หน้าแรก สวทช. – สจล.  เร่งเครื่องอัปสกิลคนรุ่นใหม่ เสริมแกร่งห่วงโซ่ EV ขานรับนโยบาย อว. for EV สู้ศึก Tech War

สวทช. – สจล.  เร่งเครื่องอัปสกิลคนรุ่นใหม่ เสริมแกร่งห่วงโซ่ EV ขานรับนโยบาย อว. for EV สู้ศึก Tech War

18 พ.ค. 2569
0
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์

ภาพ ผู้บริหารและนักวิจัยจาก สวทช. และ สจล. ร่วมงานแถลงข่าวความร่วมมือพัฒนาเทคโนโลยี EV

(วันที่ 18 พฤษภาคม 2569) ที่โถงแถลงข่าว อาคารวิจัยโยธี สวทช. กรุงเทพฯ: ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมแถลงข่าว พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การพัฒนาเทคโนโลยีด้านยานยนต์ไฟฟ้า พลังงาน และพัฒนาบุคลากร เพื่อขับเคลื่อนเทคโนโลยีขุมพลังยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาดครบวงจร พร้อมเดินหน้ายกระดับอัปสกิลบุคลากรไทยผ่านการปฏิบัติจริงและป้อนเข้าสู่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมสีเขียวอนาคต โดยมี ดร.ศราวุธ เลิศพลังสันติ รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านยานยนต์ไฟฟ้าประเทศไทย สวทช. ศ. ดร.วิษณุ เพชรภา รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม สจล. ตลอดจนคณะผู้บริหาร และทีมนักวิจัยทั้งสองหน่วยเข้าร่วมงาน

ภาพระยะใก้ล ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ  กำลังกล่าว

ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า สวทช. ได้วางรากฐานด้านระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า ผ่านศูนย์ความเป็นเลิศด้านยานยนต์ไฟฟ้าประเทศไทย (TECE) โดยการผนึกกำลังกับ สจล. ในครั้งนี้ ถือเป็นการขานรับนโยบายของ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และตอบโจทย์ยุทธศาสตร์กระทรวง อว. ในการวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) การลงทุนในเทคโนโลยีขั้นแนวหน้า (Frontier Innovation) ด้านพลังงานสีเขียว ซึ่งการทำงานร่วมกันของ สวทช. และ สจล. ภายใต้การลงนามครั้งนี้ มีภารกิจสำคัญที่สุดคือการสร้างคนเพื่อรองรับอุตสาหกรรมอนาคต ตามยุทธศาสตร์กระทรวง อว. ที่ต้องการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยและการพัฒนากำลังคนคุณภาพสูงเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม EV ได้ทันที ตามแนวคิด “เรียนได้งบจบได้งาน” ของท่านรัฐมนตรีกระทรวง อว.

ภาพระยะกว้าง ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ  กำลังกล่าว

“วันนี้ สวทช. เราทำหน้าที่เป็นเครื่องยนต์วิจัยหลักของชาติ (National Research Engine) แต่เครื่องยนต์นี้จะทรงพลังและขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้เร็วขึ้น เมื่อได้พันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญระดับสูงอย่าง สจล. มาร่วมเสริมแกร่ง ความร่วมมือกันครั้งนี้เรามุ่งเป้าที่ระบบยานยนต์ไฟฟ้าอย่างครบวงจร ตั้งแต่ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทต่าง ๆ เรือไฟฟ้า ระบบขับเคลื่อน ระบบจัดเก็บพลังงาน จนถึงโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ ซึ่งสอดรับโดยตรงกับนโยบายของท่านรัฐมนตรี อว. ที่ย้ำว่าไทยต้องชนะ Tech War โดยการเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมและใช้งานได้จริง”

ภาพใกล้ รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน กำลังกล่าว

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล. กล่าวว่า  สจล. พร้อมเป็นฟันเฟืองสำคัญในการเปลี่ยนผ่านประเทศด้วยนวัตกรรม ตอกย้ำเจตนารมณ์ในการผลักดันให้สถาบันก้าวสู่ความเป็น “The World Master of Innovation” โดยการจับมือร่วมกับ สวทช. คือ การดึงความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมขั้นสูระดับชาติของ สวทช. โดยศูนย์ TECE มาสู่การปฏิบัติจริงในภาคอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ผนวกกับความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมของ สจล. ดังนั้นจึงเป็นการรวมศักยภาพที่แข็งแกร่ง ให้กลายเป็นแพลตฟอร์มสำคัญเพื่อร่วมวิจัยและพัฒนา ทั้งระบบขับเคลื่อน (Drive Train) และระบบควบคุมอัจฉริยะ โดย สจล. พร้อมสร้างกระบวนการเรียนรู้ผ่านการทำงานจริง เช่น สหกิจศึกษา รวมถึงการทำ Up-skill และ Re-skill เพื่อสร้างบุคลากรคนรุ่นใหม่ให้มีทักษะระดับ Deep Tech ที่เชี่ยวชาญ เพื่อให้ประเทศไทยมีระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่ยั่งยืน และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างแท้จริง

ภาพ รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน กำลังกล่าว

สำหรับความร่วมมือที่ผ่านมาของ สวทช. และ สจล. ได้แก่ 1. ด้านการพัฒนากำลังคนและบุคลากรด้านยานยนต์ไฟฟ้า (EV-HRD) อาทิ โครงการ TAIST-Tokyo Tech: ร่วมมือผลิตและพัฒนาบุคลากรวิจัยระดับสูง เพื่อตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรม, การสนับสนุนนักวิจัยระดับปริญญาเอก: ร่วมเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาและดูแลนักศึกษาทุนระดับปริญญาเอกที่ศึกษาวิจัยเชิงลึกด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า, การถ่ายทอดองค์ความรู้: ผู้เชี่ยวชาญจาก สวทช. ร่วมเป็นวิทยากรพิเศษบรรยายและถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้แก่นักศึกษา สจล. และโครงการสหกิจศึกษาและฝึกงาน: เปิดรับนักศึกษาฝึกงานและสหกิจศึกษาเพื่อสร้างเสริมทักษะและประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริงในห้องปฏิบัติการและภาคอุตสาหกรรม 2.ด้านการวิจัยและนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงาน (EV & Energy Innovation) อาทิ เทคโนโลยีพลังงานสะอาด: ร่วมวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน (Hydrogen Fuel Cell) ที่ได้จากก๊าซชีวภาพ (Biogas) เพื่อต่อยอดสู่พลังงานทางเลือกแห่งอนาคต, การพัฒนาองค์ความรู้วิศวกรรม: ร่วมวิจัย พัฒนา และจัดทำผลงานตีพิมพ์ทางวิชาการ (Academic Paper) ด้านการทดสอบสมรรถนะเครื่องยนต์ เพื่อยกระดับมาตรฐานวิศวกรรมยานยนต์ และ 3. ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรมอื่น ๆ (Advanced Technology & Other Innovations)

ภาพ ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ และ รศ.ดร.คมสัน มาลีสี ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาด

ภาพ พิธีลงนามความร่วมมือระหว่าง สวทช. และ สจล. เพื่อพัฒนากำลังคนและนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ภาพ ผู้บริหารและนักวิจัยจาก สวทช. และ สจล. ร่วมงานแถลงข่าวความร่วมมือพัฒนาเทคโนโลยี EV

 

แชร์หน้านี้: