หน้าแรก นายกฯ เปิดงานพืชสวนโลก 2026 อุดรธานี ชูศักยภาพเกษตรไทยดันวาระชาติ ยกระดับอีสานสู่ศูนย์กลางท่องเที่ยว

นายกฯ เปิดงานพืชสวนโลก 2026 อุดรธานี ชูศักยภาพเกษตรไทยดันวาระชาติ ยกระดับอีสานสู่ศูนย์กลางท่องเที่ยว

4 พ.ย. 2569
0
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์

ภาพนายกฯ เปิดงานพืชสวนโลก 2026 อุดรธานี ชูศักยภาพเกษตรไทยดันวาระชาติ ยกระดับอีสานสู่ศูนย์กลางท่องเที่ยว

(วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ) ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแค อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี: นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลก 2026 ณ จังหวัดอุดรธานี โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการชูศักยภาพด้านการเกษตรของไทย เพื่อเชื่อมโยงโอกาสทางเศรษฐกิจและนวัตกรรมทางการเกษตรไปสู่เวทีระดับโลก โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม อว. พร้อมคณะรัฐมนตรีร่วมพิธีเปิดงานโดยพร้อมเพรียง โอกาสนี้ ดร.วรวรงค์ รักเรืองเดช รองผู้อำนวยการ สวทช. ดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง รองผู้อำนวยการ ไบโอเทค สวทช. และนางสาววิราภรณ์ มงคลไชยสิทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) สวทช. ได้รับเกียรติเข้าร่วมพิธีเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลก 2026

ภาพภาพนายกฯ เปิดงานพืชสวนโลก 2026 อุดรธานี ชูศักยภาพเกษตรไทยดันวาระชาติ ยกระดับอีสานสู่ศูนย์กลางท่องเที่ยว

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายรัฐมนตรี กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้วัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักเพื่อขับเคลื่อนภาคการเกษตรให้เป็นวาระแห่งชาติ ควบคู่กับการยกระดับภูมิภาคอีสานให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านเกษตรกรรมและการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นและภาพรวมของประเทศอย่างยั่งยืน

โดยตลอดการจัดงานระยะเวลา 134 วัน เป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะได้ต้อนรับมิตรผู้มาเยือนจากทั่วโลก และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้านพืชสวน เกษตรกรรม และความหลากหลายทางชีวภาพของไทย ตลอดจนเป็นพื้นที่ให้เกษตรกร นักวิจัย ผู้ประกอบการ รวมถึงภาคส่วนต่าง ๆ จากนานาประเทศ ได้แลกเปลี่ยนความรู้และเชื่อมโยงความร่วมมือ เพื่อต่อยอดไปสู่การพัฒนาตลาดและโอกาสทางธุรกิจ เพิ่มโอกาสในการยกระดับบทบาทจังหวัดอุดรธานีในฐานะแหล่งเกษตร อาหาร และการท่องเที่ยว

“ประโยชน์จากการจัดงานครั้งนี้จะไม่สิ้นสุดลงเมื่องานจบลง รัฐบาลมีการวางแผนต่อยอดให้พื้นที่เกิดประโยชน์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพืชสวน พื้นที่จัดแสดงสินค้าและนวัตกรรมทางการเกษตร รวมถึงรองรับการจัดกิจกรรมระดับนานาชาติ ควบคู่กับการดูแลพื้นที่ชุ่มน้ำและทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้การลงทุนและความร่วมมือครั้งนี้สร้างคุณค่าแก่ชุมชนในระยะยาว” นายกรัฐมนตรี กล่าวทิ้งท้าย

ภาพ ดร.วรวรงค์ รักเรืองเดช รองผู้อำนวยการ สวทช.

ดร.วรวรงค์ รักเรืองเดช รองผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า ปัจจุบันภาคการเกษตรกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การระบาดของโรคพืช ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และการแข่งขันด้านคุณภาพผลผลิต สวทช. ในฐานะ “เครื่องยนต์วิจัยของชาติ (Research Engine)” เดินหน้าขับเคลื่อนเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับเกษตรกรไทยจากวิถี “เกษตรดั้งเดิม” สู่ “เกษตรอัจฉริยะ” ครอบคลุมห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่การพัฒนาเมล็ดพันธุ์และพันธุ์พืช เทคโนโลยีการผลิตพืช และการเพิ่มมูลค่าผลผลิต ไปจนถึงการขยายผลสู่การใช้ประโยชน์จริง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรอย่างยั่งยืน

สำหรับผลงาน สวทช. ในงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี
จัดขึ้นภายใต้แนวคิด NSTDA SMART FARMING เกษตรอัจฉริยะเพื่อการเกษตรที่ยั่งยืน
โดนแบ่งโซนเป็น 4 Smart Farming Zones ได้แก่

ภาพบรรยากาศโซนนิทรรศการ สวทช.

Zone 1: SMART SEED (เมล็ดพันธุ์แห่งอนาคต)
เมล็ดพันธุ์และต้นพันธุ์ที่ดี คือรากฐานของการเกษตรที่เข้มแข็ง
สวทช. พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์ไทย ตั้งแต่การตรวจสอบความบริสุทธิ์เมล็ดพันธุ์ การตรวจวินิจฉัยโรคพืช นอกจากนี้ยังพัฒนาปรับปรุงพันธุ์พืช โดยมี “ข้าว” เป็นงานวิจัยสำคัญ อีกทั้งยังมีโครงสร้างพื้นฐานในการอนุรักษ์ทรัพยากรชีวภาพแบบระยะยาว

HybridSure เทคโนโลยีทดสอบความบริสุทธิ์ของเมล็ดพันธุ์ลูกผสม เพื่อยืนยันได้ว่าเมล็ดพันธุ์พืชผักมีคุณลักษณะที่ดีตรงตามพ่อแม่พันธุ์ ไม่ปนเปื้อนสายพันธุ์อื่น (เดิมต้องสุ่มเมล็ดพันธุ์ไปปลูกในแปลงเพื่อตรวจสอบลักษณะทางกายภาพ ใช้ระยะเวลานาน 3-6 เดือน/HybridSure ตรวจรู้ผลใน 1 วัน)
ข้าวสุวรรณภูมิ 1 ข้าวเจ้าหอม จุดเด่นคือผลผลิตสูงเฉลี่ย 600 ก.ก./ไร่ ลำต้นแข็งแรง ไม่หักล้มง่าย ทนทานต่อน้ำท่วมฉับพลัน เมื่อหุงสุกมีความนุ่ม หอมละมุน รสสัมผัสดีใกล้เคียงข้าวขาวดอกมะลิ 105
ธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติ คลังสำรองเก็บอนุรักษ์พันธุ์พืชระยะยาว ได้แก่ พืชเศรษฐกิจ เช่น ข้าว มันสำปะหลัง พืชถิ่นเดียว เช่น ดอกไม้หิน และพืชเสี่ยงสูญพันธุ์ เก็บในอุณหภูมิเยือกแข็ง

Zone 2: SMART FARMING (โรงเรือนอัจฉริยะ)
การเพาะปลูกพืชด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ลดข้อจำกัดจากธรรมชาติ
สวทช. พัฒนาเทคโนโลยีโรงเรือนและโรงงานผลิตพืชอัจฉริยะ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเซนเซอร์ ระบบ IoT และระบบควบคุมอัตโนมัติในการจัดการสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับความต้องการของพืช

Plant Factory การผลิตพืชด้วยแสงเทียมในระบบปิด ปลูกระบบไร้ดิน ควบคุมสภาพแวดล้อม เช่น แสง อุณหภูมิ ความชื้น ธาตุอาหาร CO2 ได้อย่างแม่นยำ ทำให้ผลิตคุณภาพดี สม่ำเสมอ รวมทั้งมีระบบการติดตามวิเคราะห์การปลูกพืชด้วยกล้อง 3 มิติ ในรูปแบบหุ่นยนต์เคลื่อนที่หรือรางเลื่อน
โรงเรือนอัจฉริยะ ผสานเทคโนโลยี Magik Growth วัสดุทางการเกษตรช่วยคัดกรองแสงที่เหมาะกับการเจริญเติบโตพืช นำไปใช้ได้หลากหลายทั้งถุงปลูก ถุงห่อ แผ่นคลุมดิน และตาข่ายโรงเรือน โดยตัววัสดุมีสีแดง เนื่องจากเป็นช่วงแสงที่แมลงส่วนใหญ่มองไม่เห็น เพราะแมลงไม่มีเซลล์รับสีแดง และยังเป็นช่วงคลื่นแสงที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนาใบ ลำต้น และรากของพืช ในส่วนของหลังคาโรงเรือนใช้นวัตกรรม See Solar แผงโซลาร์เซลล์ที่แสงส่องผ่านได้ ทำให้แสงเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของพืช ช่วยลดความร้อนและผลิตไฟฟ้าสำหรับใช้ในโรงเรือนควบคู่กัน ที่สำคัญในโรงเรือนยังมีเทคโนโลยี WiMaRC และ HandySense ระบบตรวจวัดสภาพแวดล้อมด้วยเซนเซอร์และควบคุมการทำงานอัตโนมัติ ช่วยปลูกพืชได้อย่างแม่นยำ

ภาพSMART AGRICULTURE (ผลิตพืชแม่นยำ)

Zone 3: SMART AGRICULTURE (ผลิตพืชแม่นยำ)
นวัตกรรมเกษตรแม่นยำ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างยั่งยืน
สวทช. พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตพืช ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจวินิจฉัยโรคพืช ชีวภัณฑ์ควบคุมโรคและแมลงศัตรูพืช เทคโนโลยีด้านธาตุอาหารพืช ไปจนถึงการพัฒนาสารสกัดมูลค่าสูง

การผลิตต้นพันธุ์ปลอดเชื้อ เทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชเพื่อขยายพันธุ์พืชเศรษฐกิจ พืชหายาก เช่น ไผ่ตัดอายุ ต้นไผ่ที่เหมือนต้นแม่ แต่อายุเริ่มจากศูนย์ มันสำปะหลังปลอดโรคฝ่าวิกฤตโรคใบด่าง
ชุดตรวจวินิจฉัยโรคพืช คัดกรองโรคพืชรวดเร็ว เช่น ชุดตรวจโรคพืชตระกูลแตง โรคพริก โรคใบด่าง
ชีวภัณฑ์ควบคุมโรคและแมลงศัตรูพืช เช่น เชื้อราไตรโคเดอร์มาแก้ปัญหาโรครากเน่า-โคนเน่าสวนทุเรียน บิวเวอเรีย ราขาวควบคุมกลุ่มเพลี้ยและแมลง เช่น หนอนกระทู้ผัก เมตาไรเซียม ราเขียวกำจัดแมลงศัตรูพืช เช่น ไรแดง แมลงวันผลไม้
ปุ๋ยนาโนคีเลตธาตุอาหารรอง-เสริมพืช” เทคโนโลยีการห่อหุ้มระดับโมเลกุล ลดสูญเสียธาตุอาหารจากการตกตะกอน
PhytoEX นวัตกรรมสารออกฤทธิ์จากสมุนไพรไทย เพื่อความงาม สุขภาพ และอายุยืนยาว

ภาพSMART FARMER (เกษตรกรก้าวหน้า)

Zone 4: SMART FARMER (เกษตรกรก้าวหน้า)
บ่มเพาะเกษตรกรยุคใหม่ใส่ใจเทคโนโลยี สวทช. เชื่อมงานวิจัยสู่ผู้ใช้จริง ถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่ชุมชนและผู้ประกอบการ ด้วยการส่งต่อองค์ความรู้ ปรับเปลี่ยนวิธีคิดควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยี เพื่อยกระดับการผลิตที่มีคุณภาพและยั่งยืน

ไม้ดอกปทุมมา ร่วมกับ หจก. ลัคกี้ซีดส์อโกร ปรับปรุงสายพันธุ์ปทุมมา 19 พันธุ์ ให้เหมาะกับสภาพอากาศ รูปทรงดอกหลากหลาย สวยงามหลากสี ขยายผลสู่เกษตรกรในจังหวัดอุดรธานี หนองบัวลำภู บึงกาฬ เลย หนองคาย ร้อยเอ็ด

ถั่วเขียว KUML เมล็ดโต ทนแล้ง ต้านทานโรค ผลผลิตสูง ร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตรขยายผลแล้วใน 32 จังหวัด

โรงเรือนปลูกพืชต้นทุนต่ำ โรงเรือนหลังคาจั่วขนาด 4×15 เมตร ใช้วัสดุในท้องถิ่น ขยายผลในพื้นที่เชียงใหม่ ลำปาง น่าน แพร่ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ศรีสะเกษ มหาสารคาม สงขลา นราธิวาส

 

ทั้งนี้กระทรวง อว. โดย สวทช. ขอเชิญชวนประชาชนเกษตรกร นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมอาคารจัดแสดงนิทรรศการ (NSTDA Pavilion) ของ สวทช. (โซนสวนองค์กร) ในงานพืชสวนโลกได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และติดตามกิจกรรมรายสัปดาห์ได้ที่เฟซบุ๊ก NSTDA-สวทช. หรือ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สวทช. โทร 02 564 7000 อีเมล prd@nstda.or.th

แชร์หน้านี้: