หน้าแรก สวทช. – CSIRO ต่อยอดความร่วมมือ “ชีววัตถุ-อาหารยั่งยืน” เปิดทางวิจัยใหม่สู่เกษตร พลังงาน และสิ่งแวดล้อม

สวทช. – CSIRO ต่อยอดความร่วมมือ “ชีววัตถุ-อาหารยั่งยืน” เปิดทางวิจัยใหม่สู่เกษตร พลังงาน และสิ่งแวดล้อม

21 ส.ค. 2569
0
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์

คณะผู้บริหารและนักวิจัย สวทช. ถ่ายภาพร่วมกับเจ้าหน้าที่ CSIRO ในอาคารปฏิบัติการ

วันที่ 20 สิงหาคม 2569 – ภายหลังการเยือนองค์การวิจัยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมแห่งเครือจักรภพ (Commonwealth Scientific and Industrial Research Organisation: CSIRO) ณ กรุงแคนเบอร์รา และนครเมลเบิร์น เครือรัฐออสเตรเลีย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้สรุปผลการหารือและการสำรวจศักยภาพความร่วมมือด้านการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมร่วมกับ CSIRO โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงแนวทางการต่อยอดความร่วมมือในสาขายุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพสูง และสอดคล้องกับความต้องการของประเทศไทยในระยะต่อไป

ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. เปิดเผยว่า การเยือนครั้งนี้นับเป็นโอกาสสำคัญในการหารือเชิงลึกกับหน่วยงานวิจัยชั้นนำระดับโลกอย่าง CSIRO เพื่อสำรวจศักยภาพการทำงานร่วมกันในสาขาที่สามารถสร้างผลกระทบสูงต่อเศรษฐกิจ สังคม และความยั่งยืน โดยจากการแลกเปลี่ยนข้อมูล การประชุมร่วมกับนักวิจัย และการเยี่ยมชมโครงสร้างพื้นฐานวิจัยสำคัญของ CSIRO พบว่ามีหลายสาขาที่ควรได้รับการผลักดันและต่อยอดอย่างต่อเนื่อง

นักวิจัย สวทช. ชมการสาธิตการใช้งานเครื่องมือวิจัยภายในห้องปฏิบัติการ CSIRO

สำหรับสาขาความร่วมมือที่ควรเร่งสนับสนุนและต่อยอดอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ ด้านยาชีววัตถุ และนวัตกรรมอาหารเพื่อความยั่งยืน ซึ่งเป็นสองสาขาที่ทั้ง สวทช. และ CSIRO มีฐานความเชี่ยวชาญที่เข้มแข็ง และมีโอกาสพัฒนาไปสู่การใช้ประโยชน์จริงได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการพัฒนากระบวนการผลิตชีววัตถุและสารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรม เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางยาและสุขภาพของประเทศ ตลอดจนการพัฒนานวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต และระบบนิเวศนวัตกรรมอาหารที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนในระดับภูมิภาค

ผู้แทน สวทช. รับฟังการบรรยายสรุปภายในห้องปฏิบัติการของ CSIRO

นอกจากนี้ ยังมีสาขาที่น่าสนใจสำหรับการหารือเพิ่มเติมในระยะต่อไป ได้แก่ เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อการเกษตร (Advanced Technology for Agriculture) ซึ่งต่อยอดจากองค์ความรู้และเครื่องมือวิจัยของ CSIRO โดยเฉพาะงานด้านดิน การสำรวจเพื่อวางแผนการเพาะปลูก และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่เพื่อยกระดับภาคการเกษตรของไทยให้มีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงการบริหารจัดการทรัพยากร และการรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ในอีกมิติหนึ่ง สวทช. ยังมองเห็นโอกาสในการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากห้องปฏิบัติการและโครงสร้างพื้นฐานด้านดินและสิ่งแวดล้อมของ CSIRO ไปสู่การประยุกต์ใช้ในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมของไทย โดยเฉพาะการต่อยอดความเชี่ยวชาญของนักวิจัย CSIRO สู่การพัฒนาระบบติดตาม ตรวจวัด และเฝ้าระวังคุณภาพอากาศ เช่น PM2.5 ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญของประเทศ และต้องอาศัยการบูรณาการองค์ความรู้ด้านเซนเซอร์ ข้อมูลภาคสนาม การสำรวจระยะไกล และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงเข้าด้วยกัน

ด้านพลังงาน ทั้งฝ่ายไทยและออสเตรเลียยังได้แลกเปลี่ยนความเห็นถึงโอกาสความร่วมมือในประเด็น เทคโนโลยีพลังงานสะอาดและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานแห่งอนาคต อาทิ เทคโนโลยีไฮโดรเจน (Hydrogen Technology) ตั้งแต่การผลิต การกักเก็บ การขนส่ง ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ในภาคพลังงานและอุตสาหกรรม รวมถึง เทคโนโลยีการรีไซเคิลแบตเตอรี่ (Battery Recycling) และการจัดการวัสดุและทรัพยากรที่มีคุณค่าจากแบตเตอรี่ใช้แล้ว ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนและการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า นอกจากนี้ ยังมีโอกาสหารือในประเด็น CCUS (Carbon Capture, Utilization and Storage) และเทคโนโลยีพลังงานสะอาดสาขาอื่นที่มีศักยภาพ โดยทั้งสองฝ่ายจะหารือเชิงลึกเพิ่มเติมเพื่อกำหนดโจทย์และสาขาที่เหมาะสมต่อการพัฒนาเป็นความร่วมมือวิจัยร่วมในลำดับถัดไป

คณะ สวทช. เยี่ยมชมและหารือเกี่ยวกับเครื่องจักรอุตสาหกรรม ณ โรงงานต้นแบบ CSIRO

ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลสำเร็จสำคัญของการเยือนครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการแลกเปลี่ยนข้อมูลในระดับนโยบายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างความเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างนักวิจัยของทั้งสองหน่วยงาน ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยในระยะถัดไป สวทช. และ CSIRO จะร่วมกัน จับคู่ (match) นักวิจัย ในสาขาที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาและแก้ไขโจทย์วิจัยร่วม แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และต่อยอดสู่โครงการความร่วมมือที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศและความท้าทายร่วมของภูมิภาคในอนาคต

ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังสะท้อนบทบาทสำคัญขององค์กรวิจัยอย่าง สวทช. และ CSIRO ในการสนับสนุนให้นักวิจัยทำงานวิจัย ทั้งในมิติของการวิจัยที่มุ่งสร้างองค์ความรู้ควบคู่ไปกับการวิจัยที่สามารถต่อยอดสู่ผลกระทบเชิงรูปธรรมต่อประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อันจะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

ถ่ายหมู่คณะ สวทช. และ CSIRO หน้าโรงงานต้นแบบ Battery Shredder Pilot Plant

แชร์หน้านี้: