
มูลนิธิเทคโนดโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) และสำนักงานบริหารงานการศึกษาพิเศษ โดยโรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่เป็นตัวแทนจากสำนักผู้ดำเนินการหลักในการจัดกิจกรรมการอบรมออนไลน์ เรื่อง การจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นเพื่อเตรียมการจัดค่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น ระหว่างวันที่ 27 – 29 กันยายน 2564
โดยได้รับเกียรติจากนางสาววันทนีย์ พันธชาติ กรรมการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ กล่าวรายงานความเป็นมาและการสนับสนุนการดำเนินงาน ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ กล่าวสนับสนุนการดำเนินงาน ดร.ประมวล พลอยกมลชุณห์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวสนับสนุนการดำเนินงาน และนางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กล่าวเปิดการอบรม ซึ่งมีทีมวิทยากรจากหน่วยงานพัทธมิตรเข้าร่วมมากมาย ได้แก่ สวทช. อพวช. สสวท. วิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือฯ และมูลนิธิสอนคนตาบอดลำปาง
ในการอบรมครั้งนี้จะแบ่งเป็น 6 กิจกรรมหลักได้แก่ 1.กิจกรรม “คนเล่นตัว” 2.กิจกรรม “เคมี รีแอค” 3.กิจกรรม ” โมเมนต์สนุกสนาน ” 4.กิจกรรม “STEAM in Action: COVID-19 : สนุกกับเกมและกิจกรรมสะเต็มศึกษาผ่านปรากฏการณ์การระบาด COVID-19” 5.กิจกรรมการ “ฟิสิกส์ในท่อ” และ 6.กิจกรรม “Herb หอม หอม” ซึ่งวิทยากรจะช่วยเตรียมความพร้อมให้กับคุณครู เพิ่มทักษะการใช้เครื่องมือต่าง ๆ ในการทำกิจกรรม ครูจะสามารถช่วยเป็นพี่เลี้ยงเด็กในการทำกิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นในรูปแบบออนไลน์ซึ้่งจะดำเนินการจัดกิจกรรมต่อไป

โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ภายใต้มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ธนาคารฮ่องกง แอนด์ เซี่ยงไฮ้ แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ธนาคาร HSBC) และมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย ดำเนินงาน “โครงการเสริมสร้างขีดความสามารถของครูและเด็กนักเรียนในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม” มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศโดยเฉพาะสื่อออนไลน์อย่างปลอดภัย สร้างสรรค์ และรู้เท่าทัน รวมถึงเรียนรู้การบริหารจัดการการเงิน และให้เยาวชนได้ทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ เหมาะสมกับช่วงวัย ได้จัดอบรมหลักสูตรหลักสูตรจิตอาสา-จิตสาธารณะในวันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2564 โดยหลักสูตรดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการ รับผิดชอบต่อสังคม มีสํานึกในระบบคุณธรรม และจริยธรรมที่ดีงามและมีความเต็มใจที่ช่วยเหลือสังคม ให้แก่เยาวชนและครู ของสถานพินิจฯ / ศูนย์ฝึกฯ ทั้งสิ้น 21 แห่ง จำนวน 233 คน เยาวชนที่ผ่านการอบรมดังกล่าว ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการช่วยเหลือสังคม การเสียสละตนเพื่อส่วนรวม การทำกิจกรรมเพื่อสาธารณะ ฯลฯ
มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย ได้ดำเนินโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ตั้งแต่ปี 2554 และในปี 2564 มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ ได้รับทุนสนับสนุนจากธนาคารฮ่องกง แอนด์ เซี่ยงไฮ้ แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ธนาคาร HSBC) ในการดำเนิน “โครงการเสริมสร้างขีดความสามารถของครูและเด็กนักเรียนในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติิธรรม” มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศโดยเฉพาะสื่อออนไลน์อย่างปลอดภัย สร้างสรรค์ และรู้เท่าทัน รวมถึงเรียนรู้การบริหารจัดการการเงิน และให้เยาวชนได้ทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ เหมาะสมกับช่วงวัย
โครงการฯ ได้พัฒนาหลักสูตรอบรมให้แก่เยาวชนในสถานพินิจฯ เพื่อพัฒนาความสามารถในการบริหารจัดการการเงิน การใช้สื่อเทคโนโลยีอย่างปลอดภัย เพื่อสื่อสารสาธารณะ สร้างเสริมรายได้และประกอบอาชีพ จำนวน 9หลักสูตร ดังนี้ (1) หลักสูตรการเงินการออม (2) หลักสูตรการทำบัญชีรับ-จ่าย (3) หลักสูตรจิตอาสา-จิตสาธารณะ (4) หลักสูตรรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล (5) หลักสูตรการตลาดเบื้องต้น (6) หลักสูตรการขายของออนไลน์ (7) หลักสูตร การทำแผ่นป้ายโฆษณา (8 ) หลักสูตรการทำอินโฟกราฟฟิก และ (9) หลักสูตรการเป็น Youtuber
วันที่ 19 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา โครงการฯ ได้จัดอบรมหลักสูตรที่ 1และ 2 หลักสูตรการเงินการออม และหลักสูตรการทำบัญชีรับจ่าย ให้แก่เยาวชนและครู ของสถานพินิจฯ / ศูนย์ฝึกฯ ทั้งสิ้น 19 แห่ง จำนวน 224 คน ภายหลังการอบรมเยาวชนได้เรียนรู้เกี่ยวกับการวางแผนจัดการทางการเงิน และการทำบัญชีรับจ่ายอย่างง่าย ซึ่งสามารถนำไปใช้จริงในสถานพินิจฯและศูนย์ฝึกฯ

แผนกลยุทธ์ สวทช. ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2565 – 2570) กำหนดทิศทางการดำเนินงานของ สวทช. เพื่อรองรับสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรง การดำเนินงานหลักของ สวทช. ภายใต้แผนกลยุทธ์ฉบับที่ 7 จะเน้นการส่งมอบผลงานเพื่อตอบแผนปฏิบัติการด้านการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพเศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-GreenEconomy : BCG Model) และแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (National AI Strategy Plan) โดย สวทช. จะสร้างและประยุกต์ใช้องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสร้างผลกระทบ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สร้างเสริมคุณภาพชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความยั่งยืนให้แก่ประเทศ แผนกลยุทธ์ สวทช. ยังเน้นการต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานที่เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor of Innovation: EECi) เพื่อเป็นฐานด้านการขยายผล ดึงดูดการลงทุนจากภาคส่วน ต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล ตามแผนปฏิบัติการการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG และแผนปฏิบัติการด้าน AI
ดาวน์โหลดเอกสาร (15.8MB)
เปิดอ่านออนไลน์ (e-Book Flip)

มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ได้สนับสนุนทุนทำโครงงานทางวิทยาศาสตร์ด้านอาหารให้กับนักเรียนในโครงการ “บ่มเพาะเยาวชนในชนบทเป็นผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ด้านนวัตกรรมอาหาร” เพื่อพัฒนาครูและเยาวชนในชนบทให้มีความรู้และความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านอาหาร และส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง ดังนั้น เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจึงจัดการอบรมและให้คำปรึกษาการทำโครงงาน (แบบออนไลน์) ครั้งที่ 2 “นำเสนอผลงานและส่งเล่มรายงานโครงงานทางวิทยาศาสตร์อาหาร” ในวันศุกร์ที่ 3 กันยายน 2564 เพื่อติดตามความก้าวหน้าในการทำโครงงานทางวิทยาศาสตร์ด้านอาหารของนักเรียนที่ได้รับการสนับสนุนทุน ให้ความรู้เพิ่มเติมและให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ เกี่ยวกับการโครงงานทางวิทยาศาสตร์ด้านอาหารที่นักเรียนได้ทดลองปฏิบัติจริงเป็นระยะ เพื่อปรับปรุงจนเกิดผลตามแผนงานที่กำหนดไว้ได้ต่อไป กิจกรรมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวม 75 จาก 10 โรงเรียน (ครู 22 คน, นักเรียน 53 คน)

กิจกรรมที่ 2 การจัดกิจกรรมการพัฒนาสมรรถนะวิชาชีพครูวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์แบบออนไลน์ จำนวน 5 ครั้ง ทุกวันศุกร์ของเดือนกรกฎาคม 2564 ระหว่างเวลา 13.30-15.30 น. และการนิเทศติดตาม ทุกวันศุกร์ของเดือนสิงหาคม 2564 ระหว่างเวลา 13.30-15.30 น.วัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมนี้ มุ่งเน้นด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้านการพัฒนาสมรรถนะวิชาชีพครูวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ต้องนำองค์ความรู้ทางด้านนวัตกรรมการเรียนรู้ทางเทคโนโลยีมาประกอบการดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนให้ครูโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนได้รับพัฒนาสมรรถนะวิชาชีพครูวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ดำเนินการโดยมูลนิธิเทคโนโลยีสารนเทศตามพระราชดำริ ฯ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โดยรศ.ดร.สุรพล บุญลือ เป็นที่ปรึกษาตลอดการดำเนินโครงการ ขอบเขตเนื้อหาของการพัฒนาสมรรถนะวิชาชีพครูตำรวจตระเวนชายแดนในพื้นที่นำร่องของโครงการไอซีทีเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับชุมชนชายขอบทั้ง 14 แห่ง นี้ คือการให้ความรู้ในเรื่องเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในชีวิตประจำวันการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาเป็นผู้ประกอบการ ความเป็นพลเมืองดิจิทัล การรู้เท่าทันสื่อและการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ และการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อการทำงาน
แผนการดำเนินงานและงบประมาณ ปีงบประมาณ 2565 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) / กรกฎาคม 2564


สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีทรงติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริ ของศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านคีรีล้อม อำเภอบางสะพานน้อย ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ออนไลน์)
วันที่ 2 มิถุนายน 2564 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จลง ณ ศาลาเริง วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อทอดพระเนตรความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริฯ ของศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านคีรีล้อม อำเภอบางสะพานน้อย ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ออนไลน์)
ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โดยศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ และผู้ทำงานโครงการไอซีทีเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับชุมชนชายขอบ ฯ ร่วมเฝ้ารับเสด็จผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (แบบออนไลน์) เพื่อถวายรายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินงานระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าแบบผสมผสานและระบบโทรมาตร ภายใต้โครงการระบบไอซีทีและพลังงานทดแทนแบบบูรณาการสำหรับชุมชนชายขอบตามพระราชดำริ ทำให้นักเรียนได้ฝึกทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและใช้จัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการกับรายวิชาอื่น ๆ ทำให้ภายในโรงเรียนมีพลังงานไฟฟ้าใช้เพียงพอในการจัดการเรียนการสอน คุณครูและนักเรียนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เข้าถึงเทคโนโลยีและการสื่อสารได้อย่างเท่าเทียม โดยมีการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ให้การสนับสนุนด้านการบำรุงระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ให้การสนับสนุนด้านระบบสื่อสารโทรคมนาคม โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงห่วงใย “หากถึงช่วงฤดูฝน การใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จะทำได้ยาก” ซึ่งคณะผู้ดำเนินงาน ได้กราบบังคมทูลรายงานว่า มีแบตเตอรี่เก็บสำรองไฟ ทำให้ปัญหาลดลงไปมาก