หน้าแรก ENTEC สวทช. จับมือ กกพ. ยกระดับ Regulator เป็นพลังขับเคลื่อน Net Zero ของประเทศ

ENTEC สวทช. จับมือ กกพ. ยกระดับ Regulator เป็นพลังขับเคลื่อน Net Zero ของประเทศ

8 ม.ค. 2569
0
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์

ภาพผู้แทนภาครัฐ เอกชน และนักวิจัย สวทช. พร้อมผู้ร่วมอบรม ใน หลักสูตร “Capability Building for Energy Transition (2026)”

วันที่ 8 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุมสุขุมวิท โรงแรมเมอร์เคียว กรุงเทพฯ: ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) สานต่อโครงการจัดฝึกอบรมหลักสูตร “Capability Building for Energy Transition (2026)” เป็นปีที่ 4 เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และยกระดับขีดความสามารถให้กับบุคลากรด้านนโยบายและเทคโนโลยีพลังงานของ กกพ. รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานสะอาด ยกระดับ Regulator เป็นพลังขับเคลื่อน Net Zero ของประเทศ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.สุมิตรา จรสโรจน์กุล ผู้อำนวยการ ENTEC สวทช. กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมฝึกอบรม พร้อมด้วยคณะผู้จัดกิจกรรมจาก ENTEC ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยประกอบด้วย ดร.ลิลี่ เอื้อวิไลจิตร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ENTEC ดร.นุวงศ์ ชลคุป ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยพลังงานคาร์บอนต่ำ ENTEC ดร.วิศาล ลีลาวิวัฒน์ และ ดร.กัมปนาท ซิลวา นักวิจัยกลุ่มวิจัยพลังงานคาร์บอนต่ำ ENTEC ทั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.ประสิทธิ์ สิริทิพย์รัศมี รองเลขาธิการ กกพ. กล่าวเปิดงาน

ภาพผู้แทนภาครัฐ เอกชน และนักวิจัย สวทช. ใน หลักสูตร “Capability Building for Energy Transition (2026)”

หลักสูตร “Capability Building for Energy Transition (2026)” ถูกออกแบบเป็นกระบวนการพัฒนาศักยภาพต่อเนื่องตลอดปี โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญได้แก่ ตลาดไฟฟ้าอนาคต สิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนเทคโนโลยีพลังงานขั้นสูง อาทิ ระบบกักเก็บพลังงาน ไฮโดรเจน และ Small Modular Reactor (SMR) รวมถึงการศึกษาดูงานในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างบทบาท Regulator ไทยให้สามารถกำหนดนโยบายและกลไกกำกับดูแลที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง รองรับเป้าหมาย Net Zero และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน

ภาพผู้ร่วมอบรม ใน หลักสูตร “Capability Building for Energy Transition (2026)” กำลังแสดงความคิดเห็น ภาพผู้ร่วมอบรม ใน หลักสูตร “Capability Building for Energy Transition (2026)” กำลังสอบถาม
ภาพผู้ร่วมอบรม ใน หลักสูตร “Capability Building for Energy Transition (2026)” ภาพผู้ร่วมอบรม ใน หลักสูตร “Capability Building for Energy Transition (2026)” กำลังแสดงความคิดเห็น
ภาพบรรยากาศ ผู้ร่วมอบรม ใน หลักสูตร “Capability Building for Energy Transition (2026)” นั่งฟังบรรยาย ภาพบรรยากาศ ผู้ร่วมอบรม ใน หลักสูตร “Capability Building for Energy Transition (2026)” นั่งฟังบรรยาย

เนื้อหาการอบรมมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจภาพรวมการเปลี่ยนผ่านพลังงานในระดับโลก ครอบคลุมทั้งทิศทางนโยบาย แนวโน้มเทคโนโลยี และผลกระทบต่อโครงสร้างระบบพลังงานในระยะยาว โดยนำเสนอประสบการณ์ด้านนโยบายการเปลี่ยนผ่านพลังงานในบริบทสากล ควบคู่กับแนวโน้มพลังงานที่ชี้ให้เห็นความท้าทายของประเทศกำลังพัฒนาในการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ หลักสูตรยังลงลึกในประเด็นเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นฐานสำคัญของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคไฟฟ้า ครอบคลุมพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และระบบโซลาร์ลอยน้ำ โดยนำเสนอทั้งมิติด้านเทคโนโลยี นโยบาย และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดนี้เพื่อสะท้อนประเด็นที่หน่วยงานกำกับดูแลต้องนำไปพิจารณาในการออกแบบกติกาและกลไกที่เอื้อต่อการลงทุนพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ภาพ ดร.สุมิตรา ยืนกล่าวที่โพเดียมบนเวที ในงานฝึกอบรมหลักสูตร “Capability Building for Energy Transition (2026)”

ดร.สุมิตรา จรสโรจน์กุล ผู้อำนวยการ ENTEC สวทช. กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) ถือเป็นความท้าทายสำคัญในระดับโลก ที่ทุกประเทศจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมทั้งในเชิงนโยบาย เทคโนโลยี และกลไกกำกับดูแล เพื่อมุ่งสู่ระบบพลังงานที่มีความมั่นคง ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งการพัฒนาศักยภาพบุคลากรถือเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนดังกล่าว สำหรับหลักสูตรอบรมในปี 2569 ได้รับการออกแบบเนื้อหาให้ครอบคลุมทุกมิติของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน จัดขึ้นในรูปแบบ Hybrid ระหว่างเดือนมกราคม ถึงเดือนเมษายน 2569 ประกอบด้วยการบรรยาย การอบรมออนไลน์ และการศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศ โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 9 โมดูล อาทิ ทิศทางนโยบายพลังงาน เทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน ตลาดไฟฟ้าในอนาคต การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เทคโนโลยีการกักเก็บพลังงาน พลังงานไฮโดรเจน และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) โดยหลักสูตรนี้ไม่เพียงมุ่งถ่ายทอดความรู้ด้านเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังเปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบายและการกำกับดูแลพลังงาน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความพร้อมของประเทศไทยในการรับมือกับโลกพลังงานยุคใหม่ ทั้งนี้ ENTEC สวทช. คาดหวังว่าความร่วมมืออย่างต่อเนื่องกับ กกพ. จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถของหน่วยงานกำกับดูแล และสนับสนุนการขับเคลื่อนระบบพลังงานของประเทศให้ก้าวสู่ความยั่งยืนอย่างมั่นคงในระยะยาว

ภาพ ดร.ประสิทธิ์  ยืนกล่าวที่โพเดียมบนเวที ในงานฝึกอบรมหลักสูตร “Capability Building for Energy Transition (2026)”

ดร.ประสิทธิ์ สิริทิพย์รัศมี รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวว่า ทิศทางพลังงานของโลกกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ อันเป็นผลจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งทำให้หลายประเทศเร่งปรับโครงสร้างระบบพลังงานไปสู่พลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาดมากขึ้น ประเทศไทยได้ประกาศเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050 ) ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เร็วขึ้นจากเดิมที่กำหนดไว้ในปี พ.ศ. 2608 (ค.ศ. 2065) ถึง 15 ปี เพื่อช่วยให้อุตสาหกรรมและภาคพลังงานของประเทศสามารถปรับตัวได้ทันต่อบริบทการแข่งขันและกติกาโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ’Energy Transition’  จึงไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นที่ทุกประเทศ รวมถึงประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน ทั้งเชิงนโยบาย เทคโนโลยี โครงสร้างตลาด และบุคลากร

รองเลขาธิการ กกพ. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงาน กกพ. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง จึงได้ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดหลักสูตร “Capability Building for Energy Transition” ขึ้น ซึ่งนับเป็นกลไกสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีพลังงานให้แก่บุคลากรของสำนักงาน กกพ. เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเชิงลึกและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการกำกับดูแลระบบพลังงานของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าองค์ความรู้และมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญจะช่วยเสริมสร้างวิสัยทัศน์ให้กับผู้เข้าร่วมอบรม และเป็นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจของ กกพ. ให้สอดรับกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศในระยะยาว

 

แชร์หน้านี้: