อบรบครูเตรียมความพร้อมค่ายวิทยาศาสตร์นักเรียนบกพร่องทางการเห็น

มูลนิธิเทคโนดโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) และสำนักงานบริหารงานการศึกษาพิเศษ โดยโรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่เป็นตัวแทนจากสำนักผู้ดำเนินการหลักในการจัดกิจกรรมการอบรมออนไลน์ เรื่อง การจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นเพื่อเตรียมการจัดค่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น ระหว่างวันที่ 27 – 29 กันยายน 2564

โดยได้รับเกียรติจากนางสาววันทนีย์ พันธชาติ กรรมการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ กล่าวรายงานความเป็นมาและการสนับสนุนการดำเนินงาน ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ กล่าวสนับสนุนการดำเนินงาน ดร.ประมวล พลอยกมลชุณห์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวสนับสนุนการดำเนินงาน และนางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กล่าวเปิดการอบรม ซึ่งมีทีมวิทยากรจากหน่วยงานพัทธมิตรเข้าร่วมมากมาย ได้แก่ สวทช. อพวช. สสวท. วิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือฯ และมูลนิธิสอนคนตาบอดลำปาง

ในการอบรมครั้งนี้จะแบ่งเป็น 6 กิจกรรมหลักได้แก่ 1.กิจกรรม “คนเล่นตัว” 2.กิจกรรม “เคมี รีแอค” 3.กิจกรรม ” โมเมนต์สนุกสนาน ” 4.กิจกรรม “STEAM in Action: COVID-19 : สนุกกับเกมและกิจกรรมสะเต็มศึกษาผ่านปรากฏการณ์การระบาด COVID-19” 5.กิจกรรมการ “ฟิสิกส์ในท่อ” และ 6.กิจกรรม “Herb หอม หอม” ซึ่งวิทยากรจะช่วยเตรียมความพร้อมให้กับคุณครู เพิ่มทักษะการใช้เครื่องมือต่าง ๆ ในการทำกิจกรรม ครูจะสามารถช่วยเป็นพี่เลี้ยงเด็กในการทำกิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นในรูปแบบออนไลน์ซึ้่งจะดำเนินการจัดกิจกรรมต่อไป

อบรมหลักสูตรหลักสูตรจิตอาสา-จิตสาธารณะ โครงการเสริมสร้างขีดความสามารถของครูและเด็กนักเรียนในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม

โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ภายใต้มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ธนาคารฮ่องกง แอนด์ เซี่ยงไฮ้ แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ธนาคาร HSBC) และมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย ดำเนินงาน “โครงการเสริมสร้างขีดความสามารถของครูและเด็กนักเรียนในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม” มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศโดยเฉพาะสื่อออนไลน์อย่างปลอดภัย สร้างสรรค์ และรู้เท่าทัน รวมถึงเรียนรู้การบริหารจัดการการเงิน และให้เยาวชนได้ทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ เหมาะสมกับช่วงวัย ได้จัดอบรมหลักสูตรหลักสูตรจิตอาสา-จิตสาธารณะในวันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2564 โดยหลักสูตรดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการ รับผิดชอบต่อสังคม มีสํานึกในระบบคุณธรรม และจริยธรรมที่ดีงามและมีความเต็มใจที่ช่วยเหลือสังคม ให้แก่เยาวชนและครู ของสถานพินิจฯ / ศูนย์ฝึกฯ ทั้งสิ้น 21 แห่ง จำนวน 233 คน เยาวชนที่ผ่านการอบรมดังกล่าว ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการช่วยเหลือสังคม การเสียสละตนเพื่อส่วนรวม การทำกิจกรรมเพื่อสาธารณะ ฯลฯ

การอบรมออนไลน์หลักสูตรการเงินการออม โครงการเสริมสร้างขีดความสามารถของครูและเด็กนักเรียนในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม

มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย ได้ดำเนินโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ตั้งแต่ปี 2554 และในปี 2564 มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ ได้รับทุนสนับสนุนจากธนาคารฮ่องกง แอนด์ เซี่ยงไฮ้ แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ธนาคาร HSBC) ในการดำเนิน “โครงการเสริมสร้างขีดความสามารถของครูและเด็กนักเรียนในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติิธรรม” มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศโดยเฉพาะสื่อออนไลน์อย่างปลอดภัย สร้างสรรค์ และรู้เท่าทัน รวมถึงเรียนรู้การบริหารจัดการการเงิน และให้เยาวชนได้ทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ เหมาะสมกับช่วงวัย
โครงการฯ ได้พัฒนาหลักสูตรอบรมให้แก่เยาวชนในสถานพินิจฯ เพื่อพัฒนาความสามารถในการบริหารจัดการการเงิน การใช้สื่อเทคโนโลยีอย่างปลอดภัย เพื่อสื่อสารสาธารณะ สร้างเสริมรายได้และประกอบอาชีพ จำนวน 9หลักสูตร ดังนี้ (1) หลักสูตรการเงินการออม (2) หลักสูตรการทำบัญชีรับ-จ่าย (3) หลักสูตรจิตอาสา-จิตสาธารณะ (4) หลักสูตรรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล (5) หลักสูตรการตลาดเบื้องต้น (6) หลักสูตรการขายของออนไลน์ (7) หลักสูตร การทำแผ่นป้ายโฆษณา (8 ) หลักสูตรการทำอินโฟกราฟฟิก และ (9) หลักสูตรการเป็น Youtuber
วันที่ 19 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา โครงการฯ ได้จัดอบรมหลักสูตรที่ 1และ 2 หลักสูตรการเงินการออม และหลักสูตรการทำบัญชีรับจ่าย ให้แก่เยาวชนและครู ของสถานพินิจฯ / ศูนย์ฝึกฯ ทั้งสิ้น 19 แห่ง จำนวน 224 คน ภายหลังการอบรมเยาวชนได้เรียนรู้เกี่ยวกับการวางแผนจัดการทางการเงิน และการทำบัญชีรับจ่ายอย่างง่าย ซึ่งสามารถนำไปใช้จริงในสถานพินิจฯและศูนย์ฝึกฯ

รายงานผลการดำเนินงานของ สวทช. ประจำปีงบประมาณ 2564 ไตรมาส 4

ตัวชี้วัด BSC ค่าเป้าหมาย และผลการดำเนินงาน
มุมมอง ตัวชี้วัดของ สวทช.
ปีงบประมาณ 2564
เป้าหมาย ผลการดำเนินงาน
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย KS1-A
มูลค่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม
5 เท่าของค่าใช้จ่ายเฉลี่ยปี
2560 – 2564
11.17 เท่า
(73,692 ล้านบาท)
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย KS1-B
มูลค่าการลงทุนด้าน ว และ ท
2 เท่าของมูลค่าการลงทุน
ด้าน ว และ ท ปี 2559
(23,000 ล้านบาท)
2.21 เท่า
(25,224 ล้านบาท)
พันธมิตร/ลูกค้า/การเงิน KS2
สัดส่วนรายได้ต่อค่าใช้จ่าย
ร้อยละ 25 ร้อยละ 23.85
พันธมิตร/ลูกค้า/การเงิน KS3
การนำผลงานวิจัยและองค์ความรู้ ไปใช้ประโยชน์
จำนวน IP Utilization
360 รายการ
433 รายการ
จำนวนเกษตรกร/เกษตรกรแนวใหม่ตามหลัก Inclusive Innovation และบุคลากรในชุมชนที่นำผลงานวิจัยและองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในภาคเกษตรกรรมและสังคม 9,000 คน 9,213 คน
พันธมิตร/ลูกค้า/การเงิน KS4
การยกระดับความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการ
กลุ่มอาคาร EECi เฟส 1A
ก่อสร้างแล้วเสร็จ
ร้อยละ 98.93
จำนวนการให้บริการวิเคราะห์ทดสอบตามมาตรฐานสากลเท่ากับ 4,400 รายการ 4,937 รายการ
พันธมิตร/ลูกค้า/การเงิน KS5
การพัฒนาอาชีพ/บุคลากร ด้วย วทน.
จำนวนบุคลากรภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับการ Reskill/Upskill เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย และการผลักดันเศรษฐกิจ BCG 8,000 คน 9,528 คน
จำนวนนักศึกษา ป.โท/ป.เอก/นักวิจัยหลังปริญญาเอก ที่ สวทช. มีส่วนร่วมในการสนับสนุน เพื่อสร้างบุคลากรวิจัยให้กับประเทศ 650 คน 739 คน
กระบวนการภายใน KS6
การมีระบบบริหารคุณภาพงานวิจัย และระบบติดตามผลการดำเนินงานภาพรวมขององค์กร
มีการพัฒนาและปรับระบบบริหารคุณภาพงานวิจัยและระบบติดตามผลการดำเนินงานภาพรวมขององค์กร ร้อยละ 100
ความสามารถขององค์กร KS7
การเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพด้านวิจัย
IC score รวม 45,000 คะแนน 55,358 คะแนน
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ
รายการ เป้าหมาย ผลการดำเนินงาน
บทความตีพิมพ์
ในวารสารนานาชาติ
33 บทความ ต่อ บุคลากรวิจัย 100 คน ( 450 บทความ) 53.04 บทความ บุคลากรวิจัย 100 คน
(724 บทความ)
ทรัพย์สินทางปัญญา 28 คำขอ ต่อ นักวิจัย 100 คน
(378 บทความ)
38.39 บทความ ต่อนักวิจัย 100 คน
(524 คำขอ)
ทรัพย์สินทางปัญญาที่มีการนำไปใช้ประโยชน์ 53 รายการ 66 รายการ
ถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน 250 ชุมชน 676 ชุมชน
สร้างความสามารถ SME (ITAP) 1,150 โครงการ 1,159 โครงการ
สนับสนุนการขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทย 100 ผลงาน 75 ผลงาน
รับรองโครงการวิจัยของ
ภาคเอกชน (ภาษี 300%)
400 โครงการ
มูลค่ารวม 1,400 ล้านบาท
355 โครงการ
มูลค่ารวม 1,123.04 ล้านบาท
บริการวิเคราะห์ทดสอบ 55,000 รายการ 85,701 รายการ
ผลการดำเนินงานด้านงบประมาณ
รายการ แผน ผล
รายจ่าย 7,685 ล้านบาท 7,017 ล้านบาท
รายได้จากการดำเนินงาน 1,887 ล้านบาท 1,632 ล้านบาท

แผนกลยุทธ์ สวทช. ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2565-2570)

แผนกลยุทธ์ สวทช. ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2565 – 2570) กำหนดทิศทางการดำเนินงานของ สวทช. เพื่อรองรับสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรง การดำเนินงานหลักของ สวทช. ภายใต้แผนกลยุทธ์ฉบับที่ 7 จะเน้นการส่งมอบผลงานเพื่อตอบแผนปฏิบัติการด้านการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพเศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-GreenEconomy : BCG Model) และแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (National AI Strategy Plan) โดย สวทช. จะสร้างและประยุกต์ใช้องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสร้างผลกระทบ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สร้างเสริมคุณภาพชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความยั่งยืนให้แก่ประเทศ แผนกลยุทธ์ สวทช. ยังเน้นการต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานที่เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor of Innovation: EECi) เพื่อเป็นฐานด้านการขยายผล ดึงดูดการลงทุนจากภาคส่วน ต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล ตามแผนปฏิบัติการการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG และแผนปฏิบัติการด้าน AI

ดาวน์โหลดเอกสาร (15.8MB)

  เปิดอ่านออนไลน์ (e-Book Flip)

การอบรมและให้คำปรึกษาการทำโครงงาน (ออนไลน์) ครั้งที่ 2“นำเสนอผลงาน

มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ได้สนับสนุนทุนทำโครงงานทางวิทยาศาสตร์ด้านอาหารให้กับนักเรียนในโครงการ “บ่มเพาะเยาวชนในชนบทเป็นผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ด้านนวัตกรรมอาหาร” เพื่อพัฒนาครูและเยาวชนในชนบทให้มีความรู้และความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านอาหาร และส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง ดังนั้น เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจึงจัดการอบรมและให้คำปรึกษาการทำโครงงาน (แบบออนไลน์) ครั้งที่ 2 “นำเสนอผลงานและส่งเล่มรายงานโครงงานทางวิทยาศาสตร์อาหาร” ในวันศุกร์ที่ 3 กันยายน 2564 เพื่อติดตามความก้าวหน้าในการทำโครงงานทางวิทยาศาสตร์ด้านอาหารของนักเรียนที่ได้รับการสนับสนุนทุน ให้ความรู้เพิ่มเติมและให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ เกี่ยวกับการโครงงานทางวิทยาศาสตร์ด้านอาหารที่นักเรียนได้ทดลองปฏิบัติจริงเป็นระยะ เพื่อปรับปรุงจนเกิดผลตามแผนงานที่กำหนดไว้ได้ต่อไป กิจกรรมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวม 75 จาก 10 โรงเรียน (ครู 22 คน, นักเรียน 53 คน)

กิจกรรมที่ 2 การจัดกิจกรรมการพัฒนาสมรรถนะวิชาชีพครูวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี


กิจกรรมที่ 2 การจัดกิจกรรมการพัฒนาสมรรถนะวิชาชีพครูวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์แบบออนไลน์ จำนวน 5 ครั้ง ทุกวันศุกร์ของเดือนกรกฎาคม 2564 ระหว่างเวลา 13.30-15.30 น. และการนิเทศติดตาม ทุกวันศุกร์ของเดือนสิงหาคม 2564 ระหว่างเวลา 13.30-15.30 น.วัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมนี้ มุ่งเน้นด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้านการพัฒนาสมรรถนะวิชาชีพครูวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ต้องนำองค์ความรู้ทางด้านนวัตกรรมการเรียนรู้ทางเทคโนโลยีมาประกอบการดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนให้ครูโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนได้รับพัฒนาสมรรถนะวิชาชีพครูวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ดำเนินการโดยมูลนิธิเทคโนโลยีสารนเทศตามพระราชดำริ ฯ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โดยรศ.ดร.สุรพล บุญลือ เป็นที่ปรึกษาตลอดการดำเนินโครงการ ขอบเขตเนื้อหาของการพัฒนาสมรรถนะวิชาชีพครูตำรวจตระเวนชายแดนในพื้นที่นำร่องของโครงการไอซีทีเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับชุมชนชายขอบทั้ง 14 แห่ง นี้ คือการให้ความรู้ในเรื่องเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในชีวิตประจำวันการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาเป็นผู้ประกอบการ ความเป็นพลเมืองดิจิทัล การรู้เท่าทันสื่อและการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ และการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อการทำงาน

แผนการดำเนินงาน 2565

แผนการดำเนินงานและงบประมาณ ปีงบประมาณ 2565 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) / กรกฎาคม 2564

รายงานผลการดำเนินงานของ สวทช. ประจำปีงบประมาณ 2564 ไตรมาส 3

ตัวชี้วัด BSC ค่าเป้าหมาย และผลการดำเนินงาน
มุมมอง ตัวชี้วัดของ สวทช.
ปีงบประมาณ 2564
เป้าหมาย ผลการดำเนินงาน
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย KS1-A
มูลค่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม
5 เท่าของค่าใช้จ่ายเฉลี่ยปี
2560 – 2564
4.04 เท่า
(27,101 ล้านบาท)
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย KS1-B
มูลค่าการลงทุนด้าน ว และ ท
2 เท่าของมูลค่าการลงทุน
ด้าน ว และ ท ปี 2559
(23,000 ล้านบาท)
1.28 เท่า
(14,568 ล้านบาท)
พันธมิตร/ลูกค้า/การเงิน KS2
สัดส่วนรายได้ต่อค่าใช้จ่าย
ร้อยละ 25 ร้อยละ 9.53
พันธมิตร/ลูกค้า/การเงิน KS3
การนำผลงานวิจัยและองค์ความรู้ ไปใช้ประโยชน์
จำนวน IP Utilization
360 รายการ
380 รายการ
จำนวนเกษตรกร/เกษตรกรแนวใหม่ตามหลัก Inclusive Innovation และบุคลากรในชุมชนที่นำผลงานวิจัยและองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในภาคเกษตรกรรมและสังคม 9,000 คน 6,329 คน
พันธมิตร/ลูกค้า/การเงิน KS4
การยกระดับความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการ
กลุ่มอาคาร EECi เฟส 1A
ก่อสร้างแล้วเสร็จ
ร้อยละ 76
จำนวนการให้บริการวิเคราะห์ทดสอบตามมาตรฐานสากลเท่ากับ 4,400 รายการ 4,119 รายการ
พันธมิตร/ลูกค้า/การเงิน KS5
การพัฒนาอาชีพ/บุคลากร ด้วย วทน.
จำนวนบุคลากรภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับการ Reskill/Upskill เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย และการผลักดันเศรษฐกิจ BCG 8,000 คน 7,322 คน
จำนวนนักศึกษา ป.โท/ป.เอก/นักวิจัยหลังปริญญาเอก ที่ สวทช. มีส่วนร่วมในการสนับสนุน เพื่อสร้างบุคลากรวิจัยให้กับประเทศ 650 คน 485 คน
กระบวนการภายใน KS6
การมีระบบบริหารคุณภาพงานวิจัย และระบบติดตามผลการดำเนินงานภาพรวมขององค์กร
มีการพัฒนาและปรับระบบบริหารคุณภาพงานวิจัยและระบบติดตามผลการดำเนินงานภาพรวมขององค์กร ร้อยละ 44.63
ความสามารถขององค์กร KS7
การเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพด้านวิจัย
IC score รวม 45,000 คะแนน 21,911 คะแนน
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ
รายการ เป้าหมาย ผลการดำเนินงาน
บทความตีพิมพ์
ในวารสารนานาชาติ
33 บทความ ต่อ บุคลากรวิจัย 100 คน ( 450 บทความ) 12.78 บทความ บุคลากรวิจัย 100 คน
(174 บทความ)
ทรัพย์สินทางปัญญา 28 คำขอ ต่อ นักวิจัย 100 คน
(378 บทความ)
10.80 บทความ ต่อนักวิจัย 100 คน
(147 คำขอ)
ทรัพย์สินทางปัญญาที่มีการนำไปใช้ประโยชน์ 53 รายการ 41 รายการ
ถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน 250 ชุมชน 409 ชุมชน
สร้างความสามารถ SME (ITAP) 1,150 โครงการ 551 โครงการ
สนับสนุนการขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทย 100 ผลงาน 52 ผลงาน
รับรองโครงการวิจัยของ
ภาคเอกชน (ภาษี 300%)
400 โครงการ
มูลค่ารวม 1,400 ล้านบาท
258 โครงการ
มูลค่ารวม 842 ล้านบาท
บริการวิเคราะห์ทดสอบ 55,000 รายการ 66,069 รายการ
ผลการดำเนินงานด้านงบประมาณ
รายการ แผน ผล
รายจ่าย 9,230 ล้านบาท 7,350 ล้านบาท
รายได้จากการดำเนินงาน 3,300 ล้านบาท 1,846 ล้านบาท

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จลง ณ ศาลาเริง วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อทอดพระเนตรความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริฯ ของศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านคีรีล้อม อำเภอบางสะพานน้อย ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ออนไลน์)

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีทรงติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริ ของศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านคีรีล้อม อำเภอบางสะพานน้อย ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ออนไลน์)
วันที่ 2 มิถุนายน 2564 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จลง ณ ศาลาเริง วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อทอดพระเนตรความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริฯ ของศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านคีรีล้อม อำเภอบางสะพานน้อย ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ออนไลน์)
ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โดยศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ และผู้ทำงานโครงการไอซีทีเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับชุมชนชายขอบ ฯ ร่วมเฝ้ารับเสด็จผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (แบบออนไลน์) เพื่อถวายรายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินงานระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าแบบผสมผสานและระบบโทรมาตร ภายใต้โครงการระบบไอซีทีและพลังงานทดแทนแบบบูรณาการสำหรับชุมชนชายขอบตามพระราชดำริ ทำให้นักเรียนได้ฝึกทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและใช้จัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการกับรายวิชาอื่น ๆ ทำให้ภายในโรงเรียนมีพลังงานไฟฟ้าใช้เพียงพอในการจัดการเรียนการสอน คุณครูและนักเรียนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เข้าถึงเทคโนโลยีและการสื่อสารได้อย่างเท่าเทียม โดยมีการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ให้การสนับสนุนด้านการบำรุงระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ให้การสนับสนุนด้านระบบสื่อสารโทรคมนาคม โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงห่วงใย “หากถึงช่วงฤดูฝน การใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จะทำได้ยาก” ซึ่งคณะผู้ดำเนินงาน ได้กราบบังคมทูลรายงานว่า มีแบตเตอรี่เก็บสำรองไฟ ทำให้ปัญหาลดลงไปมาก