องกันการกัดเซาะดิน เนื้อไม้มีความทนทาน สวยงาม เหมาะสำหรับงานก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ เรือ ด้ามเครื่องมือ และงานแกะสลัก เป็นแหล่งน้ำมันยาง แหล่งผลิตเรซิ่น แหล่งสมุนไพร และเป็นแหล่งอาหาร เป็นศูนย์รวมของเห็ดป่าหลากหลายชนิด เช่น เห็ดระโงก เห็ดเผาะ เห็ดแดง เห็ดตะไคล เห็ดถ่าน เป็นต้น ซึ่งเห็ดระโงกและเห็ดเผาะจัดว่าเป็นเห็ดเศรษฐกิจ ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงทำให้เห็ด 2 ชนิดนี้มีราคาสูง และไม่เพียงพอต่อผู้บริโภค ทางโครงการฯ จึงได้มีการสนับสนุนกล้าไม้วงศ์ยางให้เกษตรกรไปปลูกทั้งในพื้นที่สาธารณะประโยชน์และพื้นที่ของตนเอง เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรรู้สึกรักและหวงแหนพื้นที่ป่า สร้างแหล่งอาหารให้ชุมชน มีความมั่นคงทางอาหาร ลดความเสี่ยงในการบริโภคเห็ดพิษ และยังสามารถสร้างเป็นอาชีพ เสริมรายได้อีกด้วย
ด้าน นายไสว คณาเสน นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการ ศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ศรีสะเกษ กล่าวเสริมว่า การอบรมเชิงวิชาการครั้งนี้เป็นการให้ความรู้กับเกษตรกรในเรื่องการเพาะปลูกเห็ดป่า เห็ดเผาะ และเห็ดระโงก โดยสอนเกษตรกรว่า เห็ดป่าไหนทานได้ อันไหนทานไม่ได้ และจะมีวิธีการเพาะปลูกอย่างไรเพื่อให้ผลผลิตสูง เพื่อให้ตรงนี้เป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร รวมไปถึงในเรื่องของสิ่งแวดล้อมด้วย เพราะการเพาะปลูกเห็ดป่ามันจะควบคู่ไปกับไม้วงศ์ยาง ซึ่งจะช่วยในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ช่วยลดก๊าซเรือนกระจก รวมถึงช่วยลดมลพิษต่าง ๆ ควบคู่กันไป ซึ่งเราจะมองในภาพรวมคือ ช่วยสร้างรายได้ รักษาสิ่งแวดล้อม และอนุรักษ์เห็ดป่าในประเทศไทยไปพร้อมเพรียงกัน
ขณะที่ เชฟธอมัส ดร.วรพล อิทธิคเณศร ผู้อยู่เบื้องหลังเพจตำรับข้างวังที่มีผู้ติดตามเกือบ 5 แสนคน ที่ร่วมรังสรรค์เมนูต่อยอดวัตถุดิบเห็ดป่ากินได้ กล่าวว่า ปัจจุบันมีการส่งเสริมใช้วัตถุดิบพื้นบ้านที่สามารถเพาะปลูกได้ในไทย ในเชิงเศรษฐกิจถือว่าได้ช่วยชาวบ้าน เมนูที่รังสรรค์ครั้งนี้คือ ต้มยำ ซึ่งเราคุ้นเคยกันดีว่า ต้มยำต้องใส่เห็ดลงไป ธรรมดาเราใส่เห็ดนางฟ้า เห็ดฟาง แต่วันนี้เราใส่เห็ดระโงก กลิ่นสัมผัสที่ได้จะคล้าย ๆ เห็ดโคนผสมกับเห็ดฟาง ได้ความหนึบความหอม ส่วนอีกเมนูหนึ่งคือ ซุปเห็ดภูเขาไฟ ด้วยการใช้เห็ดเผาะแทนเห็ดทรัฟเฟิลในการทำซุป ด้วยรสชาติและรสสัมผัสมีความใกล้เคียง แต่อาจมีเรื่องกลิ่นเล็กน้อยที่ต้องมีการปรับ ซึ่งเมนูนี้สามารถเผยแพร่และส่งออกในระดับนานาชาติได้ โดยที่เลือกซุปเพราะซุปเป็นพื้นฐานของการทานอาหารในหลาย ๆ ชาติ ซุปเห็ดเผาะเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยได้ กลิ่นธรรมชาติจะช่วยบำบัดทำให้เกิดความสุขในการรับประทานอาหาร ถ้าเรามีการพัฒนาและปรับปรุงต่อยอด เชื่อว่าชาวต่างชาติจะนำเห็ดเผาะนี้ไปใช้เป็นวัตถุดิบในการทำอาหารกันมากขึ้น เพราะวัตถุประสงค์ของการทำอาหารจริง ๆ คือ ทำให้คนมีความสุข ทำให้คนอร่อย จนเป็นรสชาติที่ประทับใจ จะทำให้เกิดการส่งออกที่มากขึ้นกับเห็ดที่ปลูกในประเทศไทย
ทั้งนี้ กิจกรรมภายใต้การอบรมฯ ประกอบด้วย การบรรยายเรื่องความสัมพันธ์ของไม้วงศ์ยางและปัจจัยที่ทำให้เกิดเห็ดระโงกและเห็ดเผาะ และการสร้างรายได้เสริมอาชีพจากป่า การบรรยายเรื่องเล่าจากอาหารและสาธิตการทำเมนูเห็ดระโงกและเห็ดเผาะ การฝึกปฏิบัติงานการเพาะเห็ดระโงกและเห็ดระโงกในไม้วงศ์ยาง การศึกษาดูงานแปลงเกษตรต้นแบบ การร่วมกันปลูกกล้าไม้วงศ์ยางที่ใส่หัวเชื้อเห็ดระโงกและเห็ดเผาะ ตลอดจนการร่วมกันสำรวจเห็ดป่าในป่าชุมชนและตลาดเห็ดป่าในพื้นที่ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
เชิญชวนเข้าร่วมงาน HKTDC Food Expo PRO & HKTDC Hong Kong International Tea Fair
องค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง (HKTDC) กำหนดจัดงาน Food Expo PRO และ Hong Kong International Tea Fair ระหว่างวันที่ 15 - 17 สิงหาคม 2567 ณ Hong Kong Convention and Exhibition Center (HKCEC)
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ขอเชิญชวนนักธุรกิจภาคเอกชน หน่วยงานภาครัฐ และสถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงานเพื่อศึกษาโอกาสทางธุรกิจ สร้างเครือข่าย และพัฒนาความร่วมมือต่างๆ พร้อมรับที่พักฟรี ตามเงื่อนไข “สิทธิสนับสนุนของ HKTDC”
✨ขั้นตอนการสมัคร✨
✅1. เลือกงานที่ท่านสนใจ หรือทั้ง 2 งาน:
🟢Food Expo PRO 👉 [ลงทะเบียนที่นี่]
🟢Tea Fair 👉[ลงทะเบียนที่นี่]
✅2. ดาวน์โหลด “Reply Slip” จาก 👉https://www.nstda.or.th/r/U6gnG และกรอกข้อมูลบริษัทเป็นภาษาอังกฤษให้ครบถ้วนและชัดเจน
✅3. ส่งใบสมัครกลับมาที่ 👉brc@nstda.or.th👉 ภายใน 🗓 28 มิถุนายน 2567
🎉หมายเหตุ:🎉
- HKTDC เป็นผู้พิจารณาอนุมัติใบสมัครและถือเป็นสิทธิขาดในทุกกรณี
- โปรดอ่าน “สิทธิสนับสนุน” ในโปสเตอร์ และ **Terms & Conditions** ด้านท้าย Reply Slip อย่างละเอียด
📲สอบถามเพิ่มเติม: ฝ่ายธุรกิจสัมพันธ์ สวทช. 02-564-7000 ต่อ 81855
😊อย่าพลาดโอกาสในการเข้าร่วมงานครั้งสำคัญนี้!
#HKTDC #NSTDA #Foodandbeverage #Foodinnovations #foodandrestaurant #startups #อาหารและเครื่องดื่ม #newbusiness #Foodexpo #Teafair
ปฏิทินกิจกรรม
เด็กไทยคว้ารางวัลชนะเลิศ Kibo-ABC Award แข่งขันนำเสนอผลการทดลองบนอวกาศ
(12 มิถุนายน 2567) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สนับสนุนเยาวชนไทยเข้าร่วมแข่งขันนำเสนอผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์บนสถานีอวกาศนานาชาติ ภายใต้โครงการ Asian Try Zero-G 2023 ร่วมกับเยาวชนจากประเทศออสเตรเลีย บังคลาเทศ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ผ่านระบบออนไลน์ ผลปรากฏว่า นางสาววรรณวลี จันทร์งาม (มุก) และนางสาวพุทธิมา ประกอบชาติ (เอม) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนระยองวิทยาคม คว้ารางวัลชนะเลิศ Kibo-ABC Award และนายชญานิน เลิศอุดมศักดิ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ได้รับรางวัล Crew Award จากนักบินอวกาศขององค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น หรือ แจ็กซา (JAXA)
ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการ สวทช.
ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการ สวทช. เปิดเผยว่า ตามที่ สวทช. ร่วมกับแจ็กซาดำเนินโครงการ Asian Try Zero-G 2023 เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยส่งแนวคิดการทดลองในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำเข้าร่วมแข่งขันกับเยาวชนจากประเทศสมาชิกในภูมิภาคเอเชีย แจ็กซาได้เลือกข้อเสนอการทดลองจำนวน 14 เรื่อง จาก 8 ประเทศ ขึ้นไปทดลองจริงในห้องทดลองคิโบ โมดูล (Kibo Module) บนสถานีอวกาศนานาชาติ โดย นายซาโตชิ ฟูรูกาวะ (Satoshi Furukawa) นักบินอวกาศญี่ปุ่น เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา ล่าสุดวันที่ 9 มิถุนายน 2567 แจ็กซาได้จัดเวทีแข่งขันนำเสนอผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์บนสถานีอวกาศนานาชาติในรูปแบบออนไลน์ เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนได้ฝึกค้นคว้าข้อมูล วิเคราะห์ และสรุปผล โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
เยาวชนไทยทั้ง 7 คน เดินทางถึงศูนย์อวกาศสึคุบะ ประเทศญี่ปุ่น เข้าชมการทดลองของนักบินอวกาศญี่ปุ่น
“ในการแข่งขันนำเสนอผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์บนสถานีอวกาศนานาชาติทั้งหมด 14 เรื่อง มีผลงานของเยาวชนไทยจำนวน 3 เรื่อง ได้แก่ การทดลองที่ 1 เรื่อง “ก้อนน้ำทรงกลมกับแรงไฟฟ้าสถิต (Water spheres and electrostatic force)” เสนอโดย นายชญานิน เลิศอุดมศักดิ์ (ฟุง) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย การทดลองที่ 2 เรื่อง “การศึกษาการเคลื่อนที่แบบวงกลมของลูกบอลสองลูกบนเส้นเชือกในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ (Stranger things two ball on string)” เสนอโดย นายณัฐภูมิ กูลเรือน (เฟรม), นายจิรทีปต์ มะจันทร์ (ต้นกล้า), นางสาวฟ้าใหม่ คงกฤตยานุกุล (เพียว) และนายภูมิพัฒน์ รัตนวัฒน์ (ต้นน้ำ) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย และการทดลองที่ 3 เรื่อง “การออกกำลังกายท่าดาวทะเลภายใต้สภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ (Starfish exercise for microgravity)” เสนอโดย นางสาววรรณวลี จันทร์งาม (มุก) และนางสาวพุทธิมา ประกอบชาติ (เอม) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนระยองวิทยาคม ซึ่งทั้ง 3 เรื่องนี้ได้ผ่านการคัดเลือกมาจากหัวข้อการนำเสนอของเยาวชนไทยจำนวน 152 เรื่อง
ภาพบรรยากาศการนำเสนอออนไลน์
“ผลการแข่งขันนำเสนอผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์บนสถานีอวกาศนานาชาติ น่ายินดีว่า คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากประเทศต่าง ๆ คัดเลือกให้ นางสาววรรณวลี จันทร์งาม (มุก) และนางสาวพุทธิมา ประกอบชาติ (เอม) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนระยองวิทยาคม ได้รับรางวัลชนะเลิศ Kibo-ABC Award ประเภทการทดลองท่าออกกำลังกายในอวกาศ และนายชญานิน เลิศอุดมศักดิ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ยังคว้ารางวัลพิเศษ Crew Award จากการพิจารณาคัดเลือกโดยนายซาโตชิ ฟูรูกาวะ นักบินอวกาศญี่ปุ่น”
นางสาววรรณวลี จันทร์งาม (มุก) และนางสาวพุทธิมา ประกอบชาติ (เอม) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนระยองวิทยาคม ได้รับรางวัลชนะเลิศ Kibo-ABC Award ประเภทการทดลองท่าออกกำลังกายในอวกาศ
นางสาววรรณวลี จันทร์งาม (มุก) เล่าว่า ก่อนการแข่งขัน ตนเองและนางสาวพุทธิมา ประกอบชาติ ได้เตรียมตัวหาข้อมูลอย่างหนักเพื่อจัดทำสไลด์ ต้องดูวิดีโอการทดลองซ้ำไปซ้ำมาเยอะมาก และพยายามวาดรูปเอง เพื่อจัดทำสื่อนำเสนอให้น่าสนใจและใกล้เคียงกับสิ่งที่เราต้องการสื่อสารมากที่สุด ซึ่งพอถึงเวลานำเสนอจริง ๆ ก็รู้สึกตื่นเต้นมาก แต่ก็ได้พยายามทำให้ดีที่สุด
“พอได้ยินคณะกรรมการประกาศว่าทีมเราได้รับรางวัลชนะเลิศก็ดีใจมากเลยค่ะ ต้องขอบคุณนักบินอวกาศญี่ปุ่นที่อธิบายผลลัพธ์ต่าง ๆ ในช่วงการทดลองบนอวกาศได้อย่างละเอียด ทำให้พวกเรานำไปสืบค้นต่อได้สะดวกมากขึ้น สุดท้ายนี้ต้องขอบคุณ สวทช. และแจ็กซาที่จัดกิจกรรมดี ๆ ให้เยาวชนในหลายประเทศได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์หลาย ๆ อย่างที่ไม่เคยได้เห็นและเรียนรู้มาก่อน ซึ่งเราจะนำความรู้ที่ได้มาเป็นแรงผลักดันในการพัฒนาตัวเองต่อไป”
นายชญานิน เลิศอุดมศักดิ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ได้รับรางวัล Crew Award
ด้าน นายชญานิน เลิศอุดมศักดิ์ (ฟุง) เล่าว่า รู้สึกดีใจมากที่ได้รับรางวัล Crew Award ตอนแรกไม่ได้คาดหวัง เพราะการนำเสนอของเพื่อน ๆ ทีมอื่นมีการวิเคราะห์ผลเชิงปริมาณ และนำเสนอกันได้ดีมาก แต่ตัวเองก็ตั้งใจทำเต็มที่ เน้นการใช้สไลด์ที่เข้าใจง่ายอธิบายถึงแนวคิดและผลการทดลองที่เกิดขึ้น
“พอทราบผลรางวัลก็รู้สึกดีใจและภูมิใจมากที่นักบินอวกาศญี่ปุ่นถูกใจหัวข้อการทดลองและการสรุปผลของเรา โดยรวมแล้วการได้เข้าร่วมกิจกรรม Asian Try Zero-G 2023 ถือเป็นโอกาสพิเศษที่ทำให้ได้รับประสบการณ์ ทักษะ และความรู้ใหม่ ๆ เยอะมาก ขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านที่ทำให้กิจกรรมนี้เกิดขึ้น”
ติดตามโครงการ Asian Try Zero-G ได้ที่เฟซบุ๊ก NSTDA Space Education
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
สวทช. ติวเข้มภาคเอกชน ยกระดับสู่อุตสาหกรรมที่ยั่งยืน ด้วยอุตสาหกรรม 4.0-อุตสาหกรรมสีเขียว
(วันที่ 7 มิถุนายน 2567) ณ ห้องออดิทอเรียม CO-113 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี: ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สายงานบริหารการวิจัยและพัฒนา (RDIM) เป็นประธานเปิด “กิจกรรมสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาภาคเอกชน ในการยกระดับอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน ด้วยอุตสาหกรรม 4.0 และอุตสาหกรรมสีเขียว” โดยมีนายภาณุทัต ธรรมบุศย์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายส่งเสริมนวัตกรรม (IPD) สวทช. ดร.นันทิยา วิริยบัณฑร ผู้อำนวยการ ฝ่ายสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมภาคเอกชน (ITAP) สวทช. และ ดร.รวีภัทร์ ผุดผ่อง ผู้อำนวยการกลุ่มแพลตฟอร์มสนับสนุนอุตสาหกรรม 4.0 สวทช. พร้อมทีมงาน เข้าร่วมกิจกรรมและบรรยายให้ความรู้แก่กลุ่มผู้ประกอบการกว่า 50 รายที่เข้าร่วมงาน
ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ รองผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า หนึ่งกลยุทธ์สำคัญของ สวทช. ในการขับเคลื่อนประเทศตามแนวทางโมเดลเศรษฐกิจ BCG ได้แก่ Industry 4.0 Platform ซึ่งเป็นแผนงานที่สนับสนุนการยกระดับอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของผู้ประกอบการ ซึ่งการสนับสนุนผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมนั้น สวทช. มุ่งสนับสนุนการวิจัย พัฒนา และช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้ประกอบการในภาคการผลิตและบริการ ผ่านบริการต่าง ๆ อาทิ บริการรับรองเพื่อให้ผู้ประกอบการได้รับสิทธิประโยชน์ของภาครัฐ การร่วมวิจัย รับจ้างวิจัย และการให้คำปรึกษา เพื่อให้ผู้ประกอบการมีขีดความสามารถในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปพัฒนากระบวนการผลิตสินค้าและบริการ ที่จะช่วยให้ผลประกอบการดีขึ้น และนำไปสู่การทำวิจัยและพัฒนาเพิ่มมากขึ้น
การจัดงานครั้งนี้ งานสนับสนุนการวิจัยพัฒนาภาคเอกชน ฝ่ายส่งเสริมนวัตกรรม สวทช. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้บริการเพื่อให้ผู้ประกอบการเอกชนได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี อาทิ การรับรองงานวิจัยฯ การรับรองธุรกิจเทคโนโลยี และการรับเงินบริจาคให้แก่กองทุน สวทช. ได้ร่วมกับ กลุ่มแพลตฟอร์มสนับสนุนอุตสาหกรรม 4.0 และฝ่ายสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมภาคเอกชน (ITAP) ผนึกกำลังกันเพื่อให้ประโยชน์เกิดแก่ผู้ประกอบการไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางยกระดับสู่อุตสาหกรรมไทยยุค 4.0 และอุตสาหกรรมสีเขียว รวมทั้งสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของมาตรการยกเว้นภาษีนิติบุคคล สำหรับรายจ่ายเพื่อทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในภาคอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตามการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ถือเป็นแนวทางในการมุ่งสู่อุตสาหกรรม 4.0 และอุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อทำให้ผู้ประกอบการเตรียมความพร้อม ปรับตัว ยกระดับ และสร้างโอกาสทางธุรกิจ ได้อย่างเหมาะสม รวมถึงช่วยทำให้ผู้ประกอบการทราบสิทธิประโยชน์ของภาครัฐเพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการในการยกระดับอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน
ด้าน ดร.รวีภัทร์ ผุดผ่อง กล่าวว่า แนวทางในการยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่ Industry 4.0 โดยนำ Digital transformation มาใช้เป็นฐานเพื่อสร้างความสำเร็จด้วยบันได 4 ขั้น ประกอบด้วย ขั้น 1 Online & Interactive Self – Assessment การประเมินระดับความพร้อมขององค์กรแบบออนไลน์ด้วยตนเอง ขั้นที่ 2 Readiness Assessment by Experts การประเมินระดับความพร้อมองค์กรโดยผู้เชี่ยวชาญ ขั้นที่ 3 Road mapping & Solutioning บริการให้คำปรึกษา ข้อเสนอ และคำแนะนำด้านการลงทุน รวมถึงสิทธิประโยชน์ ขั้นที่ 4 Upskill & Reskill & New skill ยกระดับความสามารถ เตรียมความพร้อม และพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เหล่านี้คือบริการที่สวทช.เตรียมเป็นแนวทางสำหรับผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ภายในงานยังมีกิจกรรม workshop “การประเมินระดับความพร้อมขององค์กรสู่การผลิตยุคดิจิทัลด้วยตัวเองด้วยระบบ Online & Interactive Self-Assessment” ของกลุ่มแพลตฟอร์มสนับสนุนอุตสาหกรรม 4.0 และการให้ความรู้ด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อส่งเสริมการวิจัยฯ ในภาคอุตสาหกรรมด้วย
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
“ศุภมาส” นำคณะผู้บริหารระดับสูง อว. จัดพิธีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2567
วันที่ 11 มิถุนายน 2567 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ ปลัดกระทรวง อว. นำคณะผู้บริหารระดับสูง หัวหน้าหน่วยงาน ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวง อว. จัดพิธีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2567 พร้อมลงนามถวายพระพรชัยมงคล ณ ห้องแถลงข่าวชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ในโอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมด้วย ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการ สวทช. และ ดร.มนัสชัย คุณาเศรษฐ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. เข้าร่วมในพิธี
ข่าวประชาสัมพันธ์
สวทช. จัดกิจกรรม “ค่ายสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อโลก: ผ่านแง่มุมวิทยาศาสตร์ (Eco-Innovate Camp: Creating with Science)” เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก
สวทช. ได้จัดกิจกรรมค่ายสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อโลก: ผ่านแง่มุมวิทยาศาสตร์ (Eco-Innovate Camp: Creating with Science) เพื่อสร้างจิตสำนึกสิ่งแวดล้อมแก่เยาวชน เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ค่าย "Eco-Innovate Camp: Creating with Science" ฝ่ายวิชาการ หลักสูตร และสื่อการเรียนรู้ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ จัดกิจกรรมที่มุ่งเน้นให้เยาวชนไทยระดับมัธยมศึกษาตอนต้นได้ตระหนักและร่วมกันดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน กิจกรรมนี้ได้จัดขึ้นในวันที่ 4-5 มิถุนายน 2567 ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร และแหล่งเรียนรู้ในกรุงเทพมหานคร โดยมีผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ ศิลปิน ครู และนักเรียน เข้าร่วมกิจกรรม 30 คน
ในวันอังคารที่ 4 มิถุนายน 2567 เริ่มต้นด้วยการบรรยายโดยคุณฤทัย จงสฤษดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายวิชาการ หลักสูตร และสื่อการเรียนรู้ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ภายใต้หัวข้อ “เธอโอเคไหม...ถ้าเราจะช่วยกันรักษ์โลกและลดโลกร้อน” การบรรยายนี้มุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมเกิดความเข้าใจถึงความสำคัญของการดูแลสิ่งแวดล้อมและลดภาวะโลกร้อน เช่น ลดการใช้ถุงพลาสติกและขยะพลาสติก ลดการใช้ยานพาหนะส่วนตัว เป็นต้น ซึ่งก็อยู่ในเป้าหมายที่ 13 ของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) คือ ปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้นด้วย
ต่อมาในช่วงเช้า ผู้เข้าร่วมจะได้ร่วมกิจกรรม “กระเป๋าผ้าเล่าเรื่อง....ลดการใช้ถุงพลาสติก” โดยคุณนันทวัน วาตะ กิจกรรมนี้ประกอบด้วยการแชร์มุมมองการวาดภาพด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชน กิจกรรมแป้งพิมพ์สีธรรมชาติ และการเพ้นท์
กระเป๋าผ้ารักษ์โลกด้วยสีจากวัสดุธรรมชาติเหลือใช้ภายใต้ธีมวันสิ่งแวดล้อมโลก เช่น สีจากเปลือกโกงกางที่เป็นขยะจากการผลิตถ่านหุงต้ม และสีจากเปลือกผลชาน้ำมันที่เป็นขยะจากการผลิตน้ำมันประกอบอาหาร ซึ่งสีธรรมชาติดังกล่าวเป็นผลงานวิจัยจากนักวิจัย ทีมวิจัยสิ่งทอ กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีโพลิเมอร์ขั้นสูง ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สวทช.
ช่วงบ่าย ผู้เข้าร่วมได้อบรมเชิงปฏิบัติการการออกแบบและสร้างคลิป VDO ด้วยสมาร์ตโฟน ภายใต้หัวข้อ “ลดโลกร้อนสไตล์ Content Creator” โดยคุณภาวิณี โต๊ะอาด โรงเรียนบ้านวังทองวัฒนา ซึ่งจะเป็นการสอนวิธีการสร้างสรรค์เนื้อหาเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ
ช่วงเย็น ผู้เข้าร่วมได้สำรวจชุมชนในกรุงเทพฯ ผ่านกิจกรรม Urban Walk โดยมีศาสตราจารย์ ดร.ทวีศักดิ์ บุญเกิด และ ดร.อภิรดา สถาปัตยานนท์ เป็นผู้นำทาง การสำรวจนี้ได้เน้นถึงมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และวัฒนธรรมของชุมชนเมืองและมุ่งเน้นให้นักเรียนรู้จักมลพิษแบบต่าง ๆ ที่อยู่คู่กับชีวิตของสังคมเมืองในเกาะรัตนโกสินทร์ ในช่วงเช้าวันพุธที่ 5 มิถุนายน 2567 ผู้เข้าร่วมเริ่มต้นวันด้วยกิจกรรม Urban Walk ที่ต่อเนื่องจากวันก่อนหน้านี้ และในช่วงเช้าผู้เข้าร่วมได้สร้างและนำเสนอคลิป VDO การสำรวจชุมชนในมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และวัฒนธรรม ปิดท้ายกิจกรรมด้วยการสรุปและปิดกิจกรรม ก่อนเดินทางกลับบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร
ค่าย "EcoInnovate Camp: Creating with Science" นี้เป็นอีกหนึ่งความพยายามในการส่งเสริมความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและชุมชน การเรียนรู้ผ่านการทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์และน่าสนใจโดยมุ่งหวังว่าจะช่วยให้เยาวชนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างยั่งยืน
เด็กหญิงอธิชา เนาสันเทียะ นักเรียนชั้น ม. 2 โรงเรียนเทศบาลท่าโขลง 1 กล่าวว่า ชอบกิจกรรมในค่าย Eco-Innovate Camp ที่ได้เข้าร่วมในครั้งนี้ โดยเฉพาะกิจกรรมกระเป๋าผ้าเล่าเรื่อง เพราะสามารถนำมาประยุกต์ใช้ลดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้โดยการนำกระเป๋ามามาใช้ซ้ำเพื่อลดการใช้ถุงพลาสติก
เด็กชายกัญตะวัน โพธิ์แสง นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนวัดเขียนเขต กล่าวว่า ชอบกิจกรรม Urban Walk เพราะได้สำรวจชุมชนและสิ่งแวดล้อมในชุมชน ได้มีปฏิสัมพันธ์กับพื้นที่ ได้เรียนรู้เส้นทาง รู้ประวัติศาสตร์ และเรียนรู้มลพิษแบบต่าง ๆ ในชุมชนรอบเกาะรัตนโกสินทร์ด้วย
ทั้งนี้หน่วยงานที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมในรูปแบบดังกล่าว และหัวข้ออื่น ๆ ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ฝ่ายวิชาการ หลักสูตร และสื่อการเรียนรู้ สวทช. ติดต่อได้ที่โทรศัพท์ 02 564 7000 ต่อ 77215 , 77207 , 77288 หรือทางแฟนเพจ https://www.facebook.com/sciencecamp.fanpage
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
ค่ายศึกษาธรรมชาติ ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
ค่ายนี้สำหรับนักสำรวจ 🧑👩👦🧑🦳
สวทช. โดย NSTDA Shop ร่วมกับธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติ
ชวนร่วมสำรวจเส้นทางธรรมชาติและศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของชะนีและสัตว์ป่าอื่นๆ ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
🐵🦋🦜🐓🐒🦅🐗🐐🐿🦌🌳🌺🌼
เปิดรับเด็ก เยาวชน หรือผู้สนใจทั่วไป ที่มีอายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ที่ต้องการสร้างประสบการณ์ตรงด้วยตนเอง โดยมีนักวิจัย สวทช. เป็นผู้แนะนำตลอดกิจกรรม ระหว่างวันที่ 20-22 กรกฎาคมนี้
กิจกรรมนี้เป็นการเผยแพร่องค์ความรู้จากงานวิจัยสู่สาธารณะ เพื่อสร้างความตระหนักและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป
รีบสมัครวันนี้ รับสิทธิพิเศษก่อน
♨️ ราคา 3,000 บาท สำหรับผู้ลงทะเบียนจองภายในวันที่ 15 มิถุนายนนี้
🔷 ราคา 3,500 บาท สำหรับผู้ลงทะเบียนหลังวันที่ 15 มิถุนายน 2567
ลิงก์สมัคร https://forms.gle/Uqn6JPjKt9ePLsgU9
ปฏิทินกิจกรรม
อว. โดย สวทช. จับมือพันธมิตรเปิดวงสัมมนา-ระดมสมองจัดตั้งเครือข่ายพันธมิตร ด้านการดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บคาร์บอนแห่งประเทศไทย (Thailand CCUS Alliance, TCCA)
เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2567 ณ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต จังหวัดปทุมธานี - กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และเครือข่ายพันธมิตร จัดการประชุมสัมมนาและระดมสมองแนวทางการจัดตั้งเครือข่ายพันธมิตร ด้านการดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บคาร์บอนแห่งประเทศไทย (Thailand CCUS Alliance, TCCA) ขับเคลื่อนการสร้างระบบและกลไกการทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็งในรูปแบบภาคีเครือข่าย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ด้าน Carbon capture, utilization and storage (CCUS) ของประเทศ โดยได้รับเกียรติจาก ศ. ดร. ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) และประธานกรรมการบริหารศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ และ ดร. วรรณี ฉินศิริกุล ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช. กล่าวเปิดงาน ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 200 คน ทั้งจากภาครัฐ หน่วยงานด้านนโยบาย มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และภาคเอกชน
ศ. ดร. ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) และประธานกรรมการบริหารศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ กล่าวว่า ในนามของผู้แทนกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเล็งเห็นความสำคัญของการจัดตั้งเครือข่ายพันธมิตร ด้านการดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บคาร์บอนแห่งประเทศไทย เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนเทคโนโลยี CCUS อย่างเป็นรูปธรรม และเห็นถึงความทุ่มเทตั้งใจของทุกภาคส่วนในงานนี้
“สภาวะโลกร้อน หรือ โลกรวน โดยสาเหตุสำคัญมาจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ สร้างผลกระทบให้กับเราทุกคน หลายประเทศให้ความสำคัญถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และเรียกร้องให้ทั่วโลกร่วมมือกันอย่างจริงจังในการลดการปลดปล่อยก๊าซก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รวมทั้งกำหนดเป้าหมายในการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกของทั่วโลก ไทยก็เช่นกัน มีการกำหนดเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และประกาศไว้ในเวทีระดับโลก หรือ COP26 เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564 โดยนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศเจตนารมณ์ ประเทศไทยมุ่งสู่เป้าหมาย Carbon neutrality ภายในค.ศ. 2050 และมุ่งสู่ เรือนNet Zero Emission ภายในปี ค.ศ. 2065 ภายใต้กลไกการสนับสนุน” ศ. ดร. ศุภชัยกล่าว
การจะพิชิตเป้าหมายที่ท้าทายนี้ รองปลัด อว. ชี้ว่า จำเป็นต้องอาศัยการพัฒนาเชิงเทคโนโลยีและนโยบายอย่างเป็นระบบ เพื่อสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมในการส่งเสริมนโยบายดังกล่าว และหนึ่งในเทคโนโลยีที่จะเป็นกลไกสำคัญในการจัดการก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ได้แก่ เทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture, Utilization, and Storage: CCUS) ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก เนื่องจากเทคโนโลยีดังกล่าววยังเป็นเรื่องใหม่ ประกอบกับความท้าทายทั้งในเชิงเศรษฐศาสตร์ นโยบายที่เกี่ยวข้อง และความพร้อมของเทคโนโลยี จึงจำเป็นที่จะต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของภาคส่วนต่างๆ ในระบบนิเวศวิจัยและใช้ประโยชน์นวัตกรรม เพื่อให้เกิดการนำเทคโนโลยี CCUS มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศได้ทันเวลา และสามารถเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านเทคโนโลยี CCUS ของประเทศไทย ซึ่งเครือข่าย TCCA ที่จะเกิดขึ้นจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในวันนี้ จะเสริมความเข้มแข็งของประเทศไทยต่อไป
ดร. วรรณี ฉินศิริกุล ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช. กล่าวว่า การประชุมสัมมนาและระดมสมองในวันนี้ เป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญ ภายใต้โครงการ “การจัดตั้งเครือข่ายพันธมิตร ด้านการดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บคาร์บอนแห่งประเทศไทย หรือ Establishment of Thailand Carbon Capture Utilization and Storage Alliance (TCCA)” ซึ่งนาโนเทค สวทช. ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเครือข่ายพันธมิตร โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) เป็นการต่อยอดโครงการ CCUS TRM ของทีมวิจัย ที่ได้ดำเนินการแล้วเสร็จในปีงบประมาณ 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ สกสว.
“การประชุมในวันนี้ มีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อระดมสมองให้เกิดการสร้างฐานความร่วมมือที่เข้มแข็ง ระหว่าง ภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันวิจัย และสถาบันการศึกษา ที่มีพันธกิจร่วมในการขับเคลื่อนเทคโนโลยี CCUS ในทุกมิติ โดยผลสัมฤทธิ์ของ TCCA จะนำไปสู่การจัดตั้งกลุ่มพันธมิตร เพื่อพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี CCUS อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศไทย เราคาดหวังให้กิจกรรมในวันนี้ เป็นจุดเริ่มต้นที่จะเป็นส่วนสำคัญให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สาระและข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่อการจัดตั้งเครือข่ายพันธมิตร ด้านการดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บคาร์บอนแห่งประเทศไทย เปิดโอกาสในการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอันเป็นประโยชน์ ตลอดจนเกิดการสร้างเครือข่ายพันธมิตรด้านเทคโนโลยี CCUS ของประเทศไทยอย่างแท้จริง” ดร. วรรณีชี้
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญในภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการวิจัยและพัฒนาทั้งในและต่างประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี นโยบาย และแนวทางการขับเคลื่อน CCUS ของประเทศไทย รวมถึงทิศทาง แนวโน้ม และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในระดับโลก
พร้อมเปิดเวทีอภิปราย แลกเปลี่ยนความรู้ในการเสวนา หัวข้อ “การขับเคลื่อน CCUS สู่อุตสาหกรรมในประเทศไทย” โดยผู้ทรงคุณวุฒิในหลายสาขาวิชาชีพ และในช่วงท้าย เป็นการแนะนำโครงการและแผนงานโครงการ TCCA ที่เกี่ยวกับโครงสร้าง TCCA และแนวทางการดำเนินงาน แผนงานกรณีศึกษาสำหรับจัดทำ CCUS Policy Recommendation และแผนงานจัดทำ CCUS Database ของประเทศไทย (https://tcca.nstda.or.th) ก่อนจะเปิดเวทีระดมความคิดเห็นจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อนำไปพัฒนาและเสริมศักยภาพโครงการ TCCA ให้เกิดขึ้นและแข็งแกร่งต่อไป
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
จดหมายข่าว สวทช. ปีที่ 10 ฉบับที่ 2 ประจำเดือนพฤษภาคม 2567
ข่าว
เอ็มเทค สวทช. ร่วมกับ พันธมิตรภาคอุตสาหกรรม เปิดตัว “ค้ำคูณ” ต้นแบบรถสามล้อไฟฟ้า ภายใต้ทุนสนับสนุนจาก บพข.
