หน้าแรก ‘อว.’ จุดไฟนวัตกรรม AI สัญชาติไทย! ปั้น 24 บิ๊กโปรเจกต์ ThaiLLM ยกระดับงานวิจัยจากหิ้ง สู่ ‘ใช้งานจริง’ เชื่อมข้อมูลระดับประเทศ หนุนเศรษฐกิจดิจิทัล

‘อว.’ จุดไฟนวัตกรรม AI สัญชาติไทย! ปั้น 24 บิ๊กโปรเจกต์ ThaiLLM ยกระดับงานวิจัยจากหิ้ง สู่ ‘ใช้งานจริง’ เชื่อมข้อมูลระดับประเทศ หนุนเศรษฐกิจดิจิทัล

20 มี.ค. 2569
0
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์

ภาพหมู่ผู้บริหารและผู้ได้รับรางวัล

(วันที่ 20 มีนาคม 2569) ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้าฯ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ผนึกกำลัง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ประกาศความสำเร็จโครงการ “LLM Research Challenge Thailand 2026” ปั้นบุคลากรไอทีสายพันธุ์ใหม่กว่า 110 ชีวิต พร้อมโชว์ 24 นวัตกรรมต้นแบบจากขุมพลัง AI สัญชาติไทย เตรียมขยายผลสู่บริการสาธารณะ บูรณาการฐานข้อมูลวิจัย NRIIS-TNRR มุ่งเป้า ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ
ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยในพิธีมอบรางวัลการประกวดโครงการ Bootcamp: LLM Research Challenge Thailand 2026 ว่า โครงการนี้คือกลไกสำคัญภายใต้นโยบาย “อว. for AI” ที่มุ่งหวังเปลี่ยน “งานวิจัยบนหิ้ง” ให้กลายเป็นการ “ใช้งานจริง” ผ่านเทคโนโลยี Large Language Model (LLM) ที่พัฒนาโดยคนไทย เพื่อให้ประชาชนและนักวิจัยเข้าถึงองค์ความรู้ได้ง่ายและรวดเร็ว
“หัวใจสำคัญคือการสร้างต้นแบบที่ใช้งานได้จริงในหน่วยงาน (Use Case) ซึ่ง กระทรวง อว. พร้อมสนับสนุนการยกระดับ 24 ผลงาน ในวันนี้ให้ก้าวข้ามจากการเป็นแค่ระบบต้นแบบ ไปสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ เพื่อสร้างระบบนิเวศวิจัยและนวัตกรรมให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการตัดสินใจเชิงนโยบายด้วย AI อย่างแม่นยำและยั่งยืน” ศ.ดร.ศุภชัย กล่าว
ภาพ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ระบุว่า วช. ทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงระหว่างผู้สร้างเทคโนโลยีและผู้ใช้ประโยชน์ โดยมุ่งเน้นการนำ LLM ไปเพิ่มประสิทธิภาพระบบสืบค้นและถาม-ตอบอัจฉริยะ ซึ่งจะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดในการใช้งานฐานข้อมูลวิจัยขนาดใหญ่ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นใน Bootcamp ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ผลงานโปรแกรมมิ่ง แต่คือการสร้าง ‘เครือข่ายนักพัฒนา’ ที่เข้มแข็ง ทำให้เห็นการนำ LLM ไปสร้าง Agent อัตโนมัติ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลวิจัยที่ซับซ้อน ซึ่ง วช. จะผลักดันให้เกิดการเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มสำคัญอย่าง NRIIS และ TNRR เพื่อให้ข้อมูลวิจัยเป็นสมบัติที่จับต้องได้สำหรับคนไทยทุกคน” ดร.วิภารัตน์ ระบุ
ภาพ ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า สวทช. เป็นขุมพลังทางเทคโนโลยี ที่มีบทบาทสำคัญในการเป็นฟันเฟืองด้านนวัตกรรมดิจิทัล (Technology Provider) ที่ช่วยสนับสนุนเครื่องมือและโครงสร้างพื้นฐานให้แก่เหล่านักพัฒนาในโครงการ เพื่อสร้างระบบนิเวศ AI สัญชาติไทยที่สมบูรณ์ โดยตลอดเวลาที่ผ่านมา สวทช. ทีมวิจัย เนคเทค มุ่งมั่นพัฒนาเครื่องมือ AI ที่มีความเข้าใจบริบทภาษาไทยอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็น OpenThaiGPT หรือโมเดลเฉพาะทางอื่น ๆ ดังนั้นการวิจัยและพัฒนาของ สวทช. จึงไม่ได้มองแค่การพัฒนาโค้ด แต่เรากำลังสร้าง ‘Digital Ecosystem’ ที่เอื้อให้เกิดการนำงานวิจัยไปปรับใช้ในเชิงพาณิชย์และบริการภาครัฐ เพื่อลดช่องว่างทางเทคโนโลยีและสร้างอำนาจต่อรองให้ประเทศไทยในเวทีโลก” ศ.ดร.ชูกิจ กล่าวทิ้งท้าย
ภาพผู้รับรางวัลทั้งหมด
สำหรับผลลัพธ์ที่โดดเด่นของโครงการฯ ประกอบด้วยการพัฒนาบุคลากรด้าน AI และ Big Data กว่า 110 คน จาก 24 องค์กร และข้อเสนอโครงการใช้งานจริงกว่า 24 รายการ ที่ครอบคลุมทั้งระบบสนับสนุนการตัดสินใจทางด้านการแพทย์ ด้านการเกษตร และสิ่งแวดล้อม การวิเคราะห์ข้อมูลเศรษฐกิจหมุนเวียน และระบบอัจฉริยะช่วยสืบค้นข้อมูลสิทธิบัตรวิจัย รวมถึงการป้องกันความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจฐานความรู้ (Knowledge-based Economy) อย่างเต็มตัว
ทั้งนี้ ปลัดกระทรวง อว. ได้เป็นประธานพิธีมอบรางวัลชนะเลิศผลงานดีเด่นจากการประกวดโครงการ Bootcamp: LLM Research Challenge Thailand 2026 จุดไฟนวัตกรรมวิจัยด้วย LLM สัญชาติไทย โดยทีมที่ได้รับรางวัล ประกอบด้วย
ภาพรางวัลชนะเลิศ มูลค่า 60,000 บาท ได้แก่ “ทีม B05 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร”
• รางวัลชนะเลิศ มูลค่า 60,000 บาท ได้แก่ “ทีม B05 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร”
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 มูลค่า 40,000 บาท ได้แก่ “ทีม B01 กรมประชาสัมพันธ์”
• รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 มูลค่า 40,000 บาท ได้แก่ “ทีม B01 กรมประชาสัมพันธ์”
ภาพรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 มูลค่า 20,000 บาท ได้แก่ “ทีม B12 มหาวิทยาลัยมหิดล
• รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 มูลค่า 20,000 บาท ได้แก่ “ทีม B12 มหาวิทยาลัยมหิดล งานสารสนเทศเพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลทางสุขภาพ ฝ่ายสารสนเทศ สำนักงานคณบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี”
รางวัลพิเศษ NRCT Special Award มูลค่า 10,000 บาท ได้แก่
• ทีม B18 มหาวิทยาลัยศิลปากร ภาควิชาคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์
• ทีม B13 มหาวิทยาลัยรังสิต
รางวัลขวัญใจกรรมการ มูลค่า 5,000 บาท ได้แก่
• ทีม B04 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
• ทีม B06 บริษัท IDS training
รางวัลขวัญใจกรรมการ (ดาวรุ่ง) มูลค่า 5,000 บาท ได้แก่
• ทีม B10 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย คณะเทคโนโลยีการจัดการ (สงขลา)
ภาพรางวัลขวัญใจกรรมการ
รางวัลชมเชย มูลค่า 5,000 บาท ได้แก่
• ทีม B07 บริษัท Aircamp
• ทีม B11 มหาวิทยาลัยบูรพา คณะวิทยาการสารสนเทศ
• ทีม B14 มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
• ทีม B15 มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี
• ทีม B16 มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
• ทีม B17 มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล
• ทีม B19 มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
• ทีม B20 สถาบันเทคโนโลยีดิจิทัล มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม
• ทีม B21 สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
• ทีม B22 สำนักงานกิจการยุติธรรม
• ทีม B23 สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.)
• ทีม B24 สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)
• ทีม B25 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
• ทีม B26 สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
• ทีม B27 สำนักงานศาลปกครอง
แชร์หน้านี้: