‘AgriNEXT’ บูรณาการ ‘IoT–ดาวเทียม–AI’ เพื่อการทำเกษตรอัจฉริยะแบบแม่นยำด้วยฐานข้อมูล

ปัจจุบันแวดวงการเกษตรเริ่มนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลาย เช่น การจัดเก็บข้อมูลสภาพแวดล้อมในพื้นที่เพาะปลูก การดูแลพืชด้วยระบบอัตโนมัติ การใช้ AI วินิจฉัยโรคพืช แต่โดยส่วนใหญ่เทคโนโลยีเหล่านี้ยังทำงานแยกจากกัน ทำให้ขาดบูรณาการและใช้ฐานข้อมูลเพื่อการทำเกษตรแม่นยำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พัฒนา AgriNEXT (อะกริเน็กซต์) แพลตฟอร์มจัดเก็บข้อมูลการเกษตรจากอุปกรณ์ที่ติดตั้งในพื้นที่เพาะปลูกและข้อมูลจากดาวเทียม เพื่อประมวลผลและวางแผนการทำเกษตรด้วย AI

ดร.โอภาส ตรีทวีศักดิ์ นักวิจัยทีมวิจัยเทคโนโลยีเกษตรดิจิทัล เนคเทค สวทช. อธิบายว่า AgriNEXT คือ โครงการวิจัยที่ต่อยอดจากผลงาน WiMaRC (Wireless sensor network for Management and Remote Control: WiMaRC) หรือไวมาก ซึ่งเป็นระบบตรวจวัดและจัดเก็บข้อมูลสภาวะแวดล้อมในพื้นที่เพาะปลูกแบบอัตโนมัติและเรียลไทม์ ตัวอย่างข้อมูลที่จัดเก็บได้ เช่น อุณหภูมิและความชื้นในอากาศ อุณหภูมิและความชื้นในดิน ความเข้มแสง ความเร็วลม ทิศทางลม ปริมาณน้ำฝน รวมถึงภาพถ่ายพื้นที่เพาะปลูก เพื่อให้เกษตรกรตรวจสอบข้อมูลได้สะดวกทุกที่ทุกเวลาผ่านสมาร์ตโฟน

“AgriNEXT เป็นโครงการวิจัยเพื่อบูรณาการฐานข้อมูลที่ได้จาก WiMaRC และเทคโนโลยี REM (Remote Environmental Monitoring) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำหรับติดตามและเฝ้าระวังข้อมูลสภาพแวดล้อมจากทางไกล โดยได้ผนวกเอาข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมมาใช้ติดตามและประเมินสภาพแวดล้อมในพื้นที่เพาะปลูก เช่น ความหนาแน่นของพืช การเจริญเติบโตของพืช สุขภาพพืช อุณหภูมิและความชื้นผิวดิน รูปแบบการใช้พื้นที่เพาะปลูก ซึ่ง AgriNEXT จะนำข้อมูลจาก WiMaRC และข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมมาประมวลร่วมกันด้วย AI”

ตัวอย่างข้อมูลที่ AgriNEXT ประมวลผลได้ เช่น การตอบสนองของพืชต่อสภาพแวดล้อม ใช้เพื่อการบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูก ทั้งการให้น้ำ ปุ๋ย ยา รวมถึงการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในพื้นที่อย่างแม่นยำและตรงจุด นำไปสู่การทำเกษตรกรรมอย่างยั่งยืนและลดการปล่อยคาร์บอน ทั้งนี้ผลที่ได้จากการติดตามข้อมูลยังใช้คาดการณ์ผลผลิตได้ด้วย
ดร.โอภาส อธิบายว่า การปลูกพืชในแต่ละรอบการผลิต เกษตรกรจะต้องเผชิญความเสี่ยงที่ยากต่อการควบคุมทั้งจากการแปรปรวนของสภาพอากาศ โรคระบาด นอกจากนี้การปรับเปลี่ยนปัจจัยการผลิต เช่น ประเภทสารบำรุง สารกำจัดศัตรูพืช เทคนิคการเพาะปลูก ก็ล้วนส่งผลต่ออัตราการเจริญเติบโตของพืชได้ทั้งสิ้น AgriNEXT จึงเป็นเทคโนโลยีที่จะมาตอบโจทย์เรื่องการเก็บข้อมูลตัวแปรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงช่วยประมวลผลข้อมูล เพื่อให้ผู้ประกอบการมีชุดข้อมูลสำคัญสำหรับใช้วิเคราะห์และรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเท่าทันและมีประสิทธิภาพ
“ตัวอย่างการใช้งานเทคโนโลยี คือ ในช่วงปี 2568 ทีมวิจัยได้ร่วมกับสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) สวทช. นำ AgriNEXT ไปใช้ติดตามประสิทธิภาพการใช้งานปุ๋ยควบคุมการปลดปล่อยธาตุอาหาร NANO nCote ที่พัฒนาโดยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. ในการบำรุงต้นข้าวที่เพาะปลูกในแปลงทดลองที่จังหวัดร้อยเอ็ดและศรีสะเกษ ภายใต้โครงการทุ่งกุลาม่วนซื่น โดยข้อมูลที่ได้ คือ อัตราการเจริญเติบโตของข้าวทั้งที่บำรุงด้วยปุ๋ย NANO nCote และที่บำรุงด้วยปุ๋ยทั่วไปในแต่ละช่วงภายใต้สภาพแวดล้อมปีนั้น เพื่อนำมาใช้วัดประสิทธิภาพของปุ๋ย NANO nCote และพัฒนาแนวทางส่งเสริมการทำเกษตรกรรมยั่งยืนต่อไป”


ปัจจุบันแพลตฟอร์ม AgriNEXT ยังอยู่ในขั้นตอนการวิจัยและพัฒนา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลและประยุกต์ใช้งานได้หลากหลายยิ่งขึ้น
ดร.โอภาส อธิบายทิ้งท้ายถึงแนวโน้มการขับเคลื่อนเทคโนโลยี AgriNEXT ไปสู่การใช้งานจริงในอนาคตว่า เทคโนโลยี AgriNEXT เหมาะสำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเกษตรที่มีพื้นที่การเกษตรแบบเปิด และต้องการใช้งานระบบประมวลผลเพื่อการทำเกษตรแม่นยำ รวมถึงระบบตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อการวิจัย พัฒนา และปรับปรุงกระบวนการผลิตในแต่ละรอบให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงรับมือสถานการณ์ความแปรปรวนของสภาพแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม ตัวอย่างพืชเศรษฐกิจที่เหมาะแก่การใช้เครื่องมือนี้ในการติดตาม เช่น ข้าว อ้อย ทุเรียน มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ยางพารา
สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจใช้งานแพลตฟอร์ม AgriNEXT ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับเทคโนโลยีเพื่อวางแผนบูรณาการการใช้งานเทคโนโลยีตั้งแต่วันนี้ได้ที่ ดร.โอภาส ตรีทวีศักดิ์ นักวิจัยทีมวิจัยเทคโนโลยีเกษตรดิจิทัล เนคเทค สวทช. อีเมล opas.trithaveesak@nectec.or.th หรือเบอร์โทรศัพท์ 08 5045 2920


เรียบเรียงโดย ภัทรา สัปปินันทน์ ฝ่ายสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์ สวทช.
อาร์ตเวิร์กโดย ภัทรา สัปปินันทน์
ภาพประกอบโดย ภัทรา สัปปินันทน์ และภาพจาก Shutterstock








