หน้าแรก 3 งานวิจัยสวทช. คว้า 5 รางวัลจากเวที The 9th China (Shanghai) International Invention & Innovation Expo 2026

3 งานวิจัยสวทช. คว้า 5 รางวัลจากเวที The 9th China (Shanghai) International Invention & Innovation Expo 2026

24 มิ.ย. 2569
0
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
ภาพ ดร.ปวีณา ดานะ นาโนเทค ภาพ ดร.ดวงเดือน อาจองค์เอ็มเทค ภาพ ดร.ลัพธ์พร วยาจุต นาโนเทค

 

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) และศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) นำผลงานวิจัย “Q-MAS” ครีมสมุนไพรนาโนต้านโรคเต้านมอักเสบแบบไม่แสดงอาการในโคนม, “Circular-Carbon-CATCH” วัสดุดูดซับไฮบริดคาร์บอน-เอมีน และ “ACTIV-In Dot Technology” นวัตกรรมการขึ้นรูปแผ่นแปะด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ คว้า 3 เหรียญทอง (Gold Medal) และ 2 รางวัล NRCT Special Award “Excellent Invention” จากการประกวดผลงานวิจัย นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ ในงาน “The 9th China (Shanghai) International Invention & Innovation Expo 2026” ณ เซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยการสนับสนุนของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โชว์ศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนาในการแก้ปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิต ตอกย้ำบทบาทของ “เครื่องยนต์วิจัยของชาติ” ที่ขับเคลื่อนสังคม เศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ผ่านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

ภาพ"Q-MAS" ครีมสมุนไพรนาโนต้านโรคเต้านมอักเสบ ยกระดับคุณภาพน้ำนมโค

Q-MAS” ครีมสมุนไพรนาโนต้านโรคเต้านมอักเสบ ยกระดับคุณภาพน้ำนมโค

โรคเต้านมอักเสบแบบไม่แสดงอาการ (Subclinical Mastitis) เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในฟาร์มโคนมของไทย ทำให้เกษตรกรสูญเสียรายได้ไปไม่น้อย “Q-MAS” ครีมสมุนไพรนาโนต้านโรคเต้านมอักเสบแบบไม่แสดงอาการในโคนมจึงเริ่มขึ้นจากแนวคิดของ ดร.ณัฎฐิกา แสงกฤช นักวิจัยอาวุโสผู้ริเริ่มโครงการจากศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) โดยนำสมุนไพรไทยที่มีสมบัติเด่นในการช่วยบรรเทาการอักเสบอย่างบัวบก ขมิ้นชัน และไพล มาพัฒนาด้วยเทคโนโลยีอนุภาคนาโนไขมัน (Lipid Nanoparticles) ทำให้สารสำคัญจากสมุนไพรทั้งสามชนิด สามารถเพิ่มศักยภาพการซึมผ่านผิวหนังและนำส่งไปยังบริเวณที่เกิดพยาธิสภาพ ส่งผลให้ประสิทธิภาพการออกฤทธิ์เพิ่มขึ้น ลดการอักเสบ และลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระภายในเซลล์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคเต้านมอักเสบ

ผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการพบว่า ผลิตภัณฑ์มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และยับยั้งการอักเสบในเซลล์แมคโครฟาจ (Macrophage) ได้อย่างมีนัยสำคัญ และไม่ก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ซึ่งเป็นเซลล์สำหรับใช้ประเมินความปลอดภัยต่อเซลล์เนื้อเยื่อด้วย นอกจากนี้ ยังได้ทดสอบการใช้งานผลิตภัณฑ์ Q-MAS กับโคนมในฟาร์มโคนมจังหวัดลพบุรี สระบุรี และนครราชสีมาแล้ว

