1 ส.ค. 60 กรุงเทพฯ : กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) และโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP:ไอแทป) ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข จัดสัมมนา “การสร้างตลาดอุตสาหกรรมสมุนไพร (Local Wisdom to Global Value)” ภายใต้ “โครงการ NANOVATION การเพิ่มมูลค่าสมุนไพรไทยด้วยนวัตกรรมนาโนเทคโนโลยี เพื่อการสร้างตลาดสารสกัดให้กลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพรด้วยนาโนเทคโนโลยี”

เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพร ยาแผนโบราณ อุตสาหกรรมอาหาร และอุตสาหกรรมเครื่องสำอางที่ใช้นาโนเทคโนโลยี สร้างศักยภาพการแข่งขันและใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบสมุนไพรเพิ่มขึ้น ทั้งในด้านกระบวนการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม และการส่งเสริมการตลาด ตลอดจนเกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากหน่วยงานวิจัยต่างๆ ไปสู่ภาคอุตสาหกรรม

ดร.วรรณี ฉินศิริกุล ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า งานสัมมนาการสร้างตลาดอุตสาหกรรมสมุนไพร หรือ Local Wisdom to Global Value เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “การสร้างตลาดสารสกัดให้กลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพรด้วยนาโนเทคโนโลยี” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภายใต้แผนงานบูรณาการขับเคลื่อนสมุนไพรเชิงเศรษฐกิจและโครงการเมืองสมุนไพรกลุ่มจังหวัด ซึ่งผู้ดำเนินงานหลักคือ สวทช. โดยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) ร่วมกับ โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP:ไอแทป) เพื่อส่งเสริม สนับสนุน ร่วมแก้ไขปัญหาและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยนำองค์ความรู้จากงานวิจัยและพัฒนามาใช้กับภาคอุตสาหกรรมเครื่องสำอางจากสมุนไพร โดยได้เสนอแผนงานที่สำคัญในการเร่งรัดการลงทุนยกระดับเทคโนโลยีในภาคอุตสาหกรรมอย่างเร่งด่วนคือ การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการผลิตในภาคอุตสาหกรรมสู่การแข่งขันในตลาดโลก ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีที่ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาพืชสมุนไพรไทยให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสมุนไพร ตามแผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2560 - 2564 โดยมุ่งเน้น 4 สมุนไพรหลัก ได้แก่ บัวบก ขมิ้นชัน กระชายดำ และไพล”

“นาโนเทค สวทช. จะร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรที่มีความเป็นเลิศในด้านเครื่องสำอางและสมุนไพร สนับสนุนการสร้างนวัตกรรมสำหรับสินค้าเครื่องสำอางและเวชสำอางที่ได้จากสารสกัดสมุนไพรไทยโดยใช้นาโนเทคโนโลยีเข้าไปช่วย ได้แก่ การสกัดสารออกฤทธิ์ การพัฒนาอนุภาคนาโน การพัฒนาสูตรตำรับ รวมถึงการวิเคราะห์ทดสอบสารออกฤทธิ์ โดยมุ่งเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลผิวและย้อนวัย เพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมตลาดของสารสกัดและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทยให้มีมูลค่าเพิ่ม

ตอบสนองความต้องการพื้นฐานของประชาชนในประเทศ สร้างโอกาสและรายได้ให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง ทั้งนี้ จากข้อมูลสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร ปี พ.ศ. 2559 พบว่า ประเทศไทยมีมูลค่าการใช้และส่งออกสมุนไพรไทยโดยรวมกว่า 240,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นกลุ่มเครื่องสำอาง 140,000 ล้านบาท กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 80,000 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์สปา 10,000 ล้านบาท และยาแผนโบราณและแพทย์แผนไทย 10,000 ล้านบาท ดังนั้น อุตสาหกรรมสมุนไพรในประเทศโดยเฉพาะ SME จึงต้องปรับตัวให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภคและสภาพการแข่งขันในตลาดเพื่อความอยู่รอด โดยหันมาผลิตสินค้าที่มีเอกลักษณ์ โดดเด่นและแตกต่างจากสินค้าในท้องตลาด เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันกับสินค้าของโรงงานผลิตขนาดใหญ่ที่ได้เปรียบทั้งแง่ต้นทุนและการตลาด โดยเน้นตลาดเฉพาะเจาะจงหรือนิชมาร์เก็ตให้มากขึ้น” ดร.วรรณี ฉินศิริกุล กล่าว

ทั้งนี้ ภายในงานสัมมนา นอกจากมีการให้ความรู้ถึงแผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2560 - 2564 แนวโน้มและศักยภาพของผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย การวิเคราะห์ Big Data เพื่อเจาะลึกและสร้างโอกาสทางการตลาดสมุนไพร การเสวนาโอกาสและความท้าทายของอุตสาหกรรมสมุนไพร และนาโนเทคโนโลยีกับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญแล้ว นาโนเทค และโปรแกรม ITAP ยังมีการเปิดรับสมัครผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการสมุนไพรสู่เชิงพาณิชย์ และรับโจทย์ความต้องการจากผู้เข้าร่วมสัมมนากว่า 300 คนจากกลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพร ยาแผนโบราณ อุตสาหกรรมอาหาร และอุตสาหกรรมเครื่องสำอางที่ใช้นาโนเทคโนโลยีด้วย

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

nsd

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป