รายงานผลการดำเนินงานของ สวทช. ประจำปีงบประมาณ 2569 ไตรมาส 1

ผลการดำเนินงานของ สวทช. ไตรมาสที่ 1 ปีงบประมาณ 2569 ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (กวทช.)

คู่มือบริหารความเสี่ยงของ สวทช. ปี 2569

เอกสารคู่มือบริหารความเสี่ยงของ สวทช. ประจำปี 2569 ตามกรอบมาตรฐานบริหารความเสี่ยง ISO 31000:2018 เวอร์ชั่น 6.5 (2569) ผ่านการพิจารณาจากคณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยงของ สวทช. เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568

Disclaimer: เอกสารนี้ใช้เป็นแนวทางในการบริหารความเสี่ยงภายใน สวทช. และมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจในหลักการ และบริบทที่เกี่ยวข้องของ สวทช. เนื้อหาในคู่มือจะมีการพัฒนาและปรับปรุงให้สมบูรณ์และทันสมัยตามแนวทางการพัฒนาระบบบริหารความเสี่ยงของ สวทช. แบบวิวัฒนาการ (Evolutionary Approach) เอกสารฉบับนี้เป็นการปรับปรุงเพิ่มเติมจากคู่มือบริหารความเสี่ยง version 6.4

 
เอกสารคู่มือบริหารความเสี่ยงของ สวทช. ประจำปี 2569

สวทช. ร่วมมือ วศ. บูรณาการความและโรงเรียนตะกั่วป่า เสนานุกูล ส่งเสริมเยาวชนอนุรักษ์ผักลิ้นห่านชายฝั่งทะเลอันดามัน

อาจเป็นรูปภาพของ หนึ่งคนขึ้นไป, โรงพยาบาล และ ข้อความพูดว่า "က္သးနခါ Geet 四 ..REA วศ. บูรณาการความร่วมมือ สวทช. และโรงเรียนตะทั่วป่า เสนานุกูล ส่งเ ส่งเสริม เยาวชน อนุรัก อนุรักษ์ผักลิ้นห่านชายฝั่งทะเล ห่า ฝั่งทะเล ะเล อันดามัน www.dss.go.th กรมวิทยาศาสตร์บริการ :022017000 2201 7000"
     วันที่ 21 มกราคม 2569 กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) โดย คณะทำงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี – กรมวิทยาศาสตร์บริการ (อพ.สธ.-วศ.) และ ทีมวิจัยสถาบันห้องปฏิบัติการอ้างอิงแห่งชาติ (สอช.) ลงพื้นที่เข้าพบ นายสาธิต วรรณพบ รองผู้อำนวยการ และคณะอาจารย์โรงเรียนตะกั่วป่า เสนานุกูล จังหวัดพังงา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางความร่วมมือ การส่งเสริมเยาวชนอนุรักษ์ผักพื้นเมืองบริเวณด้านชายฝั่งทะเลอันดามัน โดยเฉพาะผักลิ้นห่าน มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ Launaea sarmentosa ซึ่งเป็นเป็นพืชล้มลุกพื้นถิ่นในกลุ่มหญ้าทะเลที่มีมูลค่าสูงและหายาก อีกทั้งยังกำลังอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจากปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในจังหวัดพังงาที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น เหตุจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และคลื่นลมแรง, น้ำทะเลหนุนสูง, และโครงสร้างป้องกันชายฝั่งที่ผิดวิธี โดยเฉพาะบริเวณ อ.ตะกั่วป่า (เกาะคอเขา, หาดนางทอง) และ อ.ท้ายเหมือง รวมถึงการขยายตัวของการท่องเที่ยวและการกว้านซื้อที่ดิน ส่งผลให้พื้นที่ชายหาดสูญเสียและแผ่นดินหายไป ทำให้ผักลิ้นห่านที่ขึ้นตามหาดทรายลดจำนวนลงอย่างรวดเร็วและมีความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ในระยะเวลาอันใกล้
อาจเป็นรูปภาพของ ตู้ป้องกันความเย็น และ ต้นกล้า
     ปัจจุบันทางโรงเรียนตะกั่วป่า เสนานุกูลได้รับการสนับสนุนจาก สวทช. ในการพัฒนาและจัดตั้งห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชระดับโรงเรียน ส่งเสริมให้นักเรียนพัฒนาทักษะด้านวิทยาศาสตร์ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์พืชท้องถิ่น และเป็นต้นแบบหรือศูนย์กลางการจัดการเรียนรู้ด้านการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชแก่โรงเรียนอื่น ๆ ในภูมิภาค ซึ่งผักลิ้นห่านเป็นหนึ่งในพืชท้องถิ่นหายากของจังหวัด ทางโรงเรียนจึงมีเป้าหมายในการขยายพันธุ์ผักลิ้นห่าน เพื่อการอนุรักษ์และต่อยอดการใช้ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจ รวมถึงการขึ้นทะเบียนภูมิศาสตร์ (GI) ในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับกิจกรรมการอนุรักษ์พืชท้องถิ่นฯ ที่ทาง วศ. ได้ดำเนินการสนองพระราชดำริ ตามแผนแม่บท อพ.สธ. ระยะ 5 ปีที่เจ็ด อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา
อาจเป็นรูปภาพของ หนึ่งคนขึ้นไป และ แคลริเน็ต
     นอกจากนั้นทางคณะอาจารย์ ได้นำคณะทำงานฯ วศ. เข้าสำรวจแปลงเพาะปลูกผักลิ้นห่านเพื่อการอนุรักษ์ภายในพื้นที่โรงเรียน พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างผักจากแปลงปลูกของโรงเรียนและพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน อำเภอท้ายเหมือง เพื่อนำมาทดสอบคุณค่าทางโภชนาการและสารองค์ประกอบสำคัญ สำหรับใช้เป็นข้อมูลเพื่อกำหนดแนวทางในการวิจัยและพัฒนาเพื่อการอนุรักษ์ และการนำไปใช้ประโยชน์เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนในพื้นที่ต่อไป

รายงานผลการดำเนินงานของ สวทช. ประจำปีงบประมาณ 2568 ไตรมาส 4

ผลการดำเนินงานของ สวทช. ไตรมาสที่ 4 ปีงบประมาณ 2568 ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (กวทช.)

การติดตามงานโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อคนพิการ ณ จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 1 – 4 ธันวาคม 2568

       เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 นางสาววันทนีย์ พันธชาติ กรรมการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ พร้อมคณะทำงาน ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของโรงเรียนกาวิละอนุกูล โดยสรุปผลการดำเนินงานห้องเรียนไอที การดำเนินงานห้องคอมพิวเตอร์ การพัฒนาทักษะการสื่อสาร การฝึกและแก้ไขการพูด การจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ การพัฒนาสื่อการเรียนการสอนด้วยเครื่องพิมพ์ ๓ มิติ การส่งเสริมการเรียนการสอนโค้ดดิ้งเพื่อพัฒนาศักยภาพในการเรียนรู้ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาและ/หรือออทิสติก โดยได้รับความร่วมมือจากคุณครูที่รับผิดชอบรายงานผลกันอย่างพร้อมเพรียง

ต่อมาในวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ช่วงเช้าลงพื้นที่โรงเรียนกาวิละอนุกูล เพื่อประชุมสรุปผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาทักษะการอ่านโดยใช้สื่อบัตรภาพและแอปพลิเคชันช่วยอ่านแบบแจกลูกสะกดคำกับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาและ/หรือออทิสติก การจัดการเรียนการสอน การประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียน และแผนการดำเนินงานเพื่อต่อยอดความรู้ในการพัฒนาทักษะการให้กับนักเรียน โดยนางสาวอลิสา สุวรรณรัตน์ นักวิชาการอาวุโส สวทช. และเป็นฝ่ายเลขานุการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ ให้คำแนะนำการจัดการเรียนสอนเป็นลำดับขั้น การนำสื่อบัตรภาพและแอปพลิเคชันช่วยอ่านแบบแจกลูกสะกดคำมาใช้ มีการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนเพื่อวัดประเมินผล ซึ่งเด็กจะสามารถทบทวนเองได้ ทำให้เด็กสามารถจำได้นานและมีคลังคำศัพท์มากขึ้น

ต่อมาในวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ช่วงบ่ายลงพื้นที่โรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่ เพื่อประชุมสรุปผลการดำเนินงานด้านการใช้ไอทีและเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกช่วยในการจัดการเรียนการสอน การพัฒนาทักษะการสื่อสารสำหรับนักเรียนที่มีข้อจำกัดในการสื่อสารด้วยการพูด การส่งเสริมการเรียนการสอนโค้ดดิ้ง และการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ พร้อมทั้งเยี่ยมชมการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในชั้นเรียน โดยมีนักเรียนที่มีความบกพร่องทางร่างกายและการเคลื่อนไหว กลุ่ม CP สาธิตการใช้คอมพิวเตอร์ (CP = Cerebral Palsy – สมองพิการ คือเด็กที่มีความบกพร่องทางการเคลื่อนไหวและท่าทางเนื่องจากความเสียหายต่อสมองที่กำลังพัฒนา ทำให้มีปัญหาเรื่องการควบคุมกล้ามเนื้อ แข็งเกร็ง หรืออ่อนแรง ส่งผลต่อการเดิน นั่ง การทรงตัว การพูด และการกิน) โดยนางสาวอลิสา แนะนำครูห้องคอมพิวเตอร์และครูกายภาพในการปรับท่าทางและจัดโต๊ะ เก้าอี้ สื่อและอุปกรณ์เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกให้เหมาะสม เพื่อให้นักเรียนสามารถทำกิจกรรมได้ผ่อนคลายมากขึ้น เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและลดการเกร็ง

ต่อมาในวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ลงพื้นที่โรงเรียนโสตศึกษาอนุสารสุนทร เพื่อประชุมสรุปผลการดำเนินงาน การส่งเสริมการเรียนการสอนโค้ดดิ้ง การพัฒนาสื่อการเรียนการสอนด้วยเครื่องพิมพ์ ๓ มิติ การพัฒนาการอ่านและเขียนภาษาไทยด้วยบัตรภาพคำศัพท์พหุภาษา การดำเนินงานห้องเรียนไอที การดำเนินงานห้องคอมพิวเตอร์ การฝึกและแก้ไขการพูด โดยครูที่รับผิดชอบแต่ละโครงการ นำเสนอการจัดการเรียน ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ให้ผู้บริหารดรงเรียนและคณะติดตามทราบ พร้อมทั้งเยี่ยมชมการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในชั้นเรียน โดยครูได้จัดกิจกรรมสาธิตการจัดการเรียนการสอนโดยการนำบัตรภาพและแอปพลิเคชันคำศัพท์พหุภาษา ซึ่งเด็กบกพร่องการได้ยินสามารถเรียนรู้คำศํพท์และทบทวนด้วยตัวเองได้ เข้าใจและสามารถสื่อสารได้

ต่อมาในวันที่ 4 ธันวาคม 2568 อาจารย์วันทนีย์ พันธชาติ กรรมการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ และ นางสาวอลิสา สุวรรณรัตน์ นักวิชาการอาวุโส สวทช. และฝ่ายเลขานุการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ ลงพื้นที่โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมเป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการอบรมเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “การส่งเสริมพฤติกรรมที่พึงประสงค์สำหรับนักเรียนพิการซ้อนที่มีความบกพร่องทางการเห็นร่วมกับความบกพร่องทางสติปัญญาและหรือออทิสติกโดยใช้กลวิธีการรับรู้ผ่านการมอง” ในการอบรมครั้งนี้ นายสุวิทย์ สุทาลา ผู้อำนวยการโรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือฯ เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรม ซึ่งมีบุคลากรครูเข้าร่วมอบรมทั้งสิ้น 55 คน ประกอบด้วย ครูจากโรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือฯ และครูจากโรงเรียนออทิสติกจังหวัดเชียงใหม่ วัตถุประสงค์ของการอบรมคือ “การสื่อสาร” ที่หลากหลายเพื่อความเข้าใจ เพราะการสื่อสารไม่ใช่เพียงแค่การพูด แต่สามารถใช้ช่องทางการสื่อสารที่หลากหลายเพื่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกันกับนักเรียนพิการซ้อน โดยเฉพาะนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นร่วมกับภาวะอื่น ๆ ครูสามารถใช้: ข้อความ รูปภาพ การสัมผัสของจริง เพื่อเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดและรับสารจากนักเรียนได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการเฉพาะบุคคล

การอบรมเชิงปฏิบัติด้านการประยุกต์ไอซีที เพื่อการจัดเก็บข้อมูลทางวัฒนธรรมและความหลากหลายทางชีวภาพ ด้วยแพลตฟอร์มนวนุรักษ์ (NAVANURAK) ภายในชุมชนบ้านวะกะเลโค๊ะ ทั้งในรูปแบบออนไลน์ และออนไซด์ขึ้น ระหว่างวันที่ 1-3 พฤศจิกายน 2568 ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านวะกะเลโค๊ะ (บ้านวะกะเลโค๊ะ) ต.แม่ตื่น อ.แม่ระมาด จ.ตาก

  มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) และศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (Entec) ได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติด้านการประยุกต์ไอซีที เพื่อการจัดเก็บข้อมูลทางวัฒนธรรมและความหลากหลายทางชีวภาพด้วยแพลตฟอร์มนวนุรักษ์ (NAVANURAK) ภายในชุมชนบ้านวะกะเลโค๊ะทั้งในรูปแบบออนไลน์ และออนไซด์ขึ้น ระหว่างวันที่ 1 – 3 พฤศจิกายน 2568 ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านวะกะเลโค๊ะ (บ้านวะกะเลโค๊ะ) ต.แม่ตื่น อ.แม่ระมาด จ.ตาก

โครงการได้เล็งเห็นคุณค่าทางวัฒนธรรมที่เป็นอัตลักษณ์ของชุมชนกลุ่มชาติพันธ์ุ และจุดเด่นด้านความหลากหลายทางชีวภาพบริเวณชุมชนโดยรอบโรงเรียน และได้ออกแบบการสอนในรูปแบบผสมผสานกับการใช้องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมโดยใช้แพลตฟอร์มนวนุรักษ์เป็นสื่อการเรียนรู้ เป็นการฝึกทักษะการใช้ประโยชน์สื่อดิจิทัลในการจัดเก็บข้อมูล การเผยแพร่ข้อมูลองค์ความรู้เกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรมของชุมชนชายขอบ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับผู้ที่ต้องการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ช่วยส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในสังคม ส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ก่อเกิดนวัตกรรม และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไปพร้อมกัน โดยมี รศ.ดร. สุรพล บุญลือ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี คณะเทคโนโลยีเพื่อการสื่อสารทางการศึกษา เป็นที่ปรึกษาของกิจกรรมในครั้งนี้ https://www.navanurak.in.th/wagalekoe/index/application/index.php?lang=th

โครงการนี้มุ่งสร้างแรงบันดาลใจและเสริมสร้างศักยภาพให้เยาวชนในพื้นที่ห่างไกล พร้อมเชื่อมโยงวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ อันจะนำไปสู่การพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืนในทุกมิติ มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ และ สวทช. ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาทักษะและส่งเสริมการเรียนรู้ด้านดิจิทัลในชุมชนชายขอบ เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและนำไปใช้สร้างประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ต่อไป.

แผนการดำเนินงาน 2569

แผนการดำเนินงานและงบประมาณ ปีงบประมาณ 2569 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) / สิงหาคม 2568

ตรวจเยี่ยมความก้าวหน้าของโครงการพระราชทานความช่วยเหลือด้านการศึกษาการปฏิบัติการทดลองวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี ให้แก่ โรงเรียนวัฒนธรรมป้องกันความสงบ (หลัก ๖๗) สปป.ลาว

โรงเรียนวัฒนธรรมป้องกันความสงบ (หลัก๖๗)  สปป.ลาว วันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ ณ ห้องประชุม สิริมิตร : ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มอบหมายให้ นายบุญรักษ์ สรัคคานนท์ กรรมการมูลนิธิฯ และหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง ตรวจเยี่ยมความก้าวหน้าของโครงการพระราชทานความช่วยเหลือด้านการศึกษา (๑) โครงการพระราชทานให้ความช่วยเหลทือด้านการปฏิบัติการทดลองวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  (๒) โครงการพระราชทานความช่วยเหลือด้านการแนะแนวและทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิทยาศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และภาษาศาสตร์ ให้แก่โรงเรียนวัฒนธรรมป้องกันความสงบ (หลัก๖๗)  สปป.ลาว

การตรวจเยี่ยมและการประชุมติดตามความก้าวหน้าในครั้งนี้ โดยส่งเสริมการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์ เคมี ชีววิทยา และอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น โดยกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ ผู้จัดได้เตรียมกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อการใช้งานบอร์ด KidBright และบอร์ด Arduino เบื้องต้น อบรมพื้นฐานการเขียนโปรแกรมมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้พัฒนากระบวนการคิดเชิงสร้างสรรค์สามารถออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยีได้ในอนาคต อย่างไรก็ตามหวังว่าการอบรมฯ ครั้งนี้จะช่วยพัฒนาองค์ความรู้ด้านการเรียนการสอนโดยเฉพาะอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น แก่คณะครูนักเรียนจาก สปป. ลาว ตลอดจนช่วยเพื่อผสานความสัมพันธ์ไทย-ลาว

อาจารย์สุทัศน์ จิประพันธ์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนปทุมเทพวิทยาคาร จ.หนองคาย ได้รายงานในที่ประชุมได้รับทราบว่า การดำเนินงานตามโครงการพระราชดำริฯ ดังกล่าว ได้เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างครูอาจารย์ของทั้งสองโรงเรียน นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาของสปป.ลาว มีความสนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะมาเรียนในวิชาวิทยาศาสตร์ บอร์ด KidBright บอร์ด Arduinoเบื้องต้น และเขียนโปรแกรมสูงขึ้น

กิจกรรมนิเทศและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย (แบบออนไลน์) ในวันที่ 6-7 กันยายน 2568

       สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ จัดกิจกรรมนิเทศและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย (แบบออนไลน์) ในวันที่ 6-7 กันยายน 2568 มีวัตถุประสงค์เพื่อนิเทศ/ติดตาม แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย และการทำโครงงาน/การบ้านงานวิจัยอิสระ เตรียมการประเมินรับตราพระราชทาน และร่วมแก้ไขปัญหา อุปสรรค เพื่อให้สามารถดำเนินงานได้ตามแผนงานต่อไป มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นครูปฐมวัย และครู ป.1-3 จำนวน 70 คน จาก 11 โรงเรียน