“เรื่องเล่าชาวชะนี” วรรณกรรมเล่มล่าสุดของ สวทช. ได้รับรางวัลหนังสือดีเด่น ปี 67 ประเภทบันเทิงคดี โดย สพฐ.
อว. มอบเกียรติบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติแด่ข้าราชการพลเรือนดีเด่นและคนดีศรี อว. ประจำปี 2566
โครงการมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย จัดกิจกรรมเยาวชนประดิษฐ์หุ่นยนต์จากกระดาษแข็ง และเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีโลกเสมือนกับแชทบอทปัญญาประดิษฐ์
3 โครงการวิจัย สวทช. ทุนล้านช้าง-แม่โขง เปิดตัวผลงานสู่สาธารณะ
CAS และ NSTDA สัมมนาความสำเร็จของความร่วมมือด้านการวิจัย
สวทช. ร่วมเป็นหนึ่งในพันธมิตรกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เชื่อมโยงการตลาด – การวิจัย เทคโนโลยี นวัตกรรมสู่ความยั่งยืน
ชวนเยาวชนร่วมแข่งขัน ‘เขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์ผู้ช่วยนักบินอวกาศ NASA’ ชิงแชมป์ระดับประเทศ
“แคดเมียม-ตะกั่ว-ปรอท-สารหนู” ตรวจได้ใน 1 นาที นาโนเทค สวทช. พัฒนาเซนเซอร์เคมีไฟฟ้าตรวจวัดโลหะหนักในน้ำ-สมุนไพร
“ศุภมาส” มอบนโยบาย “บอร์ด อว. For EV” เร่งดำเนินการให้ทุกมหาวิทยาลัยเปลี่ยนมาใช้รถ EV
สวทช. จัดกิจกรรม “The Beauty of Solar Power” ปลูกฝังเยาวชนรักษ์โลก ผ่านเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกจากแสงอาทิตย์
“ต่อกล้าอาชีวะ” ปี 67 ปั้นนวัตกรสายอาชีวะ สู่ Young Smart IoT Technician ด้วย IIoT
Download เอกสารฉบับเต็ม (7.1 MB)
จดหมายข่าว สวทช.
เมอร์เซเดส-เบนซ์ เดินหน้าต่อสัญญา 10 ปี ขยายฐานการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในไทย พร้อมส่งมอบเซลล์แบตเตอรี่ให้ สวทช. นำไปวิจัยด้านพลังงาน
บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคชาวไทยและสานต่อแผนการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ประกาศลงนามต่อสัญญาว่าจ้างกับ บริษัท ธนบุรีประกอบรถยนต์ จำกัด เป็นระยะเวลา 10 ปี ในฐานะพันธมิตรระยะยาวที่มีบทบาทในการประกอบรถยนต์และผลิตแบตเตอรี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า รวมถึงขานรับนโยบายระดับโลกในการผลักดันแนวคิด Circular Economy ประเดิมด้วยการส่งมอบเซลล์แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน (Cellblocks) ขนาด 2 MWh ซึ่งรวบรวมมาจากแบตเตอรี่แรงดันสูงที่ใช้ทดสอบในกระบวนการผลิต ให้กับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการศึกษาวิจัยและสร้างแหล่งพลังงานที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่
นอกจากนี้เซลล์แบตเตอรี่ดังกล่าว ยังถือเป็นทรัพยากรสำคัญที่จะช่วยยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรชาวไทยในด้านพลังงานซึ่งจะส่งผลดีให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในอนาคต โดยได้รับเกียรติจากนางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมพิธีส่งมอบเซลล์แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน (Cellblocks) พร้อมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามต่อสัญญาว่าจ้างการประกอบรถยนต์เมอร์เซเดส - เบนซ์ และเยี่ยมชมโรงงาน
มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ย้อนกลับไปเมื่อ 120 ปีที่แล้ว เมอร์เซเดส-เบนซ์ เป็นรถยนต์แบรนด์แรกที่เข้ามาในประเทศไทย และเช่นเดียวกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ในวันนี้เราก็ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ด้วยการเป็นแบรนด์รถยนต์ลักชัวรี่แบรนด์แรกที่เริ่มผลิตแบตเตอรี่และประกอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในรุ่น EQS 500 4MATIC AMG Premium ซึ่งประสบความสำเร็จด้วยความร่วมมือจากพันธมิตรทางธุรกิจของเรา และสำหรับก้าวต่อไปในการขยายกำลังการผลิตของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย ทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ จึงได้ดำเนินการต่อสัญญาว่าจ้างบริษัท ธนบุรีประกอบรถยนต์ จำกัด ให้เป็นผู้ประกอบรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในประเทศไทย ต่อไปเป็นระยะเวลาอีก 10 ปี โดยมีจุดมุ่งหมายร่วมกันในการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการผลิตและการประกอบรถยนต์ที่มีมาตรฐานระดับโลกอย่างต่อเนื่อง”
ความร่วมมือของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย และ บริษัท ธนบุรีประกอบรถยนต์ เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี พ.ศ 2522 ซึ่งร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ของรถยนต์ลักชัวรี่ที่อยู่คู่กับคนไทยอย่างยาวนาน ทำให้ในปัจจุบันมีรถยนต์กว่า 13 รุ่น ที่ถูกผลิตขึ้นในโรงงานแห่งนี้ โดยมีการเฉลิมฉลองการประกอบรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ คันที่ 200,000 ไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
นายรัฐพล วิริยะพันธุ์ ประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรีประกอบรถยนต์ จำกัด และ บริษัท ธนบุรี เอ็นเนอร์ยี่ สตอเรจ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด กล่าวว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) และเมอร์เซเดส-เบนซ์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) ในการเป็นผู้ดำเนินการประกอบรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการต่อไปเป็นระยะเวลาอีก 10 ปี โดยนอกจากการเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับปัจจัยการผลิตในทุก ๆ ด้าน และการนำเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ มาปรับใช้ในการผลิตรถยนต์ในประเทศ เพื่อขยายไลน์การประกอบรถยนต์ให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ทางธนบุรีฯ ยังรองรับการผลิตแบตเตอรี่และการประกอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ผ่านโรงงานของบริษัท ธนบุรี เอ็นเนอร์ยี่ สตอเรจ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (TESM) ที่มีการริเริ่มผลิตแบตเตอรี่และประกอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกอย่าง EQS 500 4MATIC AMG Premium พร้อมทั้งมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพโรงงานและศักยภาพของบุคลากรให้ลูกค้าทุกคนมั่นใจในทุกขั้นตอนการผลิต เพื่อที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และสร้างตำนานบทใหม่ให้กับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในประเทศไทยต่อไป”
ขณะเดียวกัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ก็ได้เล็งเห็นประโยชน์ในการนำแบตเตอรี่แรงดันสูงที่ใช้สำหรับการทดสอบแบตเตอรี่ในกระบวนการผลิตมาพัฒนาเป็นแหล่งพลังงานที่ใช้เชื่อมต่อกับสายส่งไฟฟ้า จากวิสัยทัศน์และนโยบายของแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในระดับโลก ที่ขับเคลื่อนแผนงานด้านความยั่งยืนอย่างจริงจังในทุกมิติ หนึ่งในนั้นคือการผลักดันระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ภายใต้แนวคิด “Design for Circularity” ที่เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตในการเพิ่มสัดส่วนของการใช้วัสดุทดแทนที่มาจากกระบวนการรีไซเคิลชิ้นส่วนรถยนต์
โดยริเริ่มด้วยการลงนามบันทึกความร่วมมือ (MoU) กับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมส่งมอบเซลล์แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน (Cellblocks) ขนาด 2 เมกะวัตต์ ให้กับ สวทช. ภายในเดือนกรกฎาคม 2567 เพื่อสนับสนุนการวิจัย พัฒนา และร่วมมือถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่สังคมไทย ทั้งยังยกระดับความสามารถของบุคลากรไทย และสนับสนุนการทดสอบแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศให้มีมาตรฐานระดับโลก
ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้ กระทรวง อว. โดย สวทช. มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้เกิดโครงการวิจัยพัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน หรือ ESS (Energy Storage System) จากแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า โดยได้ร่วมกับ บริษัทเมอร์เซเดส-เบนซ์ และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อสร้างศูนย์ออกแบบและการทดสอบแหล่งเก็บกักพลังงานจากแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าขึ้นในประเทศไทยเป็นแห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน
โดย สวทช. มีความมุ่งมั่น และเป้าหมายในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้พลังงานอย่างยั่งยืน เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยีสีเขียว (Green Technology) อีกทั้งความร่วมมือในครั้งนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนยานยนต์ระดับโลก ที่สามารถส่งเสริมระบบนิเวศที่เอื้อต่อการวิจัย พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ล้ำสมัยของยานยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่ โดยโมดูลแบตเตอรี่ที่ทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ส่งมอบให้ สวทช. นับเป็นทรัพยากรที่สำคัญต่อนักวิจัยของเรา และเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เราบรรลุเป้าหมายด้านการวิจัยพัฒนาพลังงานสะอาดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความยั่งยืนต่อสังคมไทย ได้อย่างแน่นอน”
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
ขอเชิญเข้าร่วมงานฟรี กับงาน “NSTDA Green Economy” โดย สวทช. องค์กรที่กำลังวางแผนเข้าสู่อุตสาหกรรมสีเขียว หรือ กำลังยกระดับองค์กรสู่ “Carbon Neutrality” และ “Net Zero Emissions”
📢 องค์กรที่กำลังวางแผนเข้าสู่อุตสาหกรรมสีเขียว หรือ กำลังยกระดับองค์กรสู่ "Carbon Neutrality" และ "Net Zero Emissions" องค์กรที่มองหาโซลูชั่นที่ช่วยลดพลังงานและปล่อยก๊าซเรือนกระจก ไม่ควรพลาด! กับงาน “NSTDA Green Economy” โดย สวทช.
📌 วันที่ 19 มิ.ย. 67 นี้ เวลา 13.00 - 16.00 ณ งาน NEPCON 2024 ห้องประชุม MR212 ไบเทค บางนา (ที่นั่งมีจำนวนจำกัด)
------------
พบกับการบรรยายพิเศษ:
✅ Update กฎระเบียบและมาตรการสีเขียวที่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตไทย
✅ แนวทางการกำหนด ESG/SDGs Strategy สำหรับองค์กร จากผู้เชี่ยวชาญการวางกลยุทธ์องค์กรสีเขียว
✅ แชร์ประสบการณ์การวางแผนและยกระดับองค์กรสู่เศรษฐกิจสีเขียวของ Lumentum Thailand
✅ เทคโนโลยีสีเขียวเพื่อกระบวนการผลิตที่ยั่งยืน
✅ แนะนำเทคโนโลยีและโซลูชั่นเพื่อลดพลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จาก MTEC และ NECTEC
-------------
💥สิทธิพิเศษภายในงาน
- พบกับบูธโซลูชั่นสีเขียวของ สวทช. และบริการของ สวทช.
- รับคำปรึกษาเกี่ยวกับการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์สำหรับองค์กร (CFO)
- รับทุนสนับสนุนการนำ “ระบบรวบรวม วิเคราะห์ และคำนวณ CFO (Dcarb)” ไปใช้ในองค์กรของท่าน*
-------------
📍ลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ QR Code ภายใน Poster
หรือลงทะเบียนได้ที่ลิงค์นี้ >> https://forms.gle/zM6NHjsLtpgC6v416
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
เจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจสัมพันธ์
BRC@nstda.or.th
ปฏิทินกิจกรรม


