หน้าแรก ENTEC สวทช. ร่วมขับเคลื่อนอนาคตพลังงานสะอาดในเวที ASIA Sustainable Energy Week 2026

ENTEC สวทช. ร่วมขับเคลื่อนอนาคตพลังงานสะอาดในเวที ASIA Sustainable Energy Week 2026

2 ก.ค. 2569
0
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์

ภาพผู้ร่วมงาน ASIA Sustainable Energy Week 2026

วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร: ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 (ASEW 2026) งานแสดงเทคโนโลยีและการประชุมนานาชาติด้านพลังงานสะอาดที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาคเอเชีย ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–3 กรกฎาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “Empowering Asia’s Clean Energy Future” เพื่อร่วมผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานสะอาดและสังคมคาร์บอนต่ำผ่านงานวิจัย นวัตกรรม และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และนานาชาติ

ภาพหมู่ผู้ร่วมงานขับเคลื่อนอนาคตพลังงานสะอาดในเวที ASIA Sustainable Energy Week 2026

ภาพบรรยากาศภายในงาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 ภาพบรรยากาศภายในงาน ASIA Sustainable Energy Week 2026

ในโอกาสนี้ ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ ผู้อำนวยการ ENTEC สวทช. พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและนักวิจัย ได้เข้าร่วมพิธีเปิดงานและการประชุมสัมมนานานาชาติ พร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญและพันธมิตรจากหลากหลายประเทศ เพื่อผลักดันการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาด และสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในระยะยาว
ในฐานะหน่วยงานวิจัยด้านพลังงานของประเทศ ENTEC สวทช. นำเสนอศักยภาพงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่าด้านพลังงาน ตั้งแต่การผลิต การกักเก็บ การใช้ประโยชน์ และการจัดการพลังงานอย่างยั่งยืน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม และสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศไทย

ภาพบรรยากาศภายในงาน ASIA Sustainable Energy Week 2026

ภาพบรรยากาศภายในงาน ASIA Sustainable Energy Week 2026

หนึ่งในบทบาทสำคัญของ ENTEC ภายในงาน คือ การร่วมจัดและสนับสนุนเวทีวิชาการระดับนานาชาติ ซึ่งเปิดพื้นที่ให้นักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ ภาคอุตสาหกรรม และผู้กำหนดนโยบาย ได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการวิจัยและนวัตกรรมในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะประเด็นที่กำลังได้รับความสนใจทั่วโลก ได้แก่ ไฮโดรเจน เชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ ระบบกักเก็บพลังงาน เทคโนโลยีแบตเตอรี่ และการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานสะอาด

ภาพบรรยากาศภายในงาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 ภาพบรรยากาศภายในงาน ASIA Sustainable Energy Week 2026

ENTEC ยังให้ความสำคัญกับการผลักดันเทคโนโลยีที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในภาคอุตสาหกรรมและสังคม อาทิ
• เทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน (Battery & Energy Storage)
• การจัดการแบตเตอรี่หลังสิ้นอายุการใช้งาน (End-of-Life Battery Management) การนำกลับมาใช้ซ้ำ (2nd Life Utilization) และการรีไซเคิลวัสดุแบตเตอรี่ (Battery Material Recycling) เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน
• เทคโนโลยีพลังงานไฮโดรเจนและเชื้อเพลิงแห่งอนาคต
• เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) และเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำสำหรับภาคการขนส่ง
• เทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ การบริหารจัดการแผงโซลาร์เซลล์ตลอดวัฏจักรชีวิต รวมถึงการนำกลับมาใช้ใหม่และการรีไซเคิล
• ระบบบริหารจัดการพลังงานและการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรมและอาคาร
• งานวิจัยด้านนโยบาย มาตรฐาน และกลไกสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ
นอกจากการเผยแพร่งานวิจัยและเทคโนโลยีแล้ว ENTEC ยังใช้เวที ASEW 2026 ในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน มหาวิทยาลัย และองค์กรวิจัยทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเร่งการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนางานวิจัยร่วม และการต่อยอดนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย

ภาพบรรยากาศภายในงาน ASIA Sustainable Energy Week 2026

การเข้าร่วมงาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 ในครั้งนี้ ตอกย้ำบทบาทของ ENTEC สวทช. ในฐานะองค์กรวิจัยและพัฒนาด้านพลังงานแห่งชาติ ที่มุ่งสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พร้อมสร้างความร่วมมือระดับนานาชาติ และผลักดันผลงานวิจัยไทยสู่การใช้ประโยชน์จริง อันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน ตามเป้าหมายการพัฒนาประเทศและการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ในอนาคต

แชร์หน้านี้: