หน้าแรก เกี่ยวกับ สวทช. ข้อมูลเผยแพร่ กิจกรรม สวทช. วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการศึกษาและคุณภาพชีวิตสำหรับผู้ด้อยโอกาส สวทช. ร่วมมือ วศ. บูรณาการความและโรงเรียนตะกั่วป่า เสนานุกูล ส่งเสริมเยาวชนอนุรักษ์ผักลิ้นห่านชายฝั่งทะเลอันดามัน
สวทช. ร่วมมือ วศ. บูรณาการความและโรงเรียนตะกั่วป่า เสนานุกูล ส่งเสริมเยาวชนอนุรักษ์ผักลิ้นห่านชายฝั่งทะเลอันดามัน
10 ก.พ. 2569
0
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการศึกษาและคุณภาพชีวิตสำหรับผู้ด้อยโอกาส
อาจเป็นรูปภาพของ หนึ่งคนขึ้นไป, โรงพยาบาล และ ข้อความพูดว่า "က္သးနခါ Geet 四 ..REA วศ. บูรณาการความร่วมมือ สวทช. และโรงเรียนตะทั่วป่า เสนานุกูล ส่งเ ส่งเสริม เยาวชน อนุรัก อนุรักษ์ผักลิ้นห่านชายฝั่งทะเล ห่า ฝั่งทะเล ะเล อันดามัน www.dss.go.th กรมวิทยาศาสตร์บริการ :022017000 2201 7000"
     วันที่ 21 มกราคม 2569 กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) โดย คณะทำงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี – กรมวิทยาศาสตร์บริการ (อพ.สธ.-วศ.) และ ทีมวิจัยสถาบันห้องปฏิบัติการอ้างอิงแห่งชาติ (สอช.) ลงพื้นที่เข้าพบ นายสาธิต วรรณพบ รองผู้อำนวยการ และคณะอาจารย์โรงเรียนตะกั่วป่า เสนานุกูล จังหวัดพังงา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางความร่วมมือ การส่งเสริมเยาวชนอนุรักษ์ผักพื้นเมืองบริเวณด้านชายฝั่งทะเลอันดามัน โดยเฉพาะผักลิ้นห่าน มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ Launaea sarmentosa ซึ่งเป็นเป็นพืชล้มลุกพื้นถิ่นในกลุ่มหญ้าทะเลที่มีมูลค่าสูงและหายาก อีกทั้งยังกำลังอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจากปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในจังหวัดพังงาที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น เหตุจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และคลื่นลมแรง, น้ำทะเลหนุนสูง, และโครงสร้างป้องกันชายฝั่งที่ผิดวิธี โดยเฉพาะบริเวณ อ.ตะกั่วป่า (เกาะคอเขา, หาดนางทอง) และ อ.ท้ายเหมือง รวมถึงการขยายตัวของการท่องเที่ยวและการกว้านซื้อที่ดิน ส่งผลให้พื้นที่ชายหาดสูญเสียและแผ่นดินหายไป ทำให้ผักลิ้นห่านที่ขึ้นตามหาดทรายลดจำนวนลงอย่างรวดเร็วและมีความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ในระยะเวลาอันใกล้
อาจเป็นรูปภาพของ ตู้ป้องกันความเย็น และ ต้นกล้า
     ปัจจุบันทางโรงเรียนตะกั่วป่า เสนานุกูลได้รับการสนับสนุนจาก สวทช. ในการพัฒนาและจัดตั้งห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชระดับโรงเรียน ส่งเสริมให้นักเรียนพัฒนาทักษะด้านวิทยาศาสตร์ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์พืชท้องถิ่น และเป็นต้นแบบหรือศูนย์กลางการจัดการเรียนรู้ด้านการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชแก่โรงเรียนอื่น ๆ ในภูมิภาค ซึ่งผักลิ้นห่านเป็นหนึ่งในพืชท้องถิ่นหายากของจังหวัด ทางโรงเรียนจึงมีเป้าหมายในการขยายพันธุ์ผักลิ้นห่าน เพื่อการอนุรักษ์และต่อยอดการใช้ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจ รวมถึงการขึ้นทะเบียนภูมิศาสตร์ (GI) ในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับกิจกรรมการอนุรักษ์พืชท้องถิ่นฯ ที่ทาง วศ. ได้ดำเนินการสนองพระราชดำริ ตามแผนแม่บท อพ.สธ. ระยะ 5 ปีที่เจ็ด อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา
อาจเป็นรูปภาพของ หนึ่งคนขึ้นไป และ แคลริเน็ต
     นอกจากนั้นทางคณะอาจารย์ ได้นำคณะทำงานฯ วศ. เข้าสำรวจแปลงเพาะปลูกผักลิ้นห่านเพื่อการอนุรักษ์ภายในพื้นที่โรงเรียน พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างผักจากแปลงปลูกของโรงเรียนและพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน อำเภอท้ายเหมือง เพื่อนำมาทดสอบคุณค่าทางโภชนาการและสารองค์ประกอบสำคัญ สำหรับใช้เป็นข้อมูลเพื่อกำหนดแนวทางในการวิจัยและพัฒนาเพื่อการอนุรักษ์ และการนำไปใช้ประโยชน์เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนในพื้นที่ต่อไป
10 ก.พ. 2569
0
แชร์หน้านี้: