หน้าแรก คลังความรู้ คลังความรู้ นานาสาระน่ารู้ แพลตฟอร์ม Daysie
แพลตฟอร์ม Daysie
1 ก.ค. 2569
0
นานาสาระน่ารู้

 การพัฒนาแอปพลิเคชัน AIoT บนอุปกรณ์ Edge Computing ด้วยแพลตฟอร์ม Daysie เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลข้อมูล ลดต้นทุน และเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันให้กับภาคอุตสาหกรรมไทย ถือเป็นการใช้ AI เพื่อยกระดับภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ Daysie ยังมาพร้อมบริการที่ใช้งานง่าย ทำให้ผู้ใช้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมเมอร์หรือไม่ก็ตาม สามารถสร้าง จัดการ และควบคุมการทำงานของซอฟต์แวร์บนอุปกรณ์ IoT Edge

daysie

จุดเด่น/ประโยชน์ของเทคโนโลยี

  • No-Code , DIY AI-IoT application platform
  • กรรมสิทธิ์ในแอพพลิเคชั่นหรือซอฟแวร์ที่สร้างบนแพลตฟอร์มเป็นของผู้ใช้งาน 100%

Daysie มีหลักการทำงานสำคัญดังนี้

  1. กระบวนการสร้างและเทรนโมเดล (ML Pipeline) Daysie ช่วยให้ผู้ใช้สร้างโมเดล Machine Learning ได้เองผ่าน 4 ขั้นตอนหลัก คือ
  • เลือกโมเดล: คลิกเลือกประเภทโมเดลที่ต้องการใช้งาน
  • อัปโหลดข้อมูล: นำข้อมูลสำหรับเทรนโมเดลเข้าสู่ระบบ รองรับทั้งไฟล์ภาพ (Photo), ข้อมูลตาราง (CSV) และไฟล์เสียง (Audio)
  • เทรนข้อมูล: สั่งประเมินและเทรนผลข้อมูลผ่านแพลตฟอร์ม
  • ประกอบแอปพลิเคชัน: ดาวน์โหลดโมเดลที่เทรนเสร็จแล้วมาวางในรูปแบบ “Node” แล้วใช้วิธี ลากและวาง (Drag and Drop) เพื่อเชื่อมต่อส่วนต่าง ๆ เข้าด้วยกันเหมือนการต่อเลโก้
  1. การเชื่อมต่อและการติดตั้ง (Deployment)
  • การเชื่อมต่ออุปกรณ์: สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์เข้ากับแพลตฟอร์มได้ง่าย ๆ โดยใช้ Device Token
  • ฮาร์ดแวร์ที่รองรับ: ตัวระบบสามารถติดตั้งลงบนอุปกรณ์ Edge Device ได้หลากหลาย เช่น 4-core ARM, AMD64, Intel และรองรับระบบปฏิบัติการทั้ง MacOS, Linux และ Windows
  • การอัปเดต: การอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ ๆ ทำได้ง่ายเหมือนการอัปเดตแอปบนมือถือผ่านอินเทอร์เน็ต
  1. ขีดความสามารถและฟังก์ชันการใช้งาน
  • ความสามารถด้าน AI: รองรับการทำ Classification (จำแนกภาพ, เสียง, หรือข้อมูลอนุกรมเวลา) และ Regression (การพยากรณ์ข้อมูล)
  • ระบบจัดการข้อมูล: มีระบบ Messaging, ฐานข้อมูลในตัว (Local Database) และการสร้าง Dashboard เพื่อแสดงผลข้อมูลในระดับ Edge
  • การเชื่อมต่อเครือข่าย: มี MQTT Broker ในตัว และสามารถเชื่อมต่อกับ IoT Cloud ภายนอกอย่าง NETPIE ได้
  1. จุดเด่นด้านความปลอดภัยและการทำงานออฟไลน์
  • Edge Processing: สามารถทำงานแบบ ออฟไลน์ (Offline) ได้เต็มรูปแบบบนอุปกรณ์ของผู้ใช้เอง ทำให้ข้อมูลมีความปลอดภัย 100% และไม่รั่วไหล
  • ความปลอดภัยของข้อมูล: มีระบบการตรวจสอบสิทธิ์ที่ตัวอุปกรณ์ (Edge Authentication) และการเข้ารหัสข้อมูล (Data Encryption) เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในหลากหลายอุตสาหกรรมและภาคส่วน ดังนี้:

  • ภาคอุตสาหกรรม (Industry): ใช้ในการมอนิเตอร์ไลน์การผลิต (Production Line Monitoring), การบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ (Predictive Maintenance), การควบคุมคุณภาพ (Quality Control) และการจัดการคลังสินค้า (Warehouse Management)
  • ภาคเกษตรกรรม (Agriculture): เพื่อยกระดับงานด้าน IoT ในการเพาะปลูกหรือปศุสัตว์
  • ภาคอสังหาริมทรัพย์ (Real Estates): เช่น การจัดการระบบภายในอาคารอัจฉริยะ
  • ธุรกิจด้านพลังงาน (ESCO): โดยเฉพาะในงานด้านการจัดการพลังงาน (Energy Management) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
  • ภาคโลจิสติกส์ (Logistics): ช่วยในการบริหารจัดการการขนส่งและคลังสินค้า
  • ภาคการบริการ (Hospitality): เช่น งานในกลุ่มโรงแรมหรือธุรกิจบริการอื่น ๆ

แพลตฟอร์มนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการในทุกภาคส่วนสามารถสร้างแอปพลิเคชัน AIoT สำหรับติดตั้งบนอุปกรณ์ Edge Computing ได้ด้วยตัวเองอย่างง่ายดาย เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://daysie.io/

ติดต่อสอบถาม : ฝ่ายพัฒนาเครือข่ายเชิงกลยุทธ์และประเมินผล (SPE) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ  112 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ถ.พหลโยธิน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120 โทร 0 2564 6900 email : business@nectec.or.th

1 ก.ค. 2569
0
แชร์หน้านี้: