สวทช. ต้อนรับคณะสถาบันเทคโนโลยีแห่งโตเกียว ร่วมขับเคลื่อนโครงการ TAIST-Tokyo Tech พัฒนาหลักสูตรปริญญาโทด้าน Biomedical Engineering & AI และวิจัย AI ทางการแพทย์

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ให้การต้อนรับคณาจารย์จาก Institute of Science Tokyo นำโดย Professor Tohru Yagi และ Associate Professor Shunichiro Ogura รวมทั้งคณะทำงานจาก Science Tokyo ANNEX Bangkok ได้แก่ Mr. Tatsuya Mizukoshi ผู้จัดการ, Ms. Samanan Wattanapan และ Mr. Ayaki Hakamata ในโอกาสเข้าร่วมกิจกรรม NSTDA Laboratory Visit 2026 ณ ห้องบุษกร อาคารเนคเทค กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “Biomedical Engineering & AI” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารือแนวทางการสร้างและขยายความร่วมมือด้านการวิจัยระหว่างเครือข่ายพันธมิตร ตลอดจนการต่อยอดสู่การพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะการส่งเสริมให้นักศึกษาในระดับปริญญาโทภายใต้โครงการ TAIST–Science Tokyo ได้มีโอกาสดำเนินงานวิจัยภายใต้กรอบความร่วมมือดังกล่าว เพื่อรองรับการเปิดหลักสูตรใหม่ “Biomedical Engineering & AI” ซึ่งมีกำหนดเปิดรับสมัครในปี 2026

ในโอกาสนี้ ดร.พัชร์ลิตา ฉัตรวริศพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. ได้กล่าวต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมเน้นย้ำบทบาทของ สวทช. ในการขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์และปัญญาประดิษฐ์ เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายของระบบสุขภาพในอนาคต จากนั้น ดร.หงลดา เทอดเกียรติกุล ได้บรรยายภาพรวมบทบาท ภารกิจ และโครงสร้างการดำเนินงานของ สวทช. เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับทิศทางการวิจัยและการพัฒนานวัตกรรมขององค์กร
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ช่วงเช้าเป็นกิจกรรมเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการด้านนาโนเทคโนโลยีและเทคโนโลยีชีวภาพ เริ่มจาก Nanocatalysis, Adsorption, and Simulation Research Group ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (NANOTEC) โดย ดร.สัญชัย คูบูรณ์ ซึ่งนำเสนอผลงานวิจัยด้านวัสดุนาโน การจำลองเชิงคอมพิวเตอร์ และการประยุกต์ใช้ในงานชีวการแพทย์ ต่อด้วยการเยี่ยมชม Nanoencapsulation and Biodelivery Systems Research Group โดย ดร.มัตถกา คงขาว ที่นำเสนอเทคโนโลยีการห่อหุ้มระดับนาโนและระบบนำส่งสารชีวภาพเพื่อการรักษาและการวินิจฉัยทางการแพทย์ โดยระหว่างการรับฟังการนำเสนอผลงานวิจัย Professor Tohru Yagi ได้แสดงความเห็นว่า งานวิจัยของ สวทช. และ Institute of Science Tokyo มีความสอดคล้องและสามารถบูรณาการองค์ความรู้ร่วมกันได้อย่างมีศักยภาพ จากนั้นเป็นการเยี่ยมชม Medical Molecular Biotechnology Research Group โดย ดร.ศิษเฎศ ทองสิมา ซึ่งนำเสนอผลงานด้านเทคโนโลยีชีวภาพระดับโมเลกุล การวิเคราะห์ข้อมูลชีวภาพ และการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในงานวิจัยทางการแพทย์และจีโนมิกส์ ได้รับความสนใจจากคณะผู้เข้าร่วมเป็นอย่างมาก
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ในช่วงบ่าย มีการนำเสนอผลงานวิจัยด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์และปัญญาประดิษฐ์ เริ่มจากหัวข้อ Human Behavior Analytics Research Projects โดย ดร.สุพร พงษ์นุ่มกุล จากทีมวิจัย Human Behavior Analytics ซึ่งมุ่งเน้นการวิเคราะห์พฤติกรรมมนุษย์ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อสนับสนุนงานด้านสุขภาพและการยกระดับคุณภาพชีวิต ต่อด้วยการนำเสนอโครงการ Young Fit โดย ดร.วินัย ชนปรมัตถ์ จากทีมวิจัย Biomedical Electronics and Systems ซึ่งเป็นโครงการส่งเสริมการออกกำลังกายและสุขภาพผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และระบบอัจฉริยะ จากนั้นเป็นการบรรยายหัวข้อ Advances in BCI-AI Research at BES โดย ดร.อภิชย์ เหมาคม จากทีมวิจัยอิเล็กทรอนิกส์และระบบทางชีวการแพทย์ (BES) ซึ่งนำเสนอความก้าวหน้าของเทคโนโลยี Brain–Computer Interface ร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ เพื่อการประยุกต์ใช้ทางการแพทย์และการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วย ภายหลังการบรรยาย คณะผู้เข้าร่วมได้เยี่ยมชม Medical Imaging System Research Team (MIS) โดยมี ดร.เสาวภาคย์ ธงวิจิตรมณี เป็นผู้นำเสนอ ณ อาคาร NECTEC Pilot Plant พร้อมสาธิตงานวิจัยด้านระบบถ่ายภาพทางการแพทย์ การประมวลผลภาพ และการประยุกต์ใช้ AI เพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรค ช่วงสุดท้ายของกิจกรรมเป็นการเยี่ยมชม Biofunctional Materials and Devices Research Group โดย ดร.ภาสกร เทศะวิบุล จากทีมวิจัย Innovative Orthotic Design and Manufacturing ณ อาคาร MTEC Pilot Plant ซึ่งนำเสนอผลงานวิจัยด้านวัสดุชีวภาพ อุปกรณ์ช่วยทางการแพทย์ รวมถึงการออกแบบออร์โธติกส์และอุปกรณ์สวมใส่เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วย
กิจกรรม NSTDA Laboratory Visit 2026 ครั้งนี้ นับเป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพของห้องปฏิบัติการของ สวทช. และส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัย โดยเฉพาะภายใต้ความร่วมมือ TAIST–Science Tokyo Program ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนาหลักสูตรด้าน Biomedical Engineering and AI และการสร้างกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อการพัฒนางานด้านการแพทย์และปัญญาประดิษฐ์อย่างยั่งยืนในอนาคต























