หน้าแรก TRCAS เทคโนโลยีตรวจจับสิ่งกีดขวางบนรางรถไฟ แจ้งเตือนล่วงหน้า 2 กิโลเมตร

TRCAS เทคโนโลยีตรวจจับสิ่งกีดขวางบนรางรถไฟ แจ้งเตือนล่วงหน้า 2 กิโลเมตร

17 ก.ย. 2569
0
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
บทความ
ผลงานวิจัยเด่น

อินโฟกราฟิก TRCAS ระบบตรวจจับสิ่งกีดขวางบนรางรถไฟด้วยเทคโนโลยีเรดาร์และ AI ช่วยเพิ่มระยะการมองเห็นและแจ้งเตือนสิ่งกีดขวางล่วงหน้า

สรุปใจความสำคัญ

  • TRCAS เทคโนโลยีตรวจจับสิ่งกีดขวางบนรางรถไฟ แจ้งเตือนคนขับล่วงหน้า 1–2 กิโลเมตร เพิ่มโอกาสในการชะลอและหยุดรถได้ทันท่วงที
  • ผสานเรดาร์ X-band กล้องถ่ายภาพทางไกล และ AI เพื่อตรวจจับและจำแนกสิ่งกีดขวาง เช่น บุคคล สัตว์ และยานพาหนะ พร้อมประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
  • ทดสอบใช้งานจริงกับรถไฟขนส่งสินค้าของ รฟท. ระบบตรวจพบชายสวมชุดสีดำที่กีดขวางขอบรางได้จากระยะ 1.7 กิโลเมตร ขณะที่ยังอยู่นอกระยะที่คนขับมองเห็น
  • การแจ้งเตือนช่วยให้คนขับมีเวลาเบรกและหยุดรถได้ทันท่วงที พร้อมส่งต่อข้อมูลให้ผู้ดูแลสถานีเข้าช่วยเหลือและนำสิ่งกีดขวางออกจากราง
  • เทคโนโลยีมีศักยภาพต่อยอดสู่การใช้งานแบบ Dual Use ทั้งระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ การเฝ้าระวังไฟป่า และการตรวจจับบุคคลหรือยานพาหนะต้องสงสัย โดยปัจจุบัน TRCAS พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยี

รถไฟเป็นระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ที่ให้บริการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าได้ครั้งละจำนวนมากจึงมีน้ำหนักรวมสูง (มหาศาล) การหยุดรถแบบกระชั้นชิดเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินทำได้ยาก โดยเฉพาะช่วงกลางคืนที่ทัศนวิสัยไม่ดี ระยะการมองเห็นอาจลดลงเหลือต่ำกว่า 20 เมตร ขณะที่ระยะการเบรกที่เหมาะสมหากเดินรถที่ความเร็วประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คือ ที่ระยะ 700 เมตร ทำให้คนขับรถไฟต้องใช้สมาธิเป็นอย่างมากเพื่อควบคุมทั้งการขับขี่และการเฝ้าระวังสิ่งกีดขวางบนรางรถไฟเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ

จากปัญหาดังกล่าวตั้งแต่ปี 2565 การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) และศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) พัฒนา “ระบบช่วยตรวจจับสิ่งกีดขวางบนทางรถไฟหรือ Train Collision Avoidance System (TRCAS, ทีอาร์แคส)” เพื่อช่วยแจ้งเตือนให้คนขับทราบถึงสิ่งกีดขวางล่วงหน้าตั้งแต่ระยะ 1–2 กิโลเมตร เพื่อชะลอรถ ลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.)

ดร.ทิวัตถ์ พงศ์ถาวรกมล หัวหน้าทีมวิจัยระบบระบุตำแหน่งและบ่งชี้อัตโนมัติ เนคเทค สวทช. ผู้วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี TRCAS
ดร.ทิวัตถ์ พงศ์ถาวรกมล หัวหน้าทีมวิจัยระบบระบุตำแหน่งและบ่งชี้อัตโนมัติ เนคเทค สวทช.

ดร.ทิวัตถ์ พงศ์ถาวรกมล หัวหน้าทีมวิจัยระบบระบุตำแหน่งและบ่งชี้อัตโนมัติ เนคเทค สวทช. อธิบายว่า TRCAS เป็นเทคโนโลยีตรวจจับสิ่งกีดขวางบนรางรถไฟด้วยเรดาร์ X-band (เอกซ์แบนด์) ที่มีระยะตรวจจับสิ่งกีดขวางประมาณ 3-4 กิโลเมตร ทำงานคู่กับกล้องถ่ายภาพทางไกลที่จับโฟกัสวัตถุที่อยู่ห่างออกไป 2 กิโลเมตรได้

“กลไกการทำงาน คือ เมื่อเรดาร์ X-band ตรวจจับสิ่งกีดขวางได้ จะสั่งการไปที่ระบบให้กล้องบันทึกภาพสิ่งกีดขวาง ก่อนส่งภาพให้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ประมวลผลด้วยเทคนิคการตรวจจับวัตถุ (Object Detection) และการเรียนรู้เชิงลึกแบบโครงข่ายประสาทเทียม (Convolutional Neural Network Deep Learning) ว่าสิ่งที่กีดขวางคืออะไร โดย AI สามารถระบุได้ว่าสิ่งที่กีดขวางเป็นบุคคล สัตว์ หรือยานพาหนะ ฯลฯ รวมถึงการกีดขวางเป็นลักษณะใด เช่น อยู่บนราง อยู่ในระยะใกล้กับรางรถไฟ หากสิ่งกีดขวางอยู่บนรางหรืออยู่ในระยะที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชน ระบบจะแจ้งเตือนทั้งเสียงและภาพให้คนขับทราบล่วงหน้าตั้งแต่ระยะ 1-2 กิโลเมตร เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสชะลอความเร็วก่อนหยุดรถ ลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ และติดต่อแจ้งเตือนไปยังผู้ดูแลสถานีนั้น ๆ ให้ช่วยเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางที่พบออกได้

