สวทช. ผนึกกำลัง สพฐ. และ สสวท. เดินหน้ายกระดับการศึกษาไทยสู่ยุคดิจิทัล จัดอบรมครูแกนนำ “ปัญญาประดิษฐ์ในชั้นเรียน ปีที่ 2” ตั้งเป้าขยายผลสู่นักเรียนกว่าแสนคนทั่วประเทศ

4 มีนาคม 2569 – สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในชั้นเรียน ปีที่ 2 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย โดยมุ่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนากำลังคนด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศผ่านระบบการศึกษาแบบครบวงจร ณ โรงแรมรอยัลเบญจา กรุงเทพมหานคร การอบรมในครั้งนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการของทั้งสามหน่วยงานเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2567 ซึ่งในปีแรกได้สร้างครูแกนนำไปแล้ว 1,500 คน จาก 750 โรงเรียน และสามารถขยายผลการเรียนรู้ไปสู่ผู้ใช้งานระบบได้มากกว่า 63,000 คน สำหรับการดำเนินงานในระยะที่ 2 นี้ โครงการได้ตั้งเป้าหมายในการขยายผลสู่โรงเรียนระดับมัธยมศึกษาจำนวน 800 โรงเรียนทั่วประเทศ ผ่านการอบรมครูแกนนำเพิ่มอีก 1,600 คน โดยมีความมุ่งหวังที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ไปสู่นักเรียนให้ได้ถึง 100,000 คน

![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
การอบรมในครั้งนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการของทั้งสามหน่วยงานเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2567 ซึ่งในปีแรกได้สร้างครูแกนนำไปแล้ว 1,500 คน จาก 750 โรงเรียน และสามารถขยายผลการเรียนรู้ไปสู่ผู้ใช้งานระบบได้มากกว่า 63,000 คน สำหรับการดำเนินงานในระยะที่ 2 นี้ โครงการได้ตั้งเป้าหมายในการขยายผลสู่โรงเรียนระดับมัธยมศึกษาจำนวน 800 โรงเรียนทั่วประเทศ ผ่านการอบรมครูแกนนำเพิ่มอีก 1,600 คน โดยมีความมุ่งหวังที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ไปสู่นักเรียนให้ได้ถึง 100,000 คน

ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. เปิดเผยว่า สวทช. มุ่งหวังที่จะเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนจากเดิมที่ใช้มาตรฐานเดียวสำหรับทุกคน (One size fits all) สู่การเรียนรู้แบบปรับเปลี่ยนได้ตามความสามารถของแต่ละบุคคล ผ่านการนำแพลตฟอร์ม LEAD Education (LEarning analytic for ADaptive Education) มาเป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้ ซึ่งเป็นระบบติดตาม วิเคราะห์ และประเมินผลการเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคล ภายในแพลตฟอร์มประกอบด้วยเครื่องมืออัจฉริยะ ได้แก่ ‘BookRoll’ สำหรับติดตามพฤติกรรมการอ่านเอกสาร ‘Adaptive Quiz’ ที่ปรับระดับคำถามให้เหมาะสมกับผู้เรียนแบบเรียลไทม์ ‘KidBright AI Simulator’ สำหรับฝึกสร้างโมเดลปัญญาประดิษฐ์ครบทั้ง 4 กระบวนการ ‘VIOLA’ สำหรับวิเคราะห์ปฏิสัมพันธ์ผ่านสื่อวิดีโอ และ ‘Teacher Dashboard’ ที่ช่วยให้ครูผู้สอนติดตามความก้าวหน้าของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นวัตกรรมเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมแนวทางการบริหารจัดการศึกษาโดยใช้ข้อมูลเป็นฐาน และมีส่วนสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

นายเอกสิทธิ์ ปิยะแสงทอง ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาการศึกษาสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ สพฐ. กล่าวถึงความสำคัญเชิงนโยบายว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือทางเทคโนโลยี แต่เป็นกลไกเชิงยุทธศาสตร์ในการพัฒนากำลังคนของประเทศให้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ (พ.ศ. 2565–2570) สพฐ. จึงได้กำหนดทิศทางการดำเนินงานโดยมุ่งบูรณาการความรู้ด้าน AI, Coding, วิทยาการคำนวณ และแนวคิด STEAM เข้าสู่ระบบการศึกษาอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งพัฒนาสมรรถนะครูให้สามารถออกแบบการเรียนรู้เชิงรุกและใช้ข้อมูลสารสนเทศเพื่อพัฒนาการเรียนรู้รายบุคคล โครงการนี้ถือเป็นโครงการระดับเรือธงของ สพฐ. ที่มุ่งสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ด้าน AI อย่างครบวงจร ซึ่งไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการนำปัญญาประดิษฐ์มาเป็นเครื่องมือช่วยจัดการเรียนการสอนเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการสอนให้ผู้เรียนเข้าใจถึงแก่นแท้ของเทคโนโลยีเพื่อให้นักเรียนสามารถสร้างและพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ของตนเองได้อย่างมีจริยธรรม นอกจากนี้ สพฐ. ยังได้เปิดแนวทางให้นำรายวิชาเพิ่มเติมปัญญาประดิษฐ์ไประบุลงในเอกสารแสดงผลการเรียน (ปพ.) ของนักเรียนได้ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ในประเทศไทย ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสและความได้เปรียบให้แก่เยาวชนในการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าการเตรียมความพร้อมในวันนี้ จะทำให้เด็กไทยไม่ตกเป็นเพียงผู้บริโภคเทคโนโลยีอย่างถาวร แต่ก้าวขึ้นเป็นผู้สร้างสรรค์และมีสิทธิบัตรด้านนวัตกรรมเป็นของตนเองในอนาคต

ดร.ชัยวุฒิ เลิศวนสิริวรรณ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สสวท. กล่าวเสริมถึงบทบาทในการบูรณาการความร่วมมือว่า ความสำเร็จของโครงการเกิดจากการผสานความเชี่ยวชาญของทั้งสามหน่วยงาน โดย สวทช. สนับสนุนด้านเทคโนโลยี สพฐ. ดูแลและสนับสนุนสถานศึกษา ในขณะที่ สสวท. รับผิดชอบด้านการพัฒนาเนื้อหาหลักสูตร ปัจจุบัน สสวท. ได้จัดทำหลักสูตรปัญญาประดิษฐ์เป็นรายวิชาเพิ่มเติมที่ถือเป็นสื่อหลักของโรงเรียน ครอบคลุมตั้งแต่ระดับประถมศึกษาตอนปลาย มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งนับเป็นหลักสูตรด้านปัญญาประดิษฐ์ระดับต้นๆ ของโลกที่มีการจัดการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งให้ข้อคิดทิ้งท้ายถึงความท้าทายของโครงสร้างประชากรไทยในปัจจุบันที่มีอัตราการเกิดลดลงและกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย การเร่งสร้างและพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีขั้นสูงให้แก่เยาวชน จึงถือเป็นวาระเร่งด่วนในการยกระดับทรัพยากรบุคคลให้มีคุณภาพและมีศักยภาพสูง เพื่อเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน


ความร่วมมือระหว่าง สวทช. สพฐ. และ สสวท. ในครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการศึกษาไทยให้ก้าวทันยุคดิจิทัล การส่งเสริมความรู้และทักษะด้านเทคโนโลยีให้แก่ครูผู้สอน จะช่วยขยายผลองค์ความรู้ไปสู่นักเรียนเป้าหมายกว่า 100,000 คนทั่วประเทศ นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังสะท้อนถึงแนวทางการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาโดยใช้เทคโนโลยีเป็นฐาน ควบคู่ไปกับการเตรียมความพร้อมให้เยาวชนมีทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 เพื่อให้สามารถประยุกต์ใช้และสร้างสรรค์เทคโนโลยีได้อย่างมีจริยธรรม และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป












