สวทช. ชูนวัตกรรม “AI การแพทย์เชิงป้องกัน” รับมือสังคมสูงวัย หนุนนโยบาย Wellness Economy เปลี่ยนไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพแห่งอนาคต

(วันที่ 14 พฤษภาคม 2569) ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร: ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้รับเกียรติให้เป็นวิทยากรหลัก (Keynote Speaker) ในการเปิดงานประชุมวิชาการนานาชาติ AUA Postgraduate Academic Forum ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-16 พฤษภาคม 2569 ชูแนวคิดพลังเทคโนโลยี AI และชีวสารสนเทศ พลิกโฉมการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ เน้นหลักการ “ป้องกันก่อนป่วย” เพื่อยืดช่วงเวลาสุขภาพดีให้คนไทย ขานรับแนวคิดเศรษฐกิจเพื่อสุขภาพ (Wellness Economy) ของรัฐบาล โดยได้ถ่ายทอดมุมมองสำคัญในหัวข้อ “การเสริมพลังการดูแลสุขภาพด้วยนวัตกรรม AI สำหรับสังคมสูงวัย” เพื่อชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยีจะเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาโครงสร้างประชากรที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป
![]() |
![]() |
ในโอกาสนี้ ผู้อำนวยการ สวทช. เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” (Super-Aged Society) อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อทั้งระบบเศรษฐกิจและสาธารณสุข เมื่อผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ระบบสาธารณสุขไทยต้องแบกรับภาระค่ารักษาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) จำนวนมาก หากเรายังใช้วิธีการดูแลสุขภาพแบบเดิมที่เน้นการ “รอให้ป่วยแล้วค่อยรักษา” ภาระค่าใช้จ่ายและกำลังคนทางการแพทย์อาจไม่เพียงพอ ดังนั้น การพัฒนานวัตกรรม “Preventive Medical AI” หรือ AI เพื่อการแพทย์เชิงป้องกันซึ่งเป็นการใช้ปัญญาประดิษฐ์เข้ามาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกทั้งจากรหัสพันธุกรรมและพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพื่อพยากรณ์ความเสี่ยงของโรคเรื้อรังต่างๆเช่นเบาหวานหรืออัลไซเมอร์ก่อนที่อาการจะปรากฏช่วยให้แพทย์และประชาชนวางแผนป้องกันและดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคลได้อย่างแม่นยำ
“หัวใจสำคัญไม่ใช่เพียงการทำให้คนไทยมีอายุยืนยาวขึ้นเท่านั้น แต่ต้องเป็นช่วงอายุที่มีสุขภาพแข็งแรงและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่ง AI จะช่วยให้เราเปลี่ยนจากผู้ป่วยติดเตียง มาเป็นผู้สูงอายุที่ยังมีไฟและมีพลัง (Active Elders) ในการขับเคลื่อนสังคมต่อไป” ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ กล่าวเน้นย้ำ และกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ “จีโนมิกส์และ AI” ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่จะเป็นอาวุธสำคัญที่จะช่วยให้คนไทยไม่ต้องเผชิญกับภาวะป่วยเรื้อรังในบั้นปลายชีวิต จึงถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องเปลี่ยนเข็มทิศทางการแพทย์ จากเดิมที่เน้นการตั้งรับ “รอรักษาเมื่อป่วย” มาเป็น “การดูแลเชิงรุก” เพื่อป้องกันก่อนป่วยด้วยเทคโนโลยีจีโนมิกส์หรือการถอดรหัสพันธุกรรม ผสมผสานกับพลังของ AI ที่สามารถวิเคราะห์ความเสี่ยงของโรคเฉพาะบุคคลในระดับโมเลกุล ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถยืดช่วงเวลาของการมีสุขภาพแข็งแรง (Healthspan หรือ Wellspan) ออกไปให้ยาวนานที่สุด เพื่อให้ผู้สูงอายุไทยเปลี่ยนสถานะจาก “ผู้พึ่งพา” มาเป็น “Active Elders” ที่ยังมีพลังขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจต่อไป
ทั้งนี้ การขับเคลื่อนดังกล่าวยังเป็นการขานรับนโยบายการผลักดันเศรษฐกิจเพื่อสุขภาพ (Wellness Economy) ให้เป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนประเทศ มุ่งเน้นการใช้นวัตกรรมฝีมือคนไทยมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมการแพทย์และบริการสุขภาพ ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมการดูแลสุขภาพในภูมิภาค ดึงดูดการลงทุนและสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศในระยะยาว และจะเป็นการสร้าง “รากฐานข้อมูลสุขภาพที่ปลอดภัยสำหรับคนไทย” เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้มาต่อยอดสู่การรักษาที่ล้ำสมัยในอนาคต เช่น การจำลองร่างกายในรูปแบบดิจิทัลเพื่อทดสอบผลของยา และการออกแบบโภชนาการที่เหมาะสมกับคนไทยโดยเฉพาะ เพื่อให้มั่นใจว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะเข้าถึงคนไทยทุกคนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
![]() |
![]() |
ผู้อำนวยการ สวทช. ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “ความท้าทายของสังคมสูงวัยไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นโอกาสที่เราจะใช้ความล้ำสมัยของวิทยาศาสตร์มาสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเท่าเทียม พร้อมกับขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน“ และการขับเคลื่อนความมั่นคงทางสุขภาพ ผ่านการสร้างฐานข้อมูลพันธุกรรมคนไทยที่ปลอดภัย (Sovereign Data Foundation) เพื่อนำมาพัฒนาแนวทางการรักษาที่แม่นยำและตอบโจทย์ของคนไทยโดยเฉพาะ เช่น การสร้างร่างกายจำลองดิจิทัล (Digital Twin) เพื่อทดสอบผลของยา ซึ่งถือเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของวงการแพทย์ไทย
การประชุมวิชาการนานาชาติ 2025 AUA Postgraduate Academic Forum จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “AI & Bioinformatics in the Study of Biology of Aging and Age-Related Diseases” โดยความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยแห่งเอเชีย (Asian Universities Alliance: AUA) เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนงานวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์และชีวสารสนเทศในการศึกษาชีววิทยาการสูงวัย พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนิสิตบัณฑิตศึกษาและนักวิจัยจากสถาบันชั้นนำทั่วภูมิภาคเอเชีย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14–16 พฤษภาคม 2569 ณ อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
![]() |
![]() |