ภาพจากระบบ TRCAS แสดงภาพไม่พบสิ่งกีดขวางบนรางรถไฟ ป็นภาพซูมที่ระยะ 46 เท่า
ไม่มีสิ่งกีดขวางอยู่บนรางรถไฟ (ซูมระยะ 46 เท่า)
ภาพจากระบบ TRCAS แสดงภาพการตรวจพบรถยนต์กีดขวางอยู่บนรางรถไฟ เป็นภาพซูมที่ระยะ 56 เท่า
มีสิ่งกีดขวางอยู่บนรางรถไฟ (ซูมระยะ 56 เท่า)
ภาพระบบ TRCAS แสดงการตรวจพบคนและยานพาหนะบนรางรถไฟ เป็นภาพซูมที่ระยะ 45 เท่า
มีสิ่งกีดขวางอยู่บนรางรถไฟ (ซูมระยะ 45 เท่า)

นอกจากการพัฒนาเซนเซอร์และระบบประมวลผล การนำเทคโนโลยีไปติดตั้งบนรถไฟยังต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมในขณะปฏิบัติงานจริง เนื่องจากรถไฟมีแรงสั่นสะเทือนและอุณหภูมิที่สูงกว่าสถานที่ทั่วไป

ดร.ทิวัตถ์ อธิบายว่า ชุดอุปกรณ์เรดาร์ X-band ผ่านการทดสอบจากศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (พีเทค) แล้วว่า ไม่มีสัญญาณรบกวนระบบควบคุมการทำงานของรถไฟ ขณะที่การติดตั้งอุปกรณ์เพื่อใช้งานในสภาวะแรงสั่นสะเทือนสูงกว่าทั่วไป มีกลุ่มวิจัยเทคโนโลยีระบบรางและการขนส่งสมัยใหม่ เอ็มเทค สวทช. มาช่วยทำระบบจำลองแรงสั่นสะเทือนและพัฒนาโครงสร้างที่เหมาะสมสำหรับติดตั้งอุปกรณ์บนรถไฟ ทั้งความคงทนต่อสภาพแวดล้อมและความสะดวกในการใช้งานของคนขับ ส่วนความคงทนของอุปกรณ์ต่ออุณหภูมิที่สูงกว่าทั่วไป ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานอุตสาหกรรม

ที่ผ่านมาทีมวิจัยได้ร่วมกับ รฟท. ทดสอบใช้งานระบบ TRCAS กับรถไฟขนส่งสินค้าที่เดินทางไป-กลับด้วยเส้นทาง ICD ลาดกระบัง–ท่าเรือแหลมฉบัง

ดร.ทิวัตถ์ เล่าว่า ตอนทดสอบใช้งานจริง ระหว่างเดินทางกลับจากแหลมฉบังมายังสถานีลาดกระบัง ระบบตรวจจับและแจ้งเตือนว่ามีชายสวมชุดสีดำนั่งกีดขวางอยู่บนขอบรางรถไฟได้ตั้งแต่ระยะ 1.7 กิโลเมตร ซึ่งไม่อยู่ในระยะวิสัยที่คนขับจะสังเกตเห็นได้ ทำให้ในคราวนั้นคนขับรถไฟเหยียบเบรกเพื่อชะลอความเร็วและหยุดรถได้ทันท่วงที ก่อนขอความช่วยเหลือไปยังผู้ดูแลที่สถานีนั้นให้พาชายคนดังกล่าวออกจากบริเวณรางรถไฟ เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้คนขับรถไฟรู้สึกประทับใจและอยากให้นำระบบมาติดตั้งใช้งานจริงต่อไป

TRCAS ไม่เพียงใช้งานได้กับระบบรถไฟเท่านั้น เพราะเทคโนโลยีการตรวจจับสิ่งกีดขวางระยะไกลและเทคโนโลยีประมวลผลภาพเป็น dual use หรือเทคโนโลยีที่ใช้งานทั้งฝั่งการทหารและพลเรือน ทำให้พัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีนี้เพื่อใช้ในภารกิจอื่น ๆ ได้อีกหลากหลาย เช่น ระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ ระบบเฝ้าระวังกลุ่มควันจากไฟป่าเพื่อป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ระบบตรวจจับผู้ต้องสงสัยและยานพาหนะต้องสงสัย”

ปัจจุบันเทคโนโลยี TRCAS อยู่ในสถานะพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยี ผู้ประกอบการที่สนใจใช้งานหรือร่วมวิจัยต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์อื่น ติดต่อสอบถามได้ที่ ดร.ทิวัตถ์ พงศ์ถาวรกมล อีเมล tiwat.pon@nectec.or.th

ภาพจำลองการต่อยอดเทคโนโลยี TRCAS สู่การใช้งานหลากหลาย ทั้งการตรวจจับอากาศยานไร้คนขับ การเฝ้าระวังกลุ่มควันจากไฟป่า และการตรวจจับบุคคลกับยานพาหนะต้องสงสัย


เรียบเรียงโดย ภัทรา สัปปินันทน์ ฝ่ายสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์ สวทช.
อาร์ตเวิร์กโดย ภัทรา สัปปินันทน์
ภาพประกอบโดย ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สวทช., เนคเทค สวทช. และภาพที่สร้างขึ้นด้วย AI

แชร์หน้านี้: