เหมียวฟิน ! “ทรายแมวจากข้าวโพด วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร” จับตัวเป็นก้อนใน 3 วินาที แห้งไว ไร้กลิ่น แมวกลบง่าย ทาสสบายใจ

ทรายแมวเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่มีบทบาทสำคัญต่อคุณภาพชีวิตทั้งของสัตว์เลี้ยงและเจ้าของเป็นอย่างมาก ปัจจุบันการพัฒนาทรายแมวไม่เพียงเพื่อตอบโจทย์เรื่องสุขอนามัยและความสะดวกสบายในการใช้งาน แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงการนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและลดการปล่อยมลพิษด้วย

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พัฒนา “ทรายแมวจากข้าวโพด วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร” ที่มีสมบัติเด่น คือ จับตัวเป็นก้อนหลังเปียกน้ำได้ใน 3 วินาที แห้งเร็ว นุ่มเท้า กลบสบาย มาพร้อมสมบัติด้านสุขอนามัยทั้งลดการเกิดเชื้อราและเก็บกลิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดร.สิทธิศักดิ์ ประสานพันธ์ นักวิจัยทีมวิจัยซีเมนต์และวัสดุคอมพอสิตเพื่อความยั่งยืน เอ็มเทค สวทช. อธิบายว่า โจทย์ตั้งต้นการวิจัยและพัฒนามาจากบริษัทเวท ซุปพีเรีย คอนซัลแตนท์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยง เล็งเห็นถึงโอกาสในการร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศไทยผ่านการนำข้าวโพดในส่วนที่เป็นวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่มีมากในภาคเหนือมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ทรายแมวประเภทจับตัวเป็นก้อนหลังโดนน้ำที่มีความต้องการใช้งานทั้งภายในและต่างประเทศสูง เพื่อช่วยลดการกำจัดด้วยวิธีเผาในที่โล่งซึ่งก่อให้เกิดการปล่อยฝุ่น PM2.5 และแก๊สเรือนกระจก


แม้ข้าวโพดในส่วนที่เป็นวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรจะเป็นวัสดุชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยง และมีจุดแข็งเรื่องการมีรูพรุนสูง ดูดซับน้ำได้ดี แต่การนำมาผลิตทรายแมวที่มีสมบัติจับตัวเป็นก้อนได้ดีหลังจากโดนน้ำถือเป็นโจทย์อันท้าทาย เพราะวัสดุทั้งสองชนิดนี้ไม่มีสมบัติเรื่องการจับตัว
ดร.สิทธิศักดิ์ อธิบายว่า ทีมวิจัยใช้เวลากว่า 1 ปีเลือกสรรวัตถุดิบเกรดสำหรับผลิตอาหารมาใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ พัฒนาและปรับปรุงสูตรการผลิต รวมถึงออกแบบและดัดแปลงอุปกรณ์ภายในเครื่องจักรให้แต่ละเครื่องผลิตได้ความเร็วสูงถึง 1 ตันต่อชั่วโมง เพื่อรองรับการผลิตในระดับอุตสาหกรรมจนประสบความสำเร็จ ทรายแมวที่พัฒนาได้มีสมบัติเด่นทัดเทียมกับทรายแมวเต้าหู้ที่จับตัวเป็นก้อนได้ดีหลังโดนน้ำ และมีเนื้อสัมผัสดีทำให้แมวกลบทรายด้วยตัวเองหลังขับถ่ายง่าย รวมถึงเป็นทรายแมวที่ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติเช่นเดียวกันด้วย


“โดยผลิตภัณฑ์ที่ทีมวิจัยพัฒนาผ่านการทดสอบแล้วว่า หลังโดนน้ำสามารถจับตัวเป็นก้อนได้ภายใน 3 วินาที แห้งเร็ว เก็บกลิ่นยูเรียความเข้มข้น 10,000 ppm ในห้องทดสอบพื้นที่ปิดได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่เหลือกลิ่นรบกวน นอกจากนี้ทรายแมวที่เทออกจากบรรจุภัณฑ์แล้วยังอยู่ในสภาวะร้อนชื้นของประเทศไทยโดยไม่เกิดเชื้อราได้นานกว่า 1 เดือน
“ภายหลังการใช้งาน เจ้าของยังนำทรายแมวส่วนที่จับตัวเป็นก้อนไปใช้เป็นปุ๋ยบำรุงดินต่อได้ด้วย เพราะในปัสสาวะของแมวมียูเรียซึ่งเป็นสารประกอบไนโตรเจนที่เหมาะแก่การบำรุงพืช นอกจากนี้ทรายแมวยังมีรูพรุนสูงจึงช่วยปรับโครงสร้างดิน เพิ่มความร่วนและความอุ้มน้ำ และเป็นที่อยู่อาศัยให้แก่จุลินทรีย์ได้เป็นอย่างดี”
ปัจจุบันทีมวิจัยได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตทรายแมวจากข้าวโพดให้แก่บริษัทเวท ซุปพีเรีย คอนซัลแตนท์ จำกัด เรียบร้อยแล้ว โดยอยู่ในขั้นตอนเตรียมการผลิตและจำหน่าย คาดว่าจะเริ่มวางขายได้ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2569 ทั้งนี้ทีมวิจัยและผู้ประกอบการยังมีแผนจะร่วมวิจัยเพื่อยกระดับกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุดร่วมกันต่อไป


ผลงานการวิจัยนี้ถือเป็นตัวอย่างความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนในการนำความเชี่ยวชาญเฉพาะทางมาร่วมสร้างสรรค์เทคโนโลยีมุ่งเป้าตอบโจทย์ความต้องการของตลาดทั้งในไทยและต่างประเทศ ที่สำคัญคือเป็นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า ลดการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานชีวภาพและเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศไทยอย่างยั่งยืน
สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ทรายแมวจากวัสดุทางการเกษตรข้าวโพด ติดตามการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของบริษัทเวท ซุปพีเรีย คอนซัลแตนท์ จำกัด ได้ผ่าน www.vscthailand.com และติดต่อสอบถามเกี่ยวกับเทคโนโลยีการผลิตทรายแมวได้ที่ ดร.สิทธิศักดิ์ ประสานพันธ์ อีเมล sitthisp@mtec.or.th หรือเบอร์โทรศัพท์ 0 2564 6500 ต่อ 4259 หรือ 09 9429 2772
เรียบเรียงโดย ภัทรา สัปปินันทน์ ฝ่ายสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์ สวทช.
อาร์ตเวิร์กโดย ภัทรา สัปปินันทน์
ภาพประกอบโดย เอ็มเทค สวทช. และภาพจาก Shutterstock








