พลังวิทย์ คิดเพื่อคนไทย ตอน การประกวดโครงงานสิ่งประดิษฐ์ด้วยบอร์ด KidBright สำหรับนักเรียนพิการ

สวทช.ร่วมกับ สพฐ. ดำเนินโครงการส่งเสริมการเรียนโคดดิงสำหรับนักเรียนพิการด้วย KidBright บอร์ดสมองกลฝังตัว ผลงานวิจัยของ สวทช. โดยจัดอบรมการใช้งานให้แก่ครูและนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน และนักเรียนที่มีความบกพร่องทางร่างกายและการเคลื่อนไหวจาก 26 โรงเรียน รวมทั้งจัดกิจกรรมการประกวดโครงงานสิ่งประดิษฐ์สมองกลฝังตัวด้วยบอร์ด KidBright ของครูและนักเรียนที่ร่วมโครงการ ซึ่งมีทั้งโครงงานที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือคนพิการและโครงงานทั่วไป

นับเป็นเวทีแรกในการประกวดโครงงานสิ่งประดิษฐ์สมองกลฝังตัวของนักเรียนพิการโดยเฉพาะ ซึ่งเปิดโอกาสให้นักเรียนพิการได้แสดงความรู้ ความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม ที่อาจพัฒนาเป็นต้นแบบสำหรับใช้งานได้จริงต่อไปในอนาคต โดยเฉพาะการสร้างสรรค์ผลงานในการช่วยเหลือคนพิการด้วยคนพิการเอง เป็นการส่งเสริมการเรียนรู้อย่างเท่าเทียม

“ค่าย 1 : สิ่งประดิษฐ์สมองกลฝังตัวและสร้างชิ้นงาน 3 มิติ ด้วย 3D-printer ประจำปี2565

วันที่ 22 กรกฎาคม 2565
ห้องนักเรียนระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น  | VDO
ห้องนักเรียนระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย  | VDO
ห้องออกแบบชั้นงาน 3มิติ  | VDO

วันที่ 23 กรกฎาคม 2565
ห้องนักเรียนระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น  | VDO
ห้องนักเรียนระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย  | VDO
ห้องออกแบบชั้นงาน 3มิติ  | VDO

วันที่ 24 กรกฎาคม 2565
ห้องนักเรียนระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น  | VDO
ห้องนักเรียนระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย  | VDO
ห้องออกแบบชั้นงาน 3มิติ  | VDO

วันที่ 25 กรกฎาคม 2565
ห้องนักรียนระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น  | VDO
ห้องนักรียนระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย  | VDO

พิธีส่งมอบเครื่องคอมพิวเตอร์ในโครงการฝึกถอดความเสียงพูด เพื่อพัฒนาทักษะด้านการถอดความเสียงพูดแก่ผู้ต้องขัง

มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับศูนย์วิจัยเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์ (A-MED) สวทช. และทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิง ธัญบุรี (คลองห้า) จัดทำ “โครงการฝึกถอดความเสียงพูด เพื่อพัฒนาทักษะด้านการถอดความเสียงพูดแก่ผู้ต้องขัง” ภายใต้โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาผู้ต้องขัง เพื่อเตรียมบุคลากรรองรับงานถอดความเสียงพูดจากรายการโทรทัศน์และสื่อการเรียนการสอน ที่จะต้องมีคำบรรยายแทนเสียงแบบเปิด-ปิดได้ ซึ่งจะส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของคนพิการให้เข้าถึงหรือรับรู้และใช้ประโยชน์ได้ ในปี พ.ศ. 2565 A-MED สวทช. ได้ดำเนินการจ้างทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิง ธัญบุรี (คลองห้า) ในการจัดทำคำบรรยายแทนเสียงประกอบวิดีโอบันทึกการเรียนการสอน โดยทางทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิงได้คัดเลือกผู้ต้องขังเพิ่มเติม จำนวน 10 คน ที่ต้องการพัฒนาความสามารถในการถอดความเสียงพูด เพื่อให้มีผู้ต้องขังเพียงพอต่อการรองรับการจ้างงานดังกล่าว มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และศูนย์วิจัย เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์ (A-MED) สวทช. ได้รับความอนุเคราะห์จากมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ เพื่อบริจาคเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว จำนวน 6 ชุด ประกอบด้วย จอภาพ เคส เมาส์ คีย์บอร์ด ที่ได้ติดตั้งโปรแกรมที่จำเป็นในการทำงานถอดความเสียงพูดแล้วเพื่อไว้ใช้งานในเรือนจำ โดยวันจันทร์ ที่ 18 กรกฎาคม 2565 เวลา 9.30-14.30 น.ที่ผ่านมา นายเดชาวัต จึงจตุพรชัย และทีมงาน ตัวแทนจาก ศูนย์บริการคำบรรยายแทนเสียงประเทศไทย (Thailand Captioning Service Center: TCC) ภายใต้ศูนย์วิจัย เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์ (A-MED) สวทช. และมูลนิธิฯ ได้ทำพิธีส่งมอบเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 6 ชุดดังกล่าว แก่ผู้อำนวยการทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิง ณ ห้องคอมพิวเตอร์ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิง ธัญบุรี (คลองห้า) นอกจากนี้ ยังได้จัดอบรมหลักสูตร “การถอดความเสียงให้แก่ผู้ต้องขังของทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิง” และ ติดตามผลการดำเนินการ รวมทั้งถาม-ตอบข้อสงสัยในการดำเนินการระหว่างผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ เพื่อให้ผลงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ และจะมีการติดตามผลการดำเนินการในครั้งต่อ ๆ ไป

อบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การส่งเสริมการเรียนการสอนโค้ดดิ้งเพื่อพัฒนาศักยภาพในการเรียนรู้ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาหรือออทิสติก

มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี มีกำหนดการจะจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การส่งเสริมการเรียนการสอนโค้ดดิ้งเพื่อพัฒนาศักยภาพในการเรียนรู้ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาหรือออทิสติก ระหว่างวันที่ ๖ – ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๕ ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร สวทช. จังหวัดปทุมธานี ให้กับครูที่จัดการเรียนการสอนนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาหรือออทิสติกในโรงเรียนนำร่องที่จัดการเรียนการสอนนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาหรือออทิสติก จำนวน ๙ โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนกาวิละอนุกูล โรงเรียนอุบลปัญญานุกูล โรงเรียนนครราชสีมาปัญญานุกูล โรงเรียนนครสวรรค์ปัญญานุกูล โรงเรียนพิษณุโลกปัญญานุกูล โรงเรียนฉะเชิงเทราปัญญานุกูล โรงเรียนนครศรีธรรมราชปัญญานุกูล โรงเรียนภูเก็ตปัญญานุกูล และโรงเรียนกาฬสินธุ์ปัญญานุกูล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความรู้ให้แก่ครูผู้สอนได้นำความรู้ด้านโค้ดดิ้งทั้งแบบไม่ใช้คอมพิวเตอร์ (Unplugged Coding) และการใช้คอมพิวเตอร์ด้วยบอร์ด KidBright มาใช้ในการส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่นักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาหรือออทิสติก โดยเฉพาะการใช้บอร์ด KidBright เป็นเครื่องมือในสร้างสื่อการเรียนการสอนและการสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่ส่งเสริมการเรียนรู้แก่นักเรียนกลุ่มนี้ ตลอดจนส่งเสริมให้นักเรียนที่มีศักยภาพในการเรียนโค้ดดิ้ง สามารถเรียนรู้การเขียนโค้ดคำสั่งเพื่อสร้างกระบวนการคิดวิเคราะห์ การใช้เหตุผลและการสร้างสมาธิให้แก่นักเรียนกลุ่มนี้ได้ด้วย

กิจกรรม KidBright for All : โครงงานสิ่งประดิษฐ์สมองกลฝังตัวด้วยบอร์ด KidBright ของนักเรียนพิการ

2 กรกฎาคม 2565 ณ ห้องออดิทอเรียม บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี กองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการ สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

    KidBright for All : โครงงานสิ่งประดิษฐ์สมองกลฝังตัวด้วยบอร์ด KidBright ของนักเรียนพิการ ซึ่งเป็นกิจกรรมภายใต้โครงการส่งเสริมการเรียนโค้ดดิ้งสำหรับนักเรียนพิการด้วยบอร์ด KidBright หรือบอร์ดสมองกลฝังตัว ผลงานวิจัยของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ เนคเทค-สวทช. โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีนางกุลประภา นาวานุเคราะห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. นางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ นางสาววันทนีย์ พันธชาติ กรรมการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ ผู้แทนกองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการ สพฐ. คณะกรรมการตัดสิน ครูและนักเรียนพิการรวมกว่า 250 คนเข้าร่วมงาน

นางกุลประภา นาวานุเคราะห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า กิจกรรมประกาศรางวัล KidBright for All : โครงงานสิ่งประดิษฐ์สมองกลฝังตัวด้วยบอร์ด KidBright ของนักเรียนพิการ เป็นความร่วมมือระหว่าง สวทช. มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และกองทุนส่งเสริมและพัฒนการศึกษาสำหรับคนพิการ สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยการจัดกิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของกลุ่มนักเรียนพิการโดยเฉพาะ เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้มีโอกาสแสดงความสามารถและศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ ตลอดจนให้ครูและนักเรียนที่เข้าร่วมนำเสนอผลงาน ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในการจัดทำโครงงานสิ่งประดิษฐ์สมองกลฝังตัวซึ่งกันและกันระหว่างโรงเรียน โดยมีครูและนักเรียนพิการเข้าร่วมจำนวน 26 โรงเรียน และทาง สวทช. โดย เนคเทค เป็นผู้สนับสนุนบอร์ด KidBright ให้แก่โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการขยายผล จำนวน 50 บอร์ดต่อโรงเรียน ทั้งนี้ได้นำหลักสูตรและกิจกรรมที่ดำเนินงานกับโรงเรียนนำร่องของมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ มาใช้ในการอบรมให้ความรู้แก่ครูและนักเรียนพิการตั้งแต่การใช้งานบอร์ด KidBright ขั้นพื้นฐาน การใช้เซนเซอร์ต่าง ๆ และบอร์ดขยายความสามารถร่วมกับบอร์ด KidBright ไปจนถึงการจัดทำโครงงานสิ่งประดิษฐ์สมองกลฝังตัว ซึ่งคณะครูที่เข้าร่วมอบรมได้นำความรู้ไปขยายผลจัดกิจกรรมการสอนโค้ดดิ้งด้วยบอร์ด KidBright ให้แก่นักเรียนที่โรงเรียนเพิ่มเติมในวงกว้างร่วมด้วย

นางกุลประภา กล่าวต่อว่า ทั้งนี้กองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการ สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สังกัด สพฐ. เห็นความสำคัญของการส่งเสริมการเรียนการสอนโค้ดดิ้งสำหรับนักเรียนพิการ จึงสนับสนุนงบประมาณให้ สวทช. ดำเนินงาน “โครงการส่งเสริมการเรียนโค้ดดิ้งสำหรับนักเรียนพิการด้วยบอร์ด KidBright” ในการจัดอบรมเพื่อพัฒนาความรู้ในการใช้งานบอร์ด KidBright  ให้แก่ครูและนักเรียนพิการจากโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน และโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนนักเรียนที่มีความบกพร่องทางร่างกายและการเคลื่อนไหว ในสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 26 โรงเรียน ซึ่งการแข่งขันตลอด 2 วัน ปรากฏว่า ทีมที่ชนะเลิศได้แก่ โครงงานการแจ้งเตือนความปลอดภัยจากภัยน้ำท่วมอุโมงค์ทางลอดด้วยระบบควบคุมอัจฉริยะ จากโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนครปฐม รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่  โครงงานระบบช่วยเหลืออัจฉริยะสำหรับผู้สูงอายุและผู้ที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ จาโรงเรียนโสตศึกษาทุ่งมหาเมฆ และรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ โครงงานระบบเตือนภัยการขับขี่จักรยานสำหรับคนพิการทางด้านการได้ยิน จากโรงเรียนเศรษฐเสถียร ในพระราชูปถัมภ์

ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตามการจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นเวทีการประกวดโครงงานสิ่งประดิษฐ์สมองกลฝังตัว เพื่อพัฒนาศักยภาพของครูและนักเรียนพิการจากโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 26 โรงเรียนในการนำความรู้ที่ได้รับจากการอบรมโค้ดดิ้งด้วยบอร์ด KidBright ร่วมกับการใช้กระบวนความคิดทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม มาพัฒนาโครงงานสิ่งประดิษฐ์สมองกลฝังตัวตามจินตนาการของตนเองหรือทีม โดยมีการวางแผนการสร้างโครงงานอย่างมีระบบและขั้นตอนให้ทำงานตามเป้าหมายจนได้ข้อสรุปหรือผลสรุปที่เป็นคำตอบในเรื่องนั้นๆ ซึ่งจะช่วยทำให้นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินสามารถเรียนรู้ได้ง่าย เกิดความเข้าใจจากภาพที่เห็นและสามารถต่อยอดที่จะไปเขียนโค้ดด้วยคำสั่งอื่นต่อไปได้

ศาตราจารย์ ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กล่าวว่า ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญในการพัฒนาทักษะของนักเรียนพิการให้ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีคุณภาพในศตวรรษที่ 21 สามารถสร้างความรู้ ความเข้าใจและส่งเสริมทักษะขั้นพื้นฐานในการนำข้อมูลสื่อและเทคโนโลยีดิจิทัลไปสร้างนวัตกรรมอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งเห็นได้จากผลงานที่นักเรียนและครูจากโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเรียนโค้ดดิ้งสำหรับนักเรียนพิการ สามารถนำความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมอบรมมาพัฒนาโครงงานสิ่งประดิษฐ์สมองกลฝังตัวด้วยบอร์ด KidBright ได้อย่างน่าสนใจ

ทั้งนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเห็นความสำคัญในการนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่นักเรียนทุกกลุ่ม รวมทั้งนักเรียนพิการให้เข้าถึงความรู้และเท่าทันเทคโนโลยีสมัยใหม่ ดังนั้นโครงการส่งเสริมการเรียนโค้ดดิ้งสำหรับนักเรียนพิการจึงเป็นอีกโครงการฯ ที่มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ ได้ริเริ่มขึ้นในโรงเรียนนำร่องที่จัดการเรียนการสอนนักเรียน ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินและนักเรียนที่มีความบกพร่องทางร่างกายและการเคลื่อนไหวจาก 10 โรงเรียนเมื่อปี 2561 จนสามารถขยายผลการดำเนินงานไปยัง 26 โรงเรียนทั่วประเทศในปัจจุบัน ซึ่งเป็นแนวทางการดำเนินงานของมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ ที่ต้องการให้หน่วยงานต้นสังกัดได้ดำเนินการต่อยอด ขยายผลการดำเนินงาน ให้นักเรียนพิการได้มีโอกาสเรียนรู้โค้ดดิ้งเช่นเดียวกับเด็กทั่วไป

นางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะผู้รับผิดชอบการจัดการศึกษาของประเทศ ให้ความสำคัญกับการศึกษาพิเศษ และตระหนักถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนนโยบายโค้ดดิ้ง (Coding) ด้วยการพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดแบบมีตรรกะ และมีระบบในการแก้ปัญหา สามารถวางแผนการจัดการอย่างเป็นขั้นตอนในการดำเนินชีวิต การจัดการเรียนวิชาวิทยาการคำนวณ หรือ Coding เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และเป็นสิ่งที่ไม่ง่ายที่จะทำให้ผู้บริหารสถานศึกษา คุณครู นักเรียนและผู้ปกครอง เข้าใจเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน จึงมีความจำเป็นที่ต้องเริ่มพัฒนาการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับบริบทของผู้เรียนพิการต่อไป อย่างไรก็ตามเชื่อว่า Coding คือ ทางรอดของทุกวิกฤต โดยใช้ภาคการศึกษานำและใช้กลไกของกระทรวงศึกษาธิการในการขับเคลื่อนนโยบายอย่างต่อเนื่อง โดยหวังว่าเมื่อมีการเรียน Coding ในระดับที่สูงขึ้น จะสามารถสร้าง Platform ของประเทศไทยได้เองเพื่อสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ในที่สุด

“เราจะสร้างองค์ความรู้และปลูกฝัง Coding ให้กับประชาชนทุกภาคส่วน ซึ่งนโยบาย Coding For All ได้ถูกขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง นับว่าประสบความสำเร็จและมีความคืบหน้าไปอย่างมาก มีคณะทำงานและคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนในหลายภาคส่วนอย่างเป็นระบบ แม้จะเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) แต่ก็สามารถขับเคลื่อนนโยบายได้อย่างรวดเร็ว โดยมีเป้าหมายที่ต้องการเร่งกระจายการเรียนรู้ Coding ไม่เฉพาะแต่ครูและนักเรียนเท่านั้น แต่ต้องกระจายไปสู่ทุกกลุ่ม ทุกอาชีพ ทุกช่วงวัยให้ได้มากที่สุด รวมถึงการปูพื้นฐานการปฏิรูปการศึกษาไปถึงเด็กทุกคนโดยไร้ขอบเขต สร้างโอกาสเรียนรู้ได้อย่างเท่าเทียมและลดความเหลื่อมล้ำ ทำให้เด็กมีทักษะชีวิตที่ดี สามารถพึ่งตนเองได้ รวมถึงการอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข มีศักดิ์ศรีและมีคุณภาพชีวิตที่ดี”

อย่างไรก็ตามกองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการ สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ ยินดีให้การสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการส่งเสริมการเรียน Coding สำหรับนักเรียนพิการด้วยบอร์ด KidBright ในการจัดอบรมเพื่อพัฒนาความรู้ด้าน Coding ผ่านการใช้งานบอร์ด KidBright ซึ่งเป็นบอร์ดสมองกลฝังตัว ผลงานวิจัยของสวทช. โดย เนคเทค ให้แก่ครูและนักเรียนพิการจากโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนนักเรียน ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินและโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนนักเรียนที่มีความบกพร่องทางร่างกายและการเคลื่อนไหว ในสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ จำนวน 26 โรงเรียนต่อไป

กิจกรรม Show & Share : วันปล่อยของ น้องขอโชว์ สำหรับ เด็กและเยาวชนศูนย์ฝึกฯ สถานพินิจฯ

วันที่ 2 กรกฎาคม 2564 ณ ห้องประชุม Grand Palazzo ชั้น7 อาคารแกรนด์พาลาซโซ่ โรงแรมพาลาซโซ่มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับ ธนาคารฮ่องกง แอนด์ เซี่ยงไฮ้ แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่นจำกัด (HSBC) และ มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย จัดกิจกรรม Show & Share : วันปล่อยของ น้องขอโชว์ สำหรับ เด็กและเยาวชนศูนย์ฝึกฯ สถานพินิจฯ ซึ่งกิจกรรมนี้อยู่ภายใต้โครงการเสริมสร้างขีดความสามารถของครูและนักเรียนในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน และเด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม โดยโครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการจาก ธนาคารฮ่องกง แอนด์ เซี่ยงไฮ้ แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่นจำกัด (HSBC) โครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเด็กนักเรียนในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ให้มีความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการการเงิน การออมเงิน การใช้สื่อเทคโนโลยีในยุคนี้เพื่อการเรียนรู้อย่างปลอดภัย สร้างสรรค์ รับผิดชอบต่อสังคม ทั้งสามารถใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อสื่อสารสาธารณะ รวมถึงใช้ในการสร้างเสริมรายได้หรือประกอบอาชีพ และเพื่อพัฒนาศักยภาพครูในการใช้นวัตกรรมสื่อดิจิทัลเพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้ให้กับนักเรียน สามารถชี้แนะนักเรียนในการใช้สื่ออย่างปลอดภัย สร้างสรรค์ เป็นประโยชน์ ทั้งให้ครูได้มีความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการการเงิน การออมเงิน ได้ดียิ่งขึ้น สามารถชี้แนะเด็กนักเรียนได้ ภายในงานมีสถานพินิจฯ/ศูนย์ฝึกฯ จำนวน 14 แห่ง เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว และได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ เลขาธิการ มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี กล่าวเปิดงาน ได้รับเกียรติจาก พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กล่าวถึงความมีส่วนร่วมของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และได้รับเกียรติจาก คุณทุย ถิ ทู โง้ หัวหน้าแผนกการค้าระหว่างประเทศ ธนาคารเอชเอสบีซี กล่าวถึงการสนับสนุนโครงการ โดยภายในงานมีสถานพินิจ/ศูนย์ฝึกฯ จำนวน 14 แห่งเข้าร่วมงาน
Fackbook | คลิก

ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับทุนไปศึกษาวิชา ณ สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสโกลโกโว (Skolkovo Institute of Science and Technology: Skoltech) สหพันธรัฐรัสเซีย ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๕ (ค.ศ. ๒๐๒๒) ระดับปริญญาโท หลักสูตรภาษาอังกฤษ

    ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับทุนไปศึกษาวิชา ณ สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสโกลโกโว (Skolkovo Institute of Science and Technology: Skoltech) สหพันธรัฐรัสเซีย ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๕ (ค.ศ. ๒๐๒๒) ระดับปริญญาโท หลักสูตรภาษาอังกฤษ

ตามที่มีประกาศมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ลงวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ เรื่อง รับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อรับทุนการศึกษาไปศึกษาวิชา ณ สถาบันวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีสโกลโกโว (Skolkovo Institute of Science and Technology : Skoltech) สหพันธรัฐรัสเซีย ประจำ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ (ค.ศ. ๒๐๒๒) ระดับปริญญาโท หลักสูตรภาษาอังกฤษ และประกาศมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศ ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ลงวันที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เรื่อง รายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการสัมภาษณ์เพื่อรับทุนไปศึกษาวิชา ณ สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสโกลโกโว (Skolkovo Institute of Science and Technology : Skoltech) สหพันธรัฐรัสเชีย ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๕ (ค.ศ. ๒๐๒๒) ระดับปริญญาโท หลักสูตรภาษาอังกฤษ ไปแล้วนั้น

บัดนี้ คณะกรรมการคัดเลือกบุคคลเพื่อรับทุนการศึกษาจากสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสโกลโกโว (Skolkovo Institute of Science and Technology : Skoltech) สหพันธรัฐรัสเชีย ได้ดำเนินการสัมภาษณ์ ผู้สมัคร และประมวลผลการประเมินความเหมาะสมของบุคคลเพื่อรับทุนเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงประกาศรายชื่อ ผู้มีสิทธิได้รับทุนดังกล่าว ดังต่อไปนี้

ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับทุน

แบบฟอร์มยืนยันการขอรับทุนการศึกษาไปศึกษาวิชา ณ สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสโกลโกโว

ติดต่อสอบถามได้ที่ : คุณเยาวลักษณ์ คนคล่อง
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
โทรศัพท์ 02 564 7000 ต่อ 81813 (เยาวลักษณ์)

รายงานผลการดำเนินงานของ สวทช. ประจำปีงบประมาณ 2565 ไตรมาส 3

ตัวชี้วัด BSC ค่าเป้าหมาย และผลการดำเนินงาน
มุมมอง ตัวชี้วัดของ สวทช.
ปีงบประมาณ 2565
เป้าหมาย ผลการดำเนินงาน
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย KS1-A
มูลค่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศที่เกิดจากการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์
10 เท่า ของค่าใช้จ่ายดำเนินงานของ
สวทช. ปี 2565
(32,000 ล้านบาท)
6.96 เท่า
(22,271 ล้านบาท)
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย KS1-B
มูลค่าการลงทุนด้าน ว และ ท
ในภาคการผลิต ภาคบริการและภาคเกษตรกรรม
2.2 เท่า ของค่าใช้จ่ายดำเนินงานของ
สวทช. ปี 2565
(7,040 ล้านบาท)
1.89 เท่า
(6,032 ล้านบาท)
พันธมิตร/ลูกค้า/การเงิน KS2
สัดส่วนรายได้ต่อค่าใช้จ่าย
ร้อยละ 25 ร้อยละ 18.83
พันธมิตร/ลูกค้า/การเงิน KS3
การนำผลงานวิจัยและองค์ความรู้ ไปใช้ประโยชน์
จำนวน IP Utilization เพิ่มขึ้น
ร้อยละ 5
462 รายการ
จำนวนผู้ที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีในภาคเกษตรกรรมและสังคม 9,500 คน 8,812 คน
พันธมิตร/ลูกค้า/การเงิน KS4
การยกระดับความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการ
จำนวนหน่วยงานที่ใช้ประโยชน์จากบริการของ ARIPOLIS & BIOPOLIS
50 ราย
38 ราย
จำนวนการให้บริการวิเคราะห์ทดสอบตามมาตรฐานสากล
21,000 รายการ
18,321 รายการ
จำนวนธุรกิจเทคโนโลยีที่ร่วมลงทุน
10 ราย
7 ราย
พันธมิตร/ลูกค้า/การเงิน KS5
การพัฒนาอาชีพ/บุคลากร ด้วย วทน.
จำนวนบุคลากรที่ได้รับการพัฒนาทักษะ (Reskill/Upskill) เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย และการผลักดันเศรษฐกิจ BCG 15,000 คน-วัน 12,728 คน-วัน
จำนวนนักศึกษา ปริญญาโท/ปริญญาเอก/นักวิจัยหลังปริญญาเอก ที่ สวทช. มีส่วนร่วมในการสนับสนุน เพื่อสร้างบุคลากรวิจัยให้กับประเทศ 800 คน 769 คน
กระบวนการภายใน KS6
การปรับกระบวนการภายในเพื่อเสริมการทำงานให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
มีการยกระดับระบบการให้บริการงานด้านวิศวกรรม และ มีการยกระดับระบบบริหารด้านทรัพยากรบุคคล ร้อยละ 76.25
ความสามารถขององค์กร KS7
การเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพด้านวิจัย
IC score รวม 53,000 คะแนน 35,062 คะแนน
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ
รายการ เป้าหมาย ผลการดำเนินงาน
บทความตีพิมพ์
ในวารสารนานาชาติ
39 บทความ ต่อ บุคลากรวิจัย 100 คน ( 532 บทความ) 20.97 บทความ บุคลากรวิจัย 100 คน
(283 บทความ)
ทรัพย์สินทางปัญญา 29 คำขอ ต่อ นักวิจัย 100 คน
(395 คำขอ)
10.80 บทความ ต่อนักวิจัย 100 คน
(147 คำขอ)
ทรัพย์สินทางปัญญาที่มีการนำไปใช้ประโยชน์ 53 รายการ 40 รายการ
ถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน 115 ชุมชน 136 ชุมชน
สร้างความสามารถ SME (ITAP) 290 โครงการ 225 โครงการ
สนับสนุนการขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทย 65 ผลงาน 81 ผลงาน
รับรองโครงการวิจัยของ
ภาคเอกชน (ภาษี 200%)
มูลค่ารวม 1,300 ล้านบาท มูลค่ารวม 625.48 ล้านบาท
บริการวิเคราะห์ทดสอบ 54,475 รายการ
ผลการดำเนินงานด้านงบประมาณ
รายการ แผน
(ล้านบาท)
ผล
(ล้านบาท)
รายจ่าย 9,188.00 5,237.61
รายได้ 2,660.00 1,410.95
ผลการใช้จ่ายงบประมาณตามแผน
รายการ แผน
(ล้านบาท)
ผลการใช้จ่ายจริง
(ล้านบาท)
ผลการใช้จ่ายจริง
เทียบแผน (%)
1. รายจ่ายงบบุคลากร 2,820.00 1,938.79 68.75
2. รายจ่ายงบดำเนินการ 3,123.00 2,166.29 69.37
2.1 แผนงานการยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรม ภายใต้โมเดลเศรษฐกิจ BCG/AI 1,370.00 1,051.08 76.72
2.2 แผนงานการเสริมสร้างความสามารถในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง 1,065.00 616.86 57.92
2.3 แผนงานการพัฒนาเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) 270.00 202.97 75.17
2.4 แผนงานด้านการบริหาร สนับสนุน และบริการกลาง 418.00 295.38 70.67
3. รายจ่ายตามรายการอุดหนุนเฉพาะกิจ 3,000.00 1,080.19 36.01
4. รายจ่ายเงินลงทุนในบริษัทร่วมทุน NASTDA Holding และเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 245.00 52.34 21.36
รวมงบประมาณทั้งสิ้น 9,188.00 5,237.61 57.00

ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับทุนไปศึกษาวิชา ณ มหาวิทยาลัยคอลเลจดับลิน (University College Dublin : UCD) สาธารณรัฐไอร์แลนด์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๕ (ค.ศ. ๒๐๒๒) ระดับปริญญาโท

  ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับทุนไปศึกษาวิชา ณ มหาวิทยาลัยคอลเลจดับลิน (University College Dublin : UCD) สาธารณรัฐไอร์แลนด์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๕ (ค.ศ. ๒๐๒๒) ระดับปริญญาโท

ตามที่มีประกาศมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ลงวันที่ ๒0 มกราคม ๒๕๖๕ เรื่อง รับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อรับทุนการศึกษาไปศึกษาวิชา ณ มหาวิทยาลัยคอลเลจ ดับลิน (University College Dublin : UCD) สาธารณรัฐไอร์แลนด์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๕ (ค.ศ. ๒๐๒๒) ระดับ ปริญญาโท และประกาศมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรม ราชกุมารี ลงวันที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เรื่อง รายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการสัมภาษณ์เพื่อรับทุนไปศึกษาวิชา ณ มหาวิทยาลัยคอลเลจดับลิน (University College Dublin : UCD) สาธารณรัฐไอร์แลนด์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๕ (ค.ศ. ๒๐๒๒) ระดับปริญญาโท ไปแล้วนั้น

บัดนี้ คณะกรรมการคัดเลือกนักศึกษาเพื่อรับทุนการศึกษาจากมหาวิทยาลัยคอลเลจดับลิน (University College Dublin : UCD) สาธารณรัฐไอร์แลนด์ ได้ดำเนินการสัมภาษณ์ผู้สมัคร และประมวลผล การประเมินความเหมาะสมของบุคคลเพื่อรับทุนเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับทุนดังกล่าว ดังต่อไปนี้

ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับทุน

ติดต่อสอบถามได้ที่ : คุณเยาวลักษณ์ คนคล่อง
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
โทรศัพท์ 02 564 7000 ต่อ 81813 (เยาวลักษณ์)
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ : yaowalak@nstda.or.th

นำผู้ที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการภาคฤดูร้อนของสถาบัน เซิร์น เดซี จีเอสไอ และศูนย์ฟิสิกส์ดาราศาสตร์อนุภาคไอซ์คิวบ์ ประจำปี ๒๕๖๕ เข้าเฝ้าฯ ก่อนออกเดินทางไปเข้าร่วมโครงการฯ

   นำผู้ที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการภาคฤดูร้อนของสถาบัน เซิร์น เดซี จีเอสไอ และศูนย์ฟิสิกส์ดาราศาสตร์อนุภาคไอซ์คิวบ์ ประจำปี ๒๕๖๕ เข้าเฝ้าฯ ก่อนออกเดินทางไปเข้าร่วมโครงการฯ วันเสาร์ที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๕ เวลา ๑๕.๐๐ น. ณ วังสระปทุม
นายไพรัช ธัชยพงษ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ขอพระราชทานพระราชานุญาตนำผู้ที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการภาคฤดูร้อนของสถาบัน เซิร์น เดซี จีเอสไอ และศูนย์ฟิสิกส์ดาราศาสตร์อนุภาคไอซ์คิวบ์ ประจำปี ๒๕๖๕ พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ จำนวน ๔๔ คน เข้าเฝ้าใต้ฝ่าละอองพระบาท ขอรับพระราชทานพร ก่อนออกเดินทางไปเข้าร่วมโครงการดังกล่าว โดยขอพระราชทานกราบบังคมทูลรายงาน ดังนี้
สืบเนื่องจากองค์การวิจัยนิวเคลียร์ยุโรป (เซิร์น) สมาพันธรัฐสวิส สถาบันเดซี และสถาบันวิจัยไอออนหนัก จีเอสไอ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และศูนย์ฟิสิกส์ดาราศาสตร์อนุภาคไอซ์คิวบ์ มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดิสัน สหรัฐอเมริกา ได้ทูลเกล้าฯ ถวายทุน เพื่อพระราชทานให้แก่ นักเรียนมัธยมศึกษา ครูสอนฟิสิกส์ นิสิต นักศึกษาในสาขาฟิสิกส์ วิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ เข้าร่วมโครงการภาคฤดูร้อนทุกปี โดยมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในการคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการในเบื้องต้น ประกอบด้วย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และใต้ฝ่าละอองพระบาททรงพระราชวินิจฉัยคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการในขั้นตอนสุดท้าย
สำหรับปี ๒๕๖๕ ใต้ฝ่าละอองพระบาททรงพระราชวินิจฉัยคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการของเซิร์น เดซี จีเอสไอ และศูนย์ฟิสิกส์ดาราศาสตร์อนุภาคไอซ์คิวบ์ ประกอบด้วย (๑) นักเรียน-ครูระดับมัธยมศึกษาไปศึกษาดูงานที่เซิร์น จำนวน ๑๔ คน (๒) นักศึกษาภาคฤดูร้อนเซิร์น จำนวน ๔ คน (๓) ครูสอนฟิสิกส์ภาคฤดูร้อนเซิร์น จำนวน ๒ คน (๔) นักศึกษาภาคฤดูร้อนเดซี จำนวน ๒ คน (๕) นักศึกษาภาคฤดูร้อนจีเอสไอ จำนวน ๒ คน และ (๖) นักศึกษา ภาคฤดูร้อนไอซ์คิวบ์ จำนวน ๒ คน รวมเป็น ๒๖ คน นอกจากนี้ ยังมีนักวิจัยโครงการความร่วมมือไอซ์คิวบ์ด้านพัฒนากำลังคนวิจัยที่จะเดินทางร่วมกับนักศึกษา จำนวน ๓ คน รวมทั้งสิ้น ๒๙ คน โดยมีรายชื่อดังต่อไปนี้

   โครงการนักศึกษาภาคฤดูร้อนเซิร์น จำนวน ๓ คน
๑. นายออมทรัพย์ จรูญรักษ์ สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
๒. นางสาวณัฐชยา ภูมีคำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
๓. นายธีระพงษ์ พลตื้อ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
๔. (ไม่มา ๑ คนคือ นายกษิดิศ ศรีมหาจริยะพงษ์ คณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

   โครงการครูสอนฟิสิกส์ภาคฤดูร้อนเซิร์น จำนวน ๑ คน
๑. นางสาวกุลธิดา สุวัชระกุลธร โรงเรียนระยองวิทยาคม จังหวัดระยอง
๒. (ไม่มา ๑ คนคือ นางสาวสุรนันท์ อนันตชัยศิลป์ โรงเรียนกำเนิดวิทย์ จังหวัดระยอง)

   โครงการนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายไปศึกษางานที่เซิร์น จำนวน ๑๓ คน นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน ๑๑ คน
๑. นางสาวดังฝัน เตาะสกุล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพมหานคร
๒. นายธัญกร ยันตรศาสตร์ โรงเรียนมงฟอร์ด จังหวัดเชียงใหม่
๓. นายธนธร ฌานวังศะ โรงเรียนนานาชาติคอนคอร์เดียน จังหวัดสมุทรปราการ
๔. นายภีมพศวสุ กันตาคม โรงเรียนนานาชาติคอนคอร์เดียน จังหวัดสมุทรปราการ
๕. นางสาวปรีชญา นราประเสริฐกุล โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จังหวัดนครปฐม
๖. นายไดกิ ฮาซาม่า โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จังหวัดนครปฐม
๗. นายนรภัทร พุกกะมาน โรงเรียนจิตรลดา กรุงเทพมหานคร
๘. นางสาวชาลิสา ศรีคำ โรงเรียนวารีเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
๙. นางสาวมาริสา อรรจนานนท์ โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย ปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี
๑๐. นายพชร อุ่นเจริญ โรงเรียนกำเนิดวิทย์ จังหวัดระยอง
๑๑. นายศุภณัฏฐ อนันตชัยโสภณ โรงเรียนกำเนิดวิทย์ จังหวัดระยอง
๑๒. (ไม่มา ๑ คนคือ นายนิธิวิทย์ โรจนรักษ์ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จังหวัดนครปฐม)

   ครูจากโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน ๒ คน
๑๓. นายกุลวรรธน์ อินทะอุด โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่
๑๔. นายปริญญา ศิริมาจันทร์ โรงเรียนกำเนิดวิทย์ จังหวัดระยอง

   โครงการนักศึกษาภาคฤดูร้อนเดซี จำนวน ๒ คน
๑. นางสาวจิดาภา ละครวัฒน์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
๒. นางสาวสิริพร หวู คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

   โครงการนักศึกษาภาคฤดูร้อนของสถาบันวิจัยไอออนหนักจีเอสไอ จำนวน ๒ คน
๑. นายธิติ อึ๋งเจริญ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
๒. นางสาวสุรวดี คำมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

   โครงการนักศึกษาภาคฤดูร้อนของหอสังเกตการณ์นิวตริโนไอซ์คิวบ์ จำนวน ๒ คน
๑. นางสาวเกร็ดทราย ภูผาคุณ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
๒. นางสาวสิดารัศมิ์ คำภักดี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

   นักวิจัยโครงการความร่วมมือไอซ์คิวบ์ด้านพัฒนากำลังคนวิจัย จำนวน ๓ คน
๑. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วราภรณ์ นันทิยกุล อาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
๒. ดร.ชญานิษฐ์ อัศวตั้งตระกูลดี อาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
๓. ดร.อัจฉรา เสรีเพียรเลิศ นักวิจัยหลังปริญญาเอก สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)