 “Q-MAS” ครีมสมุนไพรนาโนต้านโรคเต้านมอักเสบแบบไม่แสดงอาการในโคนม โดย ดร.ปวีณา ดานะ จากทีมวิจัยนาโนเทคโนโลยีทางการแพทย์และสัตวแพทย์ (NMV) กลุ่มวิจัยการห่อหุ้มระดับนาโนและระบบนำส่งทางชีวภาพ (NCBS) นาโนเทค และคณะ ได้รับรางวัลเหรียญทอง (Gold Medal) และรางวัล NRCT Special Award “Excellent Invention” จากเวที “The 9th China (Shanghai) International Invention & Innovation Expo 2026” ปัจจุบัน Q-MAS พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เชิงพาณิชย์ เพื่อเป็นนวัตกรรมทางเลือกใหม่ในการดูแลสุขภาพโคนมอย่างยั่งยืน

ภาพ"Circular-Carbon-CATCH" ดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยกากมันสำปะหลัง

Circular-Carbon-CATCH” ดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยกากมันสำปะหลัง

การดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นความท้าทายของนักวิจัยทั่วโลก นักวิจัยจากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ประสบความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรมวัสดุดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) โดยนำวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรหรืออุตสาหกรรมอาหารอย่าง “กากมันสำปะหลัง” มาสร้างมูลค่าใหม่ สู่ “วัสดุไฮบริดคาร์บอน-เอมีน หรือ Circular-Carbon-CATCH” ด้วยเทคนิคไพโรไลซิสร่วมกับการกระตุ้นทางเคมี การขึ้นรูปเป็นเม็ดด้วยเทคนิคการอัดรีด (Extrusion) และการปรับปรุงพื้นผิวด้วยสารประกอบเอมีน (PEI) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถสูงสุดในการดักจับ CO2 ทำให้วัสดุไฮบริดคาร์บอน-เอมีนมีพื้นที่ผิวสูงถึง 1,165 m2/g และมีโครงสร้างรูพรุนขนาดเล็กมากในระดับ “ไมโครพอร์” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการดักจับ CO2 และยังรองรับโจทย์ความท้าทายสำคัญของกลุ่มเป้าหมายอย่างโรงไฟฟ้าที่ต้องทำงานได้ดีภายใต้อุณหภูมิสูง

ภาพ "Circular-Carbon-CATCH" ดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยกากมันสำปะหลัง

ผลการทดสอบประสิทธิภาพการดักจับ CO2 ในสภาวะจำลองก๊าซไอเสียสังเคราะห์จากโรงไฟฟ้าด้วยเตาปฏิกรณ์ พบว่าวัสดุนี้สามารถดูดซับ CO2 ได้สูงสุดถึง 50-70 mg/g และนำกลับมาหมุนเวียนใช้ซ้ำ (Regeneration) ได้มากกว่า 20 รอบ ซึ่งช่วยลดต้นทุนการใช้วัสดุได้อย่างมาก ในขณะเดียวกันก็ทำการพิสูจน์ประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมจริง โดยนำระบบดักจับคาร์บอนเคลื่อนที่ (CO2 capture mobile unit) ไปดักจับ CO2 ในก๊าซไอเสียจริงที่ปลดปล่อยจากโรงงานอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้า ท่ามกลางสภาวะหน้างานที่มีความผันผวนสูง ผลการทดสอบ พบว่ามีประสิทธิภาพการดักจับ CO2 สูงถึง 40-70% คิดเป็นปริมาณการลดการปลดปล่อย CO2 1.3-6.5 กิโลกรัมต่อวัน หรือ 0.5-2 ตันคาร์บอนต่อปี นอกจากนี้ การประเมินวัฏจักรชีวิต (LCA) ยังยืนยันว่า วัสดุดักจับ CO2 นี้ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคอุตสาหกรรมได้ถึง 50% โดยมีต้นทุนการดักจับ CO2 ที่ต่ำกว่าเทคโนโลยีที่ใช้งานในปัจจุบันนี้ ทำให้มีความคุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์และมีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดโลก

“Circular-Carbon-CATCH” วัสดุดูดซับไฮบริดคาร์บอน-เอมีนสำหรับการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากก๊าซเสียของโรงไฟฟ้า: การประเมินประสิทธิภาพระดับภาคสนาม โดย ดร.ดวงเดือน อาจองค์ หัวหน้าทีมวิจัยเซรามิกคะตะลิสต์และคาร์บอน กลุ่มวิจัยเซรามิกส์และวัสดุก่อสร้าง เอ็มเทค และคณะ ได้รับรางวัลเหรียญทอง (Gold Medal) และ รางวัล NRCT Special Award “Excellent Invention” จากเวที “The 9th China (Shanghai) International Invention & Innovation Expo 2026” ปัจจุบัน มีความพร้อมในการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับผู้ประกอบการ สร้างความได้เปรียบทางธุรกิจด้วยเทคโนโลยีสีเขียวที่คิดค้นและผลิตได้เองในประเทศอย่างแท้จริง

ภาพ“ACTIV-In Dot Technology” แผ่นแปะแบบพิมพ์สร้างโอกาสธุรกิจไทย

ACTIV-In Dot Technology” แผ่นแปะแบบพิมพ์สร้างโอกาสธุรกิจไทย

กระแสผลิตภัณฑ์แผ่นแปะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม แต่ในไทยยังมีช่องว่างโดยเฉพาะการเข้าถึงเครื่องมือการผลิตที่มีราคาสูงและรูปแบบของการผลิตที่ไม่เหมาะสมกับสารสำคัญ เพื่อลดช่องว่างทางการตลาด (Market Gap) ของตลาดแผ่นแปะในปัจจุบัน นักวิจัยจากศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) จึงพัฒนา “ACTIV-In Dot Technology” นวัตกรรมการขึ้นรูปแผ่นแปะด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ ซึ่งเริ่มจากการกักเก็บสารสำคัญด้วยกระบวนการเอนแคปซูเลชันให้อยู่ในรูปของผง ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและสามารถขึ้นรูปได้ด้วยกระบวนการพิมพ์แบบเลเซอร์ วัตถุดิบที่ใช้ในกระบวนการนี้เป็นวัตถุดิบที่ใช้ในเครื่องสำอางที่มีความปลอดภัยสูง เมื่อผ่านการประกอบกับแผ่นกาวทำให้เกิดชั้นการทำงาน จะได้ผลิตภัณฑ์ในรูปของแผ่นแปะ เทคโนโลยีนี้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกสารสำคัญที่สนใจในการขึ้นรูปแผ่นแปะเพื่อเป็นสูตรตำรับเฉพาะของตนเอง

นอกจากนี้ เทคโนโลยีนวัตกรรมการขึ้นรูปแผ่นแปะด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ในปัจจุบัน สามารถรองรับขนาดแผ่นแปะใหญ่ที่สุดได้มีขนาด A4 พร้อมเชื่อมต่อการใช้งานเข้ากับเครื่องวิเคราะห์สภาพผิวเพื่อออกแบบเป็นแผ่นแปะจำเพาะบุคคล และยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถออกแบบลวดลายของสารสำคัญได้ ควบคุมปริมาณสารสำคัญให้สอดคล้องกับความต้องการได้ โดยการกำหนดผ่านค่าสี RGB (อาร์ จี บี) รวมถึงสามารถเลือกชนิดของวัสดุความหนาหรือแรงยึดติดของแผ่นกาว (Backing) ได้ตามความต้องการ นับเป็นการใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ร่วมกับสารสำคัญทำให้ได้ผลิตภัณฑ์แผ่นแปะแนวใหม่ที่มีความหลากหลายและตอบสนองความต้องการของตลาด

“ACTIV-In Dot Technology” นวัตกรรมการขึ้นรูปแผ่นแปะด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ โดย ดร.ลัพธ์พร วยาจุต นักวิจัยจากทีมวิจัยนวัตกรรมเคลือบนาโน (INC) กลุ่มวิจัยวัสดุผสมและกระบวนการนาโน (HMNP) นาโนเทค และคณะ ได้รับรางวัลเหรียญทอง (Gold Medal)  จากเวที “The 9th China (Shanghai) International Invention & Innovation Expo 2026” ปัจจุบัน มีความพร้อมในการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับผู้ประกอบการกลุ่มผู้ผลิตแผ่นแปะ คลินิกหรือสถานพยาบาล และเสาะหาผู้ร่วมทดสอบแผ่นแปะที่เตรียมจากกระบวนการพิมพ์ เพื่อสร้างอาวุธให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันในตลาดที่มีกำลังซื้อสูงได้

 

แชร์หน้านี้: