ผนึกกำลังไทย–สิงคโปร์ ยกระดับ AI และนวัตกรรมการแพทย์ มุ่งสร้างกำลังคนทักษะสูง เสริมแกร่งระบบนิเวศ วทน. สู่ระดับสากล
เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569: ณ อาคาร Fusionopolis One-North Business Park ประเทศสิงคโปร์ ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมคณะผู้บริหาร สวทช. หารือร่วมกับผู้บริหารของ Agency for Science, Technology and Research (A*STAR) เพื่อวางกรอบความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการพัฒนากำลังคน โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.แอนดี้ ฮอร์ รองประธานกรรมการบริหาร A*STAR ให้การต้อนรับ

สวทช. และ A*STAR ในฐานะหน่วยงานวิจัยระดับชาติ ได้กำหนดวิสัยทัศน์ร่วมกันในการนำไปสู่การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม โดยมุ่งเน้นไปยังการยกระดับขีดความสามารถในสาขายุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ อุตสาหกรรมยาและวัคซีน นวัตกรรมการแพทย์ เกษตรและอาหารสมัยใหม่ พลังงานและสิ่งแวดล้อม รวมถึงปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีขั้นสูง เป็นต้น

ศาสตราจารย์ ดร.แอนดี้ ฮอร์ ได้เน้นย้ำถึงบทบาทของ A*STAR ในการเป็นกลไกกลางเชื่อมโยงงานวิจัยด้านการแพทย์สู่การนำไปใช้ประโยชน์จริง ผ่านการประสานความร่วมมือกับโรงพยาบาล มหาวิทยาลัย และภาคอุตสาหกรรม โดยอาศัยโครงสร้างพื้นฐานและแพลตฟอร์มวิจัยที่ทันสมัยในการขับเคลื่อนนวัตกรรมอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างมีความรับผิดชอบภายใต้กรอบจริยธรรมที่เหมาะสม เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการวินิจฉัยและการพัฒนายาในอนาคต นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการจัดระบบนิเวศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างโอกาสแก่เยาวชนรุ่นใหม่ ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคง

ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า “สวทช. เห็นว่าความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นกลไกสำคัญในการเร่งการพัฒนา AI ทางการแพทย์ และยินดีทำงานร่วมกับ A*STAR อย่างใกล้ชิด ทั้งด้านการวิจัยร่วม การพัฒนาบุคลากร และการสร้างแพลตฟอร์มนวัตกรรมที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละประเทศ โดย A*STAR ได้ขานรับ และร่วมวางกรอบความร่วมมือเพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในด้านการส่งเสริมอุตสาหกรรมสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมยาและนวัตกรรมการแพทย์ การเป็น focal point เชื่อมโยงระหว่าง A*STAR กับมหาวิทยาลัยไทยที่มีศักยภาพด้านการวิจัยเฉพาะทาง และการร่วมกันพัฒนานักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่”
ดร.พัชร์ลิตา ฉัตรวริศพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า “ตัวอย่างความสำเร็จเชิงรูปธรรม ภายใต้โครงการ NSTDA–SINGA ในช่วงปี พ.ศ. 2567–2568 ซึ่งเป็นทุนการศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำของสิงคโปร์ ได้แก่ NUS, NTU และ SUTD โดยปัจจุบันมีผู้ได้รับทุนในสาขาคอมพิวเตอร์ สาขาวิทยาการข้อมูล (Data Science) และวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จำนวน 5 ราย นับเป็นโครงการที่ช่วยบ่มเพาะและวางรากฐาน พร้อมทั้งเป็นการเสริมศักยภาพของนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ในเวทีนานาชาติเพื่อการพัฒนาขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศอย่างยั่งยืน”
![]() |
![]() |
นอกจากนี้ ตัวอย่างความสำเร็จของเยาวชนไทยในเวทีโลกที่เกิดจากความร่วมมือดังกล่าว คือ “ผลงานวิจัยด้าน 3D Computer Vision และ Physical Artificial Intelligence” โดย นางสาวรมย์รวินทร์ ชุมภู นักศึกษาปริญญาเอกชั้นปีที่ 1 สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ (Computer Science) ณ National University of Singapore (NUS) ซึ่งได้รับทุนภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สวทช. และ A*STAR ผ่านนักศึกษาทุนภายใต้โครงการ NSTDA–SINGA ซึ่งเป็นการสะท้อนผลลัพธ์ด้านการพัฒนากำลังคนอย่างเป็นรูปธรรม โดยงานวิจัยนี้ เป็นการบูรณาการองค์ความรู้ทางฟิสิกส์เข้ากับเทคโนโลยีการสร้างภาพสามมิติ รวมถึงการพัฒนา Spatial Intelligence เพื่อให้ระบบปัญญาประดิษฐ์สามารถเรียนรู้และเข้าใจโลกทางกายภาพผ่านแบบจำลองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการประยุกต์ใช้ในสาขา Computer Vision และ Robotics และการพัฒนาระบบอัจฉริยะที่สามารถโต้ตอบกับสภาพแวดล้อมจริงได้
นางสาวรมย์รวินท์ กล่าวว่า “การได้รับทุนดังกล่าวเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาศักยภาพด้านการวิจัย และได้ทำงานร่วมกับนักวิจัยชั้นนำในเวทีนานาชาติ ซึ่งช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ทางวิชาการของตนเอง แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศในอนาคต”

ความสำเร็จจากความร่วมมือระหว่าง สวทช. และ A*STAR ในครั้งนี้ ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการวางรากฐานระบบนิเวศด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และนวัตกรรมการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อพลิกโฉมระบบสุขภาพ ตั้งแต่การพัฒนายาไปจนถึงการรักษาแบบแม่นยำ ภายใต้กรอบจริยธรรมและการกำกับดูแลที่ได้มาตรฐานสากล นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างโอกาสเชิงรูปธรรมในการบ่มเพาะนักวิจัยรุ่นใหม่และกำลังคนทักษะสูง ซึ่งจะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืนในระยะยาว











