หน้าแรก สวทช. เปิดสัมมนา “ถอดรหัสบัญชีนวัตกรรมไทย” ติวเข้มผู้ประกอบการขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทย เพิ่มโอกาสธุรกิจนวัตกรรม

สวทช. เปิดสัมมนา “ถอดรหัสบัญชีนวัตกรรมไทย” ติวเข้มผู้ประกอบการขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทย เพิ่มโอกาสธุรกิจนวัตกรรม

22 ม.ค. 2569
0
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์

วันที่ 15 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุม SD 601 ชั้น 6 อาคารสราญวิทย์ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สายงานบริหารการวิจัยและพัฒนา เป็นประธานเปิดงานสัมมนา ถอดรหัสบัญชีนวัตกรรมไทย จัดโดย งานส่งเสริมนวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์ ฝ่ายส่งเสริมนวัตกรรม สวทช. เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ ขั้นตอน สิทธิประโยชน์ และการจัดเตรียมเอกสารสำหรับการยื่นขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทย

ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ รองผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า บัญชีนวัตกรรมไทยเป็นมาตรการที่ต้องการส่งเสริมและผลักดันงานวิจัย ไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และยังมีส่วนช่วยในการกระตุ้นผู้ประกอบการไทยให้หันมาผลิตผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นนวัตกรรมซึ่งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้สูงกว่าแบบดั้งเดิม โดย สวทช. เป็นหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์และบริการนวัตกรรมที่ขอขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทยตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2558 สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจนำผลงานขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทย สามารถยื่นแบบคำขอขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทยมายัง สวทช. โดย สวทช. จะตรวจสอบข้อมูลแบบคำขอ และเอกสารประกอบการพิจารณาให้มีรายละเอียดครบถ้วนสมบูรณ์ทั้งนี้ผลงานนวัตกรรมที่ขอขึ้นทะเบียน สวทช. จะต้องพิจารณาว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทยหรือไม่ อย่างไรก็ตามจากการดำเนินงานของ สวทช. ในช่วงที่ผ่านมาพบว่า มีผู้ประกอบการอีกเป็นจำนวนมากยังจัดทำแบบคำขอไม่ถูกต้อง รวมถึงไม่สามารถสนับสนุนข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน ส่งผลให้การตรวจสอบคุณสมบัติผลงานนวัตกรรมที่ขอขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทย อาจยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร สวทช. จึงจัดสัมมนาในครั้งนี้ขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และสื่อสารเกี่ยวกับขั้นตอน หลักเกณฑ์ สิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องเทคนิคการจัดเตรียมข้อมูลและเขียนรายงานการวิจัยที่เพียงพอต่อการพิจารณาความเป็นนวัตกรรมไทย รวมถึงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับคุณภาพและความปลอดภัยของผลงานที่ยื่นขอขึ้นทะเบียนนวัตกรรมไทย ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ต้องมีและเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการในการเตรียมความพร้อมเอกสารประกอบหลักเกณฑ์ต่างๆ ได้อย่าง ถูกต้องครบถ้วน และเข้าใจภาพรวมของกระบวนการทั้งหมด

นายกฤตภาส คงรัตน์ ผู้จัดการงานส่งเสริมนวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์ สวทช. บรรยายในหัวข้อ “บัญชีนวัตกรรมไทย สนับสนุนผู้ประกอบการไทย พัฒนางานวิจัยสู่พาณิชย์ว่า บัญชีนวัตกรรมไทยเป็นมาตรการสำคัญในการผลักดันงานวิจัยของคนไทยสู่เชิงพาณิชย์ และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำนวัตกรรมเข้าสู่ตลาดภาครัฐ โดยหน่วยงานรัฐต้องจัดซื้อสินค้าและบริการในบัญชีฯ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของงบประมาณ พร้อมให้สิทธิประโยชน์สูงสุด 8 ปี สำหรับนวัตกรรมใหม่ ผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนต้องผ่านการวิจัยโดยคนไทย ได้มาตรฐาน ทดสอบคุณภาพ ความปลอดภัย และไม่กระทบสิ่งแวดล้อม

ดร.สมบูรณ์ โอตรวรรณะ นักวิจัยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สวทช. บรรยายในหัวข้อ เทคนิคการจัดเตรียมข้อมูลและเขียนรายงานการวิจัยที่เพียงพอต่อการพิจารณาความเป็นนวัตกรรมไทย ได้แนะนำแนวทางจัดเตรียมเอกสารขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทย โดยเน้นการจัดทำรายงานการวิจัยให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การพิจารณา ต้องชัดเจนตั้งแต่ปัญหา (Pain point) ในตลาด แนวคิดแก้ไข การพัฒนาและทดสอบทั้งในห้องปฏิบัติการและภาคสนาม รวมถึงการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมย้ำว่า รายงาน R&D แตกต่างจากรายงานการทดสอบ โดยต้องเล่าให้ครบกระบวนการพัฒนานวัตกรรม กรณีผลงานที่มีเพียงรายงานทดสอบ ไม่แตกต่างจากตลาด หรือไม่สร้างประโยชน์ชัดเจน อาจไม่ผ่านการขึ้นทะเบียน

นอกจากนี้ 3 หน่วยงานที่สำคัญ ร่วมแนะนำนวัตกรรมไทยให้บุกตลาดภาครัฐด้วยการยกระดับมาตรฐาน โดยเสวนาในหัวข้อ คุณภาพและความปลอดภัยที่นวัตกรรมไทยต้องมี ซึ่งมีผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย ดร.พัชทรา มณีสินธุ์ รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนา ด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) คุณสุบงกช ทรัพย์แตง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์กรมวิทยาศาสตร์บริการ และ ดร.ไกรสร อัญชลีวรพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (PTEC) สวทช.  ซึ่งภาพรวมการเสวนาสรุปว่า การยกระดับสินค้าไทยให้ผ่านมาตรฐานและแข่งขันได้ โดยเฉพาะในตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ต้องเริ่มจากการคิดให้ครบ ตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ อ้างอิงมาตรฐานตั้งแต่ต้น เพื่อลดความเสี่ยงการไม่ผ่านการทดสอบ เพื่อประหยัดเวลาและต้นทุน โดยผู้ประกอบการควรเข้าใจประเภทสินค้าของตนให้ชัดเจนก่อนส่งทดสอบและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่เริ่มต้น เพราะสินค้าจำนวนมากไม่ผ่านการทดสอบครั้งแรกจากการออกแบบที่ไม่ยึดมาตรฐาน มีเครื่องมือสนับสนุนสำคัญ ได้แก่ โรงงานนวัตกรรมอาหาร (FISP) ช่วยทดลองผลิตระดับกึ่งอุตสาหกรรมตามมาตรฐาน GMP เพื่อทดสอบตลาดก่อนลงทุนจริงระบบ “วว. JUMP” ที่ช่วยให้เข้าถึงบริการทดสอบและสอบเทียบได้สะดวกและรวดเร็ว บทบาทของหน่วยงานที่มีความยืดหยุ่นในการช่วยกำหนดข้อกำหนดทางเทคนิคเฉพาะ สำหรับนวัตกรรมใหม่ที่ยังไม่มีมาตรฐานสากล สุดท้ายผู้ผลิตต้องตระหนักว่า ผลการรับรองครอบคลุมเฉพาะตัวอย่างที่ส่งตรวจเท่านั้น ดังนั้นการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่เริ่มต้นจะช่วยประหยัดทั้งเวลาและงบประมาณ และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและโอกาสทางตลาดภาครัฐอย่างยั่งยืน

กิจกรรมดังกล่าวได้รับความสนใจมีผู้เข้าร่วมทั้งในรูปแบบ Onsite และ Online เป็นจำนวนมาก โดยผลประเมิน ผู้เข้าร่วมงานเห็นว่าการสัมมนาครั้งนี้โดยเฉพาะด้านเนื้อหามีประโยชน์ รูปแบบการนำเสนอเข้าใจง่าย ช่วยเปิดมุมมองและเสริมความเข้าใจด้านบัญชีนวัตกรรมไทย ช่วยให้ผู้เข้าร่วมงานมีความรู้และความเข้าใจเพิ่มขึ้น และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงอย่างชัดเจนหลังการสัมมนา

สำหรับผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจต้องการรับชมการสัมมนาย้อนหลัง เพื่อเจาะลึกรายละเอียดและเตรียมความพร้อมสู่บัญชีนวัตกรรมไทย สามารถรับชมบันทึกเทปการสัมมนาได้ที่เว็บไซต์ : www.nstda.or.th/innovation

 

แชร์หน้านี้: