หน้าแรก สวทช. คว้ารางวัล The Best Sustaining Partner Award ในงาน SOS Thailand Awards 2026

สวทช. คว้ารางวัล The Best Sustaining Partner Award ในงาน SOS Thailand Awards 2026

17 ต.ค. 2569
0
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์

ภาพหมู่ สวทช. คว้ารางวัล The Best Sustaining Partner Award ในงาน SOS Thailand Awards 2026

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ดร. ปัทมาพร ประชุมรัตน์ นักวิจัยนโยบายอาวุโส ฝ่ายบริหารกลยุทธ์และนโยบายองค์กร และหัวหน้าโครงการ Thailand’s Food Bank เป็นผู้แทนเข้ารับรางวัล The Best Sustaining Partner Award ในงาน SOS Thailand Awards 2026 ณ Central World LIVE ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร

รางวัลนี้จัดโดย มูลนิธิสโกลาร์ส ออฟ ซัสทีแนนซ์ ประเทศไทย Scholars of Sustenance (SOS) Thailand เพื่อยกย่องหน่วยงานและองค์กรพันธมิตรที่มีบทบาทสำคัญในการลดความสูญเสียอาหาร และสนับสนุนการเข้าถึงอาหารอย่างเท่าเทียมในประเทศไทย โดยในปี 2026 ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 10 ปีการดำเนินงานด้าน Food Rescue ในประเทศไทย SOS Thailand มอบรางวัลรวม 45 รางวัล แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ Best Sustaining Partner Award และ Good Sustaining Partner Award
ภาพ สวทช. ได้รับรางวัล The Best Sustaining Partner Award โดยโครงการจัดตั้งธนาคารอาหารของประเทศไทย หรือ Thailand's Food Bank
โดย สวทช. ได้รับรางวัล The Best Sustaining Partner Award ตอกย้ำบทบาทในการขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการอาหารส่วนเกิน ภายใต้โครงการจัดตั้งธนาคารอาหารของประเทศไทย หรือ Thailand’s Food Bank ซึ่งนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) มาประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการอาหารส่วนเกินอย่างมีประสิทธิภาพและความปลอดภัย ส่งต่ออาหารที่ยังมีคุณภาพให้แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อย รวมถึงการผลักดันมาตรการสนับสนุนด้านภาษี เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ภาคส่วนต่าง ๆ เข้าร่วมบริจาคอาหารมากขึ้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการลดความสูญเสียอาหารและส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารของประเทศ
ภาพ สวทช. จัดบูธแสดงผลงานธนาคารอาหาร เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยอาหารสำหรับการบริจาคอาหาร
นอกจากนี้ สวทช. ยังได้จัดบูธแสดงผลงานธนาคารอาหาร เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยอาหารสำหรับการบริจาคอาหาร การใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อบันทึกข้อมูลการบริจาคอาหารและการตรวจสอบย้อนกลับ โดยโครงการมีเป้าหมายเพื่อลดปริมาณขยะอาหารและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารให้กับกลุ่มเปราะบาง พัฒนาเทคโนโลยีและแนวทางบริหารจัดการอาหารส่วนเกิน และสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายเพื่อการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
ภาพคุณจันทิมา สำเนียงงาม หัวหน้าโครงการการพัฒนาแนวทางและประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของอาหารส่วนเกิน และผู้ช่วยวิจัยอาวุโส TIIS เอ็มเทค สวทช.
ทั้งนี้ คุณจันทิมา สำเนียงงาม หัวหน้าโครงการการพัฒนาแนวทางและประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของอาหารส่วนเกิน และผู้ช่วยวิจัยอาวุโส TIIS เอ็มเทค สวทช. ได้ร่วมเสวนาในกิจกรรม SOS Talk หัวข้อ “Food Surplus X Carbon Credit: เปลี่ยนอาหารส่วนเกินเป็นคาร์บอนเครดิต” โดยกล่าวบนเวทีว่า การบริจาคอาหารส่วนเกินไม่เพียงช่วยผู้ขาดแคลน แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการลดขยะอาหารและก๊าซเรือนกระจก โดยระบุว่าไทยมีอาหารส่วนเกินราว 4 ล้านตันต่อปีที่ยังบริโภคได้ แต่สามารถกู้คืนเพื่อส่งต่อได้เพียง 2,000 ตัน หรือราว 0.05% เท่านั้น

ขณะที่อาหารที่ถูกทิ้งลงหลุมฝังกลบจะก่อให้เกิดก๊าซมีเทนซึ่งส่งผลรุนแรงต่อภาวะโลกร้อน จึงมีการพัฒนาระเบียบวิธีคำนวณการลดก๊าซเรือนกระจกจากการบริจาคอาหารส่วนเกินร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันให้เกิดการรับรองคาร์บอนเครดิตและสร้างแรงจูงใจให้ภาคธุรกิจหันมาบริจาคอาหารมากขึ้น โดยย้ำว่าเป้าหมายสำคัญที่สุดคือการเพิ่มโอกาสให้อาหารที่ยังมีคุณค่าได้ถูกส่งต่อถึงผู้ต้องการ แทนการกลายเป็นขยะที่สูญเปล่า
ภาพทีมวิจัย สวทช.
สวทช. ยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อร่วมพัฒนาระบบอาหารที่ยั่งยืน ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็น และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยต่อไป

แชร์หน้านี้: