‘ผงสีโครเมียม’ จากผลพลอยได้อุตสาหกรรม เสริมอัตลักษณ์สินค้า เสริมความกรีนผลิตภัณฑ์

การฟอกหนังสัตว์เพื่อนำหนังไปใช้ผลิตสินค้าต่าง ๆ เช่น เครื่องแต่งกายแฟชั่น เฟอร์นิเจอร์ ยานยนต์ จำเป็นต้องใช้เกลือโครม (chrome salts) เพื่อเพิ่มสมบัติความคงทนแข็งแรงให้กับวัสดุ ส่งผลให้กากตะกอนน้ำเสียกว่า 200 ตันต่อปีที่ได้จากกระบวนการฟอกหนังมีเกลือโครมตกค้างเป็นส่วนประกอบจำนวนมาก ซึ่งโดยทั่วไปผู้ประกอบการจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการกำจัดกากตะกอนเหล่านี้ด้วยวิธีฝังกลบ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงถึงประมาณ 2,000,000 บาทต่อปี

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พัฒนากระบวนการสกัดตะกอนเกลือโครมจากกากตะกอนน้ำเสียที่ได้จากกระบวนการฟอกหนัง เพื่อนำมาใช้ผลิตผงสีโครเมียม (chromium pigments) สำหรับใช้งานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยได้นำร่องทดสอบใช้งานในอุตสาหกรรมกระเบื้องแล้ว ทั้งนี้ เอ็มเทค สวทช. ได้รับการสนับสนุนด้านการวิจัยจากบริษัทเขตประกอบการอุตสาหกรรมฟอกหนัง ก.ม.34 จำกัด และบริษัทเคอร่าไทล์ เซรามิก จำกัด และได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.)

ดร.พิทักษ์ เหล่ารัตนกุล หัวหน้าทีมวิจัยซีเมนต์และวัสดุคอมพอสิตเพื่อความยั่งยืน เอ็มเทค สวทช. อธิบายว่า ในหลายอุตสาหกรรม เช่น กระเบื้อง สีทาบ้าน สิ่งพิมพ์ หรือพลาสติก มีการใช้ผงสีโครเมียมกันอย่างแพร่หลาย เพราะให้สีโทนเขียวได้หลายเฉด สีสด และมีความทนทานสูง ทีมวิจัยจึงเล็งเห็นโอกาสในการนำกากตะกอนน้ำเสียที่มีส่วนประกอบของเกลือโครเมียมมาปรับสภาพด้วยกระบวนการทางเคมีให้มีสมบัติเหมาะแก่การสกัดผงสีโครเมียมโทนเขียวเข้ม (Cr2O3) โดยได้รับการอนุเคราะห์ตะกอนเกลือโครมจากบริษัทเขตประกอบการอุตสาหกรรมฟอกหนัง ก.ม. 34 จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้บริการบำบัดน้ำเสียจากอุตสาหกรรมฟอกหนัง
ผลจากการปรับสภาพตะกอนเกลือโครมทำให้ได้ผงสีโครเมียมที่มีความบริสุทธิ์เกือบร้อยละ 80 เหมาะแก่การใช้ในงานกระเบื้องที่ต้องการสีสันสดใส ทนความร้อน
ดร.พิทักษ์ อธิบายต่อว่า ทีมวิจัยได้ร่วมกับบริษัทเคอร่าไทล์ เซรามิก จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตกระเบื้องสระว่ายน้ำรายใหญ่ของประเทศไทย ในการนำผงสีโครเมียมไปใช้ทดสอบผลิตกระเบื้องรุ่นเคอราดล (Keradol) ที่มีจุดเด่นคือกระเบื้องแต่ละแผ่นจะมีลักษณะผิวเคลือบเป็นลายแตกลานหรือแตกเป็นเส้นเล็ก ๆ แตกต่างกัน เหมาะแก่การนำไปใช้ปูสระว่ายน้ำและงานตกแต่ง ผลการทดสอบใช้งานพบว่าสีที่ได้มีสีเขียวเฉดใกล้เคียงกับผงสีสูตรทางการค้า และให้สีสันที่เหมาะแก่การผลิตกระเบื้องรุ่นนี้ ทำให้ผู้ประกอบการพึงพอใจในการใช้งานผงสีที่ทีมวิจัยพัฒนาเป็นอย่างมาก

“นอกจากจุดเด่นเรื่องสีสันที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว การใช้งานผงสีซึ่งผลิตจากผลพลอยได้ของอุตสาหกรรมยังสนับสนุนให้เกิดการใช้งานทรัพยากรอย่างคุ้มค่า สอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ประเทศไทยและหลายประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญ อีกทั้งยังช่วยลดการนำเข้าผงสีโครเมียมบริสุทธิ์จากต่างประเทศซึ่งปัจจุบันประเทศไทยยังต้องนำเข้าทั้งหมดได้เป็นอย่างดีด้วย”
ปัจจุบันงานวิจัยนี้มีสถานะพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยทีมวิจัยกำลังหารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในการปรับข้อกำหนดให้เจ้าของทรัพยากรเป็นผู้ดำเนินการแปรรูปผลิตภัณฑ์ด้วยตนเองได้ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างเต็มประสิทธิภาพและช่วยลดต้นทุนการผลิตผลิตภัณฑ์
สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ดร.พิทักษ์ เหล่ารัตนกุล อีเมล pitakl@mtec.or.th หรือเบอร์โทร 08 9742 2548
เรียบเรียงโดย ภัทรา สัปปินันทน์ ฝ่ายสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์ สวทช.
อาร์ตเวิร์กโดย ภัทรา สัปปินันทน์
ภาพประกอบโดย ภัทรา สัปปินันทน์ และภาพจาก Shutterstock








