หน้าแรก ชุดตรวจเชื้ออีเอชพี (EHP) ในกุ้ง ตรวจง่าย รู้ผลใน 25 นาที

ชุดตรวจเชื้ออีเอชพี (EHP) ในกุ้ง ตรวจง่าย รู้ผลใน 25 นาที

15 ม.ค. 2569
0
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
บทความ
ผลงานวิจัยเด่น

ชุดตรวจเชื้ออีเอชพี (EHP) ในกุ้ง ตรวจง่าย รู้ผลใน 25 นาที

 

Enterocytozoon hepatopenaei (EHP) หรืออีเอชพี คือเชื้อไมโครสปอริเดียนที่ก่อโรคในกุ้ง ทำให้กุ้งมีอาการป่วย ตับอักเสบ กินอาหารได้น้อย ขนาดตัวเล็ก แตกไซซ์หรือมีขนาดตัวแตกต่างกันมาก ภูมิคุ้มกันต่ำ ติดโรคง่าย และเสี่ยงตายก่อนถึงระยะจำหน่ายสูง โดยเชื้อชนิดนี้สร้างความเสียหายแก่ผู้เพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำและกุ้งขาวแวนนาไมในประเทศไทยคิดเป็นมูลค่าถึง 6,000–8,000 ล้านบาทต่อปี หรือประมาณร้อยละ 10 ของรายได้ในช่วงสถานการณ์ปกติ ส่งผลให้เกษตรกรที่เตรียมรับมือไม่ทันเสียหายหนักจนอาจถึงขั้นล้มละลาย

ลักษณะของกุ้งแตกไซส์ คือ กุ้งในบ่อเพาะเลี้ยงเดียวกัน มีขนาดตัวแตกต่างหลากหลายอย่างชัดเจน โดยในภาพเป็นกุ้งกุลาดำ 3 ตัวที่มีขนาดแตกต่างกันชัดเจน
กุ้งขาวแวนนาไมแตกไซส์

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พัฒนาชุดตรวจเชื้ออีเอชพีในรูปแบบตรวจง่าย เกษตรกรใช้ตรวจได้ด้วยตัวเอง ที่ใช้เวลาตรวจเพียง 25 นาทีเท่านั้น การวิจัยและพัฒนานี้ได้รับการสนับสนุนจาก รศ. ดร.ศิวาพร ลงยันต์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และบริษัทมารีน ลีดเดอร์ จำกัด โดยล่าสุดในปี 2569 ทีมวิจัยได้รับรางวัล Grand Prize และเหรียญทอง จากงานมหกรรมสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมนานาชาติ (2026 Bangkok International Intellectual Property, Invention, Innovation and Technology Exposition: IPITEx 2026)

 

กุ้งกุลาดำจัดวางบนจาน เตรียมพร้อมสำหรับประกอบอาหาร
กุ้งกุลาดำ
กุ้งขาวแวนนาไมจำนวนมาก ถูกจัดวางไว้เตรียมพร้อมสำหรับจำหน่าย
กุ้งขาวแวนนาไม

ชุดตรวจเชื้ออีเอชพี ใช้ง่าย รู้ผลใน 25 นาที

ปัจจุบันวิธีมาตรฐานที่นิยมใช้ในการตรวจเชื้ออีเอชพี คือ การตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ที่กำลังขยาย 1,000 เท่า และการตรวจด้วยเทคนิค PCR (Polymerase Chain Reaction) ที่มีความละเอียดและแม่นยำสูง แต่ทั้งสองวิธีนี้เกษตรกรจะต้องส่งตัวอย่างไปตรวจยังห้องปฏิบัติการ เพราะจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือเฉพาะทางในการตรวจและวิเคราะห์ผล ทำให้นอกจากเกษตรกรต้องเสียค่าขนส่งตัวอย่างกุ้งและค่าตรวจแล้ว ยังต้องใช้เวลารอผลตรวจอย่างน้อย 2–3 วัน ส่งผลให้การดำเนินงานเพื่อยับยั้งความเสียหายล่าช้าหรืออาจไม่ทันการณ์

ดร.อรวรรณ หิมานันโต หัวหน้าทีมวิจัยการผลิตโมโนโคลนอลแอนติบอดีและการประยุกต์ใช้ ไบโอเทค สวทช. หัวหน้าทีมวิจัยชุดตรวจเชื้ออีเอชพี ชนิดใช้งานง่าย ไม่ต้องใช้เครื่องมือ และไม่จำเป็นต้องตรวจในห้องปฏิบัติการ
ดร.อรวรรณ หิมานันโต หัวหน้าทีมวิจัยการผลิตโมโนโคลนอลแอนติบอดีและการประยุกต์ใช้ ไบโอเทค สวทช.

ดร.อรวรรณ หิมานันโต หัวหน้าทีมวิจัยการผลิตโมโนโคลนอลแอนติบอดีและการประยุกต์ใช้ ไบโอเทค สวทช. อธิบายว่า ทีมวิจัยไบโอเทค สวทช. พัฒนาชุดตรวจเชื้ออีเอชพีที่ใช้งานง่าย ไม่ต้องใช้เครื่องมือ และไม่จำเป็นต้องตรวจในห้องปฏิบัติการ เพื่อให้เกษตรกรใช้ตรวจเชื้ออีเอชพีด้วยตัวเอง และมีความสะดวกรวดเร็ว สำหรับวิธีการตรวจประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ เตรียมตัวอย่าง สกัด ทดสอบ และอ่านผล ซึ่งระยะเวลาตรวจรวมทุกขั้นตอนใช้เวลาเพียง 25 นาทีเท่านั้น

“การอ่านผลทำได้ง่าย เพียงดูแถบสีแดงที่ปรากฏบนชุดตรวจ หากขึ้น 2 แถบ ทั้งที่ตำแหน่งตัว T (test) และ C (control) แปลว่า มีผลเป็นบวกหรือติดเชื้อ แต่หากขึ้นแถบเดียวที่ตัว C แปลว่า มีผลเป็นลบหรือไม่ติดเชื้อ ทั้งนี้ผลการทดสอบชุดตรวจอีเอชพีที่ทีมวิจัยพัฒนามีความจำเพาะกับเชื้ออีเอชพีและมีความแม่นยำสอดคล้องกับการตรวจด้วยเทคนิค qPCR (quantitative Polymerase Chain Reaction) 100 เปอร์เซ็นต์เมื่อใช้ตรวจกุ้งที่ติดเชื้อในระดับก่อให้เกิดโรค โดยผลงานวิจัยได้รับการจดอนุสิทธิบัตรเทคโนโลยีการผลิตน้ำยาสกัดและชุดตรวจแล้ว”

 

infographic แสดงข้อมูลสรุปเกี่ยวกับชุดตรวจเชื้อ EHP และขั้นตอนการตรวจซึ่งประกอบด้วย 4 ขั้นหลัก คือ เตรียมตัวอย่าง สกัด ทดสอบ และอ่านผล ซึ่งใช้เวลารวมในการตรวจเพียงประมาณ 25 นาทีเท่านั้น

ปัจจุบันทีมวิจัยได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตให้แก่บริษัทมารีนลีดเดอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในกระบวนการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำรายใหญ่ของประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ดร.อรวรรณ เล่าว่า ในช่วงปลายปี 2568 ทีมวิจัยได้ร่วมกับผู้แทนของบริษัทฯ ดำเนินการให้ความรู้เกี่ยวกับเชื้ออีเอชพี และการใช้งานชุดตรวจอีเอชพีแล้วในหลายพื้นที่ ทั้งภาคตะวันออกและภาคใต้ ครอบคลุมทั้งเกษตรกรและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องในระบบนิเวศการเพาะเลี้ยงกุ้ง ด้วยหวังให้เกษตรกรไทยได้รับรู้และเข้าถึงเทคโนโลยีการตรวจนี้โดยเร็ว เพื่อช่วยลดการสูญเสียจากการแพร่ระบาดของโรคซึ่งขณะนี้พบการระบาดหนักทั้งในประเทศไทยและหลายประเทศในเอเชีย รวมถึงบางประเทศในอเมริกาใต้

“เกษตรกรและผู้ประกอบการที่เข้าอบรมความรู้เกี่ยวกับโรคอีเอชพีและการใช้งานชุดตรวจโรคแบบเชิงรุกให้ความสนใจอย่างมาก รวมทั้งมีเสียงตอบรับว่างานวิจัยตอบโจทย์ทั้งด้านความสะดวก ความรวดเร็ว และราคาที่จับต้องได้ ทั้งนี้บริษัทฯ ยังมีแผนจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุดตรวจในประเทศอื่น ๆ ที่ต้องเผชิญสถานการณ์ความเดือดร้อนจากโรคระบาดที่เกิดจากเชื้ออีเอชพีเช่นเดียวกับประเทศไทยด้วย”

บรรยากาศการบรรยายให้ความรู้เรื่องโรค EHP และวิธีการใช้งานชุดตรวจโรค

บรรยากาศการบรรยายให้ความรู้เรื่องโรค EHP และวิธีการใช้งานชุดตรวจโรค

บรรยากาศการบรรยายให้ความรู้เรื่องโรค EHP และวิธีการใช้งานชุดตรวจโรค

อีเอชพี รู้ไว ช่วยยับยั้งและลดความสูญเสียได้

แม้เชื้ออีเอชพีจะแพร่ระบาดได้ง่ายและสร้างความเสียหายมาก แต่หากเกษตรกรทราบถึงการแพร่ระบาดได้เร็ว ย่อมมีโอกาสยับยั้งความเสียหายไม่ให้ลุกลาม

ดร.อรวรรณ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเชื้ออีเอชพีว่า เชื้อนี้แพร่ระบาดได้ง่ายเพราะเชื้อก่อโรคมีลักษณะเป็นสปอร์ที่มีผนังเซลล์หนา ทำให้มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมสูง การแพร่ระบาดจึงเกิดได้จากหลายสาเหตุทั้งกุ้งปกติกินกุ้งติดเชื้อเป็นอาหาร กุ้งปกติติดเชื้อจากอุจจาระของกุ้งติดเชื้อ การเจือปนของเชื้อในน้ำและอุปกรณ์เพาะเลี้ยง

“หากเกษตรกรพบกุ้งในบ่อมีขนาดตัวหลากหลายและค่อนข้างเล็กกว่าปกติซึ่งเป็นลักษณะบ่งชี้ถึงโรคนี้ให้รีบตรวจโรคทันที โดยหากพบการติดเชื้อ ควรแยกบ่อที่พบเชื้ออีเอชพี และควบคุมการแพร่กระจาย โดยไม่ใช้อุปกรณ์ร่วม ปรับการจัดการอาหารและคุณภาพน้ำ ลดของเสีย ลดความเครียด เพื่อชะลอผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของกุ้ง รวมถึงเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง และวางแผนการจับขายอย่างเหมาะสมแม้จะยังไม่ได้ขนาดตัวตามเป้าหมาย เพื่อลดการสูญเสียต้นทุนในการเพาะเลี้ยงไปโดยเปล่าประโยชน์”

“ส่วนด้านการจัดการฟาร์ม หลังพบการระบาด เกษตรกรต้องเร่งยับยั้งการระบาดอย่างเคร่งครัด ทั้งการพิจารณาใช้ยาฆ่าเชื้อที่ไม่เป็นอันตรายต่อกุ้ง การให้จุลินทรีย์เพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรงแก่กุ้ง การป้องกันการแพร่ระบาดของโรคระหว่างบ่อผ่านทางน้ำและอุปกรณ์ที่ใช้ในการเพาะเลี้ยง”

การเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำ โดยในภาพเป็นการยกยอเพื่อตรวจสอบคุณภาพกุ้งที่เพาะเลี้ยง

แม้วิกฤตโรคอีเอชพีไม่อาจหายไปจากประเทศไทยได้ในเร็ววันนี้ แต่การที่เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งรู้จัก เข้าใจ และรับมือกับสถานการณ์การระบาดได้อย่างเหมาะสมและรวดเร็ว จะช่วยยับยั้งความสูญเสียได้เป็นอย่างดี

ผู้สนใจติดต่อสอบถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ชุดตรวจเชื้ออีเอชพีได้ที่บริษัทมารีน ลีดเดอร์ จำกัด เบอร์โทรศัพท์ 08 3021 6459 อีเมล marineleader@hotmail.com หรือทางเพจเฟซบุ๊ก MarineLeader – มารีนลีดเดอร์ และติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวเทคโนโลยีการผลิตชุดตรวจเชื้ออีเอชพี ได้ที่ ดร. อรวรรณ หิมานันโต 0 2564 6700 ต่อ 3394 อีเมล orawanh@biotec.or.th

ดร.อรวรรณ หิมานันโต และทีมวิจัยการผลิตโมโนโคลนอลแอนติบอดีและการประยุกต์ใช้ ไบโอเทค สวทช.
ทีมวิจัยการผลิตโมโนโคลนอลแอนติบอดีและการประยุกต์ใช้ ไบโอเทค สวทช. ผู้พัฒนาชุดตรวจเชื้ออีเอชพี ชนิดใช้งานง่าย ไม่ต้องใช้เครื่องมือ และไม่จำเป็นต้องตรวจในห้องปฏิบัติการ
ทีมวิจัยได้รับรางวัล Grand Prize และเหรียญทอง จากงานมหกรรมสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมนานาชาติ (2026 Bangkok International Intellectual Property, Invention, Innovation and Technology Exposition: IPITEx 2026)
ทีมวิจัยได้รับรางวัล Grand Prize และเหรียญทอง จากงานมหกรรมสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมนานาชาติ
ทีมวิจัยได้รับรางวัล Grand Prize และเหรียญทอง จากงานมหกรรมสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมนานาชาติ (2026 Bangkok International Intellectual Property, Invention, Innovation and Technology Exposition: IPITEx 2026)
ทีมวิจัยได้รับรางวัล Grand Prize และเหรียญทอง จากงานมหกรรมสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมนานาชาติ

เรียบเรียงโดย ภัทรา สัปปินันทน์ ฝ่ายสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์ สวทช.
อาร์ตเวิร์กโดย ภัทรา สัปปินันทน์ และฉัตรกมล พลสงคราม ฝ่ายผลิตสื่อสมัยใหม่ สวทช.
ภาพประกอบโดย ภัทรา สัปปินันทน์, ไบโอเทค สวทช. และภาพจาก Shutterstock

แชร์หน้านี้: