“FORSEN” เซนเซอร์แจ้งเตือนปรับท่านอนผู้ป่วยติดเตียง ลดเสี่ยงแผลกดทับ

สรุปใจความสำคัญ
- การดูแลผู้ป่วยติดเตียงไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องอาหาร ยา และสุขอนามัย แต่ยังต้องหมั่นพลิกตะแคงและปรับท่านอนให้ผู้ป่วยทุก 2 ชั่วโมง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงการเกิดแผลกดทับด้วย ถึงกระนั้นด้วยภาระงานที่มีหลายด้าน ในบางครั้งผู้ดูแลจึงอาจหลงลืมการปรับท่านอนของผู้ป่วยในช่วงเวลาที่เหมาะสม จนเกิดการสะสมปัญหาแผลกดทับซึ่งนำมาสู่การติดเชื้อและภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง
- FORSEN คือ เซนเซอร์แจ้งเตือนการปรับท่านอนให้แก่ผู้ป่วยติดเตียง เพื่อลดความเสี่ยงการเป็นแผลกดทับ วิธีการใช้งาน คือ สอดแผ่น FORSEN ที่มีเซนเซอร์ตรวจจับแรงกดทับไว้ใต้ฟูกบริเวณตำแหน่งสะโพกของผู้ป่วย โดยเมื่อผู้ป่วยนอนทับเซนเซอร์ครบเวลา 2 ชั่วโมง จะมีสัญญาณไฟแจ้งเตือนให้ผู้ดูแลเข้าช่วยพลิกตัว
- เซนเซอร์ที่ใช้ตรวจจับแรงกดทับในผลิตภัณฑ์ FORSEN ผลิตขึ้นจากยางพาราที่ผ่านการปรับสมบัติให้เหมาะแก่การตรวจจับแรงกดทับหรือแรงดึง โดยมีสมบัติที่โดดเด่นต่างจากอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ทั่วไป คือ รองรับแรงกดทับได้มาก โค้งงอไปตามพื้นผิวได้ และปรับแต่งขนาดได้ตามวัตถุประสงค์การใช้งาน โดยเซนเซอร์ที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานกับผลิตภัณฑ์ประเภทอื่น ๆ ได้อีกหลากหลาย เช่น ผลิตภัณฑ์สำหรับลดความเสี่ยงการเป็นออฟฟิศซินโดรม ผลิตภัณฑ์เกมกระตุ้นการทำงานของสมอง
การดูแลผู้ป่วยติดเตียงไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องอาหาร ยา และสุขอนามัย แต่ยังต้องหมั่นพลิกตะแคงและปรับท่านอนให้ผู้ป่วยทุก 2 ชั่วโมง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงการเกิดแผลกดทับด้วย ถึงกระนั้นด้วยภาระงานที่มีหลายด้าน ในบางครั้งผู้ดูแลจึงอาจหลงลืมการปรับท่านอนของผู้ป่วยในช่วงเวลาที่เหมาะสม จนเกิดการสะสมปัญหาแผลกดทับซึ่งนำมาสู่การติดเชื้อและภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พัฒนา FORSEN (ฟอร์เซน) เซนเซอร์แจ้งเตือนปรับท่านอนให้ผู้ป่วยติดเตียง

ดร.ปณิธิ วิรุฬห์พอจิต หัวหน้าทีมวิจัยผลิตภัณฑ์ยางรูปแบบใหม่ เอ็มเทค สวทช. เล่าว่า นักวิจัยภายใต้กลุ่มวิจัยยุทธศาสตร์เทคโนโลยีด้านสุขภาพสำหรับเศรษฐกิจผู้สูงอายุ (Silver Economy & Healthtech) เอ็มเทค สวทช. ได้ร่วมกันพัฒนา FORSEN เซนเซอร์แจ้งเตือนการปรับท่านอนให้แก่ผู้ป่วยติดเตียงเพื่อช่วยลดปัญหาการลืมตั้งเวลาแจ้งเตือน โดยนำความเชี่ยวชาญด้านการแปรรูปยางพารามาพัฒนายางพาราให้มีสมบัตินำไฟฟ้าและสามารถเปลี่ยนแปลงค่าความต้านทานไฟฟ้าเมื่อได้รับแรงกดหรือแรงดึง เพื่อใช้ผลิตเป็นแผ่นเซนเซอร์ตรวจจับแรงกดทับของอุปกรณ์ FORSEN ที่มีสมบัติที่โดดเด่นจากเซนเซอร์ที่เป็นอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ทั่วไป คือ รองรับแรงกดทับได้มาก โค้งงอไปตามพื้นผิวได้ และปรับแต่งขนาดได้ตามวัตถุประสงค์การใช้งาน
ผลิตภัณฑ์ FORSEN มีลักษณะเป็นแผ่นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า สำหรับใช้สอดเข้าใต้เตียงของผู้ป่วยบริเวณตำแหน่งสะโพก โดยที่แผ่นจะมีเซนเซอร์ยางสำหรับตรวจจับแรงกดทับ 3 จุด เพื่อรองรับทุกท่าการนอนของผู้ป่วย ทั้งนอนหงาย นอนตะแคงซ้าย และนอนตะแคงขวา

ศิวพร ศรีมงคล ทีมวิจัยวัสดุเฉพาะทางสำหรับการประยุกต์ใช้ทางวิศวกรรม เล่าว่า FORSEN มีกลไกการทำงาน คือ เมื่อผู้ป่วยนอนทับอยู่บนเซนเซอร์ ระบบจะตรวจจับแรงกดทับและเริ่มนับระยะเวลาที่ผู้ป่วยอยู่ในท่าเดิม โดยเมื่อครบเวลา 2 ชั่วโมง จะมีสัญญาณไฟแจ้งเตือนให้ผู้ดูแลช่วยปรับเปลี่ยนอิริยาบถให้แก่ผู้ป่วย เพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นแผลกดทับอย่างทันท่วงที
ประภาส คุณนาม ทีมวิจัยวัสดุเฉพาะทางสำหรับการประยุกต์ใช้ทางวิศวกรรม เอ็มเทค สวทช. กล่าวเสริมว่า ทีมวิจัยออกแบบอุปกรณ์แผ่นเซนเซอร์ FORSEN ให้มีความทนทานต่อความชื้น ส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ควบคุมการทำงานของเซนเซอร์ใช้ไฟฟ้าแรงดันต่ำในการทำงาน เพื่อติดตั้งอุปกรณ์กับเตียงผู้ป่วยและใช้งานได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้ทีมวิจัยได้รับการสนับสนุนเรื่องการออกแบบอุปกรณ์สำหรับใช้งานกับผู้ป่วยจากโรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และได้รับการสนับสนุนเรื่องการพัฒนาระบบเซนเซอร์จากบริษัทอินโนเกนิกซ์ จำกัด

ปัจจุบันทีมวิจัยอยู่ในช่วงเตรียมการทดสอบใช้งานผลิตภัณฑ์ FORSEN ร่วมกับหน่วยงานด้านสาธารณสุข เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นจากผู้ใช้งานจริงและนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์การใช้งานยิ่งขึ้นต่อไป
ดร.ปณิธิ เล่าว่า ขณะนี้ทีมวิจัยเปิดรับทั้งหน่วยงานสาธารณสุขที่สนใจร่วมทดสอบใช้งานผลิตภัณฑ์ FORSEN ผู้ประกอบการที่สนใจรับถ่ายทอดเทคโนโลยี และผู้ประกอบการที่สนใจร่วมวิจัยต่อยอดผลิตภัณฑ์เซนเซอร์สู่การใช้งานในรูปแบบอื่น ๆ เช่น ผลิตภัณฑ์แจ้งเตือนให้ลุกจากเก้าอี้นั่งทำงานเพื่อปรับเปลี่ยนอิริยาบถลดความเสี่ยงการเป็นออฟฟิศซินโดรม ผลิตภัณฑ์เกมกระตุ้นการทำงานของสมองผ่านการบีบและคลายมือให้เข้ากับจังหวะดนตรีหรือการเคลื่อนไหวของภาพ
“ทีมวิจัยคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ยางพาราสู่การใช้ประโยชน์ที่หลากหลายจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม เพิ่มปริมาณการใช้งานยางพารา และส่งผลดีต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมยางพาราไทยต่อไป”

ผู้ประกอบการและหน่วยงานสาธารณสุขที่สนใจ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณเนตรชนก ปิยฤทธิพงศ์ อีเมล netchanp@mtec.or.th หรือ 0 2564 6500 ต่อ 4301
เรียบเรียงโดย ภัทรา สัปปินันทน์ ฝ่ายสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์ สวทช.
อาร์ตเวิร์กโดย ภัทรา สัปปินันทน์
ภาพประกอบโดย ภัทรา สัปปินันทน์








