หน้าแรก สวทช. ร่วมปักหมุด “มหกรรมพืชสวนโลก อุดรธานี 2569”

สวทช. ร่วมปักหมุด “มหกรรมพืชสวนโลก อุดรธานี 2569”

21 ต.ค. 2569
0
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์

ภาพผู้แทน เปิดงานแถลงข่าวมหกรรมพืชสวนโลก อุดรธานี 2569 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร

วันที่ 21 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร: สวทช. ชูนวัตกรรมเกษตรแห่งอนาคต 4 โซนไฮไลท์ โชว์ศักยภาพในพื้นที่จัดแสดงกว่า 600 ตารางเมตร เชื่อมโยงเทคโนโลยีชีวภาพ–เกษตรอัจฉริยะ พร้อมส่งต่อโมเดล Legacy ขับเคลื่อนการศึกษาและเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย กรมวิชาการเกษตร จังหวัดอุดรธานี และ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) ประกาศความพร้อมและผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมพืชสวนและการท่องเที่ยวระดับโลก ภายใต้แนวคิดหลัก “Diversity of Life: ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต” บนพื้นที่จัดงานรวมเกือบ 2,000 ไร่ ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 14 มีนาคม 2570 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี
ภาพ นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เป็นประธานในการแถลงข่าวการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี 2569 นับเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการแสดงศักยภาพด้านการเกษตรพืชสวน เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและความงดงามของวัฒนธรรมไทย ให้เป็นที่ประจักษ์แก่ประชาคมนานาชาติ งานมหกรรมพืชสวนโลกในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Diversity of Life: Connecting People, Water and Plants for Sustainable Living” หรือ “ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต : สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันเกื้อกูลระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม พร้อมตอกย้ำความสำคัญของการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า และการพัฒนาภาคการเกษตรให้เติบโตควบคู่ไปกับการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ
ภาพ ดร.เกรียงไกร โมสาลียานนท์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพพืชและการจัดการแบบบูรณาการ ไบโอเทค สวทช.
ทั้งนี้ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ดร.เกรียงไกร โมสาลียานนท์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพพืชและการจัดการแบบบูรณาการ ไบโอเทค สวทช. ได้เข้าร่วมงานแถลงข่าวประกาศความพร้อมในการเข้าร่วมจัดแสดงนิทรรศการ ภายในงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” (Udon Thani International Horticultural Expo 2026) ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ภายใต้แนวคิดหลัก “NSTDA Future Farming for Sustainable Living: นวัตกรรมเกษตรแห่งอนาคต ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน” โดยมุ่งถ่ายทอดวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) ตอบโจทย์ความหลากหลายทางชีวภาพและยกระดับชีวิตเกษตรกรไทย

ซึ่งแบ่งการจัดแสดงออกเป็น 4 โซนหลัก ได้แก่
.
· Zone 1: พันธุ์ข้าวใหม่ผลผลิตสูงทนสภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม – จัดแสดงพันธุ์ข้าวทนทานต่อสภาวะโลกรวนและให้ผลผลิตสูง อาทิ สุวรรณภูมิ 1, หอมสยาม, น่าน 59, หอมนาคา, หอมชลสิทธิ์ 2 และไรซ์เบอร์รี่ 2

· Zone 2: นวัตกรรมการปลูกพืชอัจฉริยะ (Smart Farming) – สาธิตโรงงานผลิตพืช (Plant Factory) สำหรับผักสลัด บัวบก มะเขือเทศเชอรี่ และต้นอ่อนพืช พร้อมระบบโรงเรือนพลังงานแสงอาทิตย์ (Agrivoltaics / SEESOLAR) ผสานระบบควบคุมอัตโนมัติ HandySense, ระบบ WiMaRC และเทคโนโลยีวัสดุคลุมพืช Magik Growth สำหรับพืชเศรษฐกิจมูลค่าสูง เช่น ทุเรียน มะม่วง เคล และขมิ้นชัน

· Zone 3: บริการ โครงสร้างพื้นฐาน และเทคโนโลยี สวทช. เพื่อการเกษตร – นำเสนอศักยภาพคลังอนุรักษ์ทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติ (NBT), ศูนย์ตรวจเอกลักษณ์พันธุ์พืช (NOC), ชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช, ปุ๋ยนาโน, ชุดตรวจโรคพืช และสารสกัดพืช (PhytoEx) ควบคู่กับกิจกรรมสัปดาห์เฉพาะเรื่อง (Theme Week) สับเปลี่ยน 6 มิติ เช่น เทคโนโลยีโอมิกส์ ข้าวไทยรับมือโลกรวน และเกษตรคาร์บอนต่ำ ขับเคลื่อนโดยสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.)

· Zone 4: พื้นที่การเรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้ – เวิร์กช็อปฝึกอาชีพสำหรับเกษตรกรและประชาชนทั่วไป เช่น เทคนิคการผลิตชีวภัณฑ์ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และการดูแลปทุมมา ตลอดจนกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเยาวชน เช่น Mini Green Lab และ Floral Craft

นอกจากนี้ สวทช. ยังให้ความสำคัญกับ แผนการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ระยะยาว (Legacy Plan) เพื่อส่งต่อคุณค่าหลังปิดฉากงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยเมื่อเสร็จสิ้นการจัดงานในวันที่ 14 มีนาคม 2570 สวทช. จะดำเนินการส่งมอบครุภัณฑ์ต้นแบบเทคโนโลยีให้แก่สถาบันการศึกษาในพื้นที่ เพื่อขยายผลด้านการวิจัยและการเรียนการสอน ประกอบด้วย “ต้นแบบโรงงานผลิตพืช (Plant Factory)” และ “ต้นแบบโรงเรือนพลังงานแสงอาทิตย์ (Agrivoltaics)” เพื่อยกระดับสู่ศูนย์บริการวิชาการแก่เครือข่ายชุมชนใน 4 จังหวัดภาคอีสานตอนบน

ทั้งนี้ งานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 จะมีพิธีเปิดรอบปฐมทัศน์ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 และพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 โดยคาดว่าจะกลายเป็นต้นแบบการบูรณาการองค์ความรู้ด้าน วทน. สู่วิถีชุมชน และผลักดันศักยภาพของภาคตะวันออกเฉียงเหนือสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจชีวภาพระดับนานาชาติต่อไป โดยงานมหกรรมพืชสวนโลก อุดรธานี 2569 ถือเป็นงานระดับโลกบนพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งแรกของโลก ซึ่งคาดการณ์ว่าจะดึงดูดผู้เข้าชมเฉลี่ยวันละ 20,000–30,000 คน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจแตะ 20,000 ล้านบาท

แชร์หน้านี้: