ENTEC สวทช. และ TESTA เปิดเวทีอบรม BESS ระดับอาเซียน ยกระดับศักยภาพนักพัฒนาโครงการพลังงานสะอาด หนุนเป้า APAEC 2026–2030

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ: ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสมาคมเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานไทย (TESTA) ร่วมกับ สำนักเลขาธิการอาเซียน จัดเวทีการอบรมเชิงปฏิบัติการ “Capacity Building Workshop on Battery Energy Storage Systems (BESS) for Clean Energy Project Developers in ASEAN” ภายใต้ความร่วมมือของสหภาพยุโรป ผ่านโครงการ Technical Assistance Facility to the Green Team Europe Initiative (TAF-GTEI) เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถด้านเทคนิค การเงิน และการพัฒนาโครงการระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้า (BESS) ให้กับผู้พัฒนาโครงการพลังงานสะอาดในภูมิภาคอาเซียน ตอบโจทย์การเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าและการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนอย่างยั่งยืน

กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือภายใต้แผนปฏิบัติการด้านพลังงานอาเซียน (APAEC) 2026–2030 ที่มุ่งส่งเสริมการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนและการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid: APG) โดยเล็งเห็นว่าเทคโนโลยี BESS เป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้ารองรับการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวนและสนับสนุนการซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดน โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 40 คน จากประเทศสมาชิกอาเซียน ประกอบด้วยผู้พัฒนาโครงการพลังงานสะอาด ภาคเอกชน ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้า ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลและวางแผนพลังงาน โดยเนื้อหาการอบรมครอบคลุมตั้งแต่เทคโนโลยีแบตเตอรี่ การออกแบบและบูรณาการระบบ การใช้งานในรูปแบบต่าง ๆ เช่น Utility-scale, Behind-the-meter และ Microgrid ไปจนถึงการประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ (Techno-economic Evaluation) การวิเคราะห์ CAPEX/OPEX การคำนวณ NPV, IRR และระยะเวลาคืนทุน

ดร.สุมิตรา จรสโรจน์กุล ผู้อำนวยการ ENTEC สวทช. เปิดเผยในโอกาสกล่าวเปิดงานว่า ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage Systems: BESS) กำลังมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อเสถียรภาพของโครงข่ายไฟฟ้า และการรองรับพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคอาเซียน เวทีอบรมครั้งนี้จัดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญที่ประเทศสมาชิกอาเซียนกำลังขับเคลื่อนเป้าหมายตามแผนความร่วมมือด้านพลังงานอาเซียน (APAEC 2026–2030) ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยระบบไฟฟ้าที่มีความยืดหยุ่นและมั่นคงมากขึ้น โดย BESS ถือเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่จะช่วยเสริมความมั่นคงทางพลังงาน เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม ในฐานะหน่วยงานแกนกลางด้านเทคโนโลยีพลังงานของประเทศ ENTEC สวทช. มุ่งขับเคลื่อนการนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาดขั้นสูงไปสู่การใช้งานจริง ผ่านงานวิจัย นวัตกรรม และการถ่ายทอดสู่ภาคอุตสาหกรรม เราทำงานใกล้ชิดกับภาคีเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้เชิงเทคนิคกับมิติด้านนโยบายและตลาด ขณะเดียวกัน สมาคมเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานไทย (TESTA) โดยมี ดร.พิมพา ลิ้มทองกุล นายกสมาคมฯ และผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมพลังงาน ENTEC สวทช. มีบทบาทสำคัญในการประสานภาคอุตสาหกรรมและภาคเอกชนด้านเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานของไทย เข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์จริงจากการพัฒนาและติดตั้งระบบ BESS ทั้งในระดับยูทิลิตี้ ระดับอุตสาหกรรม (behind-the-meter) และระบบไมโครกริด สนับสนุนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้กำหนดนโยบายในภูมิภาค

ดร.สุมิตรา กล่าวต่อว่า ความร่วมมือระหว่างสหภาพยุโรปและอาเซียนในลักษณะนี้ไม่เพียงเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีพลังงานขั้นสูงเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถของบุคลากร หน่วยงานกำกับดูแล และภาคอุตสาหกรรมในภูมิภาค ให้สามารถปรับตัวต่อบริบทพลังงานโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างมั่นคง การบูรณาการความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี มาตรฐาน ความปลอดภัย กลไกทางการเงิน และนโยบายสนับสนุนจากทั้งสองภูมิภาค จะช่วยเร่งให้เกิดความก้าวหน้าเชิงรูปธรรม นำไปสู่ระบบพลังงานที่มีความยืดหยุ่น เชื่อมโยงถึงกัน และยั่งยืนในระยะยาว พร้อมรองรับการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